INICIAR SESIÓNฝังตัวอ่อนไว้ในรังไข่ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากไม่สำเร็จจะต้องใช้วิธีธรรมชาติด้วยเชื้อจากทายาทที่หลงเหลืออยู่เพียงคนสุดท้าย
Ver másลูเซิร์นกระเถิบถอยออกมาเล็กน้อย ในจังหวะที่จับร่างของเทียนสี่ให้พลิกตัวฟุบหน้าลงไปบนเตียงนอน ทั้งที่ตรงส่วนนั้นยังคงดูดรัดเขาเอาไว้แน่น แน่นจนแทบขาดจากกันเป็นสองท่อน "อ๊ะ !" สองมือบางกำผ้าปูที่นอนจนยับย่น สะโพกอันกลมกลึงถูกยกให้ลอยเด่นขึ้นมองเห็นกลีบกุหลาบอวบอูมดูชมพูระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ชัดจนน่ากระแทก แล้วก็บดขยี้เข้าไปซ้ำ ๆ "เด็กดี เรียกชื่อผม" "อ๊า ...ลูเซิร์น อย่าแกล้ง" เทียนสี่กระถดตัวหนี ในตอนนี้เขาขยับเอวสอบเข้าลึกและออกสุดเป็นจังหวะหนัก ๆ เน้น ๆ อยู่แบบนั้นแล้วดึงลำเอ็นออกมาจนเกือบสุดความยาวใหญ่ของมันทำเธอค้างเติ่งที่จู่ ๆ เขาก็ทำท่าว่าจะหยุดเอาเสียดื้อ ๆ ก่อนที่เขาจะดันแท่งเอ็นดุ้นใหญ่ให้กลับเข้าไปใหม่อีกครั้งและอีกครั้งลึกสุดลำโคน สวบ ! สวบ ! สวบ ! "อ๊า !" คนโดนแกล้งถึงกับมือสั่นเกร็งจิกเล็บลงไปบนที่นอนจนมันยับยู่ยี่ เขารั้งสะโพกของเธอกลับมา ก่อนที่ริมฝีปากสวยจะเม้มเข้าหากันเพื่อระบายความเสียวซ่าน ซึ่งได้รับจากคนด้านหลังที่อัดกระแทกกระทุ้งเข้าใส่ร่องอันฉ่ำเยิ้มอย่างดุดัน จนร่างกายของเธอนั้นกระเด้งไปข้างหน้า ทำให้เขาต้องเป็นฝ่ายดึงเอวบางของเธอกลับมาแล้วอัดเ
"ซี้ด !" ร่องนุ่ม ๆ ของเธอตอดรัดแน่นจนเกินไป ทำให้เขาแทบจะทนไม่ไหวจวนเสร็จอยู่รอมร่อ ลูเซิร์นเชิดหน้าขึ้นสูดปากครางหวิว แล้วก้มลงมองร่างของคนสวยที่จ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลา น่าแกล้ง ! แม่จิ้งจอกสาวจอมเจ้าเล่ห์ตัวนี้ที่เคยหลอกล่อหลอกถามเขา จนเผยความรู้สึกออกมา หากแต่ในตอนนี้กลับกลายเป็นลูกแมวตัวน้อยที่แสนเชื่องใต้ตัวของเขาเสียแล้ว ดวงตาแป๋วที่มองเขายังคงซุกซุนไม่เปลี่ยน เด็กดื้อตาใสในคืนนั้น มองร่างกายของเขาที่กำลังเคลื่อนไหวไปบนตัวเธออย่างไม่ยอมละสายตา ผิวขาว ๆ ที่ถูกเขาสัมผัสยามนี้ขึ้นเป็นรอยแดงไปหมดทั้งตัว ช่างน่าเอ็นดู... เทียนสี่น่าแกล้ง น่าฟัดเสียตั้งแต่ที่ได้เจอกันครั้งแรก เธอที่คอยตื้อถามเขาให้ทำแผลไม่ยอมหยุด เวลานึกถึง คิดแล้วน่าบดขยี้...