Masukเวลาต่อมา
เกมการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด ทั้งสองทีมเปลี่ยนกันเป็นฝ่ายรุกอย่างไม่ยอมน้อยหน้า ต่างฝ่ายต่างผลัดกันทำประตูอย่างไม่มีใครยอมใคร
กองเชียร์ข้างสนามช่วยกันส่งเสียงให้กำลังใจ
หลังจบเกมทั้งสองทีมเสมอกันไปสามประตูต่อสาม นักกีฬาทั้งสองทีมทยอยเดินออกมาจากสนาม บรรดาแฟนสาวที่มานั่งรอต่างกรูเข้าไปถ่ายรูปคู่กับแฟนหนุ่มของตัวเอง จากนั้นทุกคนก็รวมทีมกันแล้วถ่ายรูปหมู่
นับดาวนั่งหน้าละห้อยน้อยใจ เธอไม่มีใครให้ถ่ายรูปด้วยเลยสักคน
“นับดาว”
ณดลตะโกนเรียกน้องสาวพร้อมกับกวักมือไว ๆ นับดาวเลิกคิ้วสงสัย จากนั้นพี่ชายก็พูดต่อ
“มาถ่ายรูปด้วยกันดิ”
เธอลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปในสนาม ยืนทำหน้าเหลอหลาอยู่นานเพราะไม่รู้จะไปยืนตรงไหนดี แล้วมีเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่พวกพี่เขาเรียกให้มาถ่ายรูปด้วย
“ทำไมไปยืนเตี้ยอยู่ตรงนั้น มานี่”
ณดลพูดพลางเอื้อมมือไปดึงคนตัวเล็กเข้ามา ให้เธอยืนด้านหน้าตรงกลางระหว่างเขากับโอม
“ฝั่งนี้ขยับเข้ามาชิด ๆ หน่อยครับ”
เสียงตากล้องตะโกนบอกพร้อมกับโบกมือให้อีกฝั่งขยับเข้ามา ทุกคนเบียดเสียดจนร่างเล็กเซถลาไปกระทบกับร่างสูงของโอม ชายหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวหญิงสาวให้ขยับเข้ามาชิดกับเขา
หัวใจดวงน้อยสั่นไหวรัวแรงจากการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจชายหนุ่ม
“หนึ่ง สอง สาม”
แชะ!
ทุกคนเปลี่ยนท่าทางไปเรื่อย ๆ ตามเสียงกดชัตเตอร์ ต่างจากนับดาวที่ยังยืนเหวออยู่ท่าเดิม เธอยืนตัวแข็งทื่อตั้งแต่ถูกโอมโอบเอวเอาไว้
หลายวันผ่านไป
@สนามกีฬา
การแข่งขันฟุตบอลกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า พวกของณดลลงแข่งในประเภททีมประชาชน พวกเขาลงเล่นเพื่อความสนุกสนานและมีการเดิมพันอีกนิดหน่อย ไม่ได้จริงจังอะไรมากมายจะแพ้ก็ได้ชนะก็ดี
นักกีฬาเริ่มเข้าสู่สนาม ด้านข้างเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่เข้ามาเชียร์ให้กำลังใจ
นับดาวนั่งอยู่กับริสา เห็นเพื่อนสาวบ่นให้ฟังว่าความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มเริ่มสั่นคลอนมาสักพัก ริสารู้สึกว่าแฟนของเธอเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน ชวนไปไหนก็อ้างไม่ว่างตลอด งานเยอะบ้าง เรียนหนักบ้าง ร้อยแปดเหตุผลที่ฝ่ายชายหยิบยกมาอ้าง นับดาวอยากให้เพื่อนได้ผ่อนคลายจึงชวนมานั่งดูหนุ่ม ๆ เตะฟุตบอลด้วยกัน
“ได้มานั่งดูคนหล่อเตะบอลอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันเนอะ สบายใจขึ้นเยอะเลย”
