สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย

สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-20
โดย:  Prypradhanaอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
10
3 การให้คะแนน. 3 ความคิดเห็น
103บท
3.2Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ฝังตัวอ่อนไว้ในรังไข่ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากไม่สำเร็จจะต้องใช้วิธีธรรมชาติด้วยเชื้อจากทายาทที่หลงเหลืออยู่เพียงคนสุดท้าย

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

บิสเต็กก้า ฟิออเรนตินา มัสมั่นขาแกะ กิวทัง ซุปหางวัว และ โทโรโระ รวมทั้ง ปิโนต์นัวร์ กลิ่นหอมฟุ้งไปด้วยผลไม้สีแดงสดถูกจัดวางบนโต๊ะอาหารหรูหราเบื้องหน้าของ คาลวิน ทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของ ซาร์เดญญ่า เซสส์น็อก หัวหน้า มาเฟียองค์กร เทวทูตสีเงิน ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่งเฉกเช่นทุกเช้าตลอด 8 ปีที่ผ่านมา

ภายใต้บรรยากาศเดิม ๆ ของคฤหาสน์หรูหราหลังหนึ่งในเมืองไทยที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน ทว่ากลับเป็นที่ให้เขาได้ซุกหัวนอนมาเกือบ 10 ปีแล้ว หลังจากที่คาลวินหนีหัวซุกหัวซุนจากการถูกไล่ล่า และ หมายเอาชีวิตจากอาชญากรลึกลับข้ามชาติที่ไล่ฆ่าคนในครอบครัวเขา ทีละคน ๆ ตั้งแต่วัยเพียง 8 ขวบเท่านั้น

ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา คาลวินพำนักอาศัยมาแล้วกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ดูเหมือนว่าเมืองไทยจะเป็นสถานที่เดียว ซึ่งเขาอยู่อาศัยมาได้ยาวนานที่สุด โดยที่ยังไม่ตายเหมือนอย่างที่กลุ่มคนพวกนั้นอยากให้เป็น

"ปกติมึงไม่สาย" สายตาคมเข้มเหลือบดูเวลาก่อนตวัดมอง โดยไม่ได้ส่อแววตำหนิมือขวาคนสนิทที่เพิ่งจะก้าวเข้ามายืนเบื้องหน้าฝั่งตรงข้ามของเขาแต่อย่างใด

"ขอโทษครับ" นั่นเป็นคำกล่าวของ ลูเซิร์น มือขวาคนสนิทที่อยู่เคียงข้างคาลวินมาตลอด ก่อนหน้าที่จะมาเมืองไทย ตอนนั้นคาลวินในวัย 18 ปี ส่วนหมอนี่มีอายุเพียงแค่ 10 ปีเท่านั้น จนกระทั่งวันเวลาผ่านไปเกือบ 20 ปีเห็นจะได้ มันไม่เคยสายเลยแม้แต่วินาทีเดียว จะมีก็แค่ครั้งนี้ครั้งแรกที่มันมาถึงห้องอาหารช้ากว่าปกติเกือบ 10 กว่านาที

"เป็นอะไรของมึง" มาเฟียหนุ่มสายตาดีมองเห็นมือขวาคนสนิทที่เผลอยกมือขึ้นนวดไปที่ท้ายทอยอย่างผิดสังเกตจนอดที่จะถามขึ้นไม่ได้

"รู้สึกเหมือนโดนใครเอาอะไรมาทุบหัว" ลูเซิร์นไม่ปกปิดความผิดปกตินั้น และ ไม่เคยปิดบังทุกเรื่องกับคาลวินที่เขาเคารพมากยิ่งกว่าเจ้านาย จึงตอบออกไปตามความเป็นจริง หากแต่คาลวินกลับหลุดขำหลังจากที่นั่งนิ่งมาสักพักใหญ่

