Masukดวงตะวันขึ้นตรงบนอาคาร บรรดาพนักงานที่มาทำโอทีวันนี้ไม่กี่คนทยอยออกไปเติมพลัง เหลือแต่สาวน้อยที่เธอเตรียมตัวมาอย่างดี ว่าวันนี้จนเลิกงานเธอจะไม่ออกไปไหน
"น้องลิล ไปทานข้าวกัน"
"ลิลคดข้าวห่อมาแล้วค่ะพี่ไนท์"
ไนท์สาวสวยเลขาหน้าห้องท่านประทาน ที่กำลังออกไปทานข้าวด้านนอก เพราะวันนี้เธอจำใจต้องมาทำงาน เนื่องจากตอนเช้ามืดท่านประธานโทรไปหาเธอ เพื่อให้มาทำงานแบบเฉพาะกิจ
"ไม่ออกไปไหนเหรอ"
"ไม่ล่ะค่ะ ทานข้าวเสร็จ เดี๋ยวก็ทำงานต่อเลยค่ะ"
"ขยันจังนะเรา"
ลลิลได้แต่ยิ้มให้สาวรุ่นพี่ตรงหน้า ขณะที่มือก็หยิบข้าวห่อขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ
"พี่ฝากชงกาแฟให้คุณนนท์หน่อยสิ แต่อีกสักพักนะ ถ้าเขาถามหาบอกว่าพี่ไปทานข้าวข้างนอก"
"เอ่อ จะดีเหรอคะ"
ลลิลลังเลนิดหน่อย เพราะเธอไม่รู้ว่า ชานนท์จะชอบกาแฟรสชาติแบบไหน หากเธอชงไปไม่ถูกใจเขา เขาด่าเธอกลับมาจะทำไง เพราะเท่าที่รู้ชานนท์เป็นคนเรื่องมากอยู่เหมือนกัน
"ไม่เป็นไรหรอก คุณนนท์เขาไม่ว่าหรอก พี่ฝากหน่อยนะ"
ลลิลได้แต่พยักหน้า เพราะจะให้พูดเต็มปากเต็มคำก็คงไม่ได้หรอก เธอหวั่นๆ ไม่กล้าเข้าใกล้เขาคนนั้น คนที่เธอทำได้แค่แอบมอง
"อ้อ คุณนนท์เขาไม่กินหวานนะ ใส่กาแฟหนึ่งช้อนครึ่ง น้ำตาลครึ่งช้อนพอ แล้วน้ำไม่ต้องเยอะนะ"
"ค่ะ"
"ขอบใจจ๊ะ เดี๋ยวจะซื้อขนมอร่อยๆ มาฝากนะ"
ไนท์พูดจบก็หันหลังเดินไปลลิลก็ก้มลงทานข้าวที่เตรียมมาเรียบร้อยก่อนจึงนำกล่องไปล้างที่ห้องครัว และไม่ลืมที่จะชงกาแฟตามสูตรที่ไนท์บอกไว้
หน้าห้องทำงานที่มีประตูไม้สักแกะสลักบานใหญ่ เด็กสาวที่ถือแก้วกาแฟยืนอยู่ด้วยความประหม่า ตลอดระยะเวลาปีกว่าๆ ที่เธอทำงานอยู่ที่นี่ เธอไม่เคยเหยียบเข้ามาในห้องทำงานนี้เลยสักครั้ง แต่วันนี้เธอกลับมีโอกาสได้เข้ามา โดยไม่ได้ตั้งใจ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"เชิญ"
เสียงเจ้าของห้องเปล่งออกมาเพื่อเป็นการบอกว่าอนุญาติแล้ว
"คุณไนท์ มาพอดีเลยผมมีเรื่องจะคุยหน่อย"
