LOGIN"ขอบคุณที่ช่วยฉันนะคะ ว่าแต่คุณ…" ลูกพีชเงยหน้ามองคนในชุดสูทที่ดูดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่วงท่าทะมัดทะแมงของเขาทำให้เธอแทบไม่รู้ตัวว่าถูกพาออกมาจากวงล้อมของฝูงนักข่าวที่รุมล้อมไม่ยอมปล่อยตั้งแต่เมื่อครู่ได้อย่างไร
"มีคนส่งผมมาช่วยคุณครับ นี่..." ชายหนุ่มพูดแทรกขึ้นอย่างสุภาพ ก่อนจะยื่นหน้ากากอนามัยสีขาวมาให้ราวกับเตรียมไว้แล้ว
มันคงไม่ใช่เรื่องดีนักที่เธอจะยืนอยู่ริมถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนในสภาพนี้ ต่อให้หลุดออกมาจากดงนักข่าวได้แล้ว แต่ก็ยังต้องนั่งรถสาธารณะกลับบ้านต่ออีก
"ขอบคุณนะคะ" ดาราสาวรีบรับหน้ากากมาสวมปกปิดใบหน้า แต่สายตาก็ยังอดมองเขาด้วยความสงสัยไม่ได้
หรือว่าเขาจะเป็นคนของทางรายการ?
ทว่ายังไม่ทันจะได้ถาม ชายหนุ่มตรงหน้ากลับเอ่ยขึ้นเสียก่อน
"ผมเรียกรถให้นะครับ"
"ขอบคุณคุณอีกครั้งนะคะ ขอบคุณจริง ๆ" ลูกพีชพูดซ้ำ ๆ ทั้งที่รู้ว่าคำนี้อาจน้อยไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาช่วยไว้ เพราะหากไม่มีเขา เธอเองก็ไม่แน่ใจว่าจะฝ่าจากสถานการณ์นั้นออกมาได้อย่างไรเพียงลำพัง
ไม่นานนักชายร่างสูงก็โบกเรียกรถแท็กซี่ได้ ก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดประตูให้ และผายมือเชิญอย่างสุภาพ ราวกับเป็นสิ่งที่เขาทำจนเคยชิน
"เดินทางปลอดภัยนะครับ" เธอยังไม่ทันได้เอ่ยถามชื่อของคนใจดีคนนั้น เขาก็ปิดประตูรถลงเสียก่อน แล้วแท็กซี่ก็เคลื่อนตัวออกจากหน้าตึกช่องมุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่เธอบอกไว้ทันที
ลูกพีชเอนหลังพิงเบาะอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูรายการสดที่เพิ่งไปออกราวกับไม่อยากเชื่อสายตา
ยอดผู้ชมออนไลน์พุ่งขึ้นเป็นหลักแสน มากที่สุดเท่าที่เธอเคยมีมาตลอดการออกอากาศทุกครั้งในชีวิตเลยก็ว่าได้
"หลายคนกำลังสงสัยว่า ข่าวนางเอกตกอับ เคยถูกไล่ออกจากต้นสังกัด และถูกจับได้ว่าควงไฮโซ 'ม.' เป็นเรื่องของคุณลูกพีชกับไฮโซเมษ คุณลูกพีชมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้คะ"
ร่างเล็กนั่งฟังคำถามจากในจอ พร้อมกับเลื่อนอ่านคอมเมนต์ที่ไหลขึ้นมาอย่างไม่หยุดมือ
"เป็นเรื่องจริงค่ะ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแย่งใครเหมือนในข่าว ทุกอย่างมันเกิดขึ้นโดยที่ฉันไม่รู้ตัวจริง ๆ" เสียงของตัวเองที่ตอบออกไปฟังดูแผ่วกว่าที่คิด เธอกำลังอธิบายในสิ่งที่ตนเจอกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อน วันที่ชีวิตของเธอดิ่งลงสู่ความมืดมิดและถูกกดให้จมลึกลงไปกว่าเดิม
