LOGINถึงแม้โลกออนไลน์จะทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น มีงานเข้ามาให้ทำไม่ขาดมือ แต่ณชาก็ยังไม่ทิ้งงานที่ร้านเหล้า เธอทำให้ร้านแห่งนี้มีชื่อเสียงไปด้วย เจ้าของร้านขอบคุณ และบอกให้เธอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไปอยู่ในที่ที่เหมาะสม เพื่ออนาคตของตัวเองและลูก ณชายิ้มแล้วเดินหนีไม่อยากฟังคำโน้มน้าวของเจ้าของร้าน มีงานทำมีเงินเก็บ ลูกเข้าโรงเรียนที่อยากให้เรียน แม่ไม่ต้องทำงานหนัก ก็เพราะที่นี่ให้โอกาสเธอ
“ฝากดูโต๊ะด้วยนะพี่นัด หนูไปห้องน้ำแป๊บ” อุ๋มอิ๋ม ร้องบอกก่อนจะวิ่งหายไปทางหลังร้าน ณชาหัวเราะให้กับท่าทางของรุ่นน้อง คืนเป็นวันศุกร์สิ้นเดือน ลูกค้าจึงแน่นร้าน ตั้งแต่เปิดร้านไม่มีใครได้พัก ทุกคนลงความเห็นว่าที่ลูกค้าเข้าร้านเยอะก็เพราะเธอ
“เหนื่อยไหมนัด” เพื่อนร่วมงานที่เดินไปรับ
ออร์เดอร์ถาม เมื่อเดินสวนกัน“เหมือนทุกคืนแหละ”
“คืนนี้คนเยอะกว่าเดือนที่แล้วนะ สงสัยลูกค้ามาดูพริตตี้เงินล้าน” มะนาวแซว ตั้งแต่ณชาเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ ลูกค้าก็เข้าร้านมากขึ้น ทำให้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ นอกจากเงินเดือนทิปก็มากขึ้นด้วย
“ว่าไปนั่น” ณชาส่ายหัวไปมา หยิบเครื่องดื่มมาเรียงใส่ถาด ตามบิลที่มะนาวส่งให้
“อิ๋มไปไหน” หนูเล็กถามหาอุ๋มอิ๋ม เมื่อเห็นลูกค้ามาใหม่ เดินไปที่โต๊ะที่อุ๋มอิ๋มรับผิดชอบ
“ไปห้องน้ำ เดี๋ยวนัดไปรับออร์เดอร์ให้เอง” ณชาอาสาก่อนจะหยิบบิลแล้วเดินออกไป ลูกค้าใหม่มากันหลายโต๊ะ หนูเล็กจึงเรียงแก้วลงถาดเตรียมไว้รอ
จังหวะที่สบตากับคนมาใหม่ หัวใจก็ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เจ้าของตาคมเข้มคู่นั้นคือคนที่ครั้งหนึ่งเธอเคยคุ้นเคย หญิงสาวบีบมือตัวเอง สูดลมหายใจเข้าปอด ตั้งสติก่อนจะยิ้มหวานออกมาเมื่อเอ่ยเชื้อเชิญ ถามจำนวนลูกค้าและเครื่องดื่มที่ต้องการ เติมเต็มนั่งลงบนเก้าอี้บิดปากให้กับการแสดงตรงหน้า ต๋องกับเสกมองหน้ากันก่อนจะมองหน้าลูกพี่ เมื่อเห็นว่าคนที่เดินมารับลูกค้าคือใคร
“เชิญนั่งค่ะ มากี่คนคะ” ณชาถามพร้อมกับมองคนตรงหน้าไปด้วย พยายามข่มกลั้นความรู้สึกเอาไว้ เธอไม่ใช่ก้อนหินจะได้ไร้ความรู้สึก บางครั้งโลกก็กลมจนน่ากลัว อยู่คนละอำเภอ แต่ก็ยังโคจรมาพบกัน
เติมเต็มหยิบมือถือขึ้นมาดู ไม่สนใจคนตรงหน้า และไม่ตอบคำถาม
