Masukและแล้ววันหยุดยาวที่หลายๆ คนรอคอยก็วนเวียนมาถึง ลลิลไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับวันหยุดเหล่านี้มากนัก เพราะเธอไม่มีสถานที่ที่จะต้องไป ทุกๆ วันเลยมีความสำคัญเท่ากันหมดสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอ วันนี้เธอเลยไม่ได้ตื่นเต้นกับการมาทำงานก่อนวันหยุดยาวเหมือนคนอื่นๆ
"ลิลแน่ใจเหรอว่าไม่ไปกับพี่"
"แน่ใจค่ะ ที่บริษัทก็มีคนมาทำโอทีตั้งหลายคน"
"ถ้ามีอะไรก็โทรหาพี่นะ"
"ค่ะ พี่บัว"
หลังเลิกงานลลิลขับรถมาจอดตรงบริเวณอาคารผู้โดยสารที่สถานีขนส่ง เธอมาส่งบัวทิพย์ เพื่อเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เพราะบัวทิพย์ไม่ชอบขับรถในวันหยุดยาวแบบนี้ เธอบอกว่ารถเยอะ เพราะคนเดินทางกลับบ้าน กลัวจะเกิดอุบัติเหตุ เธอเลยเลือกที่จะนั่งรถโดยสาร อย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่ารถส่วนตัว
หลังจากส่งบัวทิพย์ขึ้นรถโดยสารแล้ว ลลิลจึงขับรถมุ่งตรงไปยังห้างสรรพสินค้า เพื่อซื้อของใช้เข้าบ้านของเธอ บ้านหลังที่เธออาศัยอยู่เป็นบ้านของลุงที่ซื้อทิ้งไว้ เขาอนุญาตให้ลลิลมาอยู่ เพราะความเอ็นดู ลลิลเลยถือโอกาสดูแลบ้านหลังนี้เพื่อตอบแทนคุณลุงของเธอ
ลลิลเข็นรถเข็นเดินเข้าไปยังแผนกของสด เลือกซื้อเนื้อหมูและเนื้อไก่เพื่อใช้ทำเป็นอาหารเช้าก่อนออกมาทำงาน หลังจากได้ของที่ต้องการครบแล้ว ในขณะที่กำลังจะเดินไปจ่ายเงิน เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเธอลืมหยิบยาสีฟัน เธอจึงฝากรถเข็นไว้กับพนักงานที่เคาเตอร์คิดเงิน แล้ววิ่งไปยังชั้นที่วางยาสีฟัน
"โอ้ย อะไรกันอีกเนี่ย"
เพราะความไม่ทันระวัง จังหวะที่เธอเลี้ยวตรงหัวมุมแผนก เธอก็ชนเข้ากับลูกค้าผู้หญิงอีกคน ลลิลจึงรีบลุกขึ้นเพื่อไปช่วยพยุงเธอคนนั้น แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ช่วย ก็มีผู้ชายคนนึงเข้าไปช่วยพยุงหล่อนเสียก่อน
"ที่รักเป็นไงบ้างครับ"
เพราะคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้ ลลิลพยายามก้มมองหญิงสาวคนดังกล่าว จนหล่อนนั้นเงยหน้ามา พอสบตากัน ใช่เลย หล่อนคือสโรชาแฟนสาวของประธานบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แต่ผู้ชายคนที่ยืนข้างๆ ไม่ใช่ท่านประธานของเธอ
"นี่เธออีกแล้วเหรอ จะจองล้างจองผลาญฉันไปถึงไหน"
"ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันระวัง ขอโทษจริงๆ นะคะ"
ลลิลพยายามยกมือไหว้ เพราะเธอเป็นฝ่ายผิดจริงๆ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คนที่ผ่านไปผ่านมาหันมามองทั้งสามคนด้วยความแปลกใจ
"นี่มันห้างนะครับคุณ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่จะมาวิ่งเล่นตามอำเภอใจ ถ้าแฟนของผมมีอันตรายขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ"
'แฟน เหรอแล้วคุณนนท์ล่ะ' ลลิลได้แต่คิดในใจ
"ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ยังไงเธอก็ขอโทษแล้ว เราไปกันเถอะค่ะ"
ด้านสโรชาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าลลิลบังเอิญมารู้ความลับของหล่อน หล่อนจึงพยายามดึงแฟนหนุ่มที่กำลังจะโวยวายใส่ลลิลอีกครั้งออกไป...
หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วลลิลก็เดินทางกลับบ้านทันที
รถเก๋งขนาดเล็กเลี้ยวเข้าไปจอดในโรงรถของบ้าน ลลิลจึงขนของที่ซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าลงจากรถแล้วนำเข้าไปเก็บภายในบ้าน ก่อนเธอจะทำอาหารง่ายๆ สำหรับกินคนเดียว เพราะวันนี้เธอเหนื่อยเหลือเกิน
เมื่อกินข้าวเสร็จลลิลก็จัดการเก็บจานไปล้างก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำ
เหตุการณ์วันนี้เมื่อตอนเย็นยังวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ เธอจะทำยังไงดี มันชัดเจนอยู่แล้วว่าชานนท์โดนสโรชาสวมเขา จะบอกเขามั้ย แล้วถ้าบอกไปแล้วเขาจะเชื่อเธอหรือเปล่า ไม่มีทางหรอก ชานนท์ต้องไม่เชื่อเธอแน่ๆ
ลลิลสลัดความคิดทั้งหมดออกไป แล้วเธอก็ทิ้งตัวลงนอน รูดโทรศัพท์ไปไม่ถึงสิบนาที โทรศัพท์ก็ร่วงหล่นจากมือของเธอ เพราะเธอได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว
เช้าวันหยุดที่แสนสดใสของใครหลายๆ คน แต่ไม่ใช่ของลลิล เพราะวันนี้เธอต้องเดินทางไปที่บริษัทเพื่อทำโอที เธอตื่นแต่เช้าเพื่อทำอาหารสำหรับนำไปกินที่บริษัท ทุกครั้งที่เธอทำโอที เธอก็จะคดข้าวห่อไปด้วยทุกครั้ง เพราะเธอไม่อยากออกไปกินข้าวคนเดียว แต่หากวันไหนที่มีบัวทิพย์ไปด้วย เธอก็จะออกไปกินที่ร้านกับบัวทิพย์เสมอ
"หนูลิล มาแต่เช้าเชียวนะ"
"สวัสดีค่ะคุณลุง"
ลุงยามวัยห้าสิบปีที่อยู่หน้าบริษัทเอ่ยทักทายลลิลแต่เช้า ทั้งบริษัทลลิลน่าจะเป็นคนที่ทำโอทีมากที่สุดแล้ว ลุงยามเลยไม่สงสัยว่าทำไมวันหยุดแบบนี้ลลิลถึงมาทำงาน
"หนูซื้อน้ำเต้าหู้มาฝากค่ะ เดี๋ยวหนูไปหยิบมาให้นะคะ"
"ขอบใจมากนะ"
ลลิลก็เป็นแบบนี้เสมอ เธอมักใส่ใจคนอื่นกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทำให้คนทั้งบริษัทรักไคร่เอ็นดูเธอมาตลอด
ลลิลเดินกลับมาพร้อมน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ที่เธอแวะซื้อตรงปากซอยก่อนถึงบ้านเธอแต่แล้วในขณะที่เธอเดินผ่านประตูทางเข้า เธอก็เหลือบไปเห็นรถสปอร์ตคันหรูขับมาด้วยความเร็ว แต่เธอก็หลบไม่ทันแล้ว
"กรี๊ดดดด โอ๊ยยยย"
ปรี๊นนนน เอี๊ยดดด
เสียงเบรครถกะทันหัน ทำให้ลลิลตกใจจนล้มลงไป พร้อมกับถุงน้ำเต้าหู้ที่ตกแตกไปต่อหน้าต่อตาของเธอ
"อยากตายหรือไง เช้าๆ ถึงได้มายืนขวางทางเข้าอยู่อย่างนี้"
เจ้าของรถสปอร์ตคันหรู เขาทำเพียงแค่ลงกระเพื่อที่จะต่อว่าลลิล ไม่มีเลยความคิดที่เขาอยากจะลงมาช่วยเธอ หรือแม่แต่จะหันไปมอง