"อยากบอกอะไรกับแฟน ๆ ที่ผิดหวังในตัวคุณไหมคะ"
"ฉันอยากให้ทุกคนเข้าใจและเห็นใจฉันบ้างค่ะ ช่วงนี้มันสับสนและยากสำหรับฉันเหมือนกัน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใครเจ็บหรือผิดหวังจริง ๆ" เธอพูดด้วยความจริงใจ หวังเพียงให้ตัวเองยังมีพื้นที่เล็ก ๆ สำหรับความผิดพลาด
แต่สิ่งที่ไหลเข้ามา กลับไม่ใช่ความเห็นใจ
"แอ๊บเห็นใจอีกแล้วนะ"
"ทำเป็นน่าสงสาร ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าใครควรได้ความเห็นใจมากกว่า"
"พูดแบบนี้ ใครจะเชื่อ"
"ข่าวแรงขนาดนี้ยังกล้ามาขอความเห็นใจอีก น่าขำ"
ถ้อยคำเหล่านั้นถูกพิมพ์ส่งมาอย่างง่ายดาย ราวกับคนเขียนไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย แต่สำหรับคนอ่าน มันเหมือนมีดที่ค่อย ๆ กรีดลงบนหัวใจทีละแผล ไม่มีใครคิดเลยว่าคำพูดของตัวเองจะบั่นทอนคนคนหนึ่งได้มากแค่ไหน ในขณะที่พวกเขาสนุกปาก มันมือ มันกลับสามารถฆ่าใครบางคนให้ตายทั้งเป็นลูกพีชรู้ดีว่าต่อให้เธออธิบายอีกกี่ครั้งมันก็ไม่เปลี่ยนอะไร เพราะทุกคนต่างมีคำตัดสินในใจอยู่แล้ว
"เช็ดน้ำตาหน่อยนะหนู" เธอเงยหน้ามองคนขับแท็กซี่ที่ยื่นทิชชู่มาให้ ก่อนจะรับมาซับน้ำตาที่ไม่รู้ตัวว่ามันไหลตั้งแต่เมื่อไร ขณะที่หัวใจเจ็บราวกับแตกสลาย แต่ร่างกายกลับชาวาจนแทบไม่รู้สึกอะไร
"ขะ ขอบคุณค่ะ" เธอยิ้มบาง ๆ ทั้งน้ำตา
"ชีวิตก็แบบนี้แหละหนู" ลุงคนขับพูดเสียงเรียบ
"ลุงเห็นคนร้องไห้บนรถเยอะ บางคนเสียคนรัก บางคนถูกทิ้ง บางคนก็แค่เหนื่อยกับชีวิต เหนื่อยกับงานแต่ลุงก็ยินดีนะ ที่รถคันเล็ก ๆ ของลุงจะเป็นที่ให้ใครสักคนได้ระบาย อย่างน้อยก็ขอให้หนูผ่านมันไปให้ได้นะ"
"ขอบคุณนะคะลุง" คำพูดจากคนแปลกหน้าทำให้เธอเผยยิ้มเล็ก ๆ อย่างน้อยโลกใบนี้ก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอไปเสียทุกอย่าง ทั้งลุงคนนี้ และผู้ชายในชุดสูทคนนั้น
อาจเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิต แต่ก็เล็กพอจะเยียวยาหัวใจของคนที่กำลังอ่อนแอให้ยังพอมีแรงหายใจต่อไปได้
"เย้ ๆ ยินดีด้วย..." เสียงพลุกระดาษดังขึ้นพร้อมกับเสียงไชโยโห่ร้องอย่างพร้อมเพรียงจากกลุ่มคนที่เธอรักที่สุดที่พากันปรากฏตัวออกมา ทั้งทับทิม พลอยใส และแม้แต่แตงโมที่ยอมบินลัดฟ้ากลับมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ รวมไปถึงภีมที่ยืนยิ้มกว้างแสดงความยินดีกับเพื่อนรักอย่างไคเซอร์ที่ในที่สุดเจ้านายวายร้ายผู้เย็นชาก็ฉลาดในเรื่องความรักเสียที"พีชจะเป็นเจ้าสาวแล้วนะ" หญิงสาวหันกลับยิ้มกว้าง