“สิบห้าคนครับ” ต๋องตอบคำถาม หวาดระแวงไปหมด ร้านอาหารมีเป็นร้อย อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น
“รับเครื่องดื่มอะไรคะ”
“เอา...” ต๋องตั้งท่าจะตอบคำถาม เมื่อมีเสียงแทรกเข้ามา จึงอ้าปากค้างไว้อย่างนั้น
“มาร้านเหล้า ก็ต้องแดกเหล้าสิวะ!” เติมเต็มพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ แต่สายตายังจับจ้องอยู่ที่หน้าจอมือถือ ณชายิ้มหวานแม้หน้าจะชาจนไร้ความรู้สึก เติมเต็มเป็นคนไม่มีมารยาท และไม่ไว้หน้าใคร ข้อนี้เธอรู้ดี
“มาแล้วพี่ เดี๋ยวหนูรับต่อเอง” คำพูดของอุ๋มอิ๋ม
เหมือนระฆังพักยก ณชายิ้มพร้อมกับส่งบิลให้รุ่นน้อง ค้อมหัวให้ลูกค้าอีกครั้งแล้วเดินจากไป ถึงจะเจ็บแต่ก็เก็บเอาไว้ เขาไม่สนใจเธอแล้วจำเป็นไหมที่เธอจะต้องสนใจเขา มันจบไปนานแล้ว ถ้าเปรียบความรักเป็นนาฬิกาทราย ฝั่งเธอเพิ่มขึ้นแล้วยังไง ในเมื่อฝั่งเขาหมดลงไปแล้ว เติมเต็มเล่นอยู่ในเกม ในขณะที่เธอเอาหัวใจลงไปเล่น เจ็บเองก็ต้องรักษาหัวใจตัวเอง“แกอยากได้อะไรจากเขา ณชา” หญิงสาวถามตัวเอง ชีวิตจริงไม่ใช่ละคร เติมเต็มทำถูกแล้ว และเธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปโกรธเคืองเขา
“อยากให้เขาดีใจที่เจอกัน อยากให้เขาถามหาลูก
งี้เหรอ” เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ก็ได้แต่ถอนใจ เขารู้หรือเปล่าว่าเธอมีลูก ต่อให้รู้ก็คงคิดว่าไม่ใช่ลูกของเขา“ประสาท!” ก่นด่าตัวเองที่คิดฟุ้งซ่านไปไกล ก็แค่เวลาสั้น ๆ กินอิ่มแล้วเขาก็ไป หน้าที่เธอคือให้บริการ โต๊ะนั้นไม่ใช่ของเธอ ไม่จำเป็นต้องเจอกันอีก
“นัด นัด นัด!” ณชาสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงของมะนาว
“อะไรนะนาว นาวว่าอะไรนะ”
“เป็นอะไร เหม่อเชียว”
“เปล่า ๆ ไม่มีอะไร”
“พักผ่อนบ้างนะแก เดี๋ยวจะตายก่อนได้ใช้เงิน”
พูดจบมะนาวก็เดินออกไป“พี่นัดช่วยหนูหน่อย ลูกค้าโต๊ะนั้นสั่งโหดเหมือนโกรธเมนูเลยอ่ะพี่” อุ๋มอิ๋มบ่นพร้อมกับยื่นบิลให้ดู ณชามองเมนูที่ยาวสองหน้ากระดาษก่อนจะยิ้มให้รุ่นน้อง
“ลูกค้าสั่งเยอะ ไม่ดีหรือไง”
“มันก็ดี แต่มากไปไหมอะ ดูสิพี่สั่งเหล้าแพง ๆ ทั้งนั้น ถ้าชักดาบล่ะ”
“ไม่หรอกน่า ดูแล้วน่าจะมีเงิน”
“หนูไปหาเจ้ก่อนนะ ไม่น่าไว้ใจเลยอ่ะ” ณชารู้ดีว่าลูกค้ากลุ่มนั้นเป็นอย่างไร แต่คนอื่นไม่รู้ ทุกครั้งที่เจอคนประเภทนี้ คนที่ตัดสินใจคือเจ้าของร้าน
ณชาเลือกที่จะอยู่หน้าเคาน์เตอร์แทนการออกไปรับ
