สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย

สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-23
โดย:  Prypradhanaอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
10
3 การให้คะแนน. 3 ความคิดเห็น
107บท
3.3Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ฝังตัวอ่อนไว้ในรังไข่ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากไม่สำเร็จจะต้องใช้วิธีธรรมชาติด้วยเชื้อจากทายาทที่หลงเหลืออยู่เพียงคนสุดท้าย

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

父は「たくましい男を育てる」という教育理念を信条としていた。

幼い頃、二科目で満点を取った僕・小野田安弘(おのだ やすひろ)に、父はこう言い放った。

「成績など何の意味もない。本物の男なら、五階から飛び降りてみろ」

その後、見ず知らずの人を助けて表彰されたときも、父は鼻で笑った。

「かすり傷ひとつ負っていないのに、何が表彰だ?」

僕は、父なりに僕を鍛えようとしているのだと思っていた。

だが大晦日、父は「特訓」の名のもとに、僕をたった一人で雪山へ置き去りにした。

テントも与えず、火種ひとつ残さずに。

そのうえ父は得意げに、親戚や友人たちへ自分の教育法を吹聴していた。

「本当の男ってのは、絶境の中でこそ生まれ変わるものだ!ちゃんと言ってやったんだ。頂上まで這い上がってこなければ、父親と呼ぶな、と!」

だが、彼の携帯に表示されている、僕の位置を示すGPSの赤い点は、すでに三時間も動いていなかった。

僕はとっくに、雪の中で凍え死んでいた。

手には一枚の紙片を握りしめ、そこには父への遺言が綴られていた。

そして僕の魂は、食卓の上に漂いながら、父が自分のやり方を誇らしげに語る様子を見下ろしていた。

……

父はふと視線を落とし、スマートフォンを一瞥した。

口元に浮かんでいた得意げな笑みは消えるどころか、むしろ一層濃くなる。

「ほら、二時間も動いてないぞ」

そう言って、画面を伯父の目の前に突きつけ、静止した赤い点を指で二度、強く突いた。

「あいつめ、どうせ俺に意地張って、風下の斜面かどこかに隠れて寝てるんだろ。

俺はあいつのことをよく分かってる。母親と同じで、ちょっと困るとすぐに縮こまる性格だ。

ちゃんと言ってやったんだ。今夜十二時までに山頂まで登れなければ、来学期の生活費は半年停止だってな」

食卓の上に漂う僕は、胸の奥が苦くてたまらなかった。

吹雪はあまりにも急だった。僕は方向を見失った。

低体温で幻覚を見始め、父から施されたあの薄っぺらいシェルジャケットさえ脱ぎ捨ててしまった。

死の間際、僕はなおも父が助けに来てくれると幻想を抱いていた。

伯母は肩をすくめ、窓の外で荒れ狂う吹雪を一瞥した。

「ねえ、剛(ごう)さん。この雪、相当なものよ。ニュースでも警報が出てるわ。安弘はちゃんと防寒できてるの?」

父は脂の多い肉を飲み込み、酒杯を手に取ってぐいとあおった。

「シェルジャケットを一枚やったし、中には防寒インナーも着せてる。十分だ。

男は寒さに耐えられなきゃな。昔、俺が消防隊にいた頃は、氷点下三十度で裸同然のまま五キロ走ったもんだ。それでこそ男だろう」

僕は宙で冷ややかに笑った。

彼の言う「裸で五キロ走った」話など、酔った勢いで仲間に吹いていた与太話に過ぎない。

だが彼は、その作り話を真実として信じ込み、その「真理」を僕に押し付け、容赦なく実行した。

――でも、父さん。僕はもう死んでいる。

完全に、取り返しがつかないほどに。

僕は父の前へと漂っていった。

伝えたかった。僕だって必死だった。登ろうとしていた。

けれど、父さん。肺は破裂しそうに痛み、息をするたびに刃物を飲み込むようだった。

脚はとっくに感覚を失っていた。それは、「お前が根性を鍛えるためだ」と言って履かせた、あの薄い登山靴のせいだ。

僕は口を開き、父の顔に向かって叫んだ。

「父さん!寒い!本当に寒いんだ!」

父はぼそりと何か呟き、スマートフォンを手に取ると音声入力のボタンを押した。

「安弘、死んだふりするな。位置情報が動いてないぞ。座り込み抗議のつもりか?