"ไอ้ห่า คอมึงอ่อน !" คาลวินแค่นหัวเราะอย่างรู้ดีอยู่แล้ว เพราะเมื่อคืนเขาจัดงานปาร์ตี้ใหญ่ให้ลูกน้องดื่มกินกันได้อย่างอิสระเสรี เนื่องด้วยเป็นวันเกิดครบรอบ 38 ปีของเขา แต่ดูเหมือนว่าลูเซิร์นมันจะดื่มไปได้ไม่เท่าไหร่ก็คอพับ ทั้งที่ไม่ใช่คนคออ่อน มันเก่งไปหมดทุกเรื่อง มีฝีมือในทุกด้านจนได้มาเป็นมือขวาคนสำคัญของเขา ยกเว้นอย่างเดียว คือเรื่องผู้หญิง เพราะเมื่อคืนมันก็ไม่ได้พาใครขึ้นไปเสพย์สุขถึงบนเตียง ผิดกับลูกน้องคนอื่น ๆ ที่พาสาว ๆ สวย ๆ ไปเสวยสุขกันอย่างถึงใจ

"ขอโทษครับ ผมคงพักผ่อนน้อยไปหน่อย" ลูเซิร์นก้มหน้าโค้งตัวอย่างรู้สึกผิด และ อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดตัวเองถึงคอพับคออ่อนง่ายดายนัก ผิดไปจากทุกครั้ง ทั้งที่ดื่มไปไม่เท่าไหร่ราวกับถูกวางยา หากแต่คาลวินกลับไม่ได้ใส่ใจในความผิดปกตินั้นเท่าไหร่นัก เพราะรู้ว่าช่วงนี้ลูเซิร์นมันอดหลับอดนอน เนื่องจากมีงานมากมายที่เขามอบมายให้ทำจนล้นมือแทบทุกวัน ไม่เว้นแม้แต่วันนี้

"กูรู้ว่าช่วงนี้มึงโหมงานหนักมากไป เดี๋ยวกูจะลดงานมึงลงให้แล้วกัน" คาลวินพูดทิ้งท้าย ก่อนหันไปหาบอดี้การ์ดคนสนิทอีกคนที่เขาไว้วางใจมากที่สุดรองจากลูเซิร์น

"งานที่กูให้มึงทำถึงไหนละ ฟอร์ลัน ?"

"ได้เรื่องแล้วครับ คุณคาลวิน"

"มึงว่ามาเลย กูรอฟัง" ฟอร์ลันยื่นคอมพิวเตอร์แบบพกพาให้กับคาลวิน ขณะที่กล่าวรายงานถึงสิ่งที่ถูกสั่งให้ทำ

"เป็นนักศึกษาเรียนดีปีสุดท้าย แต่ค่อนข้างขาดแคลนทุนทรัพย์ อาศัยอยู่กับยายที่ป่วยมีโรคประจำตัวแค่สองคน เวลาว่างจะหารายได้พิเศษ โดยการเป็นไรเดอร์ขับรถส่งอาหาร เป็นเด็กกตัญญู และ ที่สำคัญเธอเป็นผู้หญิงไทยที่สวยมากครับ"

"ชื่ออะไร ?" คาลวินมองดูรูปถ่ายที่โชว์หราอยู่บนจอคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องนั้นของฟอร์ลันแล้วเพ่งมองไปที่ใบหน้าของหญิงสาวธรรมดาแต่ดูสวยสะดุดตาอย่างใช้ความคิดในระยะเวลาสั้น ๆ

"ชื่อของเธอคือ เทียนสี่ ครับ" 

"ตกลง ! กูเลือกคนนี้" คาลวินบอกก่อนจะส่งคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องนั้นคืนให้กับบอดี้การ์ดของตัวเองแล้วเบนสายตาไปยังมือขวาคนสนิท

"ลูเซิร์น มึงทำยังไงก็ได้ให้เทียนสี่ตกลงมาเป็นคนของกูให้ได้" 

