LOGIN“ว้าว! อาหารไทย นี่ณัฐไม่ได้ทานอาหารไทยมานานขนาดไหนแล้วก็ไม่รู้นะคะ ร้านแถวโซโหก็ไม่ค่อยเจอร้านถูกใจเลยค่ะ จะปรุงออกสไตส์ฝรั่งไปหมดเลย ณัฐชอบรสจัดๆ คิดถึงอาหารไทยมากๆ”
กวิสราที่ทำการบ้านมาอย่างดี เอ่ยอย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นอาหารไทยหลายรายการที่ป้องนทีสั่งมาให้เธอ ท่าทางราวกับเด็กๆ ของเธอทำให้ป้องนทีนึกเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้ามากขึ้น พลางเอ่ยแนะนำเมนูแสนอร่อยไปทีละรายการ
“ต้มยำกุ้งน้ำข้นครับ อาหารยอดฮิตของชาวต่างชาติ พี่คิดว่าน้องณัฐก็คงอยากจะทาน ร้านนี้ใช้พริกเผาปนลงไปด้วย อร่อยมากครับ ปลาเก๋าสามรส น้ำพริกมะขาม ห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน แล้วก็ปลาช่อนลุยสวน ทานให้หมดเลยนะครับ พี่สั่งมาให้คนไทยคืนถิ่นโดยเฉพาะ”
“ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจนะคะ”
กวิสรายิ้มกว้างให้เขา แล้วเริ่มตักอาหารทาน แล้วตักให้เขาบ้างอย่างเอาใจ ทั้งสองคุยกันอย่างเพลิดเพลิน ป้องนทียิ่งรู้สึกชอบและเอ็นดูคนตรงหน้ามากขึ้น การพูดจาของเธอบ่งบอกว่าเ ป็นคนมีไหวพริบ และเป็นสาวเจ้าเสน่ห์ที่ฉลาดนัก
“เสียดายนะคะ อดรู้จักภรรยาของพี่ป้องเลย”
กวิสราเอ่ย เมื่ออยู่ในรถตามลำพังกับเขา ป้องนทีกำลังจะไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียม
“ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันครับ รับรองว่าพี่จะพาน้องษามาให้กับน้องณัฐได้รู้จัก คงเป็นเพื่อนกันได้ เพราะอายุไล่ๆ กันเลย”
“ดีจัง ณัฐไปเรียนที่ลอนดอนหลายปี จนเพื่อนเลิกคบไปหมดแล้วล่ะค่ะ ถ้ามีเพื่อนบ้างก็คงจะดี อีกอย่างณัฐยังงงๆ กับถนนหนทางของบ้านเราอยู่น่ะค่ะ ปรกติไปไหนมาไหนก็มีคนขับรถพาไป พอต้องกลับมาอยู่เมืองไทยคนเดียวแบบนี้ เหงาจังเลยค่ะ”
เสียงใสทอดอ่อน เหมือนเจ้าตัวกำลังเหงาอย่างที่พูดจริงๆ มันเรียกความเห็นใจจากป้องนทีได้มากโข เขาหันมามองเธอพร้อมกับพูดเสียงทุ้มอ่อนโยน
“ตอนนี้น้องณัฐก็มีพี่เป็นทั้งเจ้านายและก็พี่ชายอีกคนหนึ่งนะครับ รับรองว่าจะไม่ทำให้เหงาเลย ทำงานกับพี่หนักแน่ๆ ประเดิมงานแรกพรุ่งนี้เลยดีไหมครับ เข้าประชุมคณะกรรมการกับพี่ งานหนักเลยล่ะ”
“แหม...แบบนี้คงหายเหงาแน่ๆ เลยค่ะ ขอบคุณพี่ป้องอีกครั้งนะคะ พี่ป้องน่ารักจังเลย ณัฐชักจะอิจฉา น้องษาของพี่ป้องเสียแล้วสิคะ ที่เอาชนะหัวใจของผู้ชายแบบพี่ป้องได้”
เธอมองเขาด้วยสายตาเป็นประกายชื่นชม ป้องนทีถึงกับยิ้มเขิน
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ถึงคอนโดของน้องณัฐแล้ว พรุ่งนี้เช้า แปดโมงเจอกันนะครับ พี่จะมารับ”
ชายหนุ่มจอดรถตรงบริเวณหน้าตึกคอนโดมิเนียมหรูหราที่ตอนนี้กวิสราอาศัยอยู่ หญิงสาวยิ้มหวานให้เขาก่อนจะเอ่ยเสียงใสขอบคุณเขาอีกรอบ
