Masuk"ดราม่าไม่จบ! นางเอกตกอับเคยถูกไล่ออกจากต้นสังกัด ถูกแฉควงไฮโซ 'ม.' ทั้งที่ฝ่ายชายมีแฟนอยู่แล้ว" พาดหัวข่าวเดียวกันปรากฏขึ้นพร้อมกันแทบทุกเพจบันเทิงราวกับถูกนัดหมาย รายการข่าวหลายสำนักก็พร้อมใจกันหยิบเรื่องนี้มาเล่นซ้ำเพื่อโหมกระแส จนแฮชแท็ก #ดาราผลไม้ตกอับ ไต่ขึ้นเทรนด์ของแอปพลิเคชันชื่อดังภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
"นี่มันเงาของพีชชัด ๆ ทำแบบนี้ได้ยังไง" เสียงคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่าขึ้นด้วยความไม่พอใจ ขณะชะโงกหน้าเข้ามามองหน้าจอโทรศัพท์ของคนที่กำลังเลื่อนดูข่าวอย่างเหม่อลอย
ลูกพีชหรือพีชดาราสาวผู้ตกเป็นประเด็นร้อนในขณะนี้ กดปิดหน้าจอล็อกมันไว้ ก่อนจะหันมายิ้มให้น้องสาว เป็นรอยยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความเศร้าที่ซ่อนยังไงก็ไม่มิด เธอพยายามทำเหมือนว่าเนื้อข่าวเหล่านั้นเป็นเพียงเสียงรบกวนผ่านหู ทั้งที่ทุกถ้อยคำกำลังกรีดลงบนศักดิ์ศรีและชีวิตของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ไม่เป็นไรโม" เธอพูดเบา ๆ
คนที่นั่งเคียงข้างและกุมมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อยคือแตงโม น้องสาวเพียงคนเดียวที่อายุน้อยกว่าเธอถึงหกปี
แตงโมมองเห็นความเจ็บปวดของพี่สาวได้ชัดเจน แต่กลับทำอะไรไม่ได้นอกจากบีบมือแน่นขึ้น เป็นกำลังใจเพียงอย่างเดียวที่เธอให้ได้ในตอนนี้
"มันไม่ใช่ความผิดพีชเลยสักนิด ไอ้ไฮโซนั่นต่างหากที่หลอกพีช" น้องสาวพูดเสียงสั่น ความจริงที่มีเพียงพวกเธอเท่านั้นที่รู้ดี
"ช่างมันเถอะ เดี๋ยวมันก็คงผ่านไป" ลูกพีชยิ้มขึ้นอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มแบบเดิมที่พยายามจะเข้มแข็ง ทั้งที่ข้างในกำลังพังลงทีละน้อย การตกเป็นขี้ปากสังคมไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเธอ คนที่อยู่ในที่สว่างเกินไปก็หลีกเลี่ยงเงาของการถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ว่าเรื่องนั้นจะจริงหรือไม่ก็ตาม
"พีชอย่าเครียดเลยนะ ทั้งเรื่องข่าว เรื่องแม่ ทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้น" น้องสาวพูดปลอบทั้งที่น้ำเสียงของตัวเองก็สั่นไม่แพ้กัน
เพราะสิ่งที่หนักกว่าข่าวฉาวในตอนนี้ คือการที่แม่ของพวกเธอถูกหามส่งโรงพยาบาลด้วยอาการวูบหมดสติ และตอนนี้พี่น้องทั้งสองก็กำลังนั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน รอให้ประตูบานนั้นเปิดออก พร้อมคำตอบที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย
"ญาติคุณทิวารินทร์ครับ" เสียงเรียกจากบุคลากรทางการแพทย์ทำให้แตงโมกับลูกพีชดีดตัวลุกขึ้นแทบพร้อมกัน รีบเดินเข้าไปหาชายหนุ่มในชุดกราวน์ที่เพิ่งเปิดประตูออกมาจากห้องฉุกเฉิน
"ดิฉันค่ะ" ลูกพีชเป็นฝ่ายตอบทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงตัวเอง ยืนฟังคำตอบนั้นด้วยลมหายใจที่ยังไม่เป็นจังหวะหลังจากรอมานานนับชั่วโมง
"เบื้องต้นผู้ป่วยมีอาการหอบ หายใจไม่อิ่ม และระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ แต่ตอนนี้ทางเราให้การช่วยหายใจแล้ว สัญญาณชีพเริ่มกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติครับ" คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวทั้งสองเผลอถอนหายใจออกมาพร้อมกัน รอยยิ้มโล่งอกปรากฏขึ้นราวกับได้กลับมาหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง
"แล้วแม่ฉันเป็นอะไรคะ ก่อนหน้านี้ท่านแข็งแรงมาก ไม่ค่อยป่วย พักผ่อนก็พอ ทำไมถึงหมดสติไปได้ล่ะคะ" ลูกพีชถามต่อทันที เสียงยังคงสั่นอยู่เล็กน้อย
ทิวารินทร์หรือทับทิมในวัยห้าสิบปี แม้จะเคยทำงานหนักแต่พักหลังก็ใช้ชีวิตเรียบง่ายมาตลอด หลังจากส่งลูกสาวคนโตจนเรียนจบก็แทบไม่มีเรื่องให้ต้องกังวล นอกจากงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ดูแลลูกสองคน ทำอาหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่มีอะไรบ่งบอกล่วงหน้าว่าร่างกายจะทรุดลงอย่างกะทันหันแบบนี้
"ตอนนี้เรายังบอกสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ครับ สิ่งที่พบคือปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ชั่วคราว ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนและเกิดอาการหมดสติ เราต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อดูว่ามีสาเหตุอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ก้อนในปอด หรือภาวะแทรกซ้อนบางอย่าง"
"กะ ก้อนในปอดเหรอคะ" คำคำนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางอกลูกพีช เสียงในหัวเธออื้ออึงไปหมด เธอไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองได้ยินมันชัดแค่ไหน หรือกำลังตีความมันเกินจริงไปเอง
"ตอนนี้ยังเป็นแค่ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นนะครับ ยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ ต้องรอผลเอกซเรย์ ซีทีสแกน และอาจต้องเจาะชิ้นเนื้อก่อนถึงจะสรุปได้ชัดเจน" สิ้นคำอธิบาย หมอหนุ่มก็จะเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้งกว่าเดิม
สองพี่น้องยืนมองหน้าน้ำตาคลอเต็มขอบตาโดยไม่รู้ตัว เหมือนความโชคร้ายกำลังเล่นตลกกับชีวิต พามันตกลงไปในจุดที่ต่ำที่สุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่เคยให้โอกาสได้ตั้งหลักเลยสักครั้ง
"เย้ ๆ ยินดีด้วย..." เสียงพลุกระดาษดังขึ้นพร้อมกับเสียงไชโยโห่ร้องอย่างพร้อมเพรียงจากกลุ่มคนที่เธอรักที่สุดที่พากันปรากฏตัวออกมา ทั้งทับทิม พลอยใส และแม้แต่แตงโมที่ยอมบินลัดฟ้ากลับมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ รวมไปถึงภีมที่ยืนยิ้มกว้างแสดงความยินดีกับเพื่อนรักอย่างไคเซอร์ที่ในที่สุดเจ้านายวายร้ายผู้เย็นชาก็ฉลาดในเรื่องความรักเสียที"พีชจะเป็นเจ้าสาวแล้วนะ" หญิงสาวหันกลับยิ้มกว้าง จากนั้นก็พูดออกมาพร้อมกับชูนิ้งนางข้างซ้ายที่ประดับด้วยพันธนาการแห่งรักให้ทุกคนได้ดู ก่อนจะโถมตัวเข้าสวมกอดว่าที่เจ้าบ่าวไว้แน่น วันนี้ล้วนแต่มีเรื่องราวดี ๆ ที่ทำให้เธอจำไม่ลืม"จูบเลย! จูบเลย! จูบเลย!" เสียงเชียร์จากเหล่าสักขีพยานที่แปรพักตร์กลายเป็นกองเชียร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำเอาลูกพีชรีบเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมส่งสายตาเว้าวอนไม่ให้เขาทำตามคำยุยงแต่มีหรือที่คนอย่างไคเซอร์จะปล่อยโอกาสทองนี้ให้หลุดลอยไปเขาประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากหวานอย่างดูดดื่มเพื่อเป็นการจองจำเธอไว้ ผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเขาในฐานะเด็กใต้เงาในวันนั้น มาวันนี้กลับกลายเป็นคนเดียวที่กุมหัวใจของพญางูผู้ยิ่งใหญ่ไว้ได้......สี่ปีผ่านไปไวเ