"ทราบแล้วครับ"

"แต่มีข้อแม้..." ดวงตาคมกริบของคาลวินเพ่งมองไปยังมือขวาคนสนิท ขณะที่กำลังแจกแจงรายละเอียดการทำงานให้กับเขา "มึงห้ามบังคับ ขู่เข็ญ หรือฝืนใจเทียนสี่เป็นอันขาด กูต้องการให้เธอสมัครใจและเต็มใจสร้างทายาทให้กูเท่านั้น"

"ทราบแล้วครับ"

"รีบไปจัดการซะ" สิ้นเสียงของคาลวิน ลูเซิร์นก็โค้งตัวเพื่อรับคำสั่งแล้วเดินออกไปจากห้องอาหารพร้อมกับพยักหน้าส่งสัญญาณให้กับ เซย์ยะ และ อันมิ่ง ที่ยืนรออยู่ด้านนอกให้ตามมาด้วยกัน

"ทำไมคุณคาลวิน ถึงต้องปกปิดข้อมูลบางอย่างกับลูเซิร์นล่ะครับ" เป็นฟอร์ลันที่เอ่ยถามผู้เป็นนายหลังจากที่ลูเซิร์นและลูกน้องคนอื่น ๆ ออกไปจากบริเวณนั้นกันจนหมดแล้ว

"มันไม่จำเป็นต้องรู้หมดทุกอย่าง เพราะภารกิจที่ทำ จะบอกตัวมันเอง"

"วิธีนี้ ดีที่สุดแล้วเหรอครับ"

"มึงเชื่อเถอะ ไม่มีวิธีไหนดีเท่านี้อีกแล้ว" คาลวินกล่าวกับฟอร์ลัน ก่อนจะส่งสัญญาณบอกเพื่อสิ้นสุดการสนทนา ห้ามใครรบกวน

