LOGINหลังเหตุการณ์จบลง ทีมของโอมถูกปรับให้แพ้แถมยังถูกตัดสิทธิ์การแข่งขัน ทุกคนต่างก็หัวเราะขบขันไม่ได้ซีเรียส จะมีก็แต่นับดาวนี่แหละยังนั่งหน้าเครียดเพราะสาเหตุเกิดจากเธอ
คิมหันต์ไม่กล้าเอาเรื่องเมื่อเห็นว่าเพื่อนของโอมเป็นถึงลูกนายตำรวจใหญ่ เอาเรื่องไปก็มีแต่จะเสียเปรียบเปล่า ๆ พอลุกขึ้นได้ก็แกล้งตีเนียนเดินออกจากสนามโดยไม่ได้ถือสาหาความ ขืนไปยุ่งกับพวกลูกหลานผู้มีอิทธิพลเข้าเขาได้ซวยกว่านี้แน่
“เฮ้ยพวกมึง เอาไงต่อดี ไปกินข้าวร้านเจ๊ยุ้ยแถวมอป้ะ” เดย์เอ่ยชวน
“เอาดิ”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย หลังจากนั้นก็แยกย้ายไปขึ้นรถใครรถมัน
ณดลเห็นน้องสาวทำหน้าละห้อยอยู่นาน ท่าทางละล้าละลังไม่ยอมขึ้นรถสักที เขาจึงเดินไปลากแขนเธอมายืนอยู่ข้างรถ ก่อนจะเปิดประตูให้แล้วดันตัวน้องสาวเข้าไปนั่งตรงฝั่งคนนั่ง
“น้องว่าจะไม่ไปด้วย ฝากขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่ทำให้เกิดเรื่อง”
“ไม่รับฝาก ถ้าอยากขอโทษก็ต้องไปพูดเอง”
ณดลส่งรอยยิ้มกวน ๆ ไปให้น้องสาว ก่อนจะขับรถไปยังร้านประจำตามที่นัดแนะกับเพื่อน เอาไว้
เวลาต่อมา
“วันนี้มีอะไรอร่อย ๆ บ้างเจ๊”
เดย์ยื่นหน้าเข้าไปพูดคุยกับเจ้าของร้านถึงในครัว
“อร่อยทุกอย่าง ว่าแต่จะแดกอะไร”
“โห! เจ๊ ตอนพูดกับผมไม่เห็นเหมือนพูดกับไอ้โอมเลย”
“ก็แกมันกวนประสาท พูดกับแกก็ต้องพูดแบบนี้แหละ”
เจ๊ยุ้ยผัดข้าวมือเป็นระวิงขณะพูดกับเดย์ ก่อนจะปรายตามองเพียงเสี้ยวเดียวแล้วเอ่ยต่อ
“สรุปจะแดกอะไร”
“เอาเหมือนเดิมครับ”
“จำไม่ได้ ไปจดมา”
...แล้วเจ๊จะถามเพื่อ...