จากนั้นก็พูดออกมาพร้อมกับชูนิ้งนางข้างซ้ายที่ประดับด้วยพันธนาการแห่งรักให้ทุกคนได้ดู ก่อนจะโถมตัวเข้าสวมกอดว่าที่เจ้าบ่าวไว้แน่น วันนี้ล้วนแต่มีเรื่องราวดี ๆ ที่ทำให้เธอจำไม่ลืม"จูบเลย! จูบเลย! จูบเลย!" เสียงเชียร์จากเหล่าสักขีพยานที่แปรพักตร์กลายเป็นกองเชียร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำเอาลูกพีชรีบเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมส่งสายตาเว้าวอนไม่ให้เขาทำตามคำยุยงแต่มีหรือที่คนอย่างไคเซอร์จะปล่อยโอกาสทองนี้ให้หลุดลอยไปเขาประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากหวานอย่างดูดดื่มเพื่อเป็นการจองจำเธอไว้ ผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเขาในฐานะเด็กใต้เงาในวันนั้น มาวันนี้กลับกลายเป็นคนเดียวที่กุมหัวใจของพญางูผู้ยิ่งใหญ่ไว้ได้......สี่ปีผ่านไปไวเ
สองปีผ่านไปท่ามกลางแสงแฟลชที่รัวสาดส่องลงมายังเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว สายตาของคนทั้งฮอลล์ต่างจับจ้องไปที่ลูกพีช หญิงสาวผู้เจิดจรัสที่สุดในค่ำคืนแห่งนี้เนื่องจากดาราสาวเพิ่งคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นรางวัลทรงเกียรติที่นักแสดงทั่วทั้งวงการต่างใฝ่ฝันอยากจะครอบครองสักครั้งในชีวิตบรรยากาศการเผชิญหน้ากับกองทัพนักข่าวยังคงเป็นของคู่กันสำหรับดาราสาว ทว่าครั้งนี้ต่างออกไปจากเดิม...ลูกพีชยืนตระหง่านพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ มือเรียวโอบกอดถ้วยรางวัลไว้แนบอกด้วยความภาคภูมิใจ เธอขยับกายโพสต์ท่าให้ช่างภาพรัวชัตเตอร์อย่างเป็นมืออาชีพ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงการสัมภาษณ์ถึงอนาคตของดาราสาวที่นับว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในเวลานี้"แพลนต่อจากนี้ของคุณลูกพีชคืออะไรคะ?" นักข่าวคนหนึ่งยิงคำถามสำคัญ ซึ่งเรียกนิ้วเรียวให้ขยับแก้ปอยผมเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่แสดงถึงการสามารถรับมือกับการถูกถามโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร"รางวัลครั้งนี้เปรียบเสมือนเครื่องยืนยันว่าพีชทำสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้แล้วค่ะ" เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายอย่างมีความหมาย"หลังจากนี้พีชอาจจะโฟกัสงานในวงการน้อยลง