บี้บดไปบนเรียวปากสวย ๆ ด้วยลำเอ็นของเขาเสียเหลือเกิน ไม่รู้ทำไม เขาถึงคิดกับเธอขนาดนี้ได้ ไม่ควรเลยจริง ๆ "อ๊า... คิดอะไรอยู่ ทำไมมองหน้าฉันแล้วถึงยิ้มแบบนั้น ?" เทียนสี่เอ่ยวาจาติด ๆ ขัด ๆ เมื่อส่วนล่างถูกโจมตีเขามาอย่างหนัก ๆ เน้น ๆ ระหว่างที่หัวสมองของเขาคิดย้อนกลับไปไกล ไกลเกินไปเรื่อย ๆ จนสองมือคู่เล็กที่ถูกเขารวบไว้เหนือ
อีกฟากของบ้านเรือนไทยริมน้ำ เทียนสี่ใช้เรียวแขนทั้งสองข้างยันตัวเองให้ลุกขึ้นมาแล้วใช้สองมือนุ่ม ๆ ดันแผงอกแกร่งของลูเซิร์นให้เอนกายนอนลงไปบนหมอน ก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายปีนป่ายขึ้นไปอยู่บนตัวของลูเซิร์นราวกับจิ้งจอกสาวที่จำแลงกายลงมา เพื่อที่จะหลอกล่อเสือร้ายอย่างเขาให้ยอมจำนนลงตรงนี้ "ลูเซิร์น" เสียงหวานเอ่ยชิดริมหูที่ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เมื่อเธอเป็นฝ่ายจู่โจมเข้าหาเขาก่อน โดยที่เขาเองไม่ได้พูดขัดอะไรออกไป ปล่อยให้เธอได้ทำตามอย่างใจที่ต้องการ "ที่บอกว่าชอบฉันนี่..." เธอจงใจหยุดคำพูดนั้นไว้พลางกรีดปลายนิ้วชี้เรียวขาวลากไปมาตามแผ่นอกของเขาอย่างแผ่วเบา แล้วค่อย ๆ เคลื่อนต่ำลงมาหยุดอยู่ที่ใต้สะดือขาว ทำหัวใจแกร่งของเขาเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง "ชอบจริง ๆ เหรอ..." เสียงนั้นทำเขาแทบสติหลุดราวกับถูกยั่วให้จนมุมเข้าแล้ว ทำให้ ลูเซิร์นถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ดวงตาสองสีที่กำลังจ้องมองเธออยู่เต็มไปด้วยความหลงใหลในแม่จิ้งจอกสาวตัวนี้ "ครับ" ตอนเพียงสั้น ๆ แค่นั้น แล้วไม่ได้พูดอะไรออกไป "ชอบแค่ไหนกัน บอกได้ไหม ?" ก้นขาว ๆ ของเธอกำลังตั้งใจบดเข้าไปหาลำตัวหนาของเขาอย่
อีกด้านหนึ่ง รถหรูของคาลวินขับเข้ามาจอดที่บ้านเช่าเก่า ๆ โทรม ๆ หลังหนึ่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลไปจากปากทางเข้าซอยบ้านริมน้ำของเทียนสี่มากนัก "รถก็ยังดูใหม่ ทำไมถึงดันเสียได้" "ไม่รู้เหมือนกัน" "เหอะ ! นี่ถ้าฉันเรียกแท็กซี่ป่านนี้ถึงบ้านไปนานแล้ว" "จะบ่นให้ได้อะไร ?" คาลวินมองยัยเจ๊ที่ดูเป็นคนสวยคนหนึ่ง แต่ขี้เล่น เพรพารถเขาดันดับอยู่กลางทางที้งที่จับมาดูดี ๆ ทั้งที่ยังใหม่อยู่แท้ ๆ เหมือนโดนวางยาให้รถเสียไปเฉย ๆ โชคดีที่โทรให้ฟอร์ลันมาช่วยดูให้จึงขับมาต่อได้ แต่ก็ดันมาเจอยัยป้าขี้บ่น ทั้งที่อายุก็ไม่เท่าไหร่ แถมยังเป็นคนที่สวยใช้ได้ โดยเฉพาะตอนที่ไม่แต่งหน้าทาแป้งจนหนาเตอะเหมือนวันนี้ "ก็แล้วใครอยากมากับคุณ อ้อ ! กลับไปได้แล้วนะ ไม่ต้องไปส่ง เพราะฉันไม่ได้ขอ" เธอพูดกระแทกเสียงเข้าใส่ แล้วเบ้ปากมองบนใส่เขา ก่อนจะหันไปเปิดประตูรถ แล้วถึงได้หันกลับมาเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยรั้งเธอเอาไว้ "นี่ ! คิดว่าฉันเป็นคนขับรถรึไง ที่จะพามาส่งเพื่อให้ลงรถไปง่าย ๆ" "แล้วต้องการอะไร" "ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย" "เรื่อง ?" "เลิกรับงานนั่นซะ เพราะถ้ายังไม่เลิก ฉันคงให้เธอคบกับน้องสาวฉันต่อไปอีกไม
เทียนสี่หันมองไปยังเสียงที่ดังอยู่ข้างหู จนแก้มขาว ๆ ของเธอเฉียดไปที่ปลายจมูกโด่ง ๆ ของใครคนหนึ่ง ซึ่งเธอจดจำเขาได้เป็นอย่างดี "อ๊ะคุณ !" เทียนสี่หันไปไม่ทันระวัง ทำให้ข้างแก้มถูไถไปกับปลายจมูกโด่งของใครคนนั้นอย่างที่ไม่ได้ตั้งใจ จนใบหน้ารู้สึกร้อนผ่าว ทั้งที่เนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยคราบน้ำฝน หากแต่
"ผมไม่ค่อยสะดวกจะคุยเรื่องนี้เท่าไหร่ เอาเป็นว่าไว้ก่อนแล้วกันนะครับ" ลูเซิร์นบอกอย่างไม่รีบร้อน ดูใจเย็น จนเทียนสี่ยิ่งรู้สึกเกรงอกเกรงใจมากขึ้นไปอีก "แต่ว่า..." "รังเกียจที่จะรับความหวังดีแล้วก็การช่วยเหลือจากผมรึยังไงครับ" "ไม่ใช่นะคะ คุณอย่าเข้าใจผิด" "ถ้างั้น ก็ไม่ต้องรีบร้อนที่จะคืน
"ใช่ค่ะ ตั้งแต่ตอนที่ฉันอายุไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง" เทียนสี่เดินตรงเข้ามา แล้วยืนมองไปที่ภาพถ่ายเก่า ๆ ใบนั้น "ที่เกาหลี ?" "ยายบอกแบบนั้น" เธอตอบ เพราะเคยบอกเขาว่าตัวเองเกิดที่นั่น ซึ่งมันก็คือเรื่องจริง "พ่อแม่ของคุณละครับ" "ยายบอกว่าท่านเสียไปหมดแล้ว ไม่กี่วัน หลังจากที่ฉันถ่ายรูปนี้" เท
"ไม่ได้เจอคุณหลายวัน ผมแค่อยากแวะไปหา" คำตอบของเขา ทำให้เทียนสี่รู้สึกประหลาดใจในสิ่งที่เป็นอยู่ "ฉันไม่รู้ว่า เราสนิทกันแค่ไหนแล้ว คุณถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้" คำว่า ตรงนี้ ! ของเทียนสี่หมายถึง ตรงที่พอเธอมีเรื่องหรือว่าปัญหา ก็มักจะเป็นเขาอยู่เสมอที่คอยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ "ก็น่าจะมากพอที่คุณไม






reseñas