"ขอโทษค่ะ"
ลลิลที่ไม่อยากมีปัญหา ยอมที่จะกล่าวคำขอโทษออกไป ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของเธอ เจ้าของรถคันหรูจึงปิดกระจกแล้วขับรถเข้าไปโดยไม่สนใจว่าเธอจะเจ็บมั้ย ลลิลได้แต่มองตามไป นี่เธอตกหลุมรักคนใจร้ายแบบนี้ไปได้ยังไงกัน
"เป็นยังไงบ้างหนูลิลลุกไหวมั้ย"
เมื่อเจ้าของบริษัทอย่างชานนท์ขับรถเข้าไปจนลับตาคุณลุงก็รีบวิ่งมาช่วยพยุงลลิลทันที
"ไหวค่ะ แต่น้ำเต้าหู้มันแตกหมดแล้วอ่ะ หนูอุตส่าห์ซื้อมาฝากลุง"
"ยังจะห่วงน้ำเต้าหู้อีก เจ้าตัวกะเปี๊ยกเนี่ย ไหนดูสิ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
ลุงยามเที่ยวสอดส่องตามแขนตามขา ปรากฏว่ามีแผลอยู่ตรงฝ่ามือเล็กน้อย ส่วนตรงอื่นแค่ฟกช้ำ
"ไปทำแผลก่อน เดี๋ยวมันจะอักเสบเอา ส่วนแผลฟกช้ำก็หายาทาซะ คนนี้คงจะระบม"
"รับทราบครับ"
ลลิลที่ทำท่าทางเหมือนพวกทหารตำรวจเวลารับคำสั่งจากเจ้านาย ทำให้ลุงยามยิ้มออกมาทันที
"ลุงรอหนูตรงนี้แปบนะ เดี๋ยวหนูไปเอาน้ำเต้าหู้มาให้ ดีที่หนูซื้อมาสองชุด"
"หนูเก็บไว้กินเถอะ"
"หนูกินข้าวมาจากบ้านแล้วค่ะ เดี๋ยวหนูไปเอามาก่อนนะ อย่าปฏิเสธหนู"
เมื่อเห็นลลิล ทำให้ลุงยามนึกถึงหลานตัวเล็กๆ ที่บ้านที่ชอบคุยเจื้อยแจ้ว วิ่งดุกดิ๊กไม่หยุด
ทุกการกระทำของเด็กสาวและลุงแก่ๆที่อยู่หน้าบริษัท ต่างก็ตกอยู่ในสายตาของคนที่เพิ่งผ่านเข้าไปได้ไม่นาน
"เจ็บขนาดนั้น ยังร่าเริงได้อีกอย่างนั้นเหรอ"
ชานนท์หลังจากที่ลงรถแล้ว เขากำลังจะเดินเข้าบริษัท เขาก็หันไปเห็นเด็กผู้หญิงที่เขาเกือบทับด้วยรถตายเมื่อกี้ นั่งคุยหยอกล้อกับยามหน้าบริษัท เป็นภาพที่เขาไม่เคยเห็น แต่ทำไมถึงดูสนิทกันขนาดนั้น เขาให้ความสนใจแค่แป๊บเดียวก็ถือกระเป๋าเอกสารเดินเข้าไปยังห้องทำงาน
จริงๆ แล้ววันนี้เป็นวันหยุด แต่เนื่องจากชานนท์มีงานค้างที่ต้องเคลียร์ วันนี้เขาเลยเลือกที่จะเข้ามาจัดการให้เสร็จ พรุ่งนี้เขาจะได้หยุดพักผ่อน หรืออาจจะพาแฟนสาวไปเที่ยว
ชานนท์และสโรชาทั้งสองคบกันมาเกือบจะสี่ปีแล้ว จากการเจอกันโดยบังเอิญที่ร้านอาหาร ทั้งคู่ก็เหมือนคู่รักทั่วไป ที่ทะเลาะกันบ้าง งอนกันบ้าง แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่เลิกกัน ทุกครั้งที่ทะเลาะก็มักจะเป็นความงี่เง่าของสโรชา ที่เป็นคนเอาแต่ใจ แต่ชานนท์ก็มักจะตามใจเธออยู่เสมอ
สโรชาเป็นหญิงสาวที่จัดว่าสวยมากคนนึง เพราะความสวยของเธอนี่เองที่ทำให้ชานนท์หลงไหลและคอยเอาใจไม่ขาด ไม่ว่าอยากได้อะไรก็จะหาให้...