ออร์เดอร์ เพราะไม่อยากเดินผ่านลูกค้าโต๊ะนั้น ไม่แม้แต่จะแอบมอง จบไปนานแล้ว ต่างคนต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง เธอไม่เคยให้ความผิดพลาดมากำหนดชีวิต ลูกคือของขวัญคือแรงผลักดันทำให้เธอสู้มาจนมีทุกวันนี้“พนักงานคนเมื่อกี้ ใช่น้องณชาที่กำลังเป็นข่าวหรือเปล่าวะ”
“กูว่าใช่ว่ะ ตัวจริงสวยกว่าในรูปตั้งเยอะ อยากรู้จังว่าใครเป็นพ่อเด็ก ต้องโง่ขนาดไหนวะถึงทิ้งไป ของสวย ๆ แบบนี้จ้างให้กูก็ไม่ทิ้ง”
ต๋องกับเสกมองหน้ากัน ก่อนจะปรามลูกน้องให้เงียบปาก เด็กพวกนี้พึ่งเข้ามาทำงานจึงไม่รู้อะไร ในขณะที่พวกเขาเฝ้าสังเกตอาการของลูกพี่ไปด้วย เติมเต็มคงไม่รู้สึกอะไรกับณชาแล้ว เป็นที่รู้กันว่าผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ลูกพี่มีไว้แก้เหงา
เติมเต็มยังคงนั่งดื่มเงียบ ๆ ไม่สนใจว่าลูกน้องจะคุยอะไรกัน ณชาก็แค่คนที่ผ่านเข้ามา จะพิเศษหน่อยก็ตรงที่เธอทำให้ฉัตรฉายบอกเลิก และเกลียดเขามาจนทุกวันนี้ จะว่าไปเรื่องนั้นก็ไม่ใช่ความผิดของเธอเสียทีเดียว เพราะเขาไม่ซื่อสัตย์กับคนรัก จึงทำให้มันพัง แม้จะทำได้แค่รอก็เต็มใจที่จะรอ หวังว่าสักวันฉัตรฉายจะใจอ่อน ให้อภัยและยกโทษให้เขา
ถึงแม้จะบอกว่าไม่สนใจ แต่มีหลายครั้งที่มองเวลาที่พนักงานในร้านเดินผ่านโต๊ะ ไร้เงาของณชา เธอไม่ออกมาอีกเลย เป็นแบบนี้ก็ดี เพราะเขาไม่อยากเห็นหน้าเธอ เด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของเขา เพราะมั่นใจว่าไม่เคยพลาด
หลังจากปิดร้านและแบ่งทิป พนักงานในร้านต่างก็ดีใจที่วันนี้ได้ทิปมากกว่าทุกวัน ลูกค้าที่อุ๋มอิ๋มคิดว่าเป็นนักเลง และกลัวจะชักดาบ ให้ทิปพอ ๆ กับค่าอาหารที่สั่ง เติมเต็มก็เป็นแบบนี้ สั่งหนักทิปหนัก สมัยที่เธอทำงานร้านเหล้า ทุกครั้งที่เขามาคนในร้านจะพากันดีใจและบริการเป็นอย่างดี เพื่อหวังทิปจากเขา
“ไม่น่าเชื่อเลยนะ หนูกลัวแทบแย่ คิดว่าจะเป็นพวกกินไม่จ่าย” อุ๋มอิ๋มบอกกับเพื่อนร่วมงาน หลังจากเก็บทิปใส่กระเป๋าถือ หญิงสาวยิ้มอย่างขอลุแก่โทษ ที่เผลอตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก
“ไงล่ะ วันหลังก็หัดดูให้มันดี ๆ เกือบเสียลูกค้าแล้วไหมล่ะ”
“ถ้ามาเป็นแขกประจำก็ดีเนอะ จะได้ทิปเยอะ ๆ” คำพูดของหนูเล็กทำให้คนที่กำลังเช็ดพื้นเคาน์เตอร์เครื่องดื่มชะงักมือจากงานที่ทำ ถ้าเติมเต็มมาเป็นแขกประจำที่นี่ เธอก็คงลาออก
“จริงด้วย ๆ” อุ๋มอิ๋มเอ่ยสมทบ