ริสาพูดพลางคลี่ยิ้มดวงตาจ้องนิ่งไปยังนักกีฬากลางสนาม
“ดีแล้ว อย่าไปคิดมากเลย อีพี่คิมมันคงเรียนหนักแหละยิ่งเป็นช่วงใกล้จบด้วย” นับดาวปลอบใจ
“จะว่าไปแล้วเพื่อนพี่ชายแกก็งานดีทุกคนเลยเนอะ ฉันละอิจฉาแกจัง ได้อยู่ท่ามกลางหนุ่มหล่อตั้งห้าคนแน่ะ”
ริสายกมือขึ้นมาเท้าคางตัวเองขณะพูด ดวงตาเป็นประกายกับภาพในจินตนาการ จะดีแค่ไหนกันถ้ามีหนุ่มหล่อทั้งห้ามาห้อมล้อมอย่างนับดาว
“ห้าคนแล้วยังไง ที่ฉันอยากได้มีแค่คนเดียวเท่านั้นแหละย่ะ”
นับดาวทำท่าระริกระรี้ ใครก็ไม่ดีเท่าพี่โอมของเธอทั้งนั้น
“จ้า”
ริสาลากเสียงสูงราวกับประชดประชัน เบะปากใส่เพื่อนด้วยความหมั่นไส้
ทว่าขณะกวาดตามองไปรอบสนาม ดวงตาก็สะดุดเข้ากับคนที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี แฟนหนุ่มที่พวกเธอเพิ่งพูดถึงเมื่อกี้กำลังนั่งนัวเนียกับสาวสวยคนหนึ่งอยู่อีกฝั่งของสนามฟุตบอล
ใบหน้าของริสาขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด แววตาดุดันจ้องเขม็งไปยังคนที่เธอเรียกเต็มปากเต็มคำว่าแฟน แต่ตอนนี้เขากลับทำตัวเหมือนเป็นแฟนคนอื่น
ไหนบอกว่าไม่ว่าง ไหนบอกว่างานเยอะ ไหนบอกว่าเรียนหนัก แท้ที่จริงแล้วคำพูดพวกนั้นมันเป็นเพียงข้ออ้างที่เอาไว้หลอกเธอเท่านั้น
“มีอะไรเหรอ”
นับดาวถามเพื่อนอย่างสงสัย ก่อนจะหันไปมองเหมือนกัน ผู้ชายที่นั่งนัวเนียกับสาวสวยอยู่อีกฝั่งมันคือพี่คิมหันต์แฟนของริสาไม่ผิดแน่
“ไอ้เลว”
เธอด่าแฟนเพื่อนด้วยความโมโห
ริสาลุกขึ้นแล้วเดินตรงเข้าไปหา นัยน์ตาสวยจ้องหน้าคิมหันต์ราวกับจะเอาเรื่องให้ได้
“ไอ้พี่คิม”
ริสาเรียกชื่อแฟนหนุ่มเสียงดังจนเขาสะดุ้ง หน้าเจื่อนหันขวับอย่างเลิ่กลั่กลนลาน ริสามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ปกติไม่เห็นจะมาสักที
คิมหันต์ลุกขึ้นแล้วเดินตรงปรี่เข้าหาแฟนสาว จากนั้นก็รีบพูดเพื่อเอาใจ
“ริสา! มาได้ไงจ๊ะ”
เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าซีดเซียวจนเปียกชุ่ม สองมือเอื้อมมาจับมือของแฟนสาวตั้งใจจะพูดคำหวานหว่านล้อม แต่ผู้หญิงอีกคนกลับเดินมากอดแขนอีกข้างเอาไว้
“คนนี้ใครเหรอคะพี่คิม”
“คนนี้เป็น...เอ่อ...น้องสาวของพี่เองจ้ะ ชื่อริสา”
คิมหันต์คงเห็นว่าริสาเคยยอมทุกอย่างเลยได้ใจ จึงแนะนำไปว่าเธอเป็นแค่น้องสาว กลับไปค่อยหาทางง้อเธอแป๊บเดียวเดี๋ยวริสาก็หายโกรธ แต่ทว่าครั้งนี้มันไม่เหมือนกับทุกครั้ง
“น้องพ่อมึงสิไอ้สารเลว”
ริสาตะโกนด่าพลางง้างมือขึ้นมาฟาดหน้าคิมหันต์จนหน้าหันสมชื่อ