“ค่ะ ณัฐจะรอนะคะ”
เมื่อเธอก้าวออกไปจากรถแล้ว ก็ไม่ลืมยกมือขึ้นโบกให้กับเขาด้วยท่าทางน่ารัก ที่ฝึกซ้อมกับผลิดาเป็นประจำว่านี่แหละท่าไม้ตายยามอำลา เวลาแสดงต่อหน้าผู้ชายทั้งหลาย เอียงหน้าให้ได้มุมน่ารัก และโบกมือแต่พองาม ยิ้มหวานเล็กน้อย ประทับใจคนที่แอบมองทางกระจกหลังกันเลยทีเดียว
กวิสรากดลิฟท์ขึ้นไปยังชั้นที่เป็นห้องพักของเธอ มันเป็นห้องพักขนาดใหญ่หรูหรา สมกับฐานะจอมปลอมที่เธอกำลังสวมบทบาทอยู่ ราคาของคอนโดมิเนียมหรูกลางใจกรุงแบบนี้ ไม่ต่ำกว่าสิบล้านแน่ๆ ยิ่งห้องขนาดของเธอด้วยแล้ว การตกแต่งที่มีสไตส์เรียบหรู ทำให้กวิสรานึกในใจว่า ถ้าเธอได้มีชีวิตอยู่แบบนี้จริงๆ ทุกวันมันจะเป็นอย่างไรกันหนอ เธอคงต้องหาเงินกันตัวเป็นเกลียวเลยทีเดียว ถึงจะพอจ่ายค่าผ่อนคอนโดฯ หรือไม่ก็หาป๋าเลี้ยงสักสองสามคนเหมือนผลิดา
หญิงสาวคิดมาถึงตรงนี้แล้วก็อมยิ้ม มือเรียวเปิดประตูห้องพัก แล้วโถมตัวนั่งบนโซฟาตัวใหญ่หนานุ่ม บุด้วยขนสัตว์ เครื่องปรับอากาศทำงานทันทีเมื่อก้าวเข้าไป พร้อมกับไฟที่เปิดสว่าง ตามระบบคอมพิวเตอร์ที่ตั้งควบคุมไว้ให้ทำงานอำนวยความสะดวก นี่สินะชีวิตหรูหราแบบคนมีเงิน แล้วเธอก็ต้องสวมบทบาทนี้ไปอีกสักระยะกันเลยทีเดียว มันทั้งสนุก ตื่นเต้น และท้าทายอย่างบอกไม่ถูก
มือเรียวที่ตั้งใจจะคว้าโทรศัพท์มาเพื่อกดเบอร์ของเพื่อนสนิทที่เหมือนเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวของเธอชะงัก พลางยิ้มกว้าง เมื่อมีโทรศัพท์เข้ามาพอดี เสียงเรียกเข้านั้นเป็นเสียงเพลงของผลิดา ปลายสายกรอกเสียงแหลมทันทีเมื่อเธอกดรับสาย
“ว่ายังไงยะ งานนี้ราบรื่นดีไหม คุณหนูณัฐณิชา”
“ดูท่าทางว่าคุณป้องนทีจะรักเมียเอามากๆ เลยไอซ์ จะสำเร็จหรือเปล่ายังไม่กล้าจะเดาเลยแหะ เคยแต่แยกคู่แต่งงานวัยดึก วัยขนาดนี้ไม่เคยเจอเสียด้วยสิ”
กวิสราตอบกลับไป ทางฝ่ายโน้นหัวเราะเสียงใสเมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น
“แหม...มีอะไรที่เสน่ห์ของเตยทำลายไม่ได้ด้วยหรือไงจ๊ะ รับรองน่า เตยสวยบาดใจ หวานบาดตาขนาดนี้ คุณอะไรนั่นต้องหวั่นไหวกันบ้างล่ะ”
“จะพยายามจ้ะ ออกจะมีครูฝึกมายาหญิงระดับไอซ์คอยช่วยอยู่นี่นา แต่จะว่าไปแล้ว เราก็คิดว่าไม่น่าจะรับงานนี้เลยนะไอซ์”
กวิสราอดบ่นไม่ได้ ขณะที่ผลิดาถอนใจเฮือกแล้วรีบทำเสียงเข้ม
“แน่ะๆ อย่าเชียวนะ สองล้านนะเตย ท่องเอาไว้สองล้านๆ”
“อืม...ก็พยายามท่องเอาไว้อยู่ อีกอย่างหนึ่งเราว่าคุณวรปรัชญ์คนที่จ้างเรา เป็นคนน่ากลัวยังไงพิกลนะไอซ์”
“อย่าไปสนใจเขาเลยน่า เตย ยังไงก็คิดเสียว่าเราทำงานแลกกับเงิน นายจ้างจะเป็นยังไงก็ช่าง เธออยากจะเอาเงินไปตั้งตัวแล้วเลิกทำงานนี้เสียทีไม่ใช่หรือไงกัน”
“ก็ใช่ แต่ว่า...”