ชายหนุ่มที่มัวแต่ก้มดูเอกสารจนไม่รู้ว่าคนที่เข้ามาใหม่ไม่ใช่เลขาหน้าห้องของเขา
"เอ่อ คือพี่ไนท์ออกไปทานข้าวค่ะ"
เมื่อหญิงสาวเปล่งเสียงออกไป ชายหนุ่มก็ละสายตาจากเอกสาร แล้วเงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวทันที เมื่อเจอเข้ากับสายตาคู่นั้น ทำให้หญิงสาวรีบก้มหน้าทันที
เธอไม่กล้าสบตาเรียวคมคู่นั้น ทั้งๆ ที่ใจเธอต้องการจะมองความงดงามบนใบหน้านั้นสักแค่ไหน แต่เธอก็ไม่กล้าพอ
"แล้วเธอเข้ามาทำไม"
"คือพี่ไนท์ฝากให้ฉันชงกาแฟมาให้คุณชานนท์ค่ะ"
"อืม วางไว้"
ชายหนุ่มเหลือบมองพลาสเตอร์รูปการ์ตูนที่หญิงสาวแปะไว้ตรงบริเวณฝ่ามือ และที่แขน เขารู้ในทันทีว่านี่คือแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุเมื่อตอนเช้า ตอนแรกเขาคิดว่าเด็กสาวที่ปาดหน้ารถเขา เป็นเด็กที่ไม่รู้มาจากไหน แต่ก็มานึกออกว่าเธอเป็นพนักงานในบริษัทก็ตอนที่กำลังจะเดินเข้ามาในบริษัท
"ค่ะ"
ลลิลค่อยๆ เอากาแฟไปวางบนโต๊ะ ตอนแรกเธอตั้งใจแค่นั้น แต่บังเอิญเหลือบไปเห็นแก้วน้ำ ที่มีน้ำเหลืออยู่ครึ่งแก้ว เธอจึงยื่นมือไปหยิบมันเพื่อจะไปเปลี่ยนเป็นแก้วใหม่มาให้ชานนท์ เจ้านายของเธอ
"ทำอะไรน่ะ"
เพล้ง!!!
เมื่อชานนท์เอ่ยทัก ด้วยความตกใจลลิลจึงทำแก้วน้ำหกลงบนโต๊ะ และหล่นลงไปแตกบนพื้น ลลิลตกใจสุดขีด เพราะน้ำที่หกไปนั้น กลับไปโดนเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ และน้ำบางส่วนยังไหลไปหยดใส่กางเกงของชานนท์
"นี่เธอทำอะไรของเธอห๊ะ"
"ขะ ขอโทษค่ะ ฉะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ"
ลลิลที่ทำอะไรไม่ถูก เธอรื้อแฟ้มบนโต๊ะทั้งหมดลงไปที่พื้น แล้วหยิบทิชชู่แล้ววิ่งไปตรงเก้าอี้ที่ชานนท์นั่งอยู่ เธอนั่งลง แล้วเอาทิชชู่ซับกางเกงตรงที่โดนน้ำให้ชานนท์
"ไม่ต้อง"
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเช็ดให้นะคะ" เธอยังดื้อดึง
"บอกว่าไม่ต้อง"
ชานนท์คว้าแขนของลลิลที่กำลังถือทิชชู่อยู่ แต่เธอก็ยังไม่ละความพยาม เธอใช้มืออีกข้างที่ว่างหยิบทิชชู่แล้วเช็ดให้ชานนท์
แกร็ก!!