“ฉันว่าหล่อนหลงเสน่ห์เขามากกว่า มองตางี้เยิ้ม คิดว่าฉันไม่เห็นเหรอ อย่าพูดมากเลยกลับไปได้แล้ว ชักช้าผัวมาตามฉันขี้เกียจช่วยแก้ตัว อย่าเชียวนะ อย่าแม้แต่จะคิด” มะนาวพูดพร้อมกับชี้หน้ารุ่นน้อง อุ๋มอิ๋มเป็นคนสวยน่ารัก จึงเข้าตาแขกหลายคน หลายครั้งที่เล่นหูเล่นตากับแขก จนทำให้สามีหึงหวงจนมีปัญหากัน
“พี่นาวอ่ะ หนูจะเกิดมาคุมกำเนิดซะงั้น ไปล่ะพี่พรุ่งนี้เจอกัน ไปก่อนนะทุกคน หวัดดีพี่เกษ” ตัดพ้อเชิงล้อเล่นกับมะนาว ก่อนจะหันไปบอกเพื่อนร่วมงาน และสวัสดีเจ้าของร้าน เมื่อสามีขับรถมอเตอร์ไซค์มารับหน้าร้าน
“ไงเหนื่อยไหม” เกษรินทร์ถามพนักงานในร้าน ทุกคนต่างพากันส่ายหัว
“เหนื่อยแต่ได้เงินเยอะ อยากเหนื่อยทุกวันแหละเจ้”
“ช่วย ๆ กันหน่อยนะ กลางเดือนคนคงน้อยลง”
“ไม่น้อยหรอกเจ้ ตัวทำเงินยังอยู่ แขกน่าจะเต็มทุกวัน” คำพูดของมะนาวทำให้เกษรินทร์หันไปมองณชา ที่ยังเก็บนี่นั่นไม่หยุด
“พอแล้วนัด เดี๋ยวพี่เก็บเอง ขอบใจมากนะ”
“ขอบใจทำไมพี่ ไม่ใช่เพราะนัดหรอก อาหารอร่อย ราคาไม่แพงลูกค้าก็ต้องติดอยู่แล้ว”
“ถ่อมตัวจริงแม่คุณ สิ้นปีอย่าลืมโบนัสนะเจ้ นัดไม่เอาหนูเอา”
“งกจริง ๆ นะหล่อน เพิ่งลืมตาอ้าปากได้ จะมาเอาอะไรอีก ที่ผ่านมาร้านถูกปิดไปกี่รอบ ดูสิถ้าร้านถูกสั่งปิดอีก หล่อนจะเอาอะไรกิน”
“สองมาตรฐานมากเลยเจ้ กับนัดงี้พูดเสียงสอง
ทีกับนาวจะแดกหัว สะกดคำว่ายุติธรรมเป็นไหมเจ้!” มะนาวยังคงแหย่เจ้าของร้านไม่เลิก ณชาหัวเราะไปกับคำตัดพ้อที่ไม่จริงจังของเพื่อน ร้านถูกปิดไปนานเพราะโรคระบาด พอกลับมาเปิดได้ลูกค้าก็เริ่มหาย ที่ยังอยู่มาได้เพราะเจ้าของร้านมีเงินทุนและมีระบบการจัดการที่ดี เธอก็แค่บังเอิญไปสะดุดตานักข่าว จนเกิดเป็นกระแส ทำให้ร้านมีลูกค้ามากขึ้นก็เท่านั้นเอง“ไป ๆ กลับกันได้แล้ว ฉันจะปิดร้าน กลับกันดี ๆ นะ”
“กลับก่อนนะพี่ พรุ่งนี้เจอกัน”
“ซื้อรถได้แล้วนัด จะงกไปถึงไหน”
“ยืมเงินส่งค่างวดด้วยนะพี่”
“หึ อย่างนัดเนี่ยนะไม่มีเงิน”
“นั่งแท็กซี่สะดวกดี ไปก่อนนะ บาย” ณชาแยกกับเพื่อน แล้วยืนรอรถที่หน้าร้าน แท็กซี่คันที่มารับประจำคงไปรับงานจึงมาช้า คงต้องทบทวนเรื่องรถยนต์อีกครั้ง ถ้ามันจำเป็นต้องใช้คงต้องหาดูมือสองสักคัน
ตากลมโตมองซ้ายทีขวาที ก่อนจะยิ้มให้ตัวเอง คาดหวังว่าเขาจะรออยู่อย่างนั้นหรือ เห็นเต็มตาตอนที่เขากลับ ระหว่างที่นั่งอยู่ในร้านเขาไม่สนใจเธอเลยสักนิด น้ำตาเจ้ากรรมพากันไหลออกมา ไม่อยากอ่อนแอ แต่เก็บไว้ไม่ไหวจริง ๆ เกือบสี่ปีที่เลี้ยงลูกคนเดียว บอกตัวเองว่าไม่จำเป็นต้องมีเขา แต่ทำไมยังคิดถึง ยิ่งลูกโตขึ้นมากเท่าไรก็ยิ่งคิดถึง