วินาทีนั้นบรรยากาศที่แสนกดดันรอบตัวไคเซอร์กลับละลายหายไปเพียงแค่เขาได้สบตากับเธอ เธอที่เป็นทั้งชีวิตของเขา คนที่เขายอมทิ้งทุกอย่างอย่างไม่ลังเลสายตาของเขาไม่ได้มีความสั่นคลอนหรือเสียดายต่ออำนาจมหาศาลที่กำลังจะหลุดลอยไป แต่มันกลับเปล่งประกายด้วยความเทิดทูนและมั่นคงอย่างที่สุด ราวกับจะบอกเธอผ่านแววตานั้นว่าต่อให้บัลลังก์นี้จะยิ่งใหญ่และค้ำฟ้าเพียงใด มันก็เทียบไม่ได้กับหัวใจของเธอที่มีค่ามากเกินกว่าสิ่งอื่นใดที่เขาจะมอบให้ไคเซอร์ก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงไปยังไคแอลที่คุกเข่ารอรับบัญชาด้วยแววตาเรียบนิ่ง ชายหนุ่มบรรจงสวมแหวนตราอสรพิษทับทิมลงบนนิ้วของน้องชาย ราวกับการส่งมอบภาระอันหนักอึ้งและเกียรติยศที่เขารองรับมาเกือบ 15 ปี"ต่อจากนี้มึงคือ King Cobra คนต่อไป" ไคเซอร์เอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำแต่ดังกังวานไปทั่วห้องโถง"มึงทำได้ และมึงทำได้ดีมาตลอด ดูแลจักรวาลของมึงให้ดี" ทันใดนั้นบรรยากาศภายในห้องก็พลิกผันไปในพริบตา ไคเซอร์เป็นคนแรกที่ก้มศีรษะโค้งคำนับให้แก่ประมุขคนใหม่ เป็นสัญญาณบอกให้เหล่าบอดี้การ์ดและหัวหน้าสาขาทั้งหมดทำตาม จนเกิดเป็นภาพการโค้งคำนับที่พร้อมเพรียงและทรงพลังเพื่อต้อนรับประมุขคนให
ไคเซอร์ไม่ปล่อยให้ความเงียบทำงานนานกว่านั้น เขาโน้มตัวลงไปปิดริมฝีปากบางด้วยจูบที่นุ่มนวลทว่าหนักแน่น จูบที่เต็มไปด้วยคำขอโทษและความโหยหา ลิ้นร้อนค่อย ๆ สอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับความหวานที่เขาแสนรักมากมาย ในขณะที่มือหนาก็เริ่มทำหน้าที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างทะนุถนอม"อื้อ...แด๊ดดี้" ลูกพีชครางแผ่วในลำคอ เมื่อสัมผัสจากฝ่ามือที่ร้อนระอุของเขาปลุกปั่นอารมณ์วาบหวามให้พุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างชุดนอนผ้าซาตินเนื้อละเอียดถูกรั้งออกจากร่างบางอย่างเชี่ยวชาญ เผยให้เห็นผิวขาวนวลเนียนที่ต้องแสงไฟสลัว ไคเซอร์จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหล เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่เขามักจะบอกว่ามันคือกลิ่นหอมของความสุข ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมายังทรวงอกอวบอิ่มที่ยอดถันชูชันรอรับสัมผัสจากปลายลิ้นร้าย"แด๊ดดี้ขา... อ๊ะ" เสียงหวานครางกระเส่าเมื่อเขาปรนเปรอความเสียวซ่านให้เธออย่างไม่เร่งร้อน มือเรียวสอดเข้าไปขยำกลุ่มผมสั้นของเขาเพื่อระบายความรัญจวนใจไคเซอร์เงยหน้าขึ้นสบตาคนใต้ร่าง แววตาของเขาในตอนนี้พร่าเลือนไปด้วยแรงอารมณ์"หนูเองก็เอาเก่ง รู้ไหมคะ..." ลูกพี