แต่ในขณะเดียวกัน ประตูห้องทำงานของชานนท์ก็ถูกเปิดออกโดยแขกที่มาใหม่ ภาพตรงหน้าที่แขกผู้มาใหม่เห็นคือ แฟ้มเอกสารกระจัดกระจาย และมีชายหนุ่มนั่งอยู่บนเก้าอี้ ด้านล่างมีหญิงสาวที่มองเห็นแต่ศรีษะ เหมือนทั้งคู่กำลังทำกิจกรรมอะไรบางอย่าง
ทั้งชานนท์และลลิลต่างหันไปมองแขกผู้มาใหม่พร้อมกัน ทุกอย่างหยุดนิ่งอยู่ชั่วขณะ
"กรี๊ด!!กรี๊ด!! นนท์ทำอะไรน่ะ"
หญิงสาวกรีดร้องอย่างไม่พอใจที่เห็นชายคนรักของหล่อนกำลังทำเรื่องอย่างว่ากับผู้หญิงคนอื่น หล่อนรีบเดินไปอีกฝั่งของโต๊ะ เพื่อไปจัดการกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ หล่อนจิกผมลลิลขึ้นมา แล้วตบเข้าไปที่หน้าของเธออย่างแรง จนเธอหน้าหันไปตามแรงมือนั้น
เพี๊ยะ!!
"น่าไม่อาย"
"คุณมาตบฉันทำไม"
ลลิลที่เอามือลูบที่แก้ม เพราะลลิลก็ยังงงๆ ว่าทำไมอยู่ๆ สโรชาก็เข้ามากระชากผมเธอแล้วตบหน้าของเธออย่างแรง
"นี่เธออีกแล้วเหรอ คงจะโกรธฉันเรื่องวันนั้นละสิ เธอจึงมาหว่านเสห์ให้นนท์หลง และคิดจะแย่งนนท์ไปจากฉันใช่มั้ย"
สโรชาเมื่อรู้ว่าผู้หญิงที่เธอตบเมื่อสักครู่คือลลิลหล่อนก็รู้สึกไม่ดี เพราะหล่อนกลัวว่าลลิลจะต้องเอาความลับของเธอมาบอกชานนท์แน่นอน หล่อนจะต้องหาเรื่องให้เธอให้อยู่ที่นี่ไม่ได้
"โรสฟังก่อน"
"นี่คุณจะปกป้องมันเหรอ"
"ไม่ใช่อย่างนั้นนะโรส"
"คุณหลงเสน่ห์มันแล้วละสิ"
สโรชาไม่เปิดโอกาสให้ชานนท์อธิบาย เพราะหล่อนไม่ได้ต้องการความจริง จริงๆ หล่อนไม่ได้หึงหวงชานนท์เท่าไหร่นัก เพราะหล่อนไม่ได้รักเขา แต่ที่ยังคบอยู่ เพราะชานนท์ให้หล่อนได้ทุกอย่างไม่ว่าหล่อนจะอยากได้อะไร ทุกวันนี้หล่อนไม่ต้องทำงาน หล่อนก็มีกินมีใช้ แต่ชานนท์ไม่เคยรู้ว่าหล่อนคิดแบบนี้กับเขา
"คุณคงเข้าใจอะไรผิดแล้วค่ะคุณสโรชา ฉันแค่..."
ลลิลที่พยายามจะอธิบาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"เธอไม่ต้องมาแก้ตัว ฉันเชื่อสิ่งที่ฉันเห็น"
"โรสฟังก่อนสิ ความจริงมันเป็นแบบนี้"
"ตอนนี้โรสไม่ต้องการความจริงค่ะ ถ้าคุณจะยืนยันว่าไม่ได้มีอะไรกับมันจริงๆ คุณก็ไล่มันออกสิ"
ชานนท์มองไปที่โรสในทันที เพราะอยู่ๆ จะให้เขาไล่พนักงานที่ไม่มีความผิดออกไป พนักงานคนอื่นๆ ได้ประท้วงเขาแน่ ยิ่งเป็นเด็กคนนี้ ใช่ว่าเขาจะไม่รู้จัก เขารู้จักพนักงานทุกคนในบริษัทตัวเอง เขารู้ว่าเด็กคนนี้ขยันแค่ไหน พนักงานในบริษัทต่างก็เอ็นดูเธอ
"ที่เงียบไปเพราะนนท์ไม่กล้าไล่มันออกใช่มั้ย ได้...งั้นโรสไปเอง"
พูดจบหล่อนก็ก้มเก็บกระเป๋าที่หล่นอยู่บนพื้นแล้วเดินออกไปจากห้องทันที
"เดี๋ยวฉันกับเธอมีเรื่องต้องคุยกัน"
ชานนท์ชี้หน้าลลิล ก่อนจะเดินตามสโรชาออกไป ลลิลที่มองตามคนทั้งคู่ออกไปจากห้อง เธอก็ได้แต่ถอนหายใจ นี่มันวันอะไรของเธอ ทำไมวันนี้ถึงเจอแต่เรื่องเจ็บตัว โลกช่างโหดร้ายกับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอเหลือเกิน...