เดย์คิดในใจแล้วเดินออกมา ไม่กวนเจ๊แกดีกว่าเดี๋ยวจะได้กินข้าวคลุกเกลือเหมือนครั้งก่อน
กลุ่มของโอมสนิทกับเจ๊ยุ้ยมาก พวกเขาชอบพูดจากวนประสาทให้เจ๊ยุ้ยด่าเล่นโดยเฉพาะเดย์ เจ๊ยุ้ยเองก็เปรียบเสมือนครูคนหนึ่ง พร่ำสอนพร่ำด่าพวกเขาตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสี่
ถ้าใครมีปัญหาหัวใจก็มาปรึกษาตลอด เจ๊ยุ้ยจึงกลายเป็นผู้กุมความลับของทุกคนเอาไว้ เรียกได้ว่ารู้ไส้รู้พุงแทบทุกอย่าง ใครเคยพาสาวมาทานข้าวที่ร้านเจ๊ยุ้ยจะรู้หมด
นับดาวเดินตามหลังพี่ชายเข้ามาในร้านด้วยท่าทางห่อเหี่ยว พอนั่งลงบนเก้าอี้ก็รีบเอ่ยปากพร้อมกับยกมือไหว้ทุกคนทันที
“นับขอโทษพวกพี่ ๆ ด้วยนะคะ เป็นเพราะนับใจร้อนเลยทำให้เกิดเรื่อง พวกพี่อุตส่าห์ตั้งใจซ้อมเอาเป็นเอาตายกันมาหลายวัน ทุกอย่างต้องมาพังเพราะนับคนเดียวเลย”
“จะขอโทษทำไมพวกพี่ไม่ได้เสียใจสักหน่อย” มิกซ์พูดพร้อมกับส่งยิ้มให้
“ใช่ พวกพี่ก็ซ้อม ๆ ไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้จะไปแข่งจริงจังเลย ถูกปรับให้แพ้อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน พวกเราจะได้ไม่ต้องไปแข่งให้เมื่อยเนอะ”
เลโอพูดพลางพยักพเยิดหน้ากับเพื่อน ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
“ว่าแต่เราเถอะ ตัวเล็กแค่นี้คิดยังไงถึงได้ไปสู้กับผู้ชายตัวโต ไม่กลัวเหรอ” เดย์สงสัย
“ก็นับสงสารเพื่อนนี่นา ถ้านับไม่ช่วยริสาคงถูกไอ้พี่คิมตบหน้าไปแล้ว ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ โคตรเลวแถมยังหน้าตัวเมียอีก นึกแล้วยังเจ็บใจไม่หาย ไม่รู้ว่าป่านนี้ริสาจะเป็นยังไงบ้าง บอกให้มาด้วยกันก็ไม่ยอมมา จะไปอยู่เป็นเพื่อนก็ไม่ยอมให้ไป”
พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็รู้สึกโมโหขึ้นมา ความโกรธเคืองฉายชัดอยู่บนใบหน้าของหญิงสาว
ทุกคนหัวเราะขบขันท่าทางของนับดาว แม้ตัวจะเล็กแต่น้ำใจของเธอยิ่งใหญ่กว่าผู้ชายบางคนเสียอีก
ในระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ คนที่มาช้ากว่าเพื่อนก็มาถึงร้านพอดี
เมื่อมาถึงโอมก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อทักทายเจ๊ยุ้ย
“หวัดดีครับ” โอมยกมือไหว้
“ไหว้พระเถอะลูก แล้วนี่กินไรมายัง”
เจ๊ยุ้ยคลี่ยิ้มละมุน ละมือจากทุกอย่างมารับไหว้โอม
“ยังเลยครับ วันนี้มีอะไรกินบ้างครับ”
โอมลูบท้อง พลางชะเง้อคอมองดูในตู้ข้าวแกงตรงหน้า
“อาโอมอยากกินอะไรเดี๋ยวเจ๊ทำให้”
ชายหนุ่มหันมาที่โต๊ะแล้วจ้องมองคนตัวเล็ก เธอน่าจะยังไม่ได้สั่งอาหารเพราะมัวโม้อยู่
“งั้นผมเอาผัดกะเพราไก่ไม่เผ็ดราดข้าว 2 จานครับ”
“ไม่เผ็ด? เดี๋ยวนี้อาโอมเลิกกินเผ็ดแล้วเหรอ”
“เอ่อ...พอดีช่วงนี้ผมกินเผ็ดไม่ค่อยได้ครับ”
“ได้ งั้นรอสักครู่นะ เดี๋ยวเจ๊ทำให้”