“โอ๊ย! อย่ามามัวคิดมากอยู่เลยน่าเตย ใครจะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ เราก็แค่ทำงานของเราให้เรียบร้อย ถ้าเค้าทะเลาะกันได้เพราะเธอก็จบ ได้เงินแล้วเราก็เผ่น เพราะคุณวรปรัชญ์อะไรนั่นก็ไม่ได้บอกไม่ใช่หรือไงว่าเธอจะต้องทำให้เค้าหย่ากัน”
“มันก็ใช่น่ะแหละ แต่ผู้หญิงที่ไหนเห็นแล้วจะทนได้กันล่ะ”
กวิสรายังไม่วายบ่นต่อ ผลิดาทำหัวเราะเบาๆ พลางพูดอย่างเจ้าเล่ห์
“ก็เอาแบบนี้สิเตย พอได้เงินสองล้านแล้ว เราก็แอบส่งจดหมายไปให้กับฝ่ายหญิง บอกเรื่องราวความจริงทั้งหมด แล้วถ้าเค้ามีบุญต่อกันจริงๆ ได้ครองคู่กัน จะกลับมาคืนดีกันมันก็ไม่เห็นจะแปลก เตยได้เงิน แล้วก็ไม่รู้สึกผิดด้วย อีกอย่างหนึ่งเราก็ไม่ได้ผิดสัญญากับนายจ้างเลยแม้แต่นิด อิๆ”
“เจ้าเล่ห์จริงๆ ไอซ์นี่”
กวิสราค่อยหัวเราะออกมาได้บ้าง จริงสินะ ความคิดของผลิดาก็ไม่เลว เธอจะได้ไม่รู้สึกผิด แถมได้เงินอีกด้วย
“งั้นแค่นี้นะจ๊ะ มีอะไรให้ช่วยก็บอกล่ะ ไปนอนได้แล้ว จะสี่ทุ่มแล้ว พรุ่งนี้จะไม่สวย ระวังจะโปรยเสน่ห์ไม่ได้ผลเอานะ”
“ค่ะ อาจารย์”
กวิสราว่าเสียงใส ทำเอาปลายสายหัวเราะกิ๊ก เมื่อวางสายสนทนาลงแล้ว อารมณ์ของ กวิสราก็ดีขึ้นได้บ้าง เธอไม่มีเวลามาคิดรู้สึกผิดอะไรอีกแล้ว ในเมื่อก้าวขึ้นหลังเสือไปแล้ว จะลงก็คงลำบาก มีแต่ต้องทำให้มันสำเร็จไปเท่านั้นเอง
หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องนอน อาบน้ำชำระร่างกาย และเตรียมแตงกวาฝานบางๆ ไว้พอกหน้าให้ความชุ่มชื้น ขณะที่เอนหลังเพื่อรอเวลาการพอกหน้าได้ที่ สมองอันปราดเปรื่องก็คิดหาวิธีโปรยเสน่ห์ป้องนทีไปด้วย
เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น ขณะที่หญิงสาวกำลังคิดแผนการในใจอย่างเพลินๆ มือเรียวควานหาและกดรับ เสียงจากปลายสายที่ได้ยิน ทำให้เธอถึงกับลุกพรวดเปลี่ยนจากท่านอนตามสบายมานั่งตัวตรง แตงกวาที่พอกหน้าไว้หล่นเกลื่อน
“สวัสดีค่ะคุณวรปรัชญ์”