หลังแต่งงานชานนท์ก็ซื้อบ้านหนึ่งหลัง เขาพาลลิลกับอคิณเข้ามาอยู่ เขาอยากใช้ชีวิตครอบครัวกับลลิลอย่างจริงจัง เขาตั้งใจจะชดเชยให้เธอและลูก วันปกติเขาและลลิลออกไปทำงาน ส่วนอคิณก็ไปโรงเรียน พอวันหยุดก็ใช้เวลาทั้งหมดอยู่ด้วยกันอย่างเช่นวันนี้"หม่าม๊าฮะ เมื่อไหร่จะมีน้องให้คิณฮะ"อคิณวิ่งเข้าไปหาลลิลที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว เธอวางมีดลงก่อนจะย่อตัวลงมาหาลูกชาย ลูกชายของเธอเป็นแบบนี้มาสักพักแล้ว ตั้งแต่เริ่มไปโรงเรียน อคิณมักจะกลับมาบอกว่าอยากมีน้องสาวเกือบทุกวัน"ใครใช้ให้มาถามครับ"ถึงยังไงเธอก็ไม่ไว้ใจ เพราะคิดว่าชานนท์ต้องสอนลูกให้พูดแน่ๆ"คิณถามเองฮะ คิณอยากมีน้องผู้หญิง หม่าม๊าเอาน้องให้คิณได้มั้ยฮะ""ถ้าคิณเป็นเด็กดี หม่าม๊าจะมีน้องให้นะ""ฮะ คิณจะเป็นเด็กดี"เมื่อได้ยินคนเป็นแม่รับปาก อคิณจึงวิ่งออกไปยังห้องนั่งเล่น ที่มีพ่อนั่งรออยู่"เป็นไงครับ ขอน้องจากหม่าม๊าได้มั้ย""หม่าม๊าบอกว่าคิณต้องเป็นเด็กดี หม่าม๊าถึงจะมีน้องให้""งั้นคิณต้องไม่ดื้อไม่ซนนะครับ""ฮะ""เดี๋ยวคืนนี้ป่าป๊าทำน้องให้เลย""เย้ๆ คิณจะมีน้องไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนแล้ว"ลลิลที่แอบตามลูกชายออกมา เธอแอบยืนฟังพ่อลูกค
สามวันที่ผ่านมาลลิลไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะตั้งแต่วันนั้น ลลิลก็ไม่ได้พูดคุยกับชานนท์อีกเลย กว่าเธอจะกลับจากบริษัทก็ดึกแล้ว และทุกครั้งที่ไปเยี่ยมชานนท์ เขาก็จะหลับก่อนทุกครั้งบรรยากาศในงานคืนนี้ดูจะคึกคัก ทุกคนต่างก็แต่งตัวด้วยชุดสวยตามสไตล์ของตัวเอง รวมไปถึงลลิลที่วันนี้เธอแต่งหน้าเข้มกว่าปกติเพราะเธอต้องขึ้นแสดง ทำให้เธอดูเฉี่ยวคม ตอนนี้เธอรออยู่หลังเวทีเพื่อแต่งตัว"หม่าม๊าอยู่ไหนฮะ"เด็กน้อยที่ตามมาทีหลังพร้อมกับลุงและอา เพราณิชาอาสาไปรับหัสดินกับอคิณที่บ้าน เด็กน้อยเมื่อมาถึงก็ชะเง้อคอ หันซ้ายหันขวา หาแม่ของเขา"หม่าม๊าแต่งตัวอยู่""จะไปหาหม่าม๊า""อยู่กับอาณิก่อนนะ เดี๋ยวหม่าม๊าออกมา""อยากไปหาหม่าม๊าฮะ"หัสดินที่ยืนอยู่ข้างๆ จึงหันไปหาหลาน"ใครอยากกินขนมอร่อยๆ บ้าง""คิณฮะ"หัสดินจึงอุ้มอคิณมาจากมือของณิชา เพื่อพาหลานไปโซนอาหารและเครื่องดื่ม"คุณนี่เลี้ยงเด็กเก่งนะคะ""ไม่ทุกคนหรอกครับ กับเด็กคนอื่นผมไม่รู้ว่าต้องรับมือยังไง แต่กับอคิณผมรู้จักแกดี เลยรู้ว่าต้องหลอกล่อยังไง"ทั้งคู่พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอกัน จึงไม่แปลกที่จะทำความรู้จักกันเ