“ไปไหนต่อพี่” ต๋องถามเมื่อเห็นลูกพี่ยังนั่งทอดอารมณ์อยู่ในรถ “พ่อโทรมาไหม” “ไม่พี่ ไม่โทรเข้าเครื่องผม เครื่องไอ้เสกก็ไม่โทร” “ดีแล้ว...” คำตอบของลูกพี่ทำให้ลูกน้องมองหน้ากันเลิกลั่ก เมื่อกี้ยังดี ๆ อยู่เลย ตัดมาหมวดดราม่าแบบนี้ใครจะตั้งตัวทัน “มีเรื่องอะไรวะพี่ เล่าให้พวกผมฟังได้นะ จะได้ช่วยกันคิด” “ไม่มีอะไร...อยากนอนสักพัก ดูต้นทางให้ด้วย” “นอน...นอนตรงนี้เหรอพี่” คำพูดของลูกพี่ทำให้เสกกับต๋องงงมากขึ้นไปอีก ลูกพี่อยากนอนตรงนี้ มันใช่เรื่องไหม ทุกคนต่างมองหน้ากันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เติมเต็มถึงทำท่าเหนื่อยใจ สาเหตุมาจากครูฉัตรหรือผู้หญิงที่เจอในร้านอาหารกันแน่ น่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า เพราะอย่างที่สองไม่ได้อยู่ในสายตาลูกพี่มานานแล้ว “เฝ้าไว้ให้ดี กูจะไปดูต้นทาง” สิ้นเสียงลูกน้อง เติมเต็มก็ลืมตาขึ้น หยิบมือถือขึ้นมาไถหน้าจอไปเรื่อย ๆ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่หน้าเฟซใครบางคน เธอไม่รับเขาเป็นเพื่อนและบล็อคเขาทุกช่องทาง จนต้องสมัครเฟซใหม่ เพื่อเอาไว้ส่องดูความเคลื่อนไหวของเธอทุกวัน‘ดาวส
ถึงแม้โลกออนไลน์จะทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น มีงานเข้ามาให้ทำไม่ขาดมือ แต่ณชาก็ยังไม่ทิ้งงานที่ร้านเหล้า เธอทำให้ร้านแห่งนี้มีชื่อเสียงไปด้วย เจ้าของร้านขอบคุณ และบอกให้เธอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไปอยู่ในที่ที่เหมาะสม เพื่ออนาคตของตัวเองและลูก ณชายิ้มแล้วเดินหนีไม่อยากฟังคำโน้มน้าวของเจ้าของร้าน มีงานทำมีเงินเก็บ ลูกเข้าโรงเรียนที่อยากให้เรียน แม่ไม่ต้องทำงานหนัก ก็เพราะที่นี่ให้โอกาสเธอ “ฝากดูโต๊ะด้วยนะพี่นัด หนูไปห้องน้ำแป๊บ” อุ๋มอิ๋ม ร้องบอกก่อนจะวิ่งหายไปทางหลังร้าน ณชาหัวเราะให้กับท่าทางของรุ่นน้อง คืนเป็นวันศุกร์สิ้นเดือน ลูกค้าจึงแน่นร้าน ตั้งแต่เปิดร้านไม่มีใครได้พัก ทุกคนลงความเห็นว่าที่ลูกค้าเข้าร้านเยอะก็เพราะเธอ “เหนื่อยไหมนัด” เพื่อนร่วมงานที่เดินไปรับออร์เดอร์ถาม เมื่อเดินสวนกัน “เหมือนทุกคืนแหละ” “คืนนี้คนเยอะกว่าเดือนที่แล้วนะ สงสัยลูกค้ามาดูพริตตี้เงินล้าน” มะนาวแซว ตั้งแต่ณชาเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ ลูกค้าก็เข้าร้านมากขึ้น ทำให้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ นอกจากเงินเดือนทิปก็มากขึ้นด้วย “ว่าไปนั่น” ณชาส่ายหัวไปมา หยิบ