ช่วงบ่ายของวันนี้ ชานนท์ก็ไม่ได้กลับเข้ามาในบริษัทอีกเลย เธอจึงเก็บของแล้วเดินออกไปที่ลานจอดรถ
"อ้าว หนูลิล จะกลับแล้วเหรอ"
"ค่ะลุง เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูมาอีก เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูซื้อน้ำเต้าหู้มาฝากอีกนะ"
"โอ้ยไม่ต้องแล้วลุงเกรงใจ"
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูอยากซื้อมาฝาก ลุงห้ามปฏิเสธ"
"แล้วหน้าไปโดนอะไรมาล่ะ บวมเชียว"
ลลิลเอามือลูบที่หน้าเบาๆ พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปไม่นาน ก็รู้สึกเจ็บใจที่เจ็บตัวฟรีๆ
"เดินชนประตูค่ะ เดี๋ยวกลับไปทายาก็คงหาย"
"ครับ ถ้าอย่างนั้นเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยนะ"
"ขอบคุณค่ะคุณลุง เจอกันพรุ่งนี้นะคะ บ๊ายบาย"
วันนี้ลลิลคิดอย่างเดียวว่าคืนนี้เธอต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อพรุ่งนี้เธอจะมีแรงต่อสู้กับความโหดร้ายของโลกใบนี้ต่อ...
หลังแต่งงานชานนท์ก็ซื้อบ้านหนึ่งหลัง เขาพาลลิลกับอคิณเข้ามาอยู่ เขาอยากใช้ชีวิตครอบครัวกับลลิลอย่างจริงจัง เขาตั้งใจจะชดเชยให้เธอและลูก วันปกติเขาและลลิลออกไปทำงาน ส่วนอคิณก็ไปโรงเรียน พอวันหยุดก็ใช้เวลาทั้งหมดอยู่ด้วยกันอย่างเช่นวันนี้"หม่าม๊าฮะ เมื่อไหร่จะมีน้องให้คิณฮะ"อคิณวิ่งเข้าไปหาลลิลที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว เธอวางมีดลงก่อนจะย่อตัวลงมาหาลูกชาย ลูกชายของเธอเป็นแบบนี้มาสักพักแล้ว ตั้งแต่เริ่มไปโรงเรียน อคิณมักจะกลับมาบอกว่าอยากมีน้องสาวเกือบทุกวัน"ใครใช้ให้มาถามครับ"ถึงยังไงเธอก็ไม่ไว้ใจ เพราะคิดว่าชานนท์ต้องสอนลูกให้พูดแน่ๆ"คิณถามเองฮะ คิณอยากมีน้องผู้หญิง หม่าม๊าเอาน้องให้คิณได้มั้ยฮะ""ถ้าคิณเป็นเด็กดี หม่าม๊าจะมีน้องให้นะ""ฮะ คิณจะเป็นเด็กดี"เมื่อได้ยินคนเป็นแม่รับปาก อคิณจึงวิ่งออกไปยังห้องนั่งเล่น ที่มีพ่อนั่งรออยู่"เป็นไงครับ ขอน้องจากหม่าม๊าได้มั้ย""หม่าม๊าบอกว่าคิณต้องเป็นเด็กดี หม่าม๊าถึงจะมีน้องให้""งั้นคิณต้องไม่ดื้อไม่ซนนะครับ""ฮะ""เดี๋ยวคืนนี้ป่าป๊าทำน้องให้เลย""เย้ๆ คิณจะมีน้องไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนแล้ว"ลลิลที่แอบตามลูกชายออกมา เธอแอบยืนฟังพ่อลูกค
