Masukคอสโม่บีบแขนเธอแน่นขึ้น พลางผลักเธอออกเล็กน้อย แต่สายตาของเขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธออย่างคุกคาม “จำไว้ให้ดี เอื้องทราย อย่าคิดว่าฉันจะละเว้นเธอ” เขาปล่อยเธออย่างแรงจนเธอเซถอยหลังไป
เขากลับไปที่เตียง คว้าผ้าขนหนูมาพันรอบเอวอย่างหยาบๆ ก่อนจะนั่งลงบนขอบเตียงอย่างไม่สบอารมณ์ “ไปหาอาหารเช้ามาให้ฉันเดี๋ยวนี้” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด
ผู้จัดการสาววยืนนิ่ง จัดชุดที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่
เธอพยายามควบคุมการเต้นของหัวใจ และตอบกลับด้วยความเป็นมืออาชีพที่เหลืออยู่ “ดิฉันจะให้พนักงานบริการอาหารเช้ามาส่งให้ที่ห้องค่ะ คุณคอสโม่ ตอนนี้ดิฉันยังไม่ได้อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่สะดวกที่จะออกไปข้างนอก”
“ผู้หญิงอะไรวะ น่ารำคาญชะมัดเลยโว้ย” คอสโม่ขึ้นเสียงใส่ด้วยความหงุดหงิด “เธอก็อาบที่นี่สิ โรงแรมนี้เป็นของฉัน ห้องน้ำนี้เป็นของเธอ” เขาชี้นิ้วไปยังห้องน้ำขนาดใหญ่ “และ... ถอดเสื้อผ้าของเธอตรงนี้เดี๋ยวนี้”
เอื้องทรายเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหู “คุณบ้าไปแล้วหรือคะ! ดิฉันจะทำอย่างนั้นไม่ได้! อีกอย่าง... ถึงอาบแล้วดิฉันก็ไม่มีเสื้อผ้าสะอาดให้เปลี่ยนอยู่ดี” เธอปฏิเสธอย่างหนักแน่น ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความโกรธ
คอสโม่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของเขา ดวงตาของเขาลุกวาวด้วยความฉุนเฉียวที่ถูกขัดใจอย่างต่อเนื่อง
มือใหญ่ของเขาคว้าแจกันคริสตัลใบสวยที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
ปัง! เขาปามันใส่กำแพงข้างตัวเธออย่างแรง เศษแจกันแตกกระจายไปทั่ว เศษแก้วชิ้นหนึ่งกระเด็นเข้าใส่ขาของเอื้องทราย ทำให้เลือดสีแดงสดซึมออกมาจากรอยบาด
เอื้องทรายนิ่งงันด้วยความตกใจ หายใจติดขัดเมื่อเห็นรอยเลือดของตัวเอง
“อย่ามาขัดคำสั่งฉันอีก เอื้องทราย” คอสโม่พูดด้วยน้ำเสียงต่ำและเหี้ยมเกรียม “ฉันจะกลับมาตอน สิบโมงเช้า ถ้าฉันกลับมาแล้วเธอยังอยู่ในสภาพที่สกปรกซอมซ่อแบบนี้ ไม่ว่าจะเรื่องอาหารเช้าหรือสภาพของเธอเอง... ฉันจะไล่เธอออกทันที และเธอจะไม่มีที่ยืนในวงการโรงแรมอีกต่อไป”
เขาหันหลังให้เธออย่างเฉยชา แล้วเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เอื้องทรายยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางเศษแก้วและกลิ่นอับชื้น พร้อมกับความปวดแสบปวดร้อนที่ขาของเธอ... เธอกำลังถูกผลักให้ติดมุมอย่างแท้จริง
เอื้องทรายมองนาฬิกา... 7:30 น.
เธอเหลือเวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่งเท่านั้น
เธอต้องใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการประเมินสถานการณ์ ตอนนี้เธอไม่สามารถเรียกพนักงานคนไหนให้มาเห็นสภาพห้องในตอนนี้ได้เพราะจะสร้างปัญหาให้กับตัวเอง
เอื้องทรายรีบใช้ผ้าเช็ดมือที่ยังสะอาดอยู่กดบาดแผลที่ขาไว้ คว้าโทรศัพท์และเสื้อคลุม แล้วรีบออกจากห้องเพนต์เฮาส์ไปอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ มุ่งหน้าไปยังอะพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของเธอที่อยู่ห่างจากโรงแรมไปสองช่วงตึก
เมื่อเข้ามาถึงอะพาร์ตเมนต์ เธอก็รีบถอดเสื้อผ้าที่สกปรกทิ้ง
อาบน้ำอย่างรวดเร็วเพื่อชำระล้างทั้งร่างกายและจิตใจจากความอับอายเมื่อคืนนี้ เธอทำความสะอาดบาดแผลที่น่องอย่างระมัดระวัง แม้จะไม่ลึกแต่ก็ยาวพอสมควร
เธอติดพลาสเตอร์กันน้ำสีอ่อนทับลงไปอย่างเรียบร้อย เธอรู้ว่าถึงเธอจะมีแผลอะไรตรงไหน คอสโม่ก็คงไม่แคร์อยู่แล้ว จากนั้นเธอก็สวมชุดผู้จัดการกระโปรงทรงเอสีดำและเสื้อเชิ้ตสีขาวที่สะอาดตาเช่นเดิม รวบผมหางม้าให้เรียบร้อย และกลับไปที่โรงแรมอีกครั้งราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
9:15 น.
