Mag-log inฝังตัวอ่อนไว้ในรังไข่ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากไม่สำเร็จจะต้องใช้วิธีธรรมชาติด้วยเชื้อจากทายาทที่หลงเหลืออยู่เพียงคนสุดท้าย
view moreอีกฟากของบ้านเรือนไทยริมน้ำ เทียนสี่ใช้เรียวแขนทั้งสองข้างยันตัวเองให้ลุกขึ้นมาแล้วใช้สองมือนุ่ม ๆ ดันแผงอกแกร่งของลูเซิร์นให้เอนกายนอนลงไปบนหมอน ก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายปีนป่ายขึ้นไปอยู่บนตัวของลูเซิร์นราวกับจิ้งจอกสาวที่จำแลงกายลงมา เพื่อที่จะหลอกล่อเสื้อร้ายอย่างเขาให้ยอมจำนนลงตรงนี้ "ลูเซิร์น" เสียงหวานเอ่ยชิดริมหูที่ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เมื่อเธอเป็นฝ่ายจู่โจมเข้าหาเขาก่อน โดยที่เขาเองไม่ได้พูดขัดอะไรออกไป ปล่อยให้เธอได้ทำตามอย่างใจที่ต้องการ "ที่บอกว่าชอบฉันนี่..." เธอจงใจหยุดคำพูดนั้นไว้พลางกรีดปลายนิ้วชี้เรียวขาวลากไปมาตามแผ่นอกของเขาอย่างแผ่วเบา แล้วค่อย ๆ เคลื่อนต่ำลงมาหยุดอยู่ที่ใต้สะดือขาว ทำหัวใจแกร่งของเขาเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง "ชอบจริง ๆ เหรอ..." เสียงนั้นทำเขาแทบสติหลุดราวกับถูกยั่วให้จนมุมเข้าแล้ว ทำให้ ลูเซิร์นถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ดวงตาสองสีที่กำลังจ้องมองเธออยู่เต็มไปด้วยความหลงใหลในแม่จิ้งจอกสาวตัวนี้ "ครับ" ตอนเพียงสั้น ๆ แค่นั้น แล้วไม่ได้พูดอะไรออกไป "ชอบแค่ไหนกัน บอกได้ไหม ?" ก้นขาว ๆ ของเธอกำลังตั้งใจบดเข้าไปหาลำตัวหนาของเขาอย
อีกด้านหนึ่ง รถหรูของคาลวินขับเข้ามาจอดที่บ้านเช่าเก่า ๆ โทรม ๆ หลังหนึ่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลไปจากปากทางเข้าซอยบ้านริมน้ำของเทียนสี่มากนัก "รถก็ยังดูใหม่ ทำไมถึงดันเสียได้" "ไม่รู้เหมือนกัน" "เหอะ ! นี่ถ้าฉันเรียกแท็กซี่ป่านนี้ถึงบ้านไปนานแล้ว" "จะบ่นให้ได้อะไร ?" คาลวินมองยัยเจ๊ที่ดูเป็นคนสวยคนหนึ่ง แต่ขี้เล่น เพรพารถเขาดันดับอยู่กลางทางที้งที่จับมาดูดี ๆ ทั้งที่ยังใหม่อยู่แท้ ๆ เหมือนโดนวางยาให้รถเสียไปเฉย ๆ โชคดีที่โทรให้ฟอร์ลันมาช่วยดูให้จึงขับมาต่อได้ แต่ก็ดันมาเจอยัยป้าขี้บ่น ทั้งที่อายุก็ไม่เท่าไหร่ แถมยังเป็นคนที่สวยใช้ได้ โดยเฉพาะตอนที่ไม่แต่งหน้าทาแป้งจนหนาเตอะเหมือนวันนี้ "ก็แล้วใครอยากมากับคุณ อ้อ ! กลับไปได้แล้วนะ ไม่ต้องไปส่ง เพราะฉันไม่ได้ขอ" เธอพูดกระแทกเสียงเข้าใส่ แล้วเบ้ปากมองบนใส่เขา ก่อนจะหันไปเปิดประตูรถ แล้วถึงได้หันกลับมาเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยรั้งเธอเอาไว้ "นี่ ! คิดว่าฉันเป็นคนขับรถรึไง ที่จะพามาส่งเพื่อให้ลงรถไปง่าย ๆ" "แล้วต้องการอะไร" "ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย" "เรื่อง ?" "เลิกรับงานนั่นซะ เพราะถ้ายังไม่เลิก ฉันคงให้เธอคบกับน้องสาวฉันต่อไปอีกไม
ริมฝีปากร้อนครอบลงมาบนหัวจุกสีหวานที่ใหญ่โตจนมันคับปากของเขาตามคำขอแล้วดูดดึงสลับกับตวัดลิ้นเลียสองเต้าอวบอั๋นพร้อมกับบีบขยำจนเนินเนื้อนุ่มหยุ่นปลิ้นไปตามง่ามนิ้วมืออันเรียวยาวของเขาไปด้วยจนมันขึ้นรอยแดงของนิ้วมือใหญ่ ทำให้เทียนสี่รู้สึกเสียวซ่านเงยหน้าขึ้นครางหวิวด้วยสัมผัสที่วาบหวาม ก่อนที่เขาจะถอนริมฝีปากออกมาแล้วมองเธอด้วยสายตาที่เปล่งประกาย ขณะที่เธอเองก็มองเขากลับด้วยสายตาที่ออดอ้อน ไม่เพียงแค่สายตา แต่เธอยังเอ่ยปากพูดบางอย่างต่อเขา "ลูเซิร์น จูบฉันอีกได้ไหม ?" "คุณชอบให้ผมจูบเหรอ" "อื้อ...