LOGIN"หนูเป็นไรไม่รู้ อยากให้พี่กอดหนู" ไอริน "แน่ใจน่ะ...อย่าเสียใจทีหลังละสาวน้อย ค่ำคืนแรกพี่ทั้งสองพบกัน ในปับ Groovwiz และจากนั้นคือตลอดไป
View Moreบทที่1 เธอคือ
เสียงเพลง EDM ดังกระหึ่มสะเทือนพื้นผับ "GrooveWizz" ยามค่ำคืน อุณหภูมิในห้องสั่นสะเทือนด้วยบีตจากลำโพงระดับพรีเมียม ผับหรูย่านกลางเมืองกรุงเทพที่ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นของเจ้าพ่อมาเฟีย เมฆ หรือ เมฆา บารมีอนันต์ แต่คืนนั้นเจ้าของตัวจริงไม่ได้อยู่ มีเพียง “ซัน” — อาทิตย์ บารมีอนันต์ (น้องชายแท้ๆ ของเมฆ) ผู้ชายในสูทดำตัดเย็บเนี้ยบ ที่นั่งอยู่มุม VIP ชั้นลอย ดวงตานิ่งเรียบใต้กรอบแว่นบาง หยิบแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ มองภาพผู้คนเบื้องล่างอย่างไม่ยี่หระ ในสายตาคนนอก เขาอาจเหมือนนักธุรกิจมาดเท่ แต่ในวงในไม่มีใครไม่รู้ว่า...เขาเป็น “มือประสานหลังฉาก” ของทั้งวงการมาเฟียและธุรกิจใหญ่ เป็นทั้งแฮกเกอร์ ทนาย และผู้คุมจัดการเงินในเงามืด และตอนนี้...เขาเห็น “ผู้หญิงคนหนึ่ง” กำลังเดินเข้ามาในผับ ไอริน อัครวัฒน์ ปรากฏตัวในเดรสเข้ารูปสีดำโชว์แผ่นหลัง เน้นหุ่นทรงนาฬิกาทรายจนหลายคนต้องเหลียวมอง ผมยาวสลวยม้วนลอนอย่างไม่ตั้งใจ แววตาดื้อรั้นแต่เศร้า... เธอเดินเข้ามากับเพื่อนสาวรวมกับเธอเป็นสี่คน สั่งเหล้ามายกเซต พร้อมเสียงหัวเราะที่ดูฝืน “คืนนี้กูจะเมาให้ลืมว่ากูเคยทำงานกับไอ้เหี้ยวิชัย!” ไอรินกระแทกแก้วลงโต๊ะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแค้น “แม่ง! เจ้านายอุบาทว์ จะจับกูไปเป็นเมียน้อย?” เพื่อนคนหนึ่งมองเธออย่างตกใจ “แล้วมึงทำไง?” “ก็ถีบมันไปทีนึง...ล้มหัวแตกเลยจ้า กะว่ามันจะเข็ด...ที่ไหนได้แม่งโทรมาขู่จะเอาเรื่องอีก!” ทุกคนฮาไม่ออก ไม่ถึงห้านาทีต่อมา ชายวัยห้าสิบกว่า ใส่สูทแพงแต่ท่าทางสกปรกในสายตาไอรินก็เดินเข้ามา — วิชัย “อ้อ นี่ไงล่ะ อีนังตัวแสบ กูรู้ว่ามึงต้องมาเสพแสงสีแบบผู้หญิงราคาถูก! มึงคิดว่ากูจะปล่อยให้มึงกระโดดถีบกูฟรีๆ เหรอ!?” เสียงของวิชัยดึงดูดสายตาหลายคน รวมถึง "ซัน" ที่อยู่บนชั้นลอย สายตาของเขาเริ่มสนใจสถานการณ์ที่กำลังจะบานปลาย “แล้วไงวะ? อยากฟ้องก็ฟ้องไปสิ อย่ามาทำตัวต่ำๆ ใส่กูนะไอ้ควาย คนอย่างมึงน่ะ...ควรไปนอนตายคาโรงบาล!” ไอรินตอบเสียงดังลั่น ขึ้นเสียงใส่โดยไม่สนใจว่าอยู่ใน GrooveWizz — ผับของมาเฟีย! “ปากดี! เดี๋ยวกูจัดให้ใหม่อีกรอบ!!” วิชัยพุ่งเข้าหาไอรินทันที เพล้งงง!!! ขวดเหล้าหนักๆ ในมือลอยเข้าใส่หัวของวิชัยเต็มแรงก่อนที่มันจะสัมผัสตัวเธอ เลือดซิบ...