“พี่ฉายว่าไง” ถามพี่ชายเพราะคิดไม่ออกแล้วว่าจะต้องทำยังไง ฉายแสงมองหน้าน้อง ปรับเบาะให้อยู่ในท่านอนแล้วยกมือก่ายหน้าผากทำท่าครุ่นคิด “พี่ฉายว่า ครั้งนี้เฉิดจะเชื่อเราไหม” “สร่างเมามันก็ดีกัน ไม่น่าให้ถึงตำรวจเลย” ฉายแสงตอบสั้น ๆ ในความไม่สนใจแต่ฉัตรฉายรู้ว่า พี่ก็เครียดไม่น้อยไปกว่าเธอ “ผู้หญิงคนนั้นส่งข้อความมาหาฉัตร... เรียกค่าเสียหายที่ถูกเฉิดทำร้ายสองหมื่น ถ้าไม่จ่ายก็จะไปแจ้งความ ฉัตรไม่ได้บอกเรื่องนี้กับแม่ กลัวแม่จะคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงหากิน เอาจริงนะพี่ฉาย ฉัตรไม่เข้าใจเลยว่าเธอต้องการอะไร” เฉิดฉินพึ่งเจอกับแฟนได้สามเดือน ก่อนจะตกลงปลงใจอยู่ด้วยกัน เธอไม่รู้ว่าน้องสะใภ้เป็นใครมาจากไหน และมีนิสัยอย่างไร รู้แค่ว่าชื่ออุษา เป็นเด็กชงเหล้าประจำร้านอาหารที่เฉิดฉินไปเที่ยว คบกันได้ไม่นานเงินเก็บของเฉิดฉินก็หมด ผู้หญิงคนนั้นเคยตามเฉิดฉินมาที่บ้านสามครั้ง ที่เธอออกไปรับหน้า เพราะไม่อยากให้น้องไม่สบายใจ แม่ไม่ต้อนรับและแสดงท่าทางรังเกียจออกมาอย่างชัดเจน เธอเป็นพี่จะทำอะไรได้ “ก็เอาแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ถ้ามันกลับไปคืนดีกันอีกก็ปล่อยมัน ถื
โทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงดังลั่น ปลุกคนนอนคุดคู้ใต้ผ้าห่มให้ตื่นขึ้น มือบางควานหามือถือ หรี่ตามองหน้าจอเพื่อดูว่า ใครกันที่เสียมารยาทโทรมาดึกดื่น ก่อนจะถอนหายใจ เมื่อเห็นรายชื่อของคนที่โทรเข้ามา “เฉิด!...” เรียกชื่อคนปลายสาย แล้วดีดตัวออกจากที่นอน ลางสังหรณ์บอกว่าสิ่งที่กำลังจะได้ยินจากคนปลายสาย ไม่น่าจะเป็นเรื่องดี เพราะน้องจะนึกถึงเธอเวลาที่เดือดร้อนเท่านั้น “ว่าไงเฉิด!” กรอกเสียงไปตามสาย พร้อมกับลุ้นไปด้วยว่า วันนี้จะต้องเจอกับอะไร เมื่อคืนก่อนเธอเพิ่งขับรถไปรับน้องชายที่บ้านเช่าของแฟนสาวกลางดึก “พี่ฉัตร... ผมถูกตำรวจจับ” เสียงอ้อแอ้ที่มาพร้อมกับเสียงใครบางคน ที่ดังแทรกเข้ามาเหมือนคนกำลังทะเลาะกัน ทำให้ฉัตรฉายใจชื้น เสียงดังแบบนี้คงเป็นเรื่องทะเลาะวิวาท เมาแล้วทะเลาะกันกลางดึก มีคนแจ้งจับดีกว่าน้องโดนจับเรื่องยาเสพติดเป็นไหน ๆ “ถูกจับ! ที่ไหน! เรื่องอะไร!” แม้จะเคยบอกไว้ว่าจะไม่สนใจอีกแล้ว แต่ทุกครั้งที่น้องโทรมา ฉัตรฉายก็นิ่งเฉยไม่ได้ “อีอุ๊มันแจ้งความจับหนู.../บอกให้พี่มึงรีบมาเลยนะ กูไม่เอามึงแล้ว” เฉิดฉินพูดไม่เต็ม