โอมเดินกลับมาที่โต๊ะ โดยมีสายตาของเดย์ที่มองมาอย่างหมั่นไส้ ไอ้โอมกับเขาพูดประโยคเดียวกันเด๊ะแต่เจ๊ยุ้ยกลับเลือกปฏิบัติ อย่างนี้เขาเรียกว่าลำเอียงชัด ๆ
ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งไม่ได้ใส่ใจ ก่อนจะชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเก้าอี้ว่างเหลือเพียงตัวเดียวข้าง ๆ นับดาว
เขาเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงโดยไม่พูดไม่กล่าว
“เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้ไอ้โอมว่ะ จัดการไอ้บ้านั่นซะอยู่หมัด แม่งสะใจฉิบหายเลย ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า” เลโอหัวเราะอย่างสะใจ
“เออ! นั่นดิ ถ้ากูจำไม่ผิดตอนเกิดเรื่องมึงกำลังเลี้ยงลูกอยู่หน้าประตูไม่ใช่เหรอ มาไวสัตว์” มิกซ์สงสัย
“กูกำลังจะง้างหมัดต่อยไอ้ห่านั่นอยู่แล้วเชียว ตีนไอ้เชี่ยโอมแม่งมาถึงโคตรไวอะ” ณดลเล่า
“นั่นดิ ตอนนั้นมึงไวจังวะ” เดย์ถาม
“กูก็แค่...เป็นห่วงนับดาวก็เลยรีบวิ่งมา”
สายตาสี่คู่จ้องมองเขานิ่ง โอมจึงรีบเอ่ยต่อ
“ก็เหมือนที่พวกมึงเป็นห่วงนั่นแหละจะสงสัยอะไรวะ”
พูดจบโอมก็รีบยกน้ำขึ้นมาดื่ม สีหน้าราบเรียบเป็นปกติไม่มีแม้แต่พิรุธให้จับผิด เขาไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ ก็แค่จะรีบไปช่วยเธอเหมือนที่เพื่อนทำ
ได้ยินอย่างนั้นนับดาวถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะต้องทำหน้ายังไงให้เป็นธรรมชาติมากที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนอาการดีใจ แม้เขาจะทำไปเพราะช่วยเธอเหมือนที่คนอื่นทำ แต่เธอก็รู้สึกปลื้มใจอยู่ดี
“นับขอโทษพวกพี่อีกครั้งนะคะ แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยนับ ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ”
นับดาวกล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้งใจ พร้อมกับยกมือไหว้ซึ่งเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ จังหวะนั้นเธอหันมาสบตากับโอมเข้าพอดี
เหมือนโอมจะมีอาการประหม่าเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมคล้าย ๆ ว่าจะมีความรู้สึกบางอย่างแอบแฝงอยู่ จากนั้นเขาก็รีบเบือนหน้าไปทางอื่นประหนึ่งว่าไม่กล้าสบตากับเธออย่างไรอย่างนั้น หรือว่าเขาจะเริ่มหวั่นไหวขึ้นมาบ้างแล้ว
...หรือว่าเราจะคิดไปเอง...อีกแล้ว...
นับดาวสงสัย
“ผัดกะเพราไก่ไม่เผ็ดสองจานได้แล้ว”
เจ๊ยุ้ยยกจานข้าวสองจานมาวางไว้ตรงหน้าโอม โอมเลื่อนอีกจานไปไว้ตรงหน้านับดาว ก่อนจะเอ่ยกับเธอ
“เห็นเราไม่กินเผ็ดก็เลยสั่งมาเผื่อ”
ใบหน้าเรียบนิ่งหันไปทางอื่นหลังพูดจบ ต่างจากอีกคนที่เอาแต่ยิ้มจนแก้มแทบจะปริแตกออกมา
...แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ชอบได้ยังไง...