ชอบสิ ฉันชอบเวลาที่คุณสอดลิ้นเข้ามาด้วย" ประโยคคำพูดของเธอช่างยั่วยวนเขาเสียเหลือเธอ เธอส่งยิ้มหวานให้เขาอย่างเจ้าเล่ห์ราวกับจิ้งจอกสาวพร้อมด้วยแววตาที่เหนือกว่า บ่งบอกให้รู้ว่าเธอกำลังเป็นฝ่ายที่ควบคุมเขา ซึ่งนั่นก็ตรงกับที่ลูเซิร์นตั้งใจไว้พอดี เพื่อตอบสนองความต้องการของเธอในวันคล้ายวันเกิดของคืนนี้ด้วย "อื้ออ" เขายกยิ้มให้แล้วตอบสนองความต้องการนั้นด้วยการจูบสัมผัสเธออย่างแผ่วเบาแล้วตามมาด้วยกาาบดขยี้ริมฝีปากลงไปบนเรียวปากนุ่ม ๆ ของเธออย่างซ้ำ ๆ จนเธอต้องผละหน้าหนี รับรู้ได้ถึงความด
"ม...มันไม่ใช่อย่างงั้นนะ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น" เทียนสี่กัดปากตัวเองอย่างนึกเขินอาย "หรือว่าคุณยังหิวบะหมี่ ?" "เอ่อฉัน..." ลูเซิร์นเอียงคอเล็กน้อย แล้วเหลือบมองไปรอบ ๆ บริเวณจุดจอดรถที่ล้อมรอบไปด้วยผู้คนที่สัญจรไปมาจนทำให้เกิดเป็นปัญหา แม้ว่ากระจกรถของเขาจะสามารถพลางสายตาจากคนนอกได้ก็ตาม แต่คงจะไม่เหมาะไม่ควรหากปล่อยให้เรื่องราวเลยเถิดเกิดขึ้นตรงนี้ "ที่นี่ได้ไหม ?" ลูเซิร์นใช้เวลาขับรถหรูพุ่งตรงไปที่บ้านเรือนไทยริมน้ำด้วยเวลาเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้นก็มาถึง เทียนสี่ก้มหน้าลงอย่างรู้สึกเขินอาย โดยไม่ได้ตอบอะไรไป ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายอุ้มร่างของเธอขึ้นมาบนห้องแล้ววางร่างนุ่มลงไปบนเตียงนอนก่อนตามมาลงคร่อมร่างของเธอเอาไว้ "อ๊ะ !" ลูเซิร์นกักขังร่างเธอไว้ภายใต้เรือนกายกำยำ แล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของกันและกัน "ผมขอโทษที่เกือบอดใจไม่ไหว" ตั้งแต่บนรถที่ทำซะเขาสติหลุดเพราะความต้องการที่เกือบควบคุมเอาไว้ไม่ได้ เมื่อร่างกายของเขากำลังร้อนระอุขึ้นเรื่อย ๆ "คืนนี้ร่างกายผมเป็นของคุณ อยากให้ผมทำอะไรให้บ้างบอกมาเลย" ลูเซิร์นค่อย ๆ ดึงรั้งยางรัดออกจากบนผมของเธอ
เทียนสี่หันมองไปยังเสียงที่ดังอยู่ข้างหู จนแก้มขาว ๆ ของเธอเฉียดไปที่ปลายจมูกโด่ง ๆ ของใครคนหนึ่ง ซึ่งเธอจดจำเขาได้เป็นอย่างดี "อ๊ะคุณ !" เทียนสี่หันไปไม่ทันระวัง ทำให้ข้างแก้มถูไถไปกับปลายจมูกโด่งของใครคนนั้นอย่างที่ไม่ได้ตั้งใจ จนใบหน้ารู้สึกร้อนผ่าว ทั้งที่เนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยคราบน้ำฝน หากแต่
"ผมไม่ค่อยสะดวกจะคุยเรื่องนี้เท่าไหร่ เอาเป็นว่าไว้ก่อนแล้วกันนะครับ" ลูเซิร์นบอกอย่างไม่รีบร้อน ดูใจเย็น จนเทียนสี่ยิ่งรู้สึกเกรงอกเกรงใจมากขึ้นไปอีก "แต่ว่า..." "รังเกียจที่จะรับความหวังดีแล้วก็การช่วยเหลือจากผมรึยังไงครับ" "ไม่ใช่นะคะ คุณอย่าเข้าใจผิด" "ถ้างั้น ก็ไม่ต้องรีบร้อนที่จะคืน
"ใช่ค่ะ ตั้งแต่ตอนที่ฉันอายุไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง" เทียนสี่เดินตรงเข้ามา แล้วยืนมองไปที่ภาพถ่ายเก่า ๆ ใบนั้น "ที่เกาหลี ?" "ยายบอกแบบนั้น" เธอตอบ เพราะเคยบอกเขาว่าตัวเองเกิดที่นั่น ซึ่งมันก็คือเรื่องจริง "พ่อแม่ของคุณละครับ" "ยายบอกว่าท่านเสียไปหมดแล้ว ไม่กี่วัน หลังจากที่ฉันถ่ายรูปนี้" เท
ไม่นานรถของทั้งคู่ก็แล่นมาจนถึงภัตตาคารอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก หลุนเฟย ภัตตาคาร "อ้าวอาเทียง ! วันนี้ลื้อพาแฟงมาด้วยเหรอ" เป็นประโยคคำถามแรก เมื่อร่างบางในชุดนักศึกษาลงจากรถหรูมาพบกับคุณลุงที่ยืนถือไม้กวาดขยะอยู่หน้าร้านด้วยชุดเก่า ๆ โทรม ๆ เสมือนกับภาพที่พบเห็นได้ตามละครคุณธรรมบนสื่อสั
Rebyu