ชายวัยกลางคนทรุดลงกับพื้น เสียงคนในผับกรี๊ดวุ่นวาย การ์ดเตรียมจะวิ่งเข้าไปจับ แต่— “หยุด!” เสียงทุ้มต่ำของซันดังขึ้น พร้อมร่างสูงในชุดสูทเดินลงจากชั้นลอยอย่างช้าๆ ทุกคนใน GrooveWizz หยุดนิ่ง ไม่มีใครกล้าขวางเขา ซันเดินมาหยุดข้างไอริน มองเธอด้วยแววตาประหลาดใจและเฉยเมยในคราวเดียว “เธอรู้มั้ยว่านี่...ผับของใคร?” “ไม่รู้ค่ะ” ไอรินเชิดหน้า “แต่ฉันก็ไม่คิดจะอยู่เฉยๆ หรอกนะถ้าโดนลวนลาม ถึงจะอยู่ในนรก ฉันก็จะถีบให้ได้!” ซันเลิกคิ้วเล็กน้อย ริมฝีปากกระตุกนิดๆ เป็นรอยยิ้มขำ “แรงดีไม่เบา” เขาหันไปทางลูกน้อง “ลากไอ้แก่นี่ออกไปจากที่นี่ อย่าให้เข้ามาในพื้นที่เราอีก ไม่งั้นจะไม่ได้เดินออกไปอีกเลย” การ์ดลากวิชัยออกไปอย่างง่ายดาย ท่ามกลางสายตาคนทั้งผับ “แล้วเธอ...” “อะไรอีก?” ไอรินยังไม่ลดการ์ด “อยากได้เหล้าอะไรเพิ่มไหม ฉันเลี้ยงคืนนี้” เธอเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าจะมีคนพูดแบบนี้ในสถานการณ์นี้ “อ้าว...อ้าว เดี๋ยวนะ นี่ฉันจะไม่โดนจับส่งตำรวจเหรอ?” “จับ? ทำไมต้องจับ? เธอแค่ป้องกันตัว” ซันหัวเราะในลำคอ “แล้วก็ทำได้โหดดีด้วย” ไอรินยังอึ้ง แต่เพื่อนๆ รีบสะกิดเธอให้ไปนั่งโต๊ะ VIP ด้วยกัน เพลงเปลี่ยนจังหวะเป็น EDM เบสหนักๆ แทรกจังหวะกลิ่นเหล้าและไฟสลัวในโซน VIP ไอรินโยกตัวเต้นเบาๆ อยู่ตรงมุมโซฟา รอยยิ้มแรกในรอบหลายเดือนปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยจัดของเธอ “มึงงง! เหล้าฟรีจากมาเฟียกรุงเทพที่โคตรหล่ออะคิดดู๊!” เพื่อนสาวคนหนึ่งกระซิบตื่นเต้น “ไม่รู้จะขอบคุณหรือรีบหนีดีว่ะ” อีกคนหัวเราะ ไอรินยกแก้วขึ้นดื่มอีกช็อต แล้วหันไปมองซันที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโซฟา ตัวเขายังนิ่ง เหมือนไม่มีอะไรสะทกสะท้าน “คุณเป็นอะไรกับที่นี่เหรอ?” เธอถามขึ้นตรงๆ “แค่คนดูแล...ชั่วคราว” เขาตอบเรียบๆ “แต่เหมือนจะใหญ่กว่าใครเลยนะในนี้” เธอยกคิ้ว ซันหัวเราะในลำคอ มองเธอด้วยแววตานิ่งสนิท “แล้วคุณล่ะ... เป็นอะไรกับไอ้นั่น? ฟาดโหดขนาดนั้น” “มันคือศัตรูของฉันและผู้หญิงทุกคนค่ะ” ไอรินวางแก้วลง แล้วทอดสายตามองเขาอย่างไม่ยี่หระ “มันพยายามจะเอาฉันไปเป็นเมียน้อย ขู่ บังคับ ล็อกห้องประชุม แล้วเสนอเงินเป็นปึกๆ” ซันกระตุกคิ้วนิด “มันบ้า” “ฉันเลยกระโดดถีบมันในห้องประชุมล้มหัวแตกค่ะตอนอยู่ที่ทำงาน” ไอรินพูดหน้าตาย สะบัดผมยาว “แล้วมันยังจะตามมาวุ่นวายอีก สงสัยเสียดายหัวล้านที่แตก” “ฮาฮ่าๆ” เพื่อนๆ ขำพรืด ซันยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดเสียงเบา แต่ชัดเจนพอให้เธอได้ยิน “คุณไม่กลัว?” “กลัวค่ะ...