เขาพ่นลมหายใจแล้วเดินกลับมาที่เตียงนอน ทิ้งศีรษะลงบนหมอนอย่างแรงจากนั้นก็ยกแขนขึ้นมาก่ายหน้าผากการไม่ได้นอนกอดเมียมันเป็นอะไรที่ทรมานใจสุด ๆ แล้วอย่างนี้ใครมันจะไปนอนหลับลงคิดแล้วก็หอบหมอนเดินตามเมียไปที่ห้องนอนของลูกสาวทันทีโอมเปิดประตูห้องนอนอย่างเบามือแล้วเดินย่องเข้าไปในห้องนอนของลูกสาวอย่างเงียบที่สุด หย่อนก้นลงบนเตียงนอนด้านข้างนับดาวจากนั้นก็ซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มของเธอมือหนาซุกเข้าไปตรงเอวคอดแล้วกอดเธอเอาไว้ จากนั้นก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่นับดาวลืมตาด้วยความตกใจ จากนั้นก็แผดเสียงดุเขา“พี่โอม”“ชู่วววว! เบา ๆ สิเดี๋ยวลูกตื่น”“จะตามมาทำไมคะ”“ก็พี่อยากกอดเมีย นอนคนเดียวมันนอนไม่หลับนี่นา”เขาว่าอย่างออดอ้อน ใบหน้าหล่อเหลาซุกเข้าตรงซอกคอแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างเมียรักอย่างซุกซน“พี่โอมไม่ต้องมาทำเป็นทะลึ่งเลย นี่มันในห้องนอนลูกนะ ลูกกำลังหลับอยู่”“ที่รักก็อย่าเสียงดังสิ”“พี่โอม”เธอเรียกชื่อเขาพลางตีลงบนหลังมือที่เริ่มซุกซนขึ้นเรื่อย ๆ“อย่าดิ้นสิครับ”“อื้อ”ว่าจบเขาก็ประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธอ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเรียวลิ้นก็สอดแทรกเข้ามาอย่างฉับ
หลายปีต่อมา“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู”เสียงร้องเพลงเฉลิมฉลองวันเกิดครบสี่ขวบของน้องเอิงเอย ลูกสาวตัวน้อยของพ่อโอมและแม่นับดาวดังขึ้นที่สวนหน้าบ้านทุกคนนั่งห้อมล้อมพร้อมทั้งร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้กับสาวน้อยอย่างพร้อมเพรียงกันหลังเพลงจบเจ้าของวันเกิดก็หลับตาอธิษฐานขอพร จากนั้นก็ก้มหน้าเป่าเทียนตัวเลขสี่จนไฟดับ“สุขสันต์วันเกิดนะคะคนสวยของลุง”ณดลเอ่ยกับหลานสาวตัวน้อยพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญผูกโบสีชมพูให้“ขอบคุณค่ะ”เด็กสาวยกมือไหว้แล้วยิ้มจนแก้มปริ อยากจะแกะของขวัญเสียตอนนี้ ทว่ายังไม่ทันได้แกะผู้เป็นอาก็ยื่นของขวัญมาให้เสียก่อน“อันนี้เป็นของขวัญจากอาจ้ะ ขอให้หลานของอามีความสุขมาก ๆ นะคะ”อันดายื่นของขวัญกล่องใหญ่กว่ามาให้ เด็กสาวดูตื่นเต้นดีใจมากกว่ากล่องของณดลเสียอีก“ขอบคุณค่ะอาอันดา”เธอยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวขอบคุณ จากนั้นสาวน้อยก็รีบแกะของขวัญของอันดาก่อนนัยน์ตาแป๋วจ้องมองของในกล่องที่ผู้เป็นพ่อช่วยแกะด้วยใจจดจ่อ พอเห็นว่าของข้างในคือตุ๊กตารุ่นแรร์ไอเทมที่ฮิตกันในกลุ่มเด็กเล็กและหาซื้อได้ยากเพราะราคาค