คิมหันต์โมโหจัด ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองริสาอย่างแค้นเคือง ผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาจะยอมให้ผู้หญิงตบต่อหน้าสาธารณชนได้ไง อย่างน้อยก็ต้องแสดงให้ใครต่อใครได้เห็นว่าเขาไม่ได้กระจอก
มือหนาง้างขึ้นตั้งท่าจะตบหน้าเธอสักฉาด สั่งสอนที่ริอ่านมาตบหน้าเขา
“นี่มึงกล้าตบกูเหรอ อีริสา” เขากัดฟันกรอดขณะพูด
นับดาวรีบเข้าไปช่วยดึงรั้งเรียวแขนของคิมหันต์ ก่อนจะใช้เรี่ยวแรงที่มีอยู่น้อยนิดล็อกผู้ชายตัวโตเอาไว้ ให้เพื่อนสาวของเธอจัดการได้อย่างถนัด
“มึงมายุ่งอะไรด้วยวะ”
คิมหันต์สะบัดตัวอย่างแรงจนหลุด ใบหน้าดุดันหันมาจ้องเขม็งนับดาวแล้วชี้หน้า ก่อนจะผลักเธออย่างแรงจนร่างเล็กเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น
อีกด้านหนึ่ง
การแข่งขันฟุตบอลกำลังเริ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลัง แต่เสียงเอะอะโวยวายก็ดังมากจนรบกวนการแข่งขัน ทุกคนต่างหันมาสนใจเหตุการณ์นอกสนาม
เมื่อเห็นว่านับดาวกำลังมีเรื่อง ทุกคนพากันวิ่งกรูออกมาจากสนามอย่างพร้อมเพรียง
“ไอ้สัตว์! มึงจะทำอะไรน้องกูวะ”
ณดลวิ่งมาพร้อมกับตะโกนด่า ใบหน้าของพี่ชายเต็มไปด้วยเส้นเลือดที่ปูดนูนออกมา ใครมันกล้ามาแตะต้องน้องสาวสุดที่รักของเขา เขาจะอัดมันให้เละคาตีน
ณดลตั้งท่าง้างหมัดมาแต่ไกล ทว่าในจังหวะนั้นเท้าของโอมก็ลอยแซงเขาไป ฝ่าเท้าเรียวยาวที่สวมใส่รองเท้าสตั๊ดประทับลงบนยอดอกของคิมหันต์จนเซถลาหงายหลัง จากนั้นโอมก็ตามไปขึ้นคร่อมแล้วปล่อยหมัดใส่หน้าไม่ยั้ง คิมหันต์ไม่มีแม้แต่โอกาสจะตั้งหลัก
เพื่อนทุกคนวิ่งเข้ามาช่วยกัน ก่อนจะหยุดชะงักงันเมื่อเห็นว่าโอมจัดการคนเดียวซะอยู่หมัด
“ไอ้โอมพอแล้ว เดี๋ยวแม่งก็ตายห่าหรอก”
ตั้งใจว่าจะออกมาช่วยจัดการ กลับกลายเป็นว่าต้องมาช่วยกันห้ามโอมเสียอย่างนั้น
โอมไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงง่าย ๆ นับดาวเห็นท่าไม่ดีจึงเข้าไปช่วยห้ามอีกแรง เธอเอาตัวเองเข้าไปขวางพร้อมกับกอดรั้งตัวโอมเอาไว้
“พี่โอม พอเถอะค่ะ”
โอมจึงมีท่าทีสงบลง
คิมหันต์ร่างกายบอบช้ำ นอนดิ้นทุรนทุรายแล้วส่งเสียงร้องครวญคราง มือหนาเอื้อมมากอดขาริสาเพื่อขอความเห็นใจให้ช่วยพยุงเขาลุกขึ้น
ริสาสลัดขาแล้วขยับออกมาพร้อมทั้งสบถด่า
“ไปตายซะ”