เอื้องทรายสั่งอาหารเช้าชุดใหญ่ที่สุดจากแผนกรูมเซอร์วิสให้ไปส่งที่เพนต์เฮาส์ เมื่ออาหารมาถึง เธอจัดวางทุกอย่างอย่างสมบูรณ์แบบบนโต๊ะอาหาร เธอใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการทำความสะอาดเศษแก้วทั้งหมดและใช้สเปรย์ปรับอากาศอย่างดีดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ทั้งหมด
10:00 น. ตรงตามเวลา
คอสโม่ เอร์นานเดซ เปิดประตูห้องเข้ามา บ่งชี้ถึงความเจ้าระเบียบและเข้มงวดของเขา
ชายหนุ่มหยุดยืนมองห้องที่สะอาดเอี่ยม และโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยเมนูหรูหราอย่างประเมินค่า เอื้องทราย ยืนอยู่ด้านข้างโต๊ะด้วยชุดที่ดูดีและสง่างามที่สุดในท่าทางที่เป๊ะตามแบบฉบับผู้จัดการระดับสูง ใบหน้าของเธอไร้ร่องรอยความอ่อนล้าหรือความกลัว
“อาหารเช้าพร้อมแล้วค่ะ” เธอรายงานด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เป็นมืออาชีพอย่างถึงที่สุด
เอื้องทรายสังเกตว่าคอสโม่เองก็ดูสดชื่นอย่างผิดตา เขาน่าจะไปอาบน้ำสระผมที่อื่นมา เพราะกลิ่นแชมพูอ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูก
เสื้อผ้าที่เขาสวมเป็นเชิ้ตฮาวายผ้าลินินเนื้อดีกับกางเกงขาสั้นสีอ่อน ซึ่งเป็นชุดลำลองที่ไม่เคยเห็นในห้องนี้สักตัว แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้แค่ออกไปเดินเล่น แต่มีฐานอำนาจอื่นที่พร้อมสนับสนุนเขาตลอดเวลา
คอสโม่เดินไปนั่งลงที่โต๊ะอาหารและเริ่มกินอย่างช้า ๆ โดยไม่พูดอะไร เขาเพิกเฉยต่อการมีอยู่ของเธออย่างสิ้นเชิง จนกระทั่งเขาดื่มกาแฟอึกสุดท้ายเสร็จ
จู่ๆ เขาก็หยิบตั๋วเครื่องบินใบหนึ่งออกจากกระเป๋ากางเกง โยนมันลงบนโต๊ะอาหาร ข้างจานที่เปื้อนคราบกาแฟ
“เตรียมตัวซะ” คอสโม่เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเผยประกายเยาะเย้ย “เย็นนี้เรามีนัดบินไป ลอสแอนเจลิส”
แสงแฟลชวูบวาบและเสียงดนตรีบีทหนักหน่วงดังกึกก้องไปทั่วฮอลล์จัดแสดงงาน Milan Fashion & High Jewelry Week" ที่มาจัดรอบพรีเมียร์ในนิวยอร์กที่นั่งฟรอนต์โรว์ฝั่งซ้าย เลดี้ลูซี่ ในชุดเดรสเกาะอกสีดำกำมะหยี่เรียบหรู นั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม ในฐานะดีไซเนอร์กิตติมศักดิ์ที่ออกแบบเครื่องประดับคอลเลกชันไฮไลต์ของงาน เธอมาเพียงลำพัง แผ่รังสีความเย็นชาและสูงศักดิ์จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ไม่ใช่สปอตไลต์ที่สาดส่อง แต่เป็นสายตาของผู้ชายที่นั่งอยู่ฟรอนต์โรว์ฝั่งตรงข้ามต่างหากคอสมอส เอร์นานเดซ นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่วงท่าของราชสีห์ผู้กุมอำนาจ เขาสวมสูทสีเข้มปลดกระดุมคอเสื้อดูดุดันอันตราย ข้างกายเขามี ไดร่า ฟลอยด์ นั่งควงแขนและซบไหล่อย่างแนบชิดตามประสาตัวเต็งคุณนายมาเฟียตั้งแต่เริ่มงาน คอสมอสแทบไม่ปรายตาดูนางแบบบนรันเวย์เลย นัยน์ตาสองเฉดสีคู่นั้นจดจ้องข้ามฟลอร์มาที่ลูซี่อย่างจาบจ้วง ดุดันและเรียกร้อง สายตาของเขาเหมือนมีอุณหภูมิร้อนจัด ทะลุทะลวงกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างไว้จนมันเริ่มหลอมละลาย‘ทำไมเขาต้องมองเธอแบบนั้น...และทำไมต้องควงผู้หญิงคนนั้นมาเย้ยกัน
เวลา 4 ปีสำหรับบางคนอาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่สำหรับคอสมอสและลูซี่มันคือช่วงเวลาแห่งการเติบโตที่อาบไล้ไปด้วยความเจ็บปวดและการเปลี่ยนแปลงที่พลิกผันชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาลจดหมายเปื้อนเลือดฉบับนั้นกลายเป็นกำแพงน้ำแข็งที่มองไม่เห็น ลูซี่ตัดขาดการติดต่อทุกช่องทาง หายไปจากชีวิตของคอสมอสราวกับไม่เคยมีตัวตน ทิ้งให้เด็กหนุ่มที่ตั้งตารอคอยการกลับมาของเธอ ต้องจมอยู่กับคำถามที่ไม่มีวันได้รับคำตอบจนกระทั่งกาลเวลาพัดพาพวกเขาก้าวเข้าสู่วัย 22 ปีเต็ม วัยผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ แข็งแกร่ง และยืนตระหง่านอยู่บนจุดสูงสุดในวงการของตนเอง***************ณ นครมิลาน ประเทศอิตาลี ศูนย์กลางแฟชั่นและศิลปะของโลกภายในงานกาล่าเปิดตัวเครื่องประดับคอลเลกชันฤดูหนาวที่หรูหราที่สุด สปอตไลต์ทุกดวงจับจ้องไปที่หญิงสาวร่างระหงในชุดราตรีสีดำเรียบหรูที่ขับเน้นผิวขาวจัดของเธอให้โดดเด่น เธอสวมสร้อยคอเพชรทรงหยดน้ำที่งดงามราวกับงานประติมากรรมชิ้นเอกเธอคือ "เลดี้ลูซี่ แห่งราชรัฐเมอร์เวล"ลูซี่ในวัย 22 ปี ไม่ใช่เด็กหญิงขี้แยที่เอาแต่ร้องไห้โทษตัวเองอีกต่อไป เธอเพิ่งคว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านการออกแบบเครื่องประดับ จา
แม้ตัวจะห่างไกล แต่หัวใจของ คอสมอส ไม่เคยยอมแพ้ หลังจากแผลที่หลังหายดี เขาเริ่มปฏิบัติการง้อเลดี้ขี้กลัว ด้วยอาวุธที่คลาสสิกที่สุดจดหมายจดหมายฉบับแรกจากคอสมอส คือ กระดาษสมุดฉีก ลายมือโย้เย้ มีรอยลบเยอะมาก"ถึง ยัยเลดี้ขี้แยฉันหายเจ็บแล้วนะ! แผลเป็นเท่มาก เหมือนรอยสักมังกรเลย พ่อบอกว่าลูกผู้ชายต้องมีแผลเป็นถึงจะหล่อ เธอไม่ต้องร้องไห้แล้วนะป.ล. วาดรูปมาให้ดู ฉันวาดรูปเธอตอนตกสไลเดอร์ด้วย ตลกชะมัด ฮ่าๆๆ"(แนบรูปวาดสีเทียน: เด็กผู้หญิงใส่กระโปรงบาน กลิ้งหลุนๆ เป็นก้อนกลมๆ)จดหมายตอบกลับจากลูซี่ (กระดาษเขียนจดหมายกลิ่นกุหลาบ ลายมือบรรจง)"ถึง นายองครักษ์หน้ามึนใครขี้แยยะ! ฉันแค่ฝุ่นเข้าตาต่างหาก! แล้วรูปวาดนั่นมันอะไร ฉันสวยกว่านั้นตั้งเยอะ!ฉันส่งช็อกโกแลตจากเมอร์เวลไปให้ กินให้อ้วนไปเลยนะ จะได้กลิ้งแทนเดิน!"ช่วงอายุสิบสองปีคอสมอสเลือกส่งพัสดุไปแทน เป็นกล่องพัสดุขนาดกลาง ภายในมีรูปถ่ายโพลารอยด์หลายใบรูปแรกของคอสมอสในวัยสิบสองเริ่มสูงและหล่อเข้ม ยืนเก๊กท่าคู่กับ โซล่าร์และสกาย ที่โตเป็นหนุ่มสาวน้อยหน้าตาดี ที่ทะเลภูเก็ตในเมืองไทย รูปที่สองคือภาพต้มยำกุ้งหม้อไฟฟือดๆ และรูปสุดท้ายภาพคอ