言っとくが無駄だ。今夜十二時までに山頂に着かなきゃ、そのクソ大学も終わりだ。

工事現場で肉体労働でもしろ!」

指を離し、音声は送信された。

僕は見慣れたそのチャット画面を見つめる。

その一つ前のメッセージは、三時間前、僕が送ったものだった。

【父さん、息が苦しい。薬、そっちのバッグに入ってる?持ってくるのを忘れたみたいだ】

父の返信はこうだった。

【薬だと?捨てた。そんなものは弱者の杖だ。我慢しろ、耐えればどうにかなる】

その瞬間、僕は絶望した。

雪の中で必死に這い上がり続け、ついには最後の体温まですべて失った。

宙に漂いながら、二十年間「お父さん」と呼んできたその顔を見つめる。

そして、どうしようもなく見知らぬものに感じた。

これが、僕の父だ。

彼の目には、僕の命など、食卓に並ぶ酒の肴一皿にも劣る。親戚の前で自慢話をするための、ただの材料にすぎない。

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Prypradhana
Prypradhana
ฝากเป็นกำลังใจให้กับเทียนสี่ด้วยนะคะ ภาพประกอบเรื่องสามารถติดตามได้ทางหน้าเพจนามปากกาค่ะ
2026-05-16 21:07:38
2
0
Kemisaxa KM
Kemisaxa KM
พระเอกคือลูเซิร์นไหมคะ
2026-04-12 18:38:17
4
1
PERFUN
PERFUN
เนื้อเรื่องน่าสนใจ สนุก อยากรู้พระเอกจะโบ้มั้ย
2026-03-18 14:21:36
4
0
107
บทที่ 1
บิสเต็กก้า ฟิออเรนตินา มัสมั่นขาแกะ กิวทัง ซุปหางวัว และ โทโรโระ รวมทั้ง ปิโนต์นัวร์ กลิ่นหอมฟุ้งไปด้วยผลไม้สีแดงสดถูกจัดวางบนโต๊ะอาหารหรูหราเบื้องหน้าของ คาลวิน ทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของ ซาร์เดญญ่า เซสส์น็อก หัวหน้า มาเฟียองค์กร เทวทูตสีเงิน ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่งเฉกเช่นทุกเช้าตลอด 8 ปีที่ผ่านมาภายใต้บรรยากาศเดิม ๆ ของคฤหาสน์หรูหราหลังหนึ่งในเมืองไทยที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน ทว่ากลับเป็นที่ให้เขาได้ซุกหัวนอนมาเกือบ 10 ปีแล้ว หลังจากที่คาลวินหนีหัวซุกหัวซุนจากการถูกไล่ล่า และ หมายเอาชีวิตจากอาชญากรลึกลับข้ามชาติที่ไล่ฆ่าคนในครอบครัวเขา ทีละคน ๆ ตั้งแต่วัยเพียง 8 ขวบเท่านั้นตลอด 30 ปีที่ผ่านมา คาลวินพำนักอาศัยมาแล้วกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ดูเหมือนว่าเมืองไทยจะเป็นสถานที่เดียว ซึ่งเขาอยู่อาศัยมาได้ยาวนานที่สุด โดยที่ยังไม่ตายเหมือนอย่างที่กลุ่มคนพวกนั้นอยากให้เป็น"ปกติมึงไม่สาย" สายตาคมเข้มเหลือบดูเวลาก่อนตวัดมอง โดยไม่ได้ส่อแววตำหนิมือขวาคนสนิทที่เพิ่งจะก้าวเข้ามายืนเบื้องหน้าฝั่งตรงข้ามของเขาแต่อย่างใด"ขอโทษครับ" นั่นเป็นคำกล่าวของ ลูเซิร์น มือขวาคนสนิทที่อยู่เคีย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
เซย์ยะที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับหันมารายงานกับลูเซิร์น หลังจากที่เขาก้มหน้าก้มตารัวนิ้วสัมผัสไปบนแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งอย่างขะมักเขม้น โดยใช้เอไออัจฉริยะดึงฐานข้อมูลบางอย่างบนแอปพลิเคชันการทำงานของไรเดอร์อยู่สักพักใหญ่"ได้แล้วครับ"ลูเซิร์นพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาอันคมกริบดูเวลาบนสมาร์ทวอทช์ที่สวมอยู่กับข้อมือแกร่ง ขณะนั่งอยู่เบาะหลังรถสปอร์ตสีดำคันหรู ซึ่งจอดสนิทอยู่บนไหล่ทางของถนนเส้นหนึ่งมากว่า 10 นาทีแล้ว"บอกคนของเราให้เตรียมพร้อม""ทราบแล้วครับ" เซย์ยะรับคำสั่ง