“พี่ปรัชญ์ไม่ใช่หรือไงครับ” ปลายสายเอ่ยยั่วเย้า ก่อนจะเปลี่ยนเสียงเป็นการเป็นงานมากขึ้นเมื่อพูดประโยคต่อไป
“ว่ายังไงบ้าง การทำงานวันแรก นายป้องมีท่าทางจะสนใจคุณบ้างไหม”
“เอ่อ...ก็จากเท่าที่ดูแล้ว คุณป้องดูท่าทางเป็นคนรักภรรยามากเลยน่ะค่ะ เขาพูดถึงเธอตลอดเวลา แล้วท่าทีของเขาที่แสดงกับดิฉันก็สุภาพมากๆ เป็นสุภาพบุรุษมาก”
“ผมอยากได้ยินคำว่า เขาสนใจคุณมากกว่าคำว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษนะ”
น้ำเสียงทรงอำนาจต่อมา ทำให้กวิสราถึงกับสะดุ้ง เธอกลืนน้ำลาย ก่อนจะตอบไปด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม
“ดิฉันจะพยายามค่ะ คุณวรปรัชญ์”
“เวลา...แห่งความพยายามของคุณ ผมหวังไว้ว่ามันคงจะไม่นาน เพราะคุณเป็นคนที่ผมเลือกแล้วว่า คุ้มค่ากับเงินสองล้านที่จ่ายไป ไม่สิ... ผมจ่ายไปแล้วล้านหนึ่ง และเงินของผมต้องคุ้มค่า ทุกบาท”
น้ำเสียงท้ายเน้นหนัก ทำเอาคนฟังถึงกับใจสั่น เธอกำลังนึกกลัวผู้ชายรูปงามท่าทางเจ้าเล่ห์นามว่าวรปรัชญ์ และแน่นอนว่าถ้าเธอทำงานที่รับมาจากเขาไม่สำเร็จ ลางสังหรณ์บางอย่างบอกกับกวิสราว่า เขาคงจะไม่ปล่อยให้เธอลอยหน้าลอยตาเลิกทำงานให้เขาได้แน่ๆ
“ค่ะ คงไม่นาน ดิฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”
“ดีมาก น้องณัฐ”
วรปรัชญ์หัวเราะออกมา กวิสราฟังแล้วมันช่างคล้ายกับเสียงของตัวร้ายในละครหลังข่าวเอาเสียจริงๆ
“อย่าลืมถ้าเจอหน้าผม เราต้องสนิทสนมกันและอย่าเผลอเรียกผมว่าคุณวรปรัชญ์ หวังว่าระดับคุณ คงจะไม่ทำให้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้กลายเป็นพิรุธนะครับ ผมไม่กวนล่ะ พักผ่อนให้สบาย วางแผนการเอาชนะใจนายป้องให้เต็มที่ เงินอีกหนึ่งล้านรอคุณอยู่”
“ค่ะ” กวิสรารับคำ เมื่ออีกฝ่ายวางสายไปแล้ว เธอก็ยังคงหน้าซีดอยู่เพราะความรู้สึกกลัวชายที่มีนามว่าวรปรัชญ์
“นี่เรากำลังเล่นกับไฟอยู่หรือเปล่าเนี่ยเตย นายวรปรัชญ์อะไรนี่อันตรายเอามากๆ แต่เรารับงานมาแล้ว ก็ต้องทำให้สำเร็จ ถ้าไม่อย่างนั้น...”