สามวันที่ผ่านมาลลิลไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะตั้งแต่วันนั้น ลลิลก็ไม่ได้พูดคุยกับชานนท์อีกเลย กว่าเธอจะกลับจากบริษัทก็ดึกแล้ว และทุกครั้งที่ไปเยี่ยมชานนท์ เขาก็จะหลับก่อนทุกครั้งบรรยากาศในงานคืนนี้ดูจะคึกคัก ทุกคนต่างก็แต่งตัวด้วยชุดสวยตามสไตล์ของตัวเอง รวมไปถึงลลิลที่วันนี้เธอแต่งหน้าเข้มกว่าปกติเพราะเธอต้องขึ้นแสดง ทำให้เธอดูเฉี่ยวคม ตอนนี้เธอรออยู่หลังเวทีเพื่อแต่งตัว"หม่าม๊าอยู่ไหนฮะ"เด็กน้อยที่ตามมาทีหลังพร้อมกับลุงและอา เพราณิชาอาสาไปรับหัสดินกับอคิณที่บ้าน เด็กน้อยเมื่อมาถึงก็ชะเง้อคอ หันซ้ายหันขวา หาแม่ของเขา"หม่าม๊าแต่งตัวอยู่""จะไปหาหม่าม๊า""อยู่กับอาณิก่อนนะ เดี๋ยวหม่าม๊าออกมา""อยากไปหาหม่าม๊าฮะ"หัสดินที่ยืนอยู่ข้างๆ จึงหันไปหาหลาน"ใครอยากกินขนมอร่อยๆ บ้าง""คิณฮะ"หัสดินจึงอุ้มอคิณมาจากมือของณิชา เพื่อพาหลานไปโซนอาหารและเครื่องดื่ม"คุณนี่เลี้ยงเด็กเก่งนะคะ""ไม่ทุกคนหรอกครับ กับเด็กคนอื่นผมไม่รู้ว่าต้องรับมือยังไง แต่กับอคิณผมรู้จักแกดี เลยรู้ว่าต้องหลอกล่อยังไง"ทั้งคู่พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอกัน จึงไม่แปลกที่จะทำความรู้จักกันเ
ในตอนดึกของคืนเดียวกัน ชานนท์รู้สึกตัวขึ้นมา เขารู้สึกเจ็บแปลบๆ ตรงบริเวณใต้ซี่โครงด้านซ้าย เขามองเห็นเพดานของโรงพยาบาล จึงทำให้นึกได้ว่าเขาโดนแทงมาชานนท์พยายามดันตัวลุกขึ้น แต่มือกลับไปสัมผัสใครคนหนึ่ง เมื่อเขาหันมองปรากฏว่าเป็นลลิล เพราะความเหนื่อยล้าสะสมมาตั้งแต่เมื่อคืนทำให้ลลิลเผลอหลับไป เขาอยากจะอุ้มเธอขึ้นมานอนด้วยกัน แต่ประเมินจากความแสบที่แผล เขาไม่น่าจะอุ้มเธอไหวชานนท์รู้สึกดีใจ ที่ลลิลยอมมาเฝ้าเขาที่โรงพยาบาล แม้จะอยากพูดคุยกับเธอเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่อยากรบกวนเธอ เขาจึงนอนนิ่งและได้แต่เอามือลูบศรีษะของเธอเบาๆ เธอจึงขยับหันหน้ามาทางหัวเตียง ทำให้เขาสามารถเห็นหน้าของเธอได้ชัดเจน