แต่กลัวตัวเองจะกลายเป็นคนที่ยอมอะไรแบบนั้นมากกว่า” เขามองเธอนิ่งกว่าทุกที แววตาที่เคยดูเบื่อโลก เริ่มเปลี่ยนเป็นสนใจจริงจัง “แล้วทำไมไม่แจ้งความ?” “แจ้งไปแล้วค่ะ แต่เขามีเส้นมีสาย คนอย่างฉัน...เด็กกำพร้า ไม่มีบ้าน ไม่มีเส้น ไม่มีเงิน...แจ้งไปก็แค่นั้น” “เด็กกำพร้า?” ซันทวน “ค่ะ ออกจากบ้านเด็กตอนสิบแปด หางานทำ ส่งตัวเองเรียนจบบัญชี สี่ปีเต็ม” เธอยิ้ม “จนมาเจอผู้ชายชั่วๆ ในคราบเจ้านาย” ซันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงต่ำลงกว่าเดิม “แล้วคืนนี้ คุณตั้งใจมาดื่มให้ลืม?” “เปล่าค่ะ” เธอยิ้ม มองตรง “ฉันแค่มาดื่มกับเพื่อนๆ และเพื่อเตือนตัวเอง ว่าฉันยังอยู่ได้ และจะไม่ยอมให้ใครมารังแก” ซันไม่ตอบ ริมฝีปากของเขาขยับขึ้นน้อยๆ เหมือนจะยิ้ม แต่นัยน์ตานั้นกลับนิ่งสนิทอยู่ลึกๆ เวลาล่วงเลยเกือบตีสอง แสงไฟใน GrooveWizz เริ่มสลัวลง บีตของดีเจช้าลงเป็นสัญญาณให้รู้ว่า...ผับใกล้ปิดแล้ว เสียงหัวเราะ เสียงชนแก้ว และเสียงเพลงที่ฟังเหมือนห่างไกลขึ้นเรื่อย ๆ ไอรินนั่งเอนตัวบนโซฟา VIP หน้าของเธอขึ้นสีจัด ผมเผ้ายุ่งเล็กน้อยจากการเต้น และดวงตาก็เริ่มปรือจนแทบไม่ลืม เธอยังยกแก้วขึ้นชูด้วยมือหนึ่งแล้วพูดเหมือนฝัน “ฮึ่ม...ใครว่าชีวิตมันง่าย...แดกลงไป!! กินให้หมด! เอาให้มึนเลยยยย!!” “ถึงเวลากลับแล้ว” เพื่อนสาวคนหนึ่งกระซิบกับซัน พลางพยุงตัวเองลุก “แฟนหนูกำลังมารับ เดี๋ยวหนูฝากไอรินไว้กับพี่ก่อนนะค่ะ” “นี่เธอ!...จะทิ้งเพื่อนหรือไง แล้วแฟนยัยนี่ละ” “ไอรินไม่เคยมีแฟนค่ะพี่ ไหนๆ พี่ก็เลี้ยงเล้าแล้วฝากไปส่งเธอด้วยนะคะ...ขอบคุณจ้า” “เดี๋ยวๆ ...เธอ ยัยเด็กพวกนี้...พวกเธอจะทิ้งเพื่อนรึไงว่ะ” “อือๆ ไปด้วย ร่างจะไม่ไหวล้าว” เพื่อนอีกสองคนหัวเราะ ขยับตัวโซเซ พากันเดินออกจากผับไป ซันเหลือบมองหญิงสาวที่ยังนั่งซบพนักพิง ริมฝีปากเธอขยับพึมพำเพลงไม่เข้าจังหวะ มือยังจับแก้วเปล่าเอาไว้เหมือนกลัวหาย “เธอ...” ซันพูดเรียบๆ “ไอริน?” “หืออออ?” เธอเงยหน้าขึ้น ตาปรือๆ พร้อมรอยยิ้มมึนเมา “ผับจะปิดแล้ว เธอกลับยังไง?” “อื้ออออ...ไม่รู้สิคะ...” เธอลากเสียงยาว “เพื่อนกลับหมดแล้ววว แฟนก็ไม่มี รถก็ไม่มี งงไปหมดเลย...” “ที่อยู่เธอ?” “หือ?” เธอเลิกคิ้วงงๆ “อยู่แถว...เอ่อ...