ในตอนดึกของคืนเดียวกัน ชานนท์รู้สึกตัวขึ้นมา เขารู้สึกเจ็บแปลบๆ ตรงบริเวณใต้ซี่โครงด้านซ้าย เขามองเห็นเพดานของโรงพยาบาล จึงทำให้นึกได้ว่าเขาโดนแทงมาชานนท์พยายามดันตัวลุกขึ้น แต่มือกลับไปสัมผัสใครคนหนึ่ง เมื่อเขาหันมองปรากฏว่าเป็นลลิล เพราะความเหนื่อยล้าสะสมมาตั้งแต่เมื่อคืนทำให้ลลิลเผลอหลับไป เขาอยากจะอุ้มเธอขึ้นมานอนด้วยกัน แต่ประเมินจากความแสบที่แผล เขาไม่น่าจะอุ้มเธอไหวชานนท์รู้สึกดีใจ ที่ลลิลยอมมาเฝ้าเขาที่โรงพยาบาล แม้จะอยากพูดคุยกับเธอเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่อยากรบกวนเธอ เขาจึงนอนนิ่งและได้แต่เอามือลูบศรีษะของเธอเบาๆ เธอจึงขยับหันหน้ามาทางหัวเตียง ทำให้เขาสามารถเห็นหน้าของเธอได้ชัดเจน เขาจึงใช้นิ้วเกลี่ยไรผมให้เธอ แล้วลากนิ้วไปตามทุกส่วนบนใบหน้าเรียวนั้น ก่อนเขาจะกลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งเช้าวันต่อมา หลังจากชานนท์ตื่น เขากวาดสายตาไปรอบๆ ที่เขาคิดว่าคนตัวเล็กของเขาจะอยู่ แต่เขากลับไม่เห็นลลิล เห็นแต่น้องสาวของเขานั่งอยู่ตรงโซฟา"ณิ ลิลไปไหน""น้องลิลไปทำงานค่ะ พี่มีอะไรหรือเปล่า" เธอตอบพลางลุกเดินมาหาชานนท์"ไปนานหรือยัง""ตั้งแต่เช้ามืดค่ะ"เขารู้สึกเสียดายที่ตื่นมาไม่ทันลลิล
ลลิลเดินทางไปถึงโรงพยาบาล เธอเร่งอุ้มลูกน้อยไปยังหน้าห้องผ่าตัด สิ่งแรกที่เธอเห็นคือพี่ชายและเจ้านาย เสื้อผ้าของทั้งสองเต็มไปด้วยคราบเลือด และแน่นอนมันคงจะเป็นคราบเลือดของชานนท์ มันดูเยอะจนเธอตกใจ“พี่ดิน!!”“ส่งลูกมาให้พี่มา”หัสดินรู้ดีว่าลลิลคงไม่ไหว เขาเลยขอเด็กน้อยมาอุ้มไว้ แต่ด้วยคราบเลือดที่มีบนตัว ทำให้ลลิลเอาผ้าที่หยิบมาด้วยห่อให้ลูกชายก่อนจะส่งให้หัสดิน“พ่อดินฮะ”เมื่อถูกเปลี่ยนมืออคิณจึงรู้สึกตัว แหงนหน้ามามองคนที่อุ้ม“นอนนะครับ”เขาเอามือกดหัวหลานเบาๆ ให้ซบลงตรงไหล แล้วเอามือลูบหลัง เด็กน้อยจึงหลับลงไปอีกรอบ“คุณชานนท์เป็นยังไงบ้างคะ” เธอถามด้วยความร้อนใจ“ยังไม่รู้เลย ตอนนี้หมอยังไม่ออกมา”ขณะที่ทุกคนรออยู่หน้าห้อง ครอบครัวของชานนท์ก็มาถึงโรงพยาบาล เพราะว่ายุได้โทรไปบอกเช่นกัน“สวัสดีค่ะ”ลลิลยกมือไหว้ณัฐชา แม่ของชานนท์ เธอรับไหว้พลางจ้องมองหน้าของลลิล จนเธอต้องหลบสายตา ณัฐชาเดินเข้าไปใกล้ๆ“ใช่หนูลลิลหรือเปล่า”ลลิลจึงเงยหน้ามามองสบตาอีกครั้ง“ใช่ค่ะ”“ได้เจอตัวจริงสีกที ฟังแต่เรื่องเล่าจากปากตานนท์ ว่าแล้วต้องน่ารักมากๆ เจอตัวจริงปรากฏว่าน่ารักกว่าตั้งเยอะ”ลลิลอึ้งไป