เขาพ่นลมหายใจแล้วเดินกลับมาที่เตียงนอน ทิ้งศีรษะลงบนหมอนอย่างแรงจากนั้นก็ยกแขนขึ้นมาก่ายหน้าผากการไม่ได้นอนกอดเมียมันเป็นอะไรที่ทรมานใจสุด ๆ แล้วอย่างนี้ใครมันจะไปนอนหลับลงคิดแล้วก็หอบหมอนเดินตามเมียไปที่ห้องนอนของลูกสาวทันทีโอมเปิดประตูห้องนอนอย่างเบามือแล้วเดินย่องเข้าไปในห้องนอนของลูกสาวอย่างเงียบที่สุด หย่อนก้นลงบนเตียงนอนด้านข้างนับดาวจากนั้นก็ซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มของเธอมือหนาซุกเข้าไปตรงเอวคอดแล้วกอดเธอเอาไว้ จากนั้นก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่นับดาวลืมตาด้วยความตกใจ จากนั้นก็แผดเสียงดุเขา“พี่โอม”“ชู่วววว! เบา ๆ สิเดี๋ยวลูกตื่น”“จะตามมาทำไมคะ”“ก็พี่อยากกอดเมีย นอนคนเดียวมันนอนไม่หลับนี่นา”เขาว่าอย่างออดอ้อน ใบหน้าหล่อเหลาซุกเข้าตรงซอกคอแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างเมียรักอย่างซุกซน“พี่โอมไม่ต้องมาทำเป็นทะลึ่งเลย นี่มันในห้องนอนลูกนะ ลูกกำลังหลับอยู่”“ที่รักก็อย่าเสียงดังสิ”“พี่โอม”เธอเรียกชื่อเขาพลางตีลงบนหลังมือที่เริ่มซุกซนขึ้นเรื่อย ๆ“อย่าดิ้นสิครับ”“อื้อ”ว่าจบเขาก็ประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธอ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเรียวลิ้นก็สอดแทรกเข้ามาอย่างฉับ
หลายปีต่อมา“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู”เสียงร้องเพลงเฉลิมฉลองวันเกิดครบสี่ขวบของน้องเอิงเอย ลูกสาวตัวน้อยของพ่อโอมและแม่นับดาวดังขึ้นที่สวนหน้าบ้านทุกคนนั่งห้อมล้อมพร้อมทั้งร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้กับสาวน้อยอย่างพร้อมเพรียงกันหลังเพลงจบเจ้าของวันเกิดก็หลับตาอธิษฐานขอพร จากนั้นก็ก้มหน้าเป่าเทียนตัวเลขสี่จนไฟดับ“สุขสันต์วันเกิดนะคะคนสวยของลุง”ณดลเอ่ยกับหลานสาวตัวน้อยพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญผูกโบสีชมพูให้“ขอบคุณค่ะ”เด็กสาวยกมือไหว้แล้วยิ้มจนแก้มปริ อยากจะแกะของขวัญเสียตอนนี้ ทว่ายังไม่ทันได้แกะผู้เป็นอาก็ยื่นของขวัญมาให้เสียก่อน“อันนี้เป็นของขวัญจากอาจ้ะ ขอให้หลานของอามีความสุขมาก ๆ นะคะ”อันดายื่นของขวัญกล่องใหญ่กว่ามาให้ เด็กสาวดูตื่นเต้นดีใจมากกว่ากล่องของณดลเสียอีก“ขอบคุณค่ะอาอันดา”เธอยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวขอบคุณ จากนั้นสาวน้อยก็รีบแกะของขวัญของอันดาก่อนนัยน์ตาแป๋วจ้องมองของในกล่องที่ผู้เป็นพ่อช่วยแกะด้วยใจจดจ่อ พอเห็นว่าของข้างในคือตุ๊กตารุ่นแรร์ไอเทมที่ฮิตกันในกลุ่มเด็กเล็กและหาซื้อได้ยากเพราะราคาค