หญิงสาวกัดริมฝีปาก หัวใจหนาวเยือกเมื่อนึกถึงคำพูดของวรปรัชญ์ ที่ดังก้องไปมาในหัวของเธอ
‘เงินของผมที่จ่ายไปต้องคุ้มค่าทุกบาท’
เธอไม่อยากจะคิดว่าถ้าเธอทำให้เงินของเขาไม่คุ้มค่าขึ้นมาแล้ว วรปรัชญ์จะจัดการกับต้นเหตุของการสูญเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์อย่างเธอเช่นไรบ้าง และยิ่งเป็นเงินถึงสองล้านบาท กวิสราสะบัดหน้าแรงๆ เดินเข้าห้องน้ำเพื่อไปล้างหน้าให้เรียบร้อย คงจะต้องพยายามทำงานนี้ให้เสร็จไวๆ เพราะเริ่มรู้สึกไม่ดีมากขึ้นทุกทีเสียแล้ว เธอไม่อยากเกี่ยวพันกับวรปรัชญ์ให้นานมากกว่านี้อีกแล้ว
เสียงผิวปากอย่างอารมณ์ดี ที่ดังมาจากคนร่างสูงใหญ่ ที่กำลังนอนเอนอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบ ด้วยท่าทางสบายอารมณ์สุดๆ ข้างๆ มีโต๊ะเล็ก พร้อมทั้งน้ำผลไม้ รวมถึงขนมขบเคี้ยววางอยู่ เขาทำราวกับว่านอนอยู่ริมทะเล ไม่ใช่นอนอยู่ริมไร่ชาที่ใหญ่โตกว้างขวางและสวยงาม ทำให้คนที่กำลังขะมักเขม้นทำงานอยู่มองแบบค้อนๆ ก่อนจะปาดเหงื่อ“โอ้เอ้อะไรกันน่ะแม่คุณ งานมีอีกเยอะแยะ รีบๆ ทำเข้าสิ!”เสียงห้วนห้าวตะโกนออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าเธอหยุดนิ่ง“ค่ะ เจ้านาย!”เสียงใสตะโกนตอบ โดยปลายสายสะบัดเหมือนประชด หากแต่คนถูกประชดไม่รู้ร้อนรู้หนาว แถมตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะว่า“ดีมาก รู้จักไว้ก็ดีกว่าใครเป็นเจ้านาย ใครเป็นทาส ทำไปอย่างให้หยุดมือนะ อะไรกันไร่ชาแคบๆ นี่ฉันให้เธอทำงานแค่ห้าไร่ ทำเป็นชาติไม่เสร็จเสียที คุณกวิสรา เดี๋ยวอดข้าวเย็นไม่รู้ด้วยนะ”‘บ้านนายน่ะสิห้าไร่มันแคบ สาบานได้นะว่ามันแคบ ห้าไร่ให้ฉันเก็บคนเดียวนี่นะ อีตาบ้า!’ประโยคนั้นเธอเพียงแค่ได้ตะโกนต่อว่าเขาในใจ แต่ที่เธอทำได้ก็เพียงแต่ตะโกนตอบไปเป็นคำสั้นๆ ว่า“ค่ะเจ้านาย”มือเรียวค่อยๆ ทำงานต่อไปอย่างพยายามให้รวดเร็ว เดี๋ยวเจ้านายที่นอนกระดิกเท้าคุมเ
“พี่เมฆ เราจะทำยังไงกันดีคะ พี่เตยหายไปแบบนี้ ตองจะทำยังไงดี เราจะทำยังไงกันดี”เสียงหวานใสพร่ำซ้ำ ๆ กลับไปกลับมา เมื่อเจ้าตัวไม่มีสติเหลือนัก ด้วยความเป็นห่วงพี่สาว กณิกาไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เหมือนกันกับเมธิชัย หากแต่คนหลังเขายังมีสติดีกว่าหญิงสาวนัก ชายหนุ่มมองนาฬิกา ก่อนจะถอนใจ พลางกัดริมฝีปาก แล้วจับมือนิ่มไว้เมื่อกณิกาเดินวนเวียนเหมือนหนูติดจั่นผ่านหน้าเขา ให้เลิกเดินเสียที“นั่งนิ่งๆ แล้วใจเย็นๆ ก่อนนะตอง”เสียงห้าวเอ่ยอย่างจะให้สติ หากแต่คนที่สติไม่อยู่กับตัวแล้วอย่างกณิกา กลับมาเขย่าแขนเขาอย่างร้อนอกร้อนใจ น้ำตาคลอทันทีเมื่อนึกถึงพี่สาว ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย“พี่เมฆ ช่วยตองด้วยนะคะ ช่วยกันตามหาพี่เตย พี่เตยไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ตองเป็นห่วงจนจะบ้าอยู่แล้วฮือๆ”“ใจเย็นๆ นะตอง”เมธิชัยโอบร่างน้อยเข้ามากอดอย่างปลอบโยน ทันทีที่ได้ไออุ่นจากคนที่เหมือนเป็นพี่ชายของเธอ กณิกาก็ร้องไห้โฮออกมาแล้วกอดร่างแข็งแรงของเขาแน่น มือใหญ่ลูบหลังไหล่ให้เป็นจังหวะ พลางเอ่ยเสียงทุ้ม“เดี๋ยวเราไปแจ้งตำรวจกันนะจ๊ะ พี่รอให้ครบ 24 ชั่วโมง ที่เตยหายตัวไป ตองใจเย็นๆ นะครับ ใจเย็นๆ พี่เองก็ห่วงเตยเขามาก
นัยน์ตาที่พริ้มหลับมายาวนาน ค่อยๆ ขยับนิดๆ เมื่อเจ้าของรู้ตัว เธอปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก พลางครางอูย เมื่อรู้สึกหนักไปหมดทั้งศีรษะ และร่างกายราวกับว่ามีอะไรมาทับอยู่อย่างนั้นแหละ สมองยังมึนเบลอเพราะฤทธิ์ยาสลบอย่างแรงที่เธอสูดเข้าไป จนน็อกหลับยาวไม่รู้เรื่องจนถึงตอนนี้กวิสราย่นหัวคิ้ว พยายามคิดรวบรวมสติ ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ เธอหลับตานิ่งอยู่ชั่วครู ทำไมตัวเธอมันหนักไปหมดแบบนี้นะ เหมือนกับว่าถูกอะไรทับอยู่ อะไรที่อุ่นๆ หนักๆ แล้วสายตาเธอก็ปะทะกับเข้าอกกว้างของใครบางคนที่เผลอซุกอยู่เพราะไออุ่นที่ต้องไขว่คว้าไว้ เนื่องจากอากาศหนาวเย็นของฤดูเหมันต์“กรี๊ด!”เสียงกรี๊ดร้องอย่างตกใจ ทำให้เปลวตะวันซึ่งกำลังนอนสบายๆ ถึงกับลุกพรวดขึ้นมาอย่างตกใจ พลางหันขวับไปมองทางต้นเสียง เมื่อเห็นหน้าเขาแล้ว เจ้าตัวก็ยิ่งร้องกรี๊ดๆ อย่างขวัญเสีย และยิ่งเมื่อเขาคว้าเอาเธอเข้ามาในวงแขน พลางตะปบปิดริมฝีปากอิ่ม เพื่อให้ระงับอาการกรีดเสียงชวนสยองนั่น เธอก็ทั้งกัดทั้งสู้เขา ยิ่งกว่านางแมวป่า หากแต่ร่างสูงและแข็งแรงกว่าเธอทุกอย่าง ก็เป็นฝ่ายเอาชนะได้ในที่สุด กวิสราถูกจับกดหลังลงกับเตียง สองมืออยู่ใ
เปลวตะวันยืนกอดอกมองหญิงสาวที่กำลังจมอยู่ในนินทารมย์ ในภาวะหลับลึกเพราะฤทธิ์ยาสลบ ด้วยสายตาวิเคราะห์ นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวมองกวาดไปทั่วเครื่องหน้าเนียนสวย แม้จะหลับใหลไม่ได้สติแบบนี้ แต่เขาก็ยอมรับว่าเธอสวยมาก อากาศที่เย็นจัดของฤดูหนาวบนยอดเขาแบบนี้ แม้แต่เขาเป็นผู้ชายยังต้องกอดอกไว้เพราะรู้สึกเย็นกระท่อมไม้ซุงของ รุ่งภพเพื่อนสนิทของเขาให้เปลวตะวันใช้ยืม เป็นที่ใช้คุมขังนักโทษชั่วคราว แม้จะมีเตาผิงไว้ด้านในห้องเล็กๆ อย่างเตรียมพร้อม แต่เขาก็ไม่ได้จุดเพื่อให้ความอบอุ่น ร่างบางที่มีเพียงเสื้อกันหนาวตัวไม่หนามากนัก และเสื้อยืดด้านใน ถึงกับขดตัวเข้าหากันเพราะความเย็นของอากาศยามค่อนดึก มันทำให้นัยน์ตาคมนั้นเปล่งประกายอาทรวาบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไป เมื่อคิดกับสิ่งที่เธอร่วมมือกับวรปรัชญ์ทำร้ายทำลายน้องชายและครอบครัวของเขา“ผู้หญิงคนนี้หรือเปลว ที่นายบอกว่าเป็นเชลยของนาย คนที่ทำให้นายต้องสูญเสียทุกอย่าง และนายป้องป่วย”เสียงห้าวทุ้มดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงไล่เลี่ยกับเปลวตะวัน รุ่งภพ เจ้าของไร่ชาดุจเดือน ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบๆ เมื่อทราบจากแม่บ้านว่า ‘แขก’ คนสำคัญของเขา มาที่กระท่อมไม้ซุง ที่มักจะ