[ห้าปีต่อมา]“คุณแม่ คุณแม่มาแล้ว!” เสียงเล็กที่ตะโกนออกมาด้วยความดีใจของคนตัวเล็ก ทำให้ณชาหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ร่างบางย่อตัวลง รับคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน กอดพร้อมกับหอมลงบนศีรษะลูกฟอดใหญ่ ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนเธอก็ไม่ท้อ เพราะมีลูกเป็นกำลังใจ “วันนี้มีเธอเป็นเด็กดีหรือเปล่า” ถามพร้อมกับกอดลูกเอาไว้ “เป็นเด็กดีค่ะ” “ไหนเล่าให้แม่ฟังสิ วันนี้เด็กดีทำอะไรบ้าง” “มีเธออาบน้ำ กินข้าวเองค่ะ” “เก่งมาก...เก่งมากแล้วค่ะ” ลูกเพิ่งจะสามขวบกว่า ๆ อาบน้ำตักข้าวกินเองได้ถือว่าเก่งมากแล้ว “นัดไปอาบน้ำเถอะ จะได้มากินข้าวพร้อมกัน” “วันนี้อ้อนมากไหมคะ” ถามแม่เมื่ออยู่กันตามลำพัง เธอต้องออกไปทำงานแต่เช้า กลัวว่าลูกจะงอแงจนแม่เสียงาน “อ้อนตอนตื่นแป๊บเดียว ตื่นมาไม่เห็นแม่เลยงอแงหน่อย นัดมีงานเช้าแบบนี้ทุกวันไหม” “แค่อาทิตย์เดียวค่ะ อาทิตย์หน้าก็เข้าเวลาปรกติ ช่วงนี้เหนื่อยหน่อยนะคะแม่ เปิดเทอมมีเธอไปโรงเรียน แม่คงสบายขึ้น” “พูดอะไรอย่างนั้นล่ะลูก มีเธอคือความสุข ไม่ใช่ภาระ แ
ตั้งแต่ณชากลับมาอยู่ด้วย มานิตย์ก็สดชื่นขึ้น จนเพื่อนร่วมงานยังอดแซวไม่ได้ มานิตย์ทำโอทีทุกวัน เพื่อเตรียมเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายตอนหลานคลอด ถึงแม้จะคลอดฟรี แต่มานิตย์ก็อยากมีทุกอย่างเตรียมไว้ให้หลาน “นัดดูนี่สิ ชอบไหม” ณชาหันไปตามเสียงเรียก ว่าที่คุณแม่ขยับตัวเชื่องช้า เพราะเจ้าตัวเล็กในท้องโตวันโตคืน “อะไรเหรอแม่” ถามแม่ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นสิ่งที่แม่ถืออยู่ในมือ “เสื้อกับถุงเท้า แม่ถักให้หลาน ไม่ได้ถักนานมือไม้แข็งไปหมด” มานิตย์พูดด้วยความเขินอาย อายที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ สมัยที่คลอดณชา เธอจำได้ว่าเสื้อผ้าก็ใส่ของเก่าที่คนงานด้วยกันให้มา ผ้าอ้อมก็ฉีกผ้าถุงเอา ที่นอนหมอนมุ้งไม่มี เพื่อนคนงานที่อยู่ข้างห้องสงสาร เลยซื้อนุ่นมายัดผ้าถุงเย็บหัวเย็บท้าย ณชาจึงมีที่นอนนุ่ม ๆ นอน เวลาฉี่ก็กลับหน้ากลับหลังเอา วันไหนแดดดีหน่อยก็เอาออกไปตากแดด แต่สมัยนี้มันไม่เหมือนกัน นางอยากให้หลานมีของดี ๆ ใช้จึงขยันทำโอที “ขอบคุณนะแม่...” ณชาน้ำตารื้นหัวตา แม่เอาเวลาที่ควรพักผ่อนมาถักเสื้อผ้าให้ลูกของเธอ ไม่รู้ว่าจะขอบคุณแม่ยังไงให้คุ


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