"จีน่าผมไคเซอร์เองนะ ต่อไปนี้เราเลิกติดต่อกันซะ ผมมีเมียแล้ว และผมก็รักเมียผมมากด้วย แค่นี้นะครับ" ไคเซอร์ไม่เปิดโอกาสให้ปลายสายได้โต้ตอบเขาก็กดตัดสายทิ้งอย่างไม่ไยดีจีน่าคือหนึ่งในอดีตคู่ควงคนไทยที่เขาเคยนัดเจอบ่อยครั้งตามความพอใจโดยไม่มีพันธะสัญญา แต่นับตั้งแต่ตอนนี้เธอก็จะเป็นเพียงคนแปลกหน้าสำหรับเขาแน่นอนลูกพีชถึงกับเบิกตากว้าง ประโยคภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำที่เขาบอกกับปลายสายนั้นเข้าหูเธอทุกคำจนหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ"พอแล้วค่ะ ไม่ต้องโทรแล้ว" สายที่สองยังไม่ทันจะได้กดออก ก็ถูกมือบางคว้าโทรศัพท์ไว้ทันควัน นี่เขาตั้งใจจะไล่โทรหาผู้หญิงทั้งห้าสิบคนในลิสต์จริง ๆ หรือไงกัน"ทำไมล่ะครับ หรือแด๊ดต้องทำมากกว่านี้หนูถึงจะยอมหายโกรธ หนูต้องการอะไรบอกแด๊ดมาได้เลย แด๊ดทำให้หนูได้ทุกอย่าง ขออย่างเดียว...อย่าโกรธแด๊ดเป็นเดือน ๆ เลยนะ ไม่อย่างนั้นแด๊ดคงขาดใจตายแน่ ๆ""ใครบอกแด๊ดคะว่าหนูจะโกรธเป็นเดือน ๆ?""แตงโมไง แด๊ดทำตามที่น้องบอกทุกอย่างแล้ว อย่าโกรธแด๊ดเลยนะครับคนดี" พอได้ยินชื่อตัวต้นคิด ลูกพีชก็ถึงกับหลุดยิ้มกว้างออกมา คนอย่างเธอเนี่ยนะจะโกรธใครได้เป็นเดือน ๆ แค่ต้องเงียบใส่เขาเพียงคื
ตลอดทางกลับบ้านบรรยากาศภายในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบเชียบจนน่าอึดอัด โดยเฉพาะลูกพีชที่นั่งนิ่งสนิท ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่หันมาสบตาใคร แม้แต่ทับทิมและแตงโมที่นั่งมาด้วยก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง"แย่แน่ ๆ พี่พีชเป็นคนห่วงของมากนะคะ รักมากก็หวงมาก ยิ่งเป็นคนรักด้วยแล้ว..." แตงโมกระซิบกระซาบกับพี่เขยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คล้ายจะให้กำลังใจแต่กลับเป็นคำพูดที่ทำให้คนฟังใจเสียยิ่งกว่าเดิม"แล้วพี่ต้องง้อยังไง..." ไคเซอร์กระซิบตอบเสียงแผ่ว พญางูผู้ไม่เคยเกรงกลัวความตาย ตอนนี้กลับเหงื่อซึมที่ฝ่ามือเมื่อต้องเผชิญหน้ากับฤทธิ์แมวขนฟูเวลางอนจริงจัง"ตอนนั้นกว่าพี่พีชจะยอมหายโกรธโม ก็ล่อไปเป็นเดือนเลยค่ะ""เป็นเดือนเลยเหรอ!" ไคเซอร์อุทานลืมตัวจนเกือบหลุดมาด"แค่โมแอบกินช็อกโกแลตที่พี่พีชแช่ไว้ในตู้เย็นเองค่ะ" แค่เรื่องช็อกโกแลตยังโกรธนานขนาดนั้น... แล้วเรื่องผู้หญิงอิตาลีที่เดินมากระซิบข้างหูเขาต่อหน้าต่อตาล่ะ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าบทลงโทษจะยาวนานกี่ปี"แล้วพี่ต้องทำยังไง พีชถึงจะยอมหายโกรธเร็ว ๆ พี่รอเป็นเดือนไม่ไหวหรอกครับ" ไคเซอร์ถามอย่างร้อนรน"วิธีเดียวคือต้องสารภาพผิดให้หมดเ