อะไรซักอย่างอะค่ะ จำไม่ได้...” ซันถอนหายใจเบาๆ พลางยกมือถือขึ้นโทรหาผู้จัดการร้านเพื่อสั่งปิดระบบ แล้วจึงหันกลับมามองหญิงสาวที่เริ่มฟุบลงบนโซฟา เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดกับตัวเอง “ถ้าทิ้งไว้แบบนี้...มีหวังโดนลากออกไปยำแน่” เขาเดินไปใกล้ ใช้แขนประคองร่างของเธออย่างเบามือ ไอรินโอบไหล่เขาไว้โดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ผสมกับกลิ่นเหล้าอ่อน ๆ ลอยแตะจมูกเขา “อือตัวพี่อุ่นจัง” เธอพึมพำในคอ “...” ซันพยักหน้าให้ลูกน้องเปิดทาง แล้วอุ้มเธอออกจากผับท่ามกลางสายตาการ์ดที่รู้ดีว่า...ไม่มีใครควรถามอะไรทั้งนั้น — ห้องเพนต์เฮาส์ของอาทิตย์ บารมีอนันต์ เสียงประตูอัตโนมัติเงียบกริบขณะเปิดออก ซันวางร่างของไอรินลงบนโซฟากลางห้อง “อือออ...” ไอรินขยับตัวไปมา ก่อนจะพูดเบาๆ “นี่ฉันอยู่ไหนอะ...” “คอนโดฉัน” ซันตอบสั้นๆ เดินไปหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาดมาเช็ดหน้าผากให้เธอเบาๆ “อะไรนะ? หืออ...งั้นก็...ไม่ได้โดนลักพาตัวใช่ไหม?” เธอพูดเสียงอ้อแอ้ พลางทำหน้าตกใจแบบมึน ๆ “ลักพาตัวหรอ...หึ กูจะบ้า” เขาพูดเหมือนไม่รู้สึกอะไร “แปลว่า...คุณเป็นคนดีเหรอ?” เธอยิ้มตาหวานปรือ ๆ “เปล่า” ซันตอบทันที “แต่ฉันไม่ทิ้งผู้หญิงไว้กลางถนนตอนตีสาม กลัวขี้ยาจะลากเธอไปข่มขืน” เธอหัวเราะคิก “ไม่เหมือนที่คิดเลย...ฉันนึกว่าคุณจะเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง...ที่แท้ก็น้ำอุ่นนะคะเนี่ย” “อย่าพูดมาก” เขาบอกขำ ๆ พลางห่มผ้าให้เธอ “นอนได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” “หืม...” เสียงเธออ่อนลงเรื่อย ๆ “ถ้าฉันเผลอละเมอ...ห้ามฟังนะคะ” “ละเมอว่าอะไร?” “ว่า...ฉันคิดว่าคุณ...ก็หล่อดีนะ” แล้วเธอก็หลับไปโดยไม่ทันเห็นว่า ริมฝีปากของซันกระตุกขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะคำชมนั้น ...แต่เพราะผู้หญิงคนนี้ กล้าพูดทุกอย่างแม้กระทั่งในฝัน ซันยืนพิงขอบโซฟา มองหญิงสาวที่หลับสนิทใต้ผ้าห่มผืนหนาในแสงไฟห้องที่หรี่ลงแล้ว เหล้าวิสกี้ในมือเขาลดลงไปครึ่งแก้ว แต่สมาธิไม่ได้อยู่ที่รสชาติแอลกอฮอล์อีกต่อไป ...เงียบเกินไป เขากำลังจะหันหลังกลับไปที่ห้องทำงาน ทันใดนั้น—เสียงผ้าลู่ลงกับพื้นเบาๆ ดังขึ้นด้านหลัง ซันหันขวับอย่างอัตโนมัติ แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง “เฮ้ย...!” ไอรินยืนอยู่กลางห้อง ตัวตรง แต่เมาอย่างชัดเจน เดรสสีดำสนิทที่เธอสวมอยู่ตอนอยู่ที่ผับ...