วันต่อมา“ยินดีด้วยนะคะ ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วค่ะ”เสียงคุณหมอประจำแผนกสูตินรีเวชเอ่ยแสดงความยินดีกับว่าที่คุณพ่อ สองสามีภรรยาหันมายิ้มให้กันด้วยความดีใจโอมสวมกอดเมียรักแล้วจูบหน้าผากมนสวยอย่างแผ่วเบา หัวใจของเขาพองโตเลือดลมสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาคมมีน้ำใส ๆ ไหลรื้นออกมาคลอทั้งสองเบ้าด้วยความตื้นตันใจมือหนาเอื้อมไปลูบคลำเบา ๆ ที่หน้าท้องของเมียรักพร้อมทั้งแนบหูลงบนนั้นเพื่อฟังเสียง“พี่โอมทำอะไรคะ”นับดาวตีเขาเบา ๆ แล้วเอ่ยท้วง เธอมองหน้าคุณหมอที่ยิ้มขำท่าทางของโอมด้วยความเขินอาย“พี่อยากฟังเสียงลูก”“ตอนนี้น้องยังตัวเท่าเม็ดงาอยู่เลยยังไม่มีเสียงหรอกค่ะ เอาไว้ประมาณสิบสัปดาห์คุณพ่อค่อยมาฟังเสียงหัวใจของน้องนะคะ”คุณหมอพูดพลางหัวเราะขบขันและเอ็นดูในเวลาเดียวกันโอมเหยียดนั่งตัวตรงแล้วอมยิ้มอย่างเขิน ๆ ก่อนจะตอบผู้เป็นหมอว่า“ครับ”หลังกลับจากโรงพยาบาลไลน์กลุ่มก็แจ้งเตือนไม่หยุด เมื่อคนเห่อลูกรีบส่งข้อความไปอวดเพื่อนในกลุ่มทันทีพร้อมกับถ่ายรูปผลตรวจโชว์หราไปให้เพื่อนสนิทได้ดูด้วยโอมขิงเพื่อนไปว่าเขามีน้ำยาแต่งปุ๊บไม่นานก็ท้องปั๊บ พวกเพื่อนคุยโวตอบกลับมาว่าตอนนี
หลายเดือนผ่านไป@ห้องทำงานของโอมโอมนั่งหน้าซีดอยู่ในห้องทำงาน ในมือของเขาถือยาดมจ่อไว้ตรงรูจมูก สงสัยช่วงนี้เขาจะทำงานเยอะไปหน่อย จนร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอจึงทำให้รู้สึกเวียนหัวอยู่บ่อย ๆ แถมบางครั้งยังมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย โดยเฉพาะช่วงเช้าตอนตื่นนอนนับดาวเดินทางมายังบริษัทของผู้เป็นสามี ในมือของเธอถือกล่องอาหารบรรจุข้าวต้มหมูฝีมือคุณนายเพ็ญที่เพิ่งบินมาจากเชียงใหม่ได้สองวันเพื่อมาเยี่ยมลูกสาวนับดาวเห็นว่าเมื่อเช้าโอมอาเจียนจนหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่ในห้องน้ำ วันนี้เธอจึงบอกให้เขาหยุดพักอยู่ที่บ้าน แต่เขากลับดื้อดึงจะมาทำงานให้ได้เธอก็เลยตามมาดูแลสักหน่อย“สวัสดีค่ะคุณนับดาว”เลขาสาวลุกจากเก้าอี้แล้วยกมือไหว้ผู้เป็นภรรยาของเจ้านาย“สวัสดีค่ะคุณแจน พี่โอมอยู่ข้างในรึเปล่าคะ”“อยู่ค่ะ แต่เหมือนคุณโอมจะไม่สบายนะคะ เจนเห็นนั่งดมยาดมตั้งแต่เช้า ข้าวเที่ยงก็ไม่ออกไปทาน”“เหรอคะ ถ้างั้นนับขอเข้าไปดูหน่อยนะคะ”“เชิญค่ะ”นับดาวผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานของผู้เป็นสามี เธอตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฟุบหน้าลงกับโต๊ะหญิงสาววางของกินที่หอบหิ้วมาด้วยไว้บนโต๊ะกลางของโซฟาแล้วรีบเดินเ