วันต่อมา“ยินดีด้วยนะคะ ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วค่ะ”เสียงคุณหมอประจำแผนกสูตินรีเวชเอ่ยแสดงความยินดีกับว่าที่คุณพ่อ สองสามีภรรยาหันมายิ้มให้กันด้วยความดีใจโอมสวมกอดเมียรักแล้วจูบหน้าผากมนสวยอย่างแผ่วเบา หัวใจของเขาพองโตเลือดลมสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาคมมีน้ำใส ๆ ไหลรื้นออกมาคลอทั้งสองเบ้าด้วยความตื้นตันใจมือหนาเอื้อมไปลูบคลำเบา ๆ ที่หน้าท้องของเมียรักพร้อมทั้งแนบหูลงบนนั้นเพื่อฟังเสียง“พี่โอมทำอะไรคะ”นับดาวตีเขาเบา ๆ แล้วเอ่ยท้วง เธอมองหน้าคุณหมอที่ยิ้มขำท่าทางของโอมด้วยความเขินอาย“พี่อยากฟังเสียงลูก”“ตอนนี้น้องยังตัวเท่าเม็ดงาอยู่เลยยังไม่มีเสียงหรอกค่ะ เอาไว้ประมาณสิบสัปดาห์คุณพ่อค่อยมาฟังเสียงหัวใจของน้องนะคะ”คุณหมอพูดพลางหัวเราะขบขันและเอ็นดูในเวลาเดียวกันโอมเหยียดนั่งตัวตรงแล้วอมยิ้มอย่างเขิน ๆ ก่อนจะตอบผู้เป็นหมอว่า“ครับ”หลังกลับจากโรงพยาบาลไลน์กลุ่มก็แจ้งเตือนไม่หยุด เมื่อคนเห่อลูกรีบส่งข้อความไปอวดเพื่อนในกลุ่มทันทีพร้อมกับถ่ายรูปผลตรวจโชว์หราไปให้เพื่อนสนิทได้ดูด้วยโอมขิงเพื่อนไปว่าเขามีน้ำยาแต่งปุ๊บไม่นานก็ท้องปั๊บ พวกเพื่อนคุยโวตอบกลับมาว่าตอนนี
หลายเดือนผ่านไป@ห้องทำงานของโอมโอมนั่งหน้าซีดอยู่ในห้องทำงาน ในมือของเขาถือยาดมจ่อไว้ตรงรูจมูก สงสัยช่วงนี้เขาจะทำงานเยอะไปหน่อย จนร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอจึงทำให้รู้สึกเวียนหัวอยู่บ่อย ๆ แถมบางครั้งยังมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย โดยเฉพาะช่วงเช้าตอนตื่นนอนนับดาวเดินทางมายังบริษัทของผู้เป็นสามี ในมือของเธอถือกล่องอาหารบรรจุข้าวต้มหมูฝีมือคุณนายเพ็ญที่เพิ่งบินมาจากเชียงใหม่ได้สองวันเพื่อมาเยี่ยมลูกสาวนับดาวเห็นว่าเมื่อเช้าโอมอาเจียนจนหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่ในห้องน้ำ วันนี้เธอจึงบอกให้เขาหยุดพักอยู่ที่บ้าน แต่เขากลับดื้อดึงจะมาทำงานให้ได้เธอก็เลยตามมาดูแลสักหน่อย“สวัสดีค่ะคุณนับดาว”เลขาสาวลุกจากเก้าอี้แล้วยกมือไหว้ผู้เป็นภรรยาของเจ้านาย“สวัสดีค่ะคุณแจน พี่โอมอยู่ข้างในรึเปล่าคะ”“อยู่ค่ะ แต่เหมือนคุณโอมจะไม่สบายนะคะ เจนเห็นนั่งดมยาดมตั้งแต่เช้า ข้าวเที่ยงก็ไม่ออกไปทาน”“เหรอคะ ถ้างั้นนับขอเข้าไปดูหน่อยนะคะ”“เชิญค่ะ”นับดาวผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานของผู้เป็นสามี เธอตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฟุบหน้าลงกับโต๊ะหญิงสาววางของกินที่หอบหิ้วมาด้วยไว้บนโต๊ะกลางของโซฟาแล้วรีบเดินเ