ก่อนใช้เครื่องมือสื่อสารที่ซุกซ่อนไว้บนคอปกเสื้อติดต่อหาคู่หูเพื่อเริ่มภารกิจ "เหยื่อมาติดกับตามแผน ล็อกเป้าหมาย ตำแหน่ง 14 นาฬิกา ระยะห่างไม่เกิน 1 กิโลเมตร จะถึงภายใน 30 วินาที""ลงมือเลย" สิ้นเสียงของลูเซิร์น เซย์ยะก็รัวปลายนิ้วมือเรียวยาวสัมผัสไปบนแป้นพิมพ์บนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอีกครั้ง ก่อนที่บางอย่างบนจอภาพจะถูกรีเซ็ตไป พร้อมกับเสียงเบรกกะทันหันของมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขับมาด้วยความเร่งรีบเพื่อนำอาหารไปส่งให้ถึงมือลูกค้าตามออเดอร์ที่ได้รับ ก่อนจะต้องเหยียบเบรกจนหัวทิ่ม ที่จู่ ๆ ก็มีรถตู้ค
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
หมับ !ทว่าข้อมือบางกลับถูกร่างสูงของใครบางคนพุ่งมาคว้าเอาไว้เสียก่อน แต่มืออีกข้างที่ไวเป็นกรด กลับยกขึ้นตั้งท่าจะเสยเข้าที่ปลายคางของหนุ่มอินเตอร์ผมเทาขาวใบหน้าหล่อเหลาอย่างลูเซิร์นที่ตรงเข้ามาหาเธออย่างไม่ปกปิดใบหน้าและตัวตน หลังปลดล็อกอุปกรณ์สื่อสารที่ซุกซ่อนไว้ทั่วตัวออกไปจนหมด โดยใช้มือแกร่งอีกข้างคว้าที่ข้อมือบางเอาไว้พร้อมกับอาศัยจังหวะที่เธอหมุนตัวกลับมาให้ความสนใจ เขาถึงได้ส่งสัญญาณบางอย่างไปหาอันมิ่งและคนของเทวทูตสีเงินให้รู้ตัว"นี่ !" เทียนสี่รู้สึกไม่พอใจที่ จู่ ๆ ผู้ชายคนนี้ก็เข้ามาขัดจังหวะ ทั้งที่เธอกำลังจะได้เห็นใบหน้าค่าตาของคนพวกนั้นอยู่แล้ว แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ต่อว่าต่อขาน อันมิ่งกับคนของเทวทูตสีเงินก็กรูกันมาห้อมล้อมทั้งเธอและลูเซิร์นเอาไว้"พวกมันมีปืน !" เป็นคำกล่าวของลูเซิร์นที่พิงแผ่นหลังชนกันไว้ โดยที่ถูกคนของเทวทูตสีเงินและอันมิ่งห้อมล้อมไว้รอบตัว"แล้วคุณพวกไหน อยู่ ๆ ก็โผล่มาแบบนี้ พวกเดียวกับคนพวกนั้นรึเปล่า" เทียนสี่ไม่ไว้ใจ แม้ว่าหน้าตาของผู้ชายที่พิงหลังแนบชิดกับเธอไว้ดูราวกับหวังดีมาช่วยเหลือก็ตาม"ผมเป็นพลเมืองดี แค่อยากช่วยเหลือคุณเท่านั้น""งั้นก็จ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
หมับ !"ขอฉันดูหน่อย""ผมไม่เป็นไร" ลูเซิร์นตอบกลับทันทีที่เห็นเทียนสี่พุ่งเข้ามาคว้าที่ข้อมือแกร่งของเขาเอาไว้"แต่เลือดคุณยังไหลอยู่เลย" มือนุ่ม ๆ จับพลิกไปมาที่ฝ่ามือใหญ่ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าอันหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งผมเทาขาวที่บาดเจ็บ ทำให้ทั้งคู่เผลอสบตากันเข้าอีกครั้ง"ผมไม่เป็นไร" น้ำเสียงทุ้ม ๆ ของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เทียนสี่ขมวดคิ้วเข้าหากันปนความสงสัยว่าเหตุใด ผู้ชายที่มีใบหน้าค่าตาไม่เหมือนคนไทยเช่นนี้ถึงพูดไทยได้ชัดปร๋อราวกับเป็นคนไทยแท้ ๆ"ฉันว่าคุณควรจะไปหาหมอ" เทียนสี่สลัดความสงสัยนั้นทิ้งไป แล้วเสนอสิ่งสำคัญกว่าที่อยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง"ผมไม่เป็นไร" ลูเซิร์นยังคงยืนยันคำตอบเดิม ก่อนเทียนสี่จะพยักหน้าอย่างเข้าใจด้วยว่าไม่อยากที่จะรบเร้าอีกฝ่ายแล้วผละมือออกจากการเกาะกุม เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน"ฉันมีออเดอร์ส่งอาหาร" เทียนสี่วิ่งไปดูอาหารที่วางอยู่ภายในกระเป๋าบนเบาะที่นั่งด้านหลัง ซึ่งเทมากองรวมกันอยู่ข้างเดียวจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นเมนูอะไร"มีอะไรรึเปล่า" ร่างสูงเดินตามไปที่รถของเทียนสี่ ก่อนเหลือบไปเห็นสภาพของอาหารที่อยู่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