ตอนนี้กองอยู่กับพื้นเรียบร้อยแล้ว เธอสวมเพียงชุดชั้นในลูกไม้บางๆ พร้อมเอียงคอพูดเสียงอ้อแอ้ “ร้อนอะ...ฮือออ...ร้อนจะแย่แล้ว...ขออาบน้ำหน่อยได้มั้ยคะ?” ซันรีบวางแก้วลง พุ่งเข้าไปคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวเธอไว้ทันควัน “หยุดเลย! จะทำอะไรของเธอเนี่ย!” “อื้อออ ก็ร้อนไง...” ไอรินบ่นพลางสะบัดไหล่เหมือนจะดึงผ้าห่มออก “ชุดมันแน่น มันร้อน! ตัวจะละลายอยู่แล้ว!” “แล้วถอดกลางห้องแบบนี้เนี่ยนะ?” ซันพยายามรวบผ้าห่มให้แน่นเข้า “รู้มั้ยว่าเธออยู่ที่ไหน?” “...บนเตียง? บนโซฟา? ไม่ใช่เหรอ?” “เธออยู่กลางห้องฉัน ในคอนโดฉัน แล้วก็...ไม่ใช่แฟนฉัน เข้าใจไหม?” “แต่...คุณหล่ออะ” “....” ซันชะงักไปสองวินาที มือที่กำลังจับผ้าห่มชะงักเหมือนค้างอยู่ตรงนั้น ไอรินไม่ได้สนใจอาการเขาเลย เธอถอนหายใจแล้วดึงเสื้อชั้นในออกหน้าตาเฉย ซันหลับตาปี๋ พลางสบถเบาๆ “ยัยบ้าเอ๊ย...” เขาพูดเสียงต่ำอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะหันหน้าหนี ซันไม่กล้ามองกลับไปอีกเลย ได้แต่ยืนหันหลังและพึมพำกับตัวเอง “ยัยเด็กบ้า...เธอจะเป็นคนแรกที่ทำฉันปวดหัวขนาดนี้” เสียงน้ำจากฝักบัวกระทบกระเบื้องดังแว่วออกมาจากห้องน้ำ ไอรินโยนผ้าห่มออกทางประตูเหมือนไม่แคร์โลก ร่างบางเปลือยเปล่าอยู่ภายใต้ม่านน้ำอุ่นที่ไหลผ่านผิวเนียน ซันถอนหายใจแรงขณะยืนมองผ้าห่มจากพื้นหน้าห้องน้ำ ใบหน้าเคร่งเครียดปนเหนื่อยใจ “ถ้ามีใครมาเห็น...กูจะอธิบายยังไงดีวะ” เขาสะบัดหัว พยายามห้ามไม่ให้ภาพในหัวพาไปไกลกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ถึงสิบนาที ประตูห้องน้ำก็เปิดออกอีกครั้ง ไอรินเดินออกมาด้วยร่างที่มีเพียงผ้าห่มผืนเดิมพันกายไว้หลวมๆ ผมเปียกน้ำแนบแก้ม เสื้อผ้าภายใต้ผ้าห่ม...ไม่มีสักชิ้น เธอเซๆ เดินเข้ามาแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงของซัน เหมือนเป็นบ้านตัวเอง “หนาวจัง...” เสียงเธอแผ่วเบา ปนสะอื้นเล็กๆ “...แต่ใจมันร้อน” น้ำตาเธอไหลรินออกมาจากหางตา ซันยืนมองอยู่อีกฟากของเตียง ราวกับเวลาหยุดไปชั่วขณะ เขาถอดสูทตัวเองออก เหวี่ยงพาดพนักเก้าอี้ แล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูสะอาดมาเช็ดผมให้เธอช้า ๆ มือของเขาลูบผมเธอเบา ๆ จังหวะนั้นเกินกว่าคำว่า “ช่วยเช็ดให้” ในแสงไฟสลัว...เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น สบกับดวงตาคมเข้มของซัน นานเกินกว่าจะเรียกว่าบังเอิญ “คุณใจดีจัง” เธอพึมพำเสียงเบา ขณะมองเขา “ไม่ใช่หรอก” ซันตอบเสียงเรียบ “ฉันแค่ไม่อยากให้ใครไม่สบายในห้องฉัน” “งั้นเหรอ” ไอรินพูดเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าใกล้ใบหน้าเขาเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นสบู่และกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ลอยปะปนกันในอากาศ เธอสบตาเขาแน่นิ่ง ก่อนที่ริมฝีปากอ่อนนุ่มจะโน้มเข้าหา... จุ๊บ... มันเริ่มจากสัมผัสบางเบา ซันชะงัก แขนที่ถือผ้าเช็ดผมค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาสั่นวูบในวินาทีนั้น “ไอริน” เขาเรียกชื่อเธอราวกับจะเตือน ทั้งเธอ และตัวเขาเอง แต่ก่อนจะทันพูดอะไร เธอจูบเขาอีกครั้ง คราวนี้ลึกขึ้น…และชัดเจนบทที่45 ตอนพิเศษซันไอรินเช้าวันอากาศสดใสในเพนเฮ้าส์แสนอบอุ่น ไอรินสะดุ้งลุกขึ้นมาจากเตียงแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนรีบวิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ“ไอริน!” ซันที่ยังนอนกึ่งหลับกึ่งตื่นรีบดีดตัวขึ้นตามไปทันที ใจหายวาบ เพราะเสียงไอรินอาเจียนดังสะท้อนออกมาจากในห้องน้ำเขาผลักประตูเข้าไปอย่างร้อนรน เจอเธอนั่งคุกเข่าอยู่ตรงชักโครกใบหน้าซีดนิด ๆ เหงื่อซึมตามขมับ มือเล็ก ๆ กำขอบอ่างไว้แน่น“เป็นอะไร ทำไมไม่ปลุกพี่ก่อน!” เสียงเข้มแฝงความห่วงใยดังขึ้นทันที ก่อนที่เขาจะรีบเข้าไปนั่งยอง ๆ ข้างหลัง ใช้มือใหญ่ลูบหลังเบา ๆ “ไหวไหมครับ หื้ม?”ไอรินเงยหน้ามองเขานิดหน่อย พยายามฝืนยิ้ม แต่เสียงยังแผ่ว“หนู… อ้วกค่ะตั้งแต่เมื่อคืน รู้สึกแปลก ๆ ด้วย”ซันขมวดคิ้วทันที ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาคือ หรือว่า… แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงเคาะประตู ตึกตัก ๆ ก็ดังขึ้น“แม่ แม่ๆ ค้าบ~”เสียงทะเลดังมาก่อน ตามด้วยเสียงตะวัน “แม่ หนูหิว หม่ำ ๆๆ”สองแฝดวัยสองขวบกว่า ๆ ยืนดุกดิ๊กอยู่หน้าประตู เคาะไม่หยุด ซันได้ยินก็ถอนหายใจยาว แต่หันไปมองไอรินที่ยังนั่งอ่อนแรงอยู่ เขารีบเอาผ้าขนหนูเช็ดปากเช็ดหน้าเมียให้เรียบร้อย
บทที่44 ทะเลหมอกหนึ่งสัปดาห์ถัดมารถเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์อย่างสง่างาม รถเบนซ์คันหรูสองคันตามด้วย ทั้งสามครอบครัวนั่งกันมาพร้อมหน้า พร้อมลูกน้องติดตามคุ้มกันอีกห้าคน“โอ้โห…วิวแบบนี้ สุดกว่านี้ไม่มีแล้วมั้งคะพี่ซัน!” ไอรินที่นั่งข้างซันหันมาเบิกตากว้าง ขณะที่รถกำลังเลี้ยวเข้าสู่ถนนลาดขึ้นเขา