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Prypradhana
Prypradhana
ฝากเป็นกำลังใจให้กับเทียนสี่ด้วยนะคะ ภาพประกอบเรื่องสามารถติดตามได้ทางหน้าเพจนามปากกาค่ะ
2026-05-16 21:07:38
1
0
Kemisaxa KM
Kemisaxa KM
พระเอกคือลูเซิร์นไหมคะ
2026-04-12 18:38:17
3
1
PERFUN
PERFUN
เนื้อเรื่องน่าสนใจ สนุก อยากรู้พระเอกจะโบ้มั้ย
2026-03-18 14:21:36
3
0
103
บทที่ 1
บิสเต็กก้า ฟิออเรนตินา มัสมั่นขาแกะ กิวทัง ซุปหางวัว และ โทโรโระ รวมทั้ง ปิโนต์นัวร์ กลิ่นหอมฟุ้งไปด้วยผลไม้สีแดงสดถูกจัดวางบนโต๊ะอาหารหรูหราเบื้องหน้าของ คาลวิน ทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของ ซาร์เดญญ่า เซสส์น็อก หัวหน้า มาเฟียองค์กร เทวทูตสีเงิน ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่งเฉกเช่นทุกเช้าตลอด 8 ปีที่ผ่านมาภายใต้บรรยากาศเดิม ๆ ของคฤหาสน์หรูหราหลังหนึ่งในเมืองไทยที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน ทว่ากลับเป็นที่ให้เขาได้ซุกหัวนอนมาเกือบ 10 ปีแล้ว หลังจากที่คาลวินหนีหัวซุกหัวซุนจากการถูกไล่ล่า และ หมายเอาชีวิตจากอาชญากรลึกลับข้ามชาติที่ไล่ฆ่าคนในครอบครัวเขา ทีละคน ๆ ตั้งแต่วัยเพียง 8 ขวบเท่านั้นตลอด 30 ปีที่ผ่านมา คาลวินพำนักอาศัยมาแล้วกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ดูเหมือนว่าเมืองไทยจะเป็นสถานที่เดียว ซึ่งเขาอยู่อาศัยมาได้ยาวนานที่สุด โดยที่ยังไม่ตายเหมือนอย่างที่กลุ่มคนพวกนั้นอยากให้เป็น"ปกติมึงไม่สาย" สายตาคมเข้มเหลือบดูเวลาก่อนตวัดมอง โดยไม่ได้ส่อแววตำหนิมือขวาคนสนิทที่เพิ่งจะก้าวเข้ามายืนเบื้องหน้าฝั่งตรงข้ามของเขาแต่อย่างใด"ขอโทษครับ" นั่นเป็นคำกล่าวของ ลูเซิร์น มือขวาคนสนิทที่อยู่เคีย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
เซย์ยะที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับหันมารายงานกับลูเซิร์น หลังจากที่เขาก้มหน้าก้มตารัวนิ้วสัมผัสไปบนแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งอย่างขะมักเขม้น โดยใช้เอไออัจฉริยะดึงฐานข้อมูลบางอย่างบนแอปพลิเคชันการทำงานของไรเดอร์อยู่สักพักใหญ่"ได้แล้วครับ"ลูเซิร์นพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาอันคมกริบดูเวลาบนสมาร์ทวอทช์ที่สวมอยู่กับข้อมือแกร่ง ขณะนั่งอยู่เบาะหลังรถสปอร์ตสีดำคันหรู ซึ่งจอดสนิทอยู่บนไหล่ทางของถนนเส้นหนึ่งมากว่า 10 นาทีแล้ว"บอกคนของเราให้เตรียมพร้อม""ทราบแล้วครับ" เซย์ยะรับคำสั่ง ก่อนใช้เครื่องมือสื่อสารที่ซุกซ่อนไว้บนคอปกเสื้อติดต่อหาคู่หูเพื่อเริ่มภารกิจ "เหยื่อมาติดกับตามแผน ล็อกเป้าหมาย ตำแหน่ง 14 นาฬิกา ระยะห่างไม่เกิน 1 กิโลเมตร จะถึงภายใน 30 วินาที""ลงมือเลย" สิ้นเสียงของลูเซิร์น เซย์ยะก็รัวปลายนิ้วมือเรียวยาวสัมผัสไปบนแป้นพิมพ์บนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอีกครั้ง ก่อนที่บางอย่างบนจอภาพจะถูกรีเซ็ตไป พร้อมกับเสียงเบรกกะทันหันของมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขับมาด้วยความเร่งรีบเพื่อนำอาหารไปส่งให้ถึงมือลูกค้าตามออเดอร์ที่ได้รับ ก่อนจะต้องเหยียบเบรกจนหัวทิ่ม ที่จู่ ๆ ก็มีรถตู้ค
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
หมับ !ทว่าข้อมือบางกลับถูกร่างสูงของใครบางคนพุ่งมาคว้าเอาไว้เสียก่อน แต่มืออีกข้างที่ไวเป็นกรด กลับยกขึ้นตั้งท่าจะเสยเข้าที่ปลายคางของหนุ่มอินเตอร์ผมเทาขาวใบหน้าหล่อเหลาอย่างลูเซิร์นที่ตรงเข้ามาหาเธออย่างไม่ปกปิดใบหน้าและตัวตน หลังปลดล็อกอุปกรณ์สื่อสารที่ซุกซ่อนไว้ทั่วตัวออกไปจนหมด โดยใช้มือแกร่งอีกข้างคว้าที่ข้อมือบางเอาไว้พร้อมกับอาศัยจังหวะที่เธอหมุนตัวกลับมาให้ความสนใจ เขาถึงได้ส่งสัญญาณบางอย่างไปหาอันมิ่งและคนของเทวทูตสีเงินให้รู้ตัว"นี่ !" เทียนสี่รู้สึกไม่พอใจที่ จู่ ๆ ผู้ชายคนนี้ก็เข้ามาขัดจังหวะ ทั้งที่เธอกำลังจะได้เห็นใบหน้าค่าตาของคนพวกนั้นอยู่แล้ว แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ต่อว่าต่อขาน อันมิ่งกับคนของเทวทูตสีเงินก็กรูกันมาห้อมล้อมทั้งเธอและลูเซิร์นเอาไว้"พวกมันมีปืน !" เป็นคำกล่าวของลูเซิร์นที่พิงแผ่นหลังชนกันไว้ โดยที่ถูกคนของเทวทูตสีเงินและอันมิ่งห้อมล้อมไว้รอบตัว"แล้วคุณพวกไหน อยู่ ๆ ก็โผล่มาแบบนี้ พวกเดียวกับคนพวกนั้นรึเปล่า" เทียนสี่ไม่ไว้ใจ แม้ว่าหน้าตาของผู้ชายที่พิงหลังแนบชิดกับเธอไว้ดูราวกับหวังดีมาช่วยเหลือก็ตาม"ผมเป็นพลเมืองดี แค่อยากช่วยเหลือคุณเท่านั้น""งั้นก็จ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
หมับ !"ขอฉันดูหน่อย""ผมไม่เป็นไร" ลูเซิร์นตอบกลับทันทีที่เห็นเทียนสี่พุ่งเข้ามาคว้าที่ข้อมือแกร่งของเขาเอาไว้"แต่เลือดคุณยังไหลอยู่เลย" มือนุ่ม ๆ จับพลิกไปมาที่ฝ่ามือใหญ่ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าอันหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งผมเทาขาวที่บาดเจ็บ ทำให้ทั้งคู่เผลอสบตากันเข้าอีกครั้ง"ผมไม่เป็นไร" น้ำเสียงทุ้ม ๆ ของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เทียนสี่ขมวดคิ้วเข้าหากันปนความสงสัยว่าเหตุใด ผู้ชายที่มีใบหน้าค่าตาไม่เหมือนคนไทยเช่นนี้ถึงพูดไทยได้ชัดปร๋อราวกับเป็นคนไทยแท้ ๆ"ฉันว่าคุณควรจะไปหาหมอ" เทียนสี่สลัดความสงสัยนั้นทิ้งไป แล้วเสนอสิ่งสำคัญกว่าที่อยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง"ผมไม่เป็นไร" ลูเซิร์นยังคงยืนยันคำตอบเดิม ก่อนเทียนสี่จะพยักหน้าอย่างเข้าใจด้วยว่าไม่อยากที่จะรบเร้าอีกฝ่ายแล้วผละมือออกจากการเกาะกุม เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน"ฉันมีออเดอร์ส่งอาหาร" เทียนสี่วิ่งไปดูอาหารที่วางอยู่ภายในกระเป๋าบนเบาะที่นั่งด้านหลัง ซึ่งเทมากองรวมกันอยู่ข้างเดียวจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นเมนูอะไร"มีอะไรรึเปล่า" ร่างสูงเดินตามไปที่รถของเทียนสี่ ก่อนเหลือบไปเห็นสภาพของอาหารที่อยู่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