ริมฝีปากหนาเคลื่อนมาจูบซับตรงหน้าผากมนแล้วผละออกมาสบตากับผู้เป็นภรรยาซึ่งเป็นผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจโอมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วย่อตัวช้อนร่างเจ้าสาวขึ้น จากนั้นก็พาเธอเดินไปที่เตียงนอน วางหญิงสาวนั่งลงบนเตียงแล้วเขาก็นั่งลงข้าง ๆ มือหนาลูบไล้ไปตามพวงแก้มขาว“วันนี้เจ้าสาวของพี่สวยมาก”“สวยตั้งนานแล้วไม่รู้เหรอ”“รู้ แต่วันนี้นับสวยที่สุด”พูดจบริมฝีหนาก็เคลื่อนมาบดจูบแนบแน่น ดูดเม้มทั้งริมฝีปากบนและล่างของหญิงสาว แทรกลิ้นร้อนผ่าวเข้าไปกวาดต้อนในโพรงปากจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศได้แทรกผ่าน“อื้อ~”นับดาวอ้าปากต้อนรับ ส่งลิ้นเล็กพัวพันเกี่ยวกระหวัดดูดดื่ม เสียงครางผะแผ่วเล็ดลอดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้มือหนาลากไล้ตั้งแต่ขาอ่อนเข้าไปใต้กระโปรงตัวสั้น ฉับพลันปลายนิ้วก็เกี่ยวเอาแพนตี้ตัวเล็กลงมาจนสุดปลายขาแล้วถอดออกนับดาวช่วยปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแล้วถอดออกจากตัวเขาเช่นกันปลายเล็บยาวเกลี่ยลากไปตามมัดกล้ามกำยำแล้วหยุดตรงหัวนม เธอลูบวนสร้างความรู้สึกวาบหวิวให้ชายหนุ่ม จากนั้นก็เคลื่อนไปด้านล่างตรงตะขอกางเกงของเขาแล้วค่อย ๆ ปลดมันออกโอมจับพลิกร่างเล็กให้อยู่ในท่าคลานเข่า เขาจัดการกับกางเกงขอ
“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ในนามของเจ้าภาพและครอบครัว ผมขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างมากที่สละเวลามาเป็นสักขีพยานในวันสำคัญของเราวันนี้ เราสองคนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ผมขอให้ทุกท่านมีความสุขกับค่ำคืนนี้เช่นกันนะครับ”เสียงปรบมือดังสนั่นห้องจัดเลี้ยงหลังจากเจ้าบ่าวพูดจบ จากนั้นชายหนุ่มก็ส่งมอบไมค์คืนให้พิธีกร“คราวนี้เราขอถามทางเจ้าสาวบ้าง อยากทราบว่าเจ้าสาวรักเจ้าบ่าวตอนไหนครับ”สิ้นประโยคคำถามผู้คนในงานหัวเราะฮือฮา มีแต่คนอยากรู้เรื่องนี้ทั้งนั้นนับดาวมีอาการเขินอายเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้คิดจะปิดบัง ในเมื่อทุกคนอยากรู้เธอก็จะเล่าให้ฟัง“ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยค่ะ ตอนนั้นนับรู้สึกชอบพี่โอมมาก คอยติดตามเรื่องราวของพี่โอมตลอด เรียกว่าสอดรู้สอดเห็นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขาก็อยากรู้ไปหมด แล้วก็เริ่มชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ พอนานวันเข้าจากชอบก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความรัก รักแบบไม่มีเงื่อนไข”เธอหันไปสบตากับโอมระหว่างที่พูดประโยคสุดท้ายทุกคนปรบมือให้กับเธอ“แล้วเจ้าบ่าวล่ะครับหลงรักเจ้าสาวตอนไหน”พิธีกรหันถามเจ้าบ่าวบ้าง“ผมเองก็ชอบเธอตั้งแต่แรกเจอเหมือนกันครับ” ประโยคแรก