"โหวนี่รถคุณเหรอ เท่จัง !" เทียนสี่ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยว่าไม่เคยได้สัมผัส หรือ เฉียดเข้าใกล้รถยนต์ที่มีราคาหลายสิบล้านขนาดนี้มาก่อน ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้าไปเหยียบที่พื้นของมัน "เชิญครับ" ลูเซิร์นพยักหน้าเบา ๆ พร้อมกับดึงประตูรถเพื่อเปิดออกแล้วผายมือเชิญชวนเธอให้เข้าไปนั่งด้านในอย่างเป็นกันเองมากที่สุด แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับยังรู้สึกเกร็ง ๆ "ขอบคุณนะคะ" เทียนสี่นั่งที่เบาะข้างคนขับกวาดสายตาสำรวจไปรอบ ๆ รถหรูคันนั้นยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกประหม่าจนมือไม้มันสั่นทำให้ลืมคาดเข็มขัดนิรภัย ในขณะที่รถกำลังจะเคลื่อนตัว "ขอโทษนะครับ" "อ๊ะ !" สิ้นเสียงของเขา เทียนสี่ก็สะดุ้งตกใจ เมื่อคนข้าง ๆ เอี้ยวตัวเข้ามาหาแล้วดึงสายเข็มขัดนิรภัยคาดมาที่ลำตัวของเธอ ในระยะประชิดกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะมาที่ต้นคอขาวนวล ส่งผลให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ อีกทั้งยังได้กลิ่นหอมจาง ๆ จากเรือนกายกำยำ ซึ่งลอยมาแตะที่ปลายจมูกเชิดรั้นนิด ๆ ของเธอด้วย "ขอโทษที พอดีพื้นร้องเท้าฉันดันเหยียบเศษดินติดมาด้วย เดี๋ยวฉันรีบปัดออกให้นะ" เทียนสี่ทำท่าว่าจะก้มลงไปปัดเศษดินที่ตกอยู่บนพื้นรถ แต่ก็ถูกฝ่ามื
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
เทียนสี่จ้องไปที่ดวงตาอันคมกริบที่มีโอกาสได้สบมองใกล้ ๆ และ สังเกตดูชัด ๆ จนเห็นว่าเขามีดวงตาสีดำที่นัยย์ตาดำรอบนอกเป็นสีเทาแกมฟ้า ในขณะที่รัศมีของดวงตาด้านในเป็นสีดำ ส่วนอีกข้างเป็นสีน้ำตาลเหมือนกับคนเอเชียทั่วไป ส่วนผมเป็นสีเทาขาวที่ดูเป็นธรรมชาติตามแต่กำเนิด และ นั่นทำให้ลูเซิร์นเงียบกริบ โดยไม่พูดอะไรออกมา เพราะดวงตาเป็นสิ่งที่เขาไม่โอเคที่สุดบนใบหน้าของตัวเอง จนไม่อยากเอ่ยถึงมัน เทียนสี่ขยับห่างออกมาเล็กน้อย เพราะรู้สึกได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขามากจนเกินไป ด้วยความที่สงสัยกับสีของดวงตาที่ได้เห็น แต่เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมตอบอะไร เธอถึงได้เปลี่ยนคำถาม "คุณมีญาติพี่น้องรึเปล่า" "ผมตัวคนเดียวมาตั้งแต่เกิด มีแค่เจ้านายกับเพื่อนร่วมงานเท่านั้น" "เหมือนกันเลย พ่อแม่ฉันก็เสียไปหมดแล้ว ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง มีแค่ยายสองคนเท่านั้น ยายบอกว่าฉันเกิดที่เกาหลี ฉันยังไม่อยากเชื่อเลย" รอยยิ้มกลบเกลื่อนที่ปรากฏบนใบหน้าของเทียนสี่กำลังเป็นเป้าสายตาของใครบางคน ซึ่งจ้องมองมาที่เธอ โดยที่ไม่อาจละสายตาไปได้ "จ้องหน้าฉันทำไม มีอะไรรึเปล่า" เทียนสี่เอ่ยถาม เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่มองหน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