โอบล้อมด้วยสายหมอกบาง ๆ ลอยเคลื่อนขนาบสองข้างทาง“แค่เห็นหนูตื่นเต้น พี่ก็ถือว่าคุ้มแล้วล่ะ” ซันยิ้มมุมปาก ลูบหัวภรรยาเบา ๆ ขณะสายตายังจับที่เส้นทางข้างหน้าอย่างมั่นคงพอรถมาถึงหน้าบ้านพักที่เช่าไว้ — บ้านพักสไตล์วิลล่าหรู 4 หลัง แยกเป็นสัดส่วน มีวิวหันหน้าสู่ไหล่เขา เปิดม่านกระจกกว้างปุ๊บ เจอหมอกปั๊บ! ด้านข้างมีสนามหญ้ากว้างไว้ให้เด็กวิ่งเล่น และโซนบาร์บีคิวที่เตรียมไว้พร้อมกับเก้าอี้ไม้ยาว ๆ พร้อมมุมถ่ายรูปที่ไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์เลยแม้แต่นิดเดียว“บ้านของพี่กับพลับตรงนี้เลยนะ” เมฆลงจากรถ พาเด็ก ๆ วิ่งไปดูสนามหญ้า ส่วนพลับยืนถ่ายวิดีโอไว้ลงสตอรีพร้อมเสียงหัวเราะแสบหู“บ้านของเราหลังนี้นะคะ!” ไอรินหันมายิ้มกว้างแล้วเปิดประตูรั้วเข้าไปสำรวจ ก่อนหันกลับมาโบกมือเรียกเด็ก ๆ แล
บทที่43 โกรธNCเสียงน้ำอุ่นจากฝักบัวไหลรินเป็นสายบางเบา ไอน้ำลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องน้ำขนาดใหญ่ของเพนเฮาส์ ไอรินกำลังใช้มือถูฟองสบู่เบา ๆ ที่แขนตัวเอง ท่ามกลางความรู้สึกเหนื่อยอ่อนทันใดนั้น — แกร๊ก“พี่ซัน!” เธอร้องเสียงหลงเมื่อเห็นร่างสูงเปิดประตูเข้ามาในห้องน้ำพร้อมผ้าเช็ดตัวพาดบ่า“อย่าไล่เลยน่า...” ซันยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมคู่อย่างกับเสือย่องเข้ามาในคอก “ก็เมียทั้งคนจะปล่อยให้อาบน้ำคนเดียวได้ยังไง”“อาบก็อาบไปสิคะ อย่ามาทำเนียน—” ไอรินถอยหนี แต่ก็ชนเข้ากับผนังพอดีซันโน้มตัวเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่น ๆ แผ่วที่แก้มเธอ “ยังโกรธอยู่เหรอ”“โกรธสิคะ...พี่ทำลูกหัวโน แฝดร้องจ้าเลยเห็นมั้ย!”“พี่ขอโทษแล้วไง คนมันเผลอไปหน่อย แฝดน่ะตัวหนักจะตาย” เขายื่นมือไปลูบผมเธอเบา ๆ“อย่าอ้อน หนูยังโกรธอยู่!” ไอรินเบะปาก สะบัดหน้าหนี แต่ใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อเพราะแรงสายตาที่อีกฝ่ายส่งมาซันไม่ยอมแพ้ เอามือโอบเอวเธอเข้ามาแนบตัว แล้วกระซิบเสียงพร่า “แล้วต้องทำยังไงหนูถึงจะหายโกรธล่ะ หื้ม?”ไอรินชะงัก “ก็...ก็ไม่รู้ แต่...อุ้ย! อะไรมันทิ่มหน้าท้องหนูอะ!”ซันหัวเราะเบา ๆ “อ้าว...หายโกรธแล้วเหรอ ยังไม่ทันได้อธิบา