"โหวนี่รถคุณเหรอ เท่จัง !" เทียนสี่ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยว่าไม่เคยได้สัมผัส หรือ เฉียดเข้าใกล้รถยนต์ที่มีราคาหลายสิบล้านขนาดนี้มาก่อน ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้าไปเหยียบที่พื้นของมัน "เชิญครับ" ลูเซิร์นพยักหน้าเบา ๆ พร้อมกับดึงประตูรถเพื่อเปิดออกแล้วผายมือเชิญชวนเธอให้เข้าไปนั่งด้านในอย่างเป็นกันเองมากที่สุด แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับยังรู้สึกเกร็ง ๆ "ขอบคุณนะคะ" เทียนสี่นั่งที่เบาะข้างคนขับกวาดสายตาสำรวจไปรอบ ๆ รถหรูคันนั้นยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกประหม่าจนมือไม้มันสั่นทำให้ลืมคาดเข็มขัดนิรภัย ในขณะที่รถกำลังจะเคลื่อนตัว "ขอโทษนะครับ" "อ๊ะ !" สิ้นเสียงของเขา เทียนสี่ก็สะดุ้งตกใจ เมื่อคนข้าง ๆ เอี้ยวตัวเข้ามาหาแล้วดึงสายเข็มขัดนิรภัยคาดมาที่ลำตัวของเธอ ในระยะประชิดกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะมาที่ต้นคอขาวนวล ส่งผลให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ อีกทั้งยังได้กลิ่นหอมจาง ๆ จากเรือนกายกำยำ ซึ่งลอยมาแตะที่ปลายจมูกเชิดรั้นนิด ๆ ของเธอด้วย "ขอโทษที พอดีพื้นร้องเท้าฉันดันเหยียบเศษดินติดมาด้วย เดี๋ยวฉันรีบปัดออกให้นะ" เทียนสี่ทำท่าว่าจะก้มลงไปปัดเศษดินที่ตกอยู่บนพื้นรถ แต่ก็ถูกฝ่ามื
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
เทียนสี่จ้องไปที่ดวงตาอันคมกริบที่มีโอกาสได้สบมองใกล้ ๆ และ สังเกตดูชัด ๆ จนเห็นว่าเขามีดวงตาสีดำที่นัยย์ตาดำรอบนอกเป็นสีเทาแกมฟ้า ในขณะที่รัศมีของดวงตาด้านในเป็นสีดำ ส่วนอีกข้างเป็นสีน้ำตาลเหมือนกับคนเอเชียทั่วไป ส่วนผมเป็นสีเทาขาวที่ดูเป็นธรรมชาติตามแต่กำเนิด และ นั่นทำให้ลูเซิร์นเงียบกริบ โดยไม่พูดอะไรออกมา เพราะดวงตาเป็นสิ่งที่เขาไม่โอเคที่สุดบนใบหน้าของตัวเอง จนไม่อยากเอ่ยถึงมัน เทียนสี่ขยับห่างออกมาเล็กน้อย เพราะรู้สึกได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขามากจนเกินไป ด้วยความที่สงสัยกับสีของดวงตาที่ได้เห็น แต่เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมตอบอะไร เธอถึงได้เปลี่ยนคำถาม "คุณมีญาติพี่น้องรึเปล่า" "ผมตัวคนเดียวมาตั้งแต่เกิด มีแค่เจ้านายกับเพื่อนร่วมงานเท่านั้น" "เหมือนกันเลย พ่อแม่ฉันก็เสียไปหมดแล้ว ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง มีแค่ยายสองคนเท่านั้น ยายบอกว่าฉันเกิดที่เกาหลี ฉันยังไม่อยากเชื่อเลย" รอยยิ้มกลบเกลื่อนที่ปรากฏบนใบหน้าของเทียนสี่กำลังเป็นเป้าสายตาของใครบางคน ซึ่งจ้องมองมาที่เธอ โดยที่ไม่อาจละสายตาไปได้ "จ้องหน้าฉันทำไม มีอะไรรึเปล่า" เทียนสี่เอ่ยถาม เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่มองหน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