สองวันต่อมาครบกำหนดที่ต้องออกจากโรงพยาบาลชานนท์ไม่เคยเห็นแม้แต่เงาของลลิลสักวัน เขาเริ่มใจไม่ดี เพราะบางทีความรักที่ลลิลเคยมีให้เขาอาจไม่หลงเหลืออีกแล้ว แต่ยังไงเขาก็จะพยายามจนถึงที่สุด พยายามจนได้รู้ว่ามันไม่มีทางไปแล้ว“เป็นไงมึง”วายุเป็นฝ่ายมาหาชานนท์ที่บริษัทเอง เพราะยังไม่อยากให้ชานนท์ไปเจอลลิลที่บริษัทของเขา“ปวดใจ อยากจะร้องไห้”“ใจเย็นๆ มันเพิ่งเริ่ม เราต้องใช้แผนต่อไป”วายุยังไม่เลิกล้มความตั้งใจ แผนสำรองที่เขาเตรียมไว้คือแกล้งให้ชานนท์ทำทีเป็นเมาขับรถชนฟุตบาท“เล่นแรงไปมั้ยวะ”“ไม่ลองไม่รู้”“ถ้าลลิลจับได้นี่กูตายเลยนะ”ทั้งสองคุยกันจนลืมไปว่าประตูห้องทำงานยังปิดไม่สนิท ด้วยความรีบร้อนของวายุ ทำให้คนที่กำลังเดินผ่านไปได้ยินบทสนทนาทั้งหมดหลังเลิกงานบัวทิพย์ตั้งใจไปหาลลิลที่บ้าน เพราะต้องการเล่นกับหลาน แต่อีกเหตุผลหนึ่งคือเพื่อต้องการจะเล่าเรื่องที่ได้ยินมาให้ลลิลฟัง“นี่ลิลรู้มั้ย คุณวายุเนี่ยตัวดีเลย เจ้าแผนการที่หนึ่ง วันก่อนที่พี่ไปเดินห้างกับลิลจำได้มั้ย” ลลิลพยักหน้า “วันนั้นโกหกพี่ว่าไม่สบาย พี่เลยฟาดไปหลายที แค่นี้หลอกกันแล้ว ถ้าคบกันไปล่ะ ไม่หลอกกันแบบนี้ไปตลอดเหรอ”
เข้าสู่วันที่หกสำหรับการพาครอบครัวมาพักผ่อนของชานนท์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าการง้อเมียนั่นเอง เขาดูแลเอาใจใส่ทั้งสองคนทุกอย่าง แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับคืนมาก็มีแค่คำว่าขอบคุณจากลลิล ชานนท์ไม่รู้เลยว่าลลิลยอมใจอ่อนให้เขาบ้างหรือยัง ถึงแม้บางทีเธอจะยอมให้กอด หรือจับมือ แต่ก็แค่นั้นจริงๆ"พรุ่งนี้เราก็จะต้องกลับกรุงเทพฯแล้วนะลิล ลิลไม่มีอะไรจะบอกพี่บ้างเหรอ"แม้ว่าลลิลจะตั้งใจไว้ว่าจะเปิดใจให้ชานนท์ พอเอาเข้าจริงๆเธอก็ไม่กล้า เธอทำได้แค่รับความรักมาจากเขา แต่เธอไม่กล้าที่จะให้ความรักของเธอไป เธอไม่รู้ว่าชานนท์รักเธอจริงๆ หรือแค่ต้องการลูก และที่ทำอยู่เพียงเพราะหน้าที่ของพ่อเท่านั้น"ไม่มีค่ะ"ชานนท์หน้าหงอยลงทันที เขาเพียงแค่อยากได้ยินคำว่ารักจากเธอบ้าง เขารู้ว่าคำพูดไม่ได้ยืนยันสิ่งที่พูดออกมาเสมอ เพราะบางคนบอกว่ารักแต่จริงๆ ไม่ได้รักก็มีเยอะแยะ แต่เขาแค่อยากจะฟังมันให้ชื่นใจ...หรือบางทีเวลาเท่านี้อาจจะเร็วไป ลลิลอาจไม่มั่นใจในคำว่ารักของเขา แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะรอ"ลิล วันหยุดยาว เราพาลูกมาอีกนะ""คงไม่ได้แล้วค่ะ ถ้าวันหยุดยาวอีกทีก็อีกสองเดือน ถึงตอนนั้นฉันกับลูกก็กลับไปอยู่บ้านแล้ว"บ้าน