สองปีผ่านไปท่ามกลางแสงแฟลชที่รัวสาดส่องลงมายังเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว สายตาของคนทั้งฮอลล์ต่างจับจ้องไปที่ลูกพีช หญิงสาวผู้เจิดจรัสที่สุดในค่ำคืนแห่งนี้เนื่องจากดาราสาวเพิ่งคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นรางวัลทรงเกียรติที่นักแสดงทั่วทั้งวงการต่างใฝ่ฝันอยากจะครอบครองสักครั้งในชีวิตบรรยากาศการเผชิญหน้ากับกองทัพนักข่าวยังคงเป็นของคู่กันสำหรับดาราสาว ทว่าครั้งนี้ต่างออกไปจากเดิม...ลูกพีชยืนตระหง่านพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ มือเรียวโอบกอดถ้วยรางวัลไว้แนบอกด้วยความภาคภูมิใจ เธอขยับกายโพสต์ท่าให้ช่างภาพรัวชัตเตอร์อย่างเป็นมืออาชีพ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงการสัมภาษณ์ถึงอนาคตของดาราสาวที่นับว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในเวลานี้"แพลนต่อจากนี้ของคุณลูกพีชคืออะไรคะ?" นักข่าวคนหนึ่งยิงคำถามสำคัญ ซึ่งเรียกนิ้วเรียวให้ขยับแก้ปอยผมเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่แสดงถึงการสามารถรับมือกับการถูกถามโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร"รางวัลครั้งนี้เปรียบเสมือนเครื่องยืนยันว่าพีชทำสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้แล้วค่ะ" เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายอย่างมีความหมาย"หลังจากนี้พีชอาจจะโฟกัสงานในวงการน้อยลง
วินาทีนั้นบรรยากาศที่แสนกดดันรอบตัวไคเซอร์กลับละลายหายไปเพียงแค่เขาได้สบตากับเธอ เธอที่เป็นทั้งชีวิตของเขา คนที่เขายอมทิ้งทุกอย่างอย่างไม่ลังเลสายตาของเขาไม่ได้มีความสั่นคลอนหรือเสียดายต่ออำนาจมหาศาลที่กำลังจะหลุดลอยไป แต่มันกลับเปล่งประกายด้วยความเทิดทูนและมั่นคงอย่างที่สุด ราวกับจะบอกเธอผ่านแววตานั้นว่าต่อให้บัลลังก์นี้จะยิ่งใหญ่และค้ำฟ้าเพียงใด มันก็เทียบไม่ได้กับหัวใจของเธอที่มีค่ามากเกินกว่าสิ่งอื่นใดที่เขาจะมอบให้ไคเซอร์ก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงไปยังไคแอลที่คุกเข่ารอรับบัญชาด้วยแววตาเรียบนิ่ง ชายหนุ่มบรรจงสวมแหวนตราอสรพิษทับทิมลงบนนิ้วของน้องชาย ราวกับการส่งมอบภาระอันหนักอึ้งและเกียรติยศที่เขารองรับมาเกือบ 15 ปี"ต่อจากนี้มึงคือ King Cobra คนต่อไป" ไคเซอร์เอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำแต่ดังกังวานไปทั่วห้องโถง"มึงทำได้ และมึงทำได้ดีมาตลอด ดูแลจักรวาลของมึงให้ดี" ทันใดนั้นบรรยากาศภายในห้องก็พลิกผันไปในพริบตา ไคเซอร์เป็นคนแรกที่ก้มศีรษะโค้งคำนับให้แก่ประมุขคนใหม่ เป็นสัญญาณบอกให้เหล่าบอดี้การ์ดและหัวหน้าสาขาทั้งหมดทำตาม จนเกิดเป็นภาพการโค้งคำนับที่พร้อมเพรียงและทรงพลังเพื่อต้อนรับประมุขคนให
ไคเซอร์ไม่ปล่อยให้ความเงียบทำงานนานกว่านั้น เขาโน้มตัวลงไปปิดริมฝีปากบางด้วยจูบที่นุ่มนวลทว่าหนักแน่น จูบที่เต็มไปด้วยคำขอโทษและความโหยหา ลิ้นร้อนค่อย ๆ สอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับความหวานที่เขาแสนรักมากมาย ในขณะที่มือหนาก็เริ่มทำหน้าที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างทะนุถนอม"อื้อ...