ริมฝีปากหนาเคลื่อนมาจูบซับตรงหน้าผากมนแล้วผละออกมาสบตากับผู้เป็นภรรยาซึ่งเป็นผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจโอมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วย่อตัวช้อนร่างเจ้าสาวขึ้น จากนั้นก็พาเธอเดินไปที่เตียงนอน วางหญิงสาวนั่งลงบนเตียงแล้วเขาก็นั่งลงข้าง ๆ มือหนาลูบไล้ไปตามพวงแก้มขาว“วันนี้เจ้าสาวของพี่สวยมาก”“สวยตั้งนานแล้วไม่รู้เหรอ”“รู้ แต่วันนี้นับสวยที่สุด”พูดจบริมฝีหนาก็เคลื่อนมาบดจูบแนบแน่น ดูดเม้มทั้งริมฝีปากบนและล่างของหญิงสาว แทรกลิ้นร้อนผ่าวเข้าไปกวาดต้อนในโพรงปากจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศได้แทรกผ่าน“อื้อ~”นับดาวอ้าปากต้อนรับ ส่งลิ้นเล็กพัวพันเกี่ยวกระหวัดดูดดื่ม เสียงครางผะแผ่วเล็ดลอดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้มือหนาลากไล้ตั้งแต่ขาอ่อนเข้าไปใต้กระโปรงตัวสั้น ฉับพลันปลายนิ้วก็เกี่ยวเอาแพนตี้ตัวเล็กลงมาจนสุดปลายขาแล้วถอดออกนับดาวช่วยปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแล้วถอดออกจากตัวเขาเช่นกันปลายเล็บยาวเกลี่ยลากไปตามมัดกล้ามกำยำแล้วหยุดตรงหัวนม เธอลูบวนสร้างความรู้สึกวาบหวิวให้ชายหนุ่ม จากนั้นก็เคลื่อนไปด้านล่างตรงตะขอกางเกงของเขาแล้วค่อย ๆ ปลดมันออกโอมจับพลิกร่างเล็กให้อยู่ในท่าคลานเข่า เขาจัดการกับกางเกงขอ
“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ในนามของเจ้าภาพและครอบครัว ผมขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างมากที่สละเวลามาเป็นสักขีพยานในวันสำคัญของเราวันนี้ เราสองคนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ผมขอให้ทุกท่านมีความสุขกับค่ำคืนนี้เช่นกันนะครับ”เสียงปรบมือดังสนั่นห้องจัดเลี้ยงหลังจากเจ้าบ่าวพูดจบ จากนั้นชายหนุ่มก็ส่งมอบไมค์คืนให้พิธีกร“คราวนี้เราขอถามทางเจ้าสาวบ้าง อยากทราบว่าเจ้าสาวรักเจ้าบ่าวตอนไหนครับ”สิ้นประโยคคำถามผู้คนในงานหัวเราะฮือฮา มีแต่คนอยากรู้เรื่องนี้ทั้งนั้นนับดาวมีอาการเขินอายเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้คิดจะปิดบัง ในเมื่อทุกคนอยากรู้เธอก็จะเล่าให้ฟัง“ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยค่ะ ตอนนั้นนับรู้สึกชอบพี่โอมมาก คอยติดตามเรื่องราวของพี่โอมตลอด เรียกว่าสอดรู้สอดเห็นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขาก็อยากรู้ไปหมด แล้วก็เริ่มชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ พอนานวันเข้าจากชอบก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความรัก รักแบบไม่มีเงื่อนไข”เธอหันไปสบตากับโอมระหว่างที่พูดประโยคสุดท้ายทุกคนปรบมือให้กับเธอ“แล้วเจ้าบ่าวล่ะครับหลงรักเจ้าสาวตอนไหน”พิธีกรหันถามเจ้าบ่าวบ้าง“ผมเองก็ชอบเธอตั้งแต่แรกเจอเหมือนกันครับ” ประโยคแรก