"ครับ ?""อุปกรณ์ทำแผล ยังมีสำสีกับแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเหลืออยู่ เผื่อคุณเอาไว้ล้างแผล แต่ฉันแนะนำว่า คุณควรไปให้หมอช่วยดูอีกทีจะดีกว่า ฉันกลัวว่าแผลมันจะอักเสบ แล้วก็ติดเชื้อ""ขอบคุณครับ""ขอตัวนะคะ เดี๋ยวฉันต้องรีบไปช่วยยายเก็บร้านด้วยเหมือนกัน""เทียน" ลูเซิร์นเอ่ยรั้งในตอนที่เธอกำลังจะหันหลังกลับไปให้หยุดชะงัก แล้วหมุนร่างกลับมาประสานสายตากับเขาอีกครั้ง"คะ ?""ผมขอยืมโทรศัพท์มือถือคุณหน่อยสิ""ของฉันเหรอ ?""ครับ รบกวนคุณ ปลดล็อกให้ด้วย" ลูเซิร์นพยักหน้าด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ราวกับหว่านเสน่ห์ หากไม่ใช่ก็ใกล้เคียง เพราะมันกำลังทำให้ใครบางคนรู้สึกหน้าแดง"นี่ค่ะ" เทียนสี่ยื่นให้อย่างเขิน ๆ กับโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่ดูยังไงก็รู้ว่าผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ด้วยเครื่องที่ดูคร่ำครึ ตกรุ่นไปไกลแล้ว ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้ใส่ใจอะไรลูเซิร์นกดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองแล้วโทรออก ก่อนจะตัดสายทิ้งแล้วส่งมันคืนให้กับเธอ"นี่เบอร์ผม เมมไว้ได้เลย ช่วยแอดไลน์มาหาผมด้วย""อะไรนะคะ" เทียนสี่แทบไม่เชื่อหูของตัวเอง เพราะคิดว่าเขาน่าจะกำลังแอบขายขนมจีบให้เธออยู่หรือไม่ หากแต่คำตอบนั้นกลับดับฝันของเธอให้พลันส
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
"เรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ว" คาลวินไม่ได้สนใจอะไรหลังจากนั้น ดึงสายตากลับมาสั่งให้คิมลีวายนั่งลงแทนที่ของมือขวาที่เดินกลับออกไปแล้ว "เรียบร้อยดีครับ ผมเลือกตัวที่ดีที่สุดเอาไว้แล้ว" "คิดว่ามันจะสำเร็จไหม" คำถามที่ดูเหมือนจะคิดหนักทำให้คิมลีวายมองออกอย่างชัดเจน "ถึงไม่สำเร็จ ผมว่าคุณคาลวินคงมีแผนการสำรองเอาไว้แล้ว" คาลวินพยักหน้าตอบคิมลีวายว่าเขามีแผนการอย่างที่ว่านั่นจริง ๆ แต่มันคงต้องอาศัยปัจจัยอีกหลายอย่าง และ ตัวแปรสำคัญในเรื่องนี้ร่วมด้วย เวลาต่อมา ลูเซิร์นเดินเข้ามาภายในห้องของตัวเอง ล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนเลือดออกจากกระเป๋าเสื้อสูทที่สวมอยู่วางในตู้ลิ้นชักข้างเตียง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เอาเก็บกลับมาด้วย ทั้งที่จะส่งคืนเจ้าของ หรือ โยนทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่งยังได้ ครืด ~ ปลายนิ้วมือเรียวยาวกดเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มีใครบางคนแอดไลน์เพิ่มเพื่อนเข้ามาใหม่ "เทียนสี่" เรียวฝีปากหยักขยับอ่านชื่อเจ้าของแอคเคาท์ไลน์ดังกล่าวเบา ๆ ก่อนจะปัดหน้าจอนั้นทิ้งไปอย่างไม่ได้ใส่ใจ อีกทั้งยังกดโทรออกหาใครอีกคนที่พยายามโทรเข้ามาหาเขาอยู่นานหลายสาย เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้ "ว่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