"ครับ ?""อุปกรณ์ทำแผล ยังมีสำสีกับแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเหลืออยู่ เผื่อคุณเอาไว้ล้างแผล แต่ฉันแนะนำว่า คุณควรไปให้หมอช่วยดูอีกทีจะดีกว่า ฉันกลัวว่าแผลมันจะอักเสบ แล้วก็ติดเชื้อ""ขอบคุณครับ""ขอตัวนะคะ เดี๋ยวฉันต้องรีบไปช่วยยายเก็บร้านด้วยเหมือนกัน""เทียน" ลูเซิร์นเอ่ยรั้งในตอนที่เธอกำลังจะหันหลังกลับไปให้หยุดชะงัก แล้วหมุนร่างกลับมาประสานสายตากับเขาอีกครั้ง"คะ ?""ผมขอยืมโทรศัพท์มือถือคุณหน่อยสิ""ของฉันเหรอ ?""ครับ รบกวนคุณ ปลดล็อกให้ด้วย" ลูเซิร์นพยักหน้าด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ราวกับหว่านเสน่ห์ หากไม่ใช่ก็ใกล้เคียง เพราะมันกำลังทำให้ใครบางคนรู้สึกหน้าแดง"นี่ค่ะ" เทียนสี่ยื่นให้อย่างเขิน ๆ กับโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่ดูยังไงก็รู้ว่าผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ด้วยเครื่องที่ดูคร่ำครึ ตกรุ่นไปไกลแล้ว ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้ใส่ใจอะไรลูเซิร์นกดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองแล้วโทรออก ก่อนจะตัดสายทิ้งแล้วส่งมันคืนให้กับเธอ"นี่เบอร์ผม เมมไว้ได้เลย ช่วยแอดไลน์มาหาผมด้วย""อะไรนะคะ" เทียนสี่แทบไม่เชื่อหูของตัวเอง เพราะคิดว่าเขาน่าจะกำลังแอบขายขนมจีบให้เธออยู่หรือไม่ หากแต่คำตอบนั้นกลับดับฝันของเธอให้พลันส
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
"เรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ว" คาลวินไม่ได้สนใจอะไรหลังจากนั้น ดึงสายตากลับมาสั่งให้คิมลีวายนั่งลงแทนที่ของมือขวาที่เดินกลับออกไปแล้ว "เรียบร้อยดีครับ ผมเลือกตัวที่ดีที่สุดเอาไว้แล้ว" "คิดว่ามันจะสำเร็จไหม" คำถามที่ดูเหมือนจะคิดหนักทำให้คิมลีวายมองออกอย่างชัดเจน "ถึงไม่สำเร็จ ผมว่าคุณคาลวินคงมีแผนการสำรองเอาไว้แล้ว" คาลวินพยักหน้าตอบคิมลีวายว่าเขามีแผนการอย่างที่ว่านั่นจริง ๆ แต่มันคงต้องอาศัยปัจจัยอีกหลายอย่าง และ ตัวแปรสำคัญในเรื่องนี้ร่วมด้วย เวลาต่อมา ลูเซิร์นเดินเข้ามาภายในห้องของตัวเอง ล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนเลือดออกจากกระเป๋าเสื้อสูทที่สวมอยู่วางในตู้ลิ้นชักข้างเตียง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เอาเก็บกลับมาด้วย ทั้งที่จะส่งคืนเจ้าของ หรือ โยนทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่งยังได้ ครืด ~ ปลายนิ้วมือเรียวยาวกดเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มีใครบางคนแอดไลน์เพิ่มเพื่อนเข้ามาใหม่ "เทียนสี่" เรียวฝีปากหยักขยับอ่านชื่อเจ้าของแอคเคาท์ไลน์ดังกล่าวเบา ๆ ก่อนจะปัดหน้าจอนั้นทิ้งไปอย่างไม่ได้ใส่ใจ อีกทั้งยังกดโทรออกหาใครอีกคนที่พยายามโทรเข้ามาหาเขาอยู่นานหลายสาย เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้ "ว่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
"อ้าวเทียน กลับมาแล้วเหรอ" เป็นคุณยาย กลิ่นเกษร หรือ ยายษร ที่หันมาทักทายหลานสาวสุดที่รัก หลังกลับจากมหาวิทยาลัยเหมือนเช่นทุกครั้ง "ค่ะยาย แล้วนี่..." เทียนสี่มองคนตัวสูงที่ยืนดูคุณยายของเธอกำลังปิ้งหมูในเตาถ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะถอดแว่นกันแดดหรูหราสีดำออกแล้วหันมาสบตาให้กับเธอ เพียงเท่านั้นเทียนสี่ก็รีบหันไปหาคุณยายที่เอ่ยปากขึ้นมาแทน "กับคุณคนนี้ รู้จักกันจริง ๆ สินะ" คุณยายสบตากับหลานสาวสลับไปมากับชายหนุ่มที่หน้าตาดูหล่อเหลาท่าทางดูดีมีฐานะคนนี้ที่มารู้จักกับหลานสาวของตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ "ก็...คนที่หนูเคยเล่าให้ฟังไงคะ ว่าคุณเขาเคยช่วยหนูไว้ เมื่อหลายวันก่อน" คนเป็นหลานยิ้มหน้าเจื่อนเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ได้กล่าวคำทักทายใด ๆ กลับมา เอาแต่มองหน้าของเธอสลับกับคุณยายในระหว่างที่พูดคุยกัน ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาแทนที่ "นังเทียน ! 50 บาท จ่ายมาค่าลูกชิ้น" เจ๊หวานแผดเสียงเข้าใส่ไม่ทันได้หยุดพักหายใจก็ยื่นถุงลูกชิ้นให้เทียนสี่ด้วยอาการเหนื่อยหอบตามวัยของสาวก้าวเข้าเลข 3 พร้อมทั้งกระดิกนิ้วมือขอเงินค่าลูกชิ้นปิ้งจากคนที่สั่งทิ้งไว้ "โหยเจ๊ ! ตามมาถึงนี่เลยเหรอ" เทียนสี
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
"บอกว่าไม่ได้จีบไงเจ๊" เทียนสี่ขยับปากให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่รอดพ้นไปจากสายตาอันคมกริบของคนที่ยืนมองดูอยู่ใกล้ ๆ"คุณลองชิมดูหน่อยไหม ลูกชิ้นเจ๊หวาน กินแล้วไม่อ้วน ถ้าบ้วนทิ้ง !" ว่าแล้วเทียนสี่ก็หันไปหาร่างสูงของคนที่ออกตังค์ค่าลูกชิ้นให้"นังเทียน !" คำพูดของเทียนสี่ทำเอาเจ๊หวานที่กำลังดูอารมณ์ดีหุบยิ้มลงในทันทีเมื่อมีควันออกจากหู"ล้อเล่นน่า ! ลองกินดูสิคุณ ลูกชิ้นร้านเจ๊หวานเนี่ย ไม่ได้ผสมแป้งเลยนะ เนื้อเนี่ยเหนียวหนึบ ยิ่งกว่ายางรถยนต์""อีนัง..." ตรงนี้เจ๊หวานแค่ขยับปาก เพราะความเกรงใจคุณยายกลิ่นเกษรที่แกเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ไหนจะคอยหยิบยื่นน้ำใจด้วยข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ไม่เว้นแต่ละวัน หนำซ้ำยังมีพ่อเทพบุตรรูปหล่อที่ยืนอมยิ้มอยู่ใกล้ ๆ ส่งผลให้เจ๊หวานแกเลยต้องรับบทนางเอกผู้ถูกกระทำปล่อยให้เทียนสี่กลายเป็นผู้ร้ายไปซะอย่างงั้น"นังเทียน แกเคยกินยางรถยนต์รึไง !" เจ๊หวานหันมาต่อปาก แต่เทียนสี่ก็กลับไม่ใส่ใจ"บ่นอะไรเจ๊ ! ลูกค้ามาโน้นแล้ว รีบไปขายของสิ" เทียนสี่ชี้นิ้วบอกให้รู้ เมื่อเห็นเด็กนักเรียนเริ่มทยอยกันมาที่หน้าร้าน ก่อนที่เจ๊หวานจะชายตาแลตาม"เออ ๆ ข้าไปละ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status