มือใหญ่ที่กำลังจะเปิดประตูรถคันหรูชะงัก เมื่อมีเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น ชายหนุ่มล้วงเอาโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงยีนด้านหลังมากดรับ หลังจากดูว่าเป็นใครโทรศัพท์มา พร้อมกับกรอกเสียงลงไปอย่างเป็นการเป็นงาน“ว่าไง ชวัล”“เรื่องที่นายให้ไปสืบข่าว เกี่ยวกับเรื่องของคุณณัฐณิชา ฐานนันท์ เอ่อ...เธอใช้ชื่อปลอมครับ”เสียงรายงานจากปลายสาย ทำให้เปลวตะวันย่นคิ้ว“อะไรนะ?”“ชื่อจริงของเธอคือกวิสรา ปองทิวาครับ เป็นสาวไซน์ไลน์ แล้วก็รับจ้างในการแบล็กเมล์ ค่อนข้างจะแสบมากเลยครับ คุณเปลวตะวัน ผู้หญิงคนนี้”ชวัล นักสืบมือดีที่เขาจ้างด้วยค่าเหนื่อยแพงลิบ เอ่ยรายงานฉะฉาน“หืม? คุณได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง ส่งมาให้ผมทั้งหมดเลย ชวัล ถ้าข้อมูลที่ได้มาผมดูแล้วคุ้มค่ากับรางวัลที่จะให้เพิ่ม พรุ่งนี้คุณจะมีเงินโอนเข้าธนาคารไม่ต่ำกว่าสามแสนบาท”“โอ้ว เป็นพระคุณอย่างสูงเลยครับ ผมมีอีกเรื่องที่คุณเปลวตะวันอาจจะต้องตกใจ เพราะบังเอิญได้ภาพเด็ดๆ มา น่าขอบใจลูกค้าของผมที่ให้สืบเกี่ยวกับเรื่องนอกใจ เด็กของผมที่ไปสอดแนมเลยได้ข่าวของคนที่คุณกำลังให้ตามสืบมาโดยบังเอิญ ผมว่าเรื่องนี้ก็น่าสนใจมากนะครับ คุณเปลวตะวัน”“เรื่องอะ
“ขอบคุณมาก เดวิด ฝากน้องชายของผมด้วย เจสสิก้าเป็นจิตแพทย์ชั้นเยี่ยม เธอคงจะช่วยน้องชายของผมได้”เปลวตะวันเอ่ยเป็นภาษาเยอรมันกับปลายสาย เขากำลังเจรจากับเพื่อนสนิทต่างรุ่น เพื่อจัดการส่งตัวป้องนทีให้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางจิตรักษาอาการให้กับน้องชาย นับวันป้องนทียิ่งน่าเป็นห่วง เขาซึมเศร้า และจมอยู่กับตัวเอง ตอนนี้ป้องนทีผ่ายผอมมากเพราะแทบจะไม่แตะต้องอาหาร เปลวตะวันต้องให้พวกคนทำงานบ้านผลัดเปลี่ยนกันมาคอยดูแลน้องชายไม่ยอมให้อยู่คนเดียว เขากลัวว่าป้องนทีจะคิดสั้น ตอนนี้เขานอนห้องเดียวกับป้องนทียามกลางคืน คอยชวนพูดคุย ทำกิจกรรมกันแบบพี่น้องบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ป้องนทีดีขึ้นเลย“ไม่มีปัญหา ทางเราจะเตรียมต้อนรับอย่างดี”“เรื่องเงินไม่ต้องห่วงนะเดวิด ผมจัดการให้ไม่อั้น ขอเพียงให้นายป้องเลิกเป็นแบบนี้เสียที”“อาการป่วยทางจิตไม่เหมือนกับป่วยทางกายหรอกนะเพื่อนรัก” ปลายสายเอ่ยเสียงทุ้ม“มันต้องใช้เวลา แล้วก็อยู่ที่ตัวของน้องชายของนายด้วย ว่าเขาจะเปิดใจรับการรักษามากแค่ไหน แต่รับรองไว้ว่าเจสสิก้าจะช่วยให้ป้องนทีผ่านพ้นและเปิดใจยอมรับความเป็นจริงได้”“ขอบคุณมากครับเดวิด”เปลวตะวันเอนหลังกับโซ