"อ้าวเทียน กลับมาแล้วเหรอ" เป็นคุณยาย กลิ่นเกษร หรือ ยายษร ที่หันมาทักทายหลานสาวสุดที่รัก หลังกลับจากมหาวิทยาลัยเหมือนเช่นทุกครั้ง "ค่ะยาย แล้วนี่..." เทียนสี่มองคนตัวสูงที่ยืนดูคุณยายของเธอกำลังปิ้งหมูในเตาถ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะถอดแว่นกันแดดหรูหราสีดำออกแล้วหันมาสบตาให้กับเธอ เพียงเท่านั้นเทียนสี่ก็รีบหันไปหาคุณยายที่เอ่ยปากขึ้นมาแทน "กับคุณคนนี้ รู้จักกันจริง ๆ สินะ" คุณยายสบตากับหลานสาวสลับไปมากับชายหนุ่มที่หน้าตาดูหล่อเหลาท่าทางดูดีมีฐานะคนนี้ที่มารู้จักกับหลานสาวของตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ "ก็...คนที่หนูเคยเล่าให้ฟังไงคะ ว่าคุณเขาเคยช่วยหนูไว้ เมื่อหลายวันก่อน" คนเป็นหลานยิ้มหน้าเจื่อนเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ได้กล่าวคำทักทายใด ๆ กลับมา เอาแต่มองหน้าของเธอสลับกับคุณยายในระหว่างที่พูดคุยกัน ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาแทนที่ "นังเทียน ! 50 บาท จ่ายมาค่าลูกชิ้น" เจ๊หวานแผดเสียงเข้าใส่ไม่ทันได้หยุดพักหายใจก็ยื่นถุงลูกชิ้นให้เทียนสี่ด้วยอาการเหนื่อยหอบตามวัยของสาวก้าวเข้าเลข 3 พร้อมทั้งกระดิกนิ้วมือขอเงินค่าลูกชิ้นปิ้งจากคนที่สั่งทิ้งไว้ "โหยเจ๊ ! ตามมาถึงนี่เลยเหรอ" เทียนสี
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
"บอกว่าไม่ได้จีบไงเจ๊" เทียนสี่ขยับปากให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่รอดพ้นไปจากสายตาอันคมกริบของคนที่ยืนมองดูอยู่ใกล้ ๆ"คุณลองชิมดูหน่อยไหม ลูกชิ้นเจ๊หวาน กินแล้วไม่อ้วน ถ้าบ้วนทิ้ง !" ว่าแล้วเทียนสี่ก็หันไปหาร่างสูงของคนที่ออกตังค์ค่าลูกชิ้นให้"นังเทียน !" คำพูดของเทียนสี่ทำเอาเจ๊หวานที่กำลังดูอารมณ์ดีหุบยิ้มลงในทันทีเมื่อมีควันออกจากหู"ล้อเล่นน่า ! ลองกินดูสิคุณ ลูกชิ้นร้านเจ๊หวานเนี่ย ไม่ได้ผสมแป้งเลยนะ เนื้อเนี่ยเหนียวหนึบ ยิ่งกว่ายางรถยนต์""อีนัง..." ตรงนี้เจ๊หวานแค่ขยับปาก เพราะความเกรงใจคุณยายกลิ่นเกษรที่แกเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ไหนจะคอยหยิบยื่นน้ำใจด้วยข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ไม่เว้นแต่ละวัน หนำซ้ำยังมีพ่อเทพบุตรรูปหล่อที่ยืนอมยิ้มอยู่ใกล้ ๆ ส่งผลให้เจ๊หวานแกเลยต้องรับบทนางเอกผู้ถูกกระทำปล่อยให้เทียนสี่กลายเป็นผู้ร้ายไปซะอย่างงั้น"นังเทียน แกเคยกินยางรถยนต์รึไง !" เจ๊หวานหันมาต่อปาก แต่เทียนสี่ก็กลับไม่ใส่ใจ"บ่นอะไรเจ๊ ! ลูกค้ามาโน้นแล้ว รีบไปขายของสิ" เทียนสี่ชี้นิ้วบอกให้รู้ เมื่อเห็นเด็กนักเรียนเริ่มทยอยกันมาที่หน้าร้าน ก่อนที่เจ๊หวานจะชายตาแลตาม"เออ ๆ ข้าไปละ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status