แด๊ดดี้" ลูกพีชครางแผ่วในลำคอ เมื่อสัมผัสจากฝ่ามือที่ร้อนระอุของเขาปลุกปั่นอารมณ์วาบหวามให้พุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างชุดนอนผ้าซาตินเนื้อละเอียดถูกรั้งออกจากร่างบางอย่างเชี่ยวชาญ เผยให้เห็นผิวขาวนวลเนียนที่ต้องแสงไฟสลัว ไคเซอร์จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหล เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่เขามักจะบอกว่ามันคือกลิ่นหอมของความสุข ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมายังทรวงอกอวบอิ่มที่ยอดถันชูชันรอรับสัมผัสจากปลายลิ้นร้าย"แด๊ดดี้ขา... อ๊ะ" เสียงหวานครางกระเส่าเมื่อเขาปรนเปรอความเสียวซ่านให้เธออย่างไม่เร่งร้อน มือเรียวสอดเข้าไปขยำกลุ่มผมสั้นของเขาเพื่อระบายความรัญจวนใจไคเซอร์เงยหน้าขึ้นสบตาคนใต้ร่าง แววตาของเขาในตอนนี้พร่าเลือนไปด้วยแรงอารมณ์"หนูเองก็เอาเก่ง รู้ไหมคะ..." ลูกพี
"จีน่าผมไคเซอร์เองนะ ต่อไปนี้เราเลิกติดต่อกันซะ ผมมีเมียแล้ว และผมก็รักเมียผมมากด้วย แค่นี้นะครับ" ไคเซอร์ไม่เปิดโอกาสให้ปลายสายได้โต้ตอบเขาก็กดตัดสายทิ้งอย่างไม่ไยดีจีน่าคือหนึ่งในอดีตคู่ควงคนไทยที่เขาเคยนัดเจอบ่อยครั้งตามความพอใจโดยไม่มีพันธะสัญญา แต่นับตั้งแต่ตอนนี้เธอก็จะเป็นเพียงคนแปลกหน้าสำหรับเขาแน่นอนลูกพีชถึงกับเบิกตากว้าง ประโยคภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำที่เขาบอกกับปลายสายนั้นเข้าหูเธอทุกคำจนหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ"พอแล้วค่ะ ไม่ต้องโทรแล้ว" สายที่สองยังไม่ทันจะได้กดออก ก็ถูกมือบางคว้าโทรศัพท์ไว้ทันควัน นี่เขาตั้งใจจะไล่โทรหาผู้หญิงทั้งห้าสิบคนในลิสต์จริง ๆ หรือไงกัน"ทำไมล่ะครับ หรือแด๊ดต้องทำมากกว่านี้หนูถึงจะยอมหายโกรธ หนูต้องการอะไรบอกแด๊ดมาได้เลย แด๊ดทำให้หนูได้ทุกอย่าง ขออย่างเดียว...อย่าโกรธแด๊ดเป็นเดือน ๆ เลยนะ ไม่อย่างนั้นแด๊ดคงขาดใจตายแน่ ๆ""ใครบอกแด๊ดคะว่าหนูจะโกรธเป็นเดือน ๆ?""แตงโมไง แด๊ดทำตามที่น้องบอกทุกอย่างแล้ว อย่าโกรธแด๊ดเลยนะครับคนดี" พอได้ยินชื่อตัวต้นคิด ลูกพีชก็ถึงกับหลุดยิ้มกว้างออกมา คนอย่างเธอเนี่ยนะจะโกรธใครได้เป็นเดือน ๆ แค่ต้องเงียบใส่เขาเพียงคื
ตลอดทางกลับบ้านบรรยากาศภายในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบเชียบจนน่าอึดอัด โดยเฉพาะลูกพีชที่นั่งนิ่งสนิท ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่หันมาสบตาใคร แม้แต่ทับทิมและแตงโมที่นั่งมาด้วยก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง"แย่แน่ ๆ พี่พีชเป็นคนห่วงของมากนะคะ รักมากก็หวงมาก ยิ่งเป็นคนรักด้วยแล้ว..." แตงโมกระซิบกระซาบกับพี่เขยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คล้ายจะให้กำลังใจแต่กลับเป็นคำพูดที่ทำให้คนฟังใจเสียยิ่งกว่าเดิม"แล้วพี่ต้องง้อยังไง..." ไคเซอร์กระซิบตอบเสียงแผ่ว พญางูผู้ไม่เคยเกรงกลัวความตาย ตอนนี้กลับเหงื่อซึมที่ฝ่ามือเมื่อต้องเผชิญหน้ากับฤทธิ์แมวขนฟูเวลางอนจริงจัง"ตอนนั้นกว่าพี่พีชจะยอมหายโกรธโม ก็ล่อไปเป็นเดือนเลยค่ะ""เป็นเดือนเลยเหรอ!" ไคเซอร์อุทานลืมตัวจนเกือบหลุดมาด"แค่โมแอบกินช็อกโกแลตที่พี่พีชแช่ไว้ในตู้เย็นเองค่ะ" แค่เรื่องช็อกโกแลตยังโกรธนานขนาดนั้น... แล้วเรื่องผู้หญิงอิตาลีที่เดินมากระซิบข้างหูเขาต่อหน้าต่อตาล่ะ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าบทลงโทษจะยาวนานกี่ปี"แล้วพี่ต้องทำยังไง พีชถึงจะยอมหายโกรธเร็ว ๆ พี่รอเป็นเดือนไม่ไหวหรอกครับ" ไคเซอร์ถามอย่างร้อนรน"วิธีเดียวคือต้องสารภาพผิดให้หมดเ