หนึ่งเดือนผ่านไปบาดแผลทางกายของคอสมอสเริ่มสมานตัวจนเกือบหายดี เหลือทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นแนวยาวกลางแผ่นหลัง ที่จะเป็นเครื่องเตือนใจถึงวีรกรรมความกล้าหาญไปตลอดชีวิตแต่บาดแผลทางใจของเด็กชายวัย 5 ขวบ กลับดูเหมือนจะหายช้ากว่านั้นมาก...ณ คฤหาสน์เอร์นานเดซ บรรยากาศที่เคยสดใสกลับดูเงียบเหงาลงถนัดตา แม้จะมีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของ สเตลล่า และน้องแฝด โซล่าร์-สกาย คอยสร้างสีสัน แต่สำหรับคอสมอส โลกของเขาเหมือนขาดสีชมพูบานเย็นที่คุ้นเคยไปเด็กชายนั่งมองตุ๊กตากระต่ายเน่าตัวเก่าๆ ที่ลูซี่ลืมทิ้งไว้ในสวนวันนั้น เขากอดมันไว้แน่น นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอน"ยัยเลดี้... ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ จะมีใครคอยรับตอนตกสไลเดอร์ไหม"*****************ณ ปราสาทหินเก่าแก่ท่ามกลางหุบเขาและสายหมอกของราชรัฐเมอร์เวลเลดี้ลูซี่ ในวัย 5 ขวบ นั่งกอดเข่าอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ มองสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย อากาศที่นี่หนาวเย็นจับใจ ต่างจากแสงแดดอุ่นๆ ที่ลาสเวกัสลิบลับเธอกลับมาเป็นเลดี้ผู้เพียบพร้อมอีกครั้ง สวมชุดกระโปรงลูกไม้สวยงาม เรียนมารยาท เรียนดนตรี แต่แววตาที่เคยเป็นประกายมั่นใจกลับหม่นหมองลงทุกครั้งที่หลับ
ครั้นงานเลี้ยงจบลงด้วยความชื่นมื่นในขณะที่ ท่านดยุกเฟรเดอริกและคอสโม่กำลังยืนส่งแขกอยู่ที่โถงด้านหน้า ลูซี่แอบเดินเลี่ยงออกมาที่สวนกุหลาบด้านข้างคฤหาสน์เพื่อตามหาตุ๊กตากระต่ายที่เธอเผลอลืมทิ้งไว้ตอนวิ่งเล่นเมื่อเย็น"นี่ยัยตัวเล็ก! เดินไปไหนคนเดียว มืดแล้วนะ!" คอสมอสที่ตาไวเสมอ รีบวิ่งตามมาทันที "เดี๋ยวผีหลอกนะเว้ย""ฉันลืมตุ๊กตา! แล้วฉันก็ไม่ใช่ตัวเล็ก! ฉันเป็นเลดี้!" ลูซี่หันมาเถียง "นายไม่ต้องตามมาเลยนะองครักษ์เก๊!"ทว่าความเงียบสงัดของสวนกุหลาบถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำ 4 คนที่โผล่ออกมาจากพุ่มไม้!"เจอตัวแล้ว... นังเด็กเลือดผสม""กรี๊ดดด! ปล่อยนะ! Help me!" ลูซี่ถูกชายคนหนึ่งใช้ผ้าปิดปากและรวบตัวอุ้มขึ้นพาดบ่าอย่างรวดเร็ว"เฮ้ย! ปล่อยลูซี่นะ!" คอสมอสตะโกนลั่น แทนที่จะวิ่งหนีไปตามคนช่วย สัญชาตญาณความบ้าบิ่นสั่งให้เขากระโดดงับแขนชายคนที่อุ้มลูซี่เต็มแรง"โอ๊ย! ไอ้เด็กบ้า!" คนร้ายสะบัดแขนจนคอสมอสกระเด็น แต่เจ้าเสือน้อยไม่ยอมแพ้ เขาวิ่งตามไปเกาะขารถตู้สีดำที่กำลังจะแล่นออกไป ก่อนจะถูกคนร้ายอีกคนกระชากคอเสื้อแล้วโยนเข้าไปในรถด้วยกัน"เอาไปทั้งคู่เลย! ไว้เป็นต
สองสัปดาห์หลังจาก สเตลล่า หายป่วยจากโรคหัดกุหลาบจนผิวกลับมาเนียนใสเหมือนเดิม คฤหาสน์เอร์นานเดซและโรงแรม The Astraea