เขาจึงใช้นิ้วเกลี่ยไรผมให้เธอ แล้วลากนิ้วไปตามทุกส่วนบนใบหน้าเรียวนั้น ก่อนเขาจะกลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งเช้าวันต่อมา หลังจากชานนท์ตื่น เขากวาดสายตาไปรอบๆ ที่เขาคิดว่าคนตัวเล็กของเขาจะอยู่ แต่เขากลับไม่เห็นลลิล เห็นแต่น้องสาวของเขานั่งอยู่ตรงโซฟา"ณิ ลิลไปไหน""น้องลิลไปทำงานค่ะ พี่มีอะไรหรือเปล่า" เธอตอบพลางลุกเดินมาหาชานนท์"ไปนานหรือยัง""ตั้งแต่เช้ามืดค่ะ"เขารู้สึกเสียดายที่ตื่นมาไม่ทันลลิล
ลลิลเดินทางไปถึงโรงพยาบาล เธอเร่งอุ้มลูกน้อยไปยังหน้าห้องผ่าตัด สิ่งแรกที่เธอเห็นคือพี่ชายและเจ้านาย เสื้อผ้าของทั้งสองเต็มไปด้วยคราบเลือด และแน่นอนมันคงจะเป็นคราบเลือดของชานนท์ มันดูเยอะจนเธอตกใจ“พี่ดิน!!”“ส่งลูกมาให้พี่มา”หัสดินรู้ดีว่าลลิลคงไม่ไหว เขาเลยขอเด็กน้อยมาอุ้มไว้ แต่ด้วยคราบเลือดที่มีบนตัว ทำให้ลลิลเอาผ้าที่หยิบมาด้วยห่อให้ลูกชายก่อนจะส่งให้หัสดิน“พ่อดินฮะ”เมื่อถูกเปลี่ยนมืออคิณจึงรู้สึกตัว แหงนหน้ามามองคนที่อุ้ม“นอนนะครับ”เขาเอามือกดหัวหลานเบาๆ ให้ซบลงตรงไหล แล้วเอามือลูบหลัง เด็กน้อยจึงหลับลงไปอีกรอบ“คุณชานนท์เป็นยังไงบ้างคะ” เธอถามด้วยความร้อนใจ“ยังไม่รู้เลย ตอนนี้หมอยังไม่ออกมา”ขณะที่ทุกคนรออยู่หน้าห้อง ครอบครัวของชานนท์ก็มาถึงโรงพยาบาล เพราะว่ายุได้โทรไปบอกเช่นกัน“สวัสดีค่ะ”ลลิลยกมือไหว้ณัฐชา แม่ของชานนท์ เธอรับไหว้พลางจ้องมองหน้าของลลิล จนเธอต้องหลบสายตา ณัฐชาเดินเข้าไปใกล้ๆ“ใช่หนูลลิลหรือเปล่า”ลลิลจึงเงยหน้ามามองสบตาอีกครั้ง“ใช่ค่ะ”“ได้เจอตัวจริงสีกที ฟังแต่เรื่องเล่าจากปากตานนท์ ว่าแล้วต้องน่ารักมากๆ เจอตัวจริงปรากฏว่าน่ารักกว่าตั้งเยอะ”ลลิลอึ้งไป
สองวันต่อมาครบกำหนดที่ต้องออกจากโรงพยาบาลชานนท์ไม่เคยเห็นแม้แต่เงาของลลิลสักวัน เขาเริ่มใจไม่ดี เพราะบางทีความรักที่ลลิลเคยมีให้เขาอาจไม่หลงเหลืออีกแล้ว แต่ยังไงเขาก็จะพยายามจนถึงที่สุด พยายามจนได้รู้ว่ามันไม่มีทางไปแล้ว“เป็นไงมึง”วายุเป็นฝ่ายมาหาชานนท์ที่บริษัทเอง เพราะยังไม่อยากให้ชานนท์ไปเจอลลิลที่บริษัทของเขา“ปวดใจ อยากจะร้องไห้”“ใจเย็นๆ มันเพิ่งเริ่ม เราต้องใช้แผนต่อไป”วายุยังไม่เลิกล้มความตั้งใจ แผนสำรองที่เขาเตรียมไว้คือแกล้งให้ชานนท์ทำทีเป็นเมาขับรถชนฟุตบาท“เล่นแรงไปมั้ยวะ”“ไม่ลองไม่รู้”“ถ้าลลิลจับได้นี่กูตายเลยนะ”ทั้งสองคุยกันจนลืมไปว่าประตูห้องทำงานยังปิดไม่สนิท ด้วยความรีบร้อนของวายุ ทำให้คนที่กำลังเดินผ่านไปได้ยินบทสนทนาทั้งหมดหลังเลิกงานบัวทิพย์ตั้งใจไปหาลลิลที่บ้าน เพราะต้องการเล่นกับหลาน แต่อีกเหตุผลหนึ่งคือเพื่อต้องการจะเล่าเรื่องที่ได้ยินมาให้ลลิลฟัง“นี่ลิลรู้มั้ย คุณวายุเนี่ยตัวดีเลย เจ้าแผนการที่หนึ่ง วันก่อนที่พี่ไปเดินห้างกับลิลจำได้มั้ย” ลลิลพยักหน้า “วันนั้นโกหกพี่ว่าไม่สบาย พี่เลยฟาดไปหลายที แค่นี้หลอกกันแล้ว ถ้าคบกันไปล่ะ ไม่หลอกกันแบบนี้ไปตลอดเหรอ”
เข้าสู่วันที่หกสำหรับการพาครอบครัวมาพักผ่อนของชานนท์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าการง้อเมียนั่นเอง เขาดูแลเอาใจใส่ทั้งสองคนทุกอย่าง แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับคืนมาก็มีแค่คำว่าขอบคุณจากลลิล ชานนท์ไม่รู้เลยว่าลลิลยอมใจอ่อนให้เขาบ้างหรือยัง ถึงแม้บางทีเธอจะยอมให้กอด หรือจับมือ แต่ก็แค่นั้นจริงๆ"พรุ่งนี้เราก็จะต้องกลับกรุงเทพฯแล้วนะลิล ลิลไม่มีอะไรจะบอกพี่บ้างเหรอ"แม้ว่าลลิลจะตั้งใจไว้ว่าจะเปิดใจให้ชานนท์ พอเอาเข้าจริงๆเธอก็ไม่กล้า เธอทำได้แค่รับความรักมาจากเขา แต่เธอไม่กล้าที่จะให้ความรักของเธอไป เธอไม่รู้ว่าชานนท์รักเธอจริงๆ หรือแค่ต้องการลูก และที่ทำอยู่เพียงเพราะหน้าที่ของพ่อเท่านั้น"ไม่มีค่ะ"ชานนท์หน้าหงอยลงทันที เขาเพียงแค่อยากได้ยินคำว่ารักจากเธอบ้าง เขารู้ว่าคำพูดไม่ได้ยืนยันสิ่งที่พูดออกมาเสมอ เพราะบางคนบอกว่ารักแต่จริงๆ ไม่ได้รักก็มีเยอะแยะ แต่เขาแค่อยากจะฟังมันให้ชื่นใจ...หรือบางทีเวลาเท่านี้อาจจะเร็วไป ลลิลอาจไม่มั่นใจในคำว่ารักของเขา แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะรอ"ลิล วันหยุดยาว เราพาลูกมาอีกนะ""คงไม่ได้แล้วค่ะ ถ้าวันหยุดยาวอีกทีก็อีกสองเดือน ถึงตอนนั้นฉันกับลูกก็กลับไปอยู่บ้านแล้ว"บ้าน