บทที่42 เพนเฮ้าส์เช้าวันใหม่ที่เพนเฮ้าส์ครอบครัวบารมีอนันต์หลังจากวันที่ไปเยือนบ้านพี่เมฆกับพลับอย่างเต็มอิ่ม ครอบครัวเล็กๆ ของซันก็กลับมาใช้เวลาสงบ ๆ ในเพนเฮ้าส์ของตัวเองบ้างไอรินกับซันนอนตื่นสายกว่าปกตินิดหน่อยเพราะความเหนื่อย แต่ก็ยังมีโมเมนต์น่ารัก ๆ กันตั้งแต่เช้า ไอรินในเสื้อยืดตัวโคร่งของซัน เดินมาหอมแก้มสามีหนึ่งที ก่อนที่เจ้าลูกชายฝาแฝดตัวจ้อยจะมานอนซ้อนทับทั้งพ่อทั้งแม่แล้วส่งเสียงงอแงเบา ๆ"หิว หิว หิว พะโล้!""ปะป๊า หิวแล้วอะ หม่าม๊าไข่พะโล้~"ซันหัวเราะเบา ๆ ลูบผมลูกชายแล้วหันไปมองไอรินที่กำลังลุกจากเตียง"พี่ว่าเราเลี้ยงหมูน้อยสองคนรึเปล่า...ทำไมกินจุเหมือนคนโตเลย?"ไอรินหัวเราะแล้วหอมแก้มลูกชาย "ก็ลูกพี่ซันไงล่ะคะ! สงสัยได้พ่อมาเต็ม ๆ"เธอรีบเดินไปที่ครัว เตรียมวัตถุดิบแบบมืออาชีพ ทั้งไข่ต้ม หมูสามชั้น ซอสซีอิ๊วหอม ๆ และเครื่องเทศครบชุด ซันเดินตามมาแบบเนียน ๆ แล้วกอดจากด้านหลังแน่นขณะเธอกำลังหั่นหมู"เดี๋ยวโดนมีดนะคะ พี่ซัน!""ไม่ต้องมาห้ามเลย พี่อยากหอมเมีย" เขากระซิบเสียงต่ำใกล้หู จนไอรินหน้าร้อนวูบ"อย่าหยอดตอนหนูหั่นของได้มั้ย!""โอเค ๆ งั้นพี่ไปจัดโต๊ะก็ได้"ลูก
บทที่40 ทำลายไฟสปอตไลต์ฉายวับวาบกลางลานจัดแสดงแฟชั่นโชว์หรูของแบรนด์ฝรั่งเศสชื่อดัง บรรยากาศคึกคักไปด้วยแขกวีไอพี ดารา นางแบบ นายแบบ และเหล่าผู้จัดจำหน่ายหรูทั้งไทยและต่างประเทศ แฟชั่นโชว์กำลังจะเริ่ม และหนึ่งในพรีเซนเตอร์หลักของแคมเปญนี้…ก็คือ แอนนา นางแบบสาวระดับเอเชียที่หวนคืนสู่วงการไทยด้วยเสี
บทที่36 แผนบรรยากาศที่ห้างเมฆาครึกครื้นกว่าทุกที ด้วยบรรดาแขกผู้มีเกียรติหลากหลายเดินเข้าออกชั้นบริหารของห้างไม่ขาดสาย ทีมพีอาร์และบอดี้การ์ดเดินวุ่นเพื่อคัดกรองผู้มาติดต่อบนโต๊ะทำงานของซัน — ชายหนุ่มในสูทเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มกำลังไล่ดูตารางนัดหมาย ก่อนที่เลขาฯ จะเคาะประตูเบา ๆ แล้วเอ่ยอย่างสุภาพ
บทที่34 อิจฉาหลังจากมื้ออาหารสุดอบอุ่นผ่านไปพร้อมเสียงหัวเราะของลูกชายฝาแฝดที่อิ่มแปล้ ซันก็เช็ดหน้าให้ลูกพลางหันมาหอมแก้มภรรยาเบา ๆ แล้วกระซิบเสียงนุ่ม“อิ่มแล้วใช่ไหมครับคุณแม่คนสวย… พี่จะพาไปช้อปให้สนุกเลย วันนี้ให้หนูได้ฟาดเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจพี่นะ”ไอรินหลุดหัวเราะเบา ๆ “แน่ใจนะคะ พี่จะไม่หม
บทที่32 วันที่สามแสงแดดยามเช้าสาดผ่านม่านบางของห้องพักโรงแรมสุดหรูกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ ไอรินที่ตื่นก่อนใครก็ค่อย ๆ ลุกจากเตียง หอมหน้าผากลูกชายแฝดเบา ๆ แล้วเอ่ยกระซิบว่า...“ทะเล ตะวัน… วันนี้เราจะกลับบ้านแล้วนะลูก แต่ก่อนกลับ แม่จะพาไปกินของอร่อยก่อนนะลูก~”เธอยิ้มแล้วเดินไปปลุกซันที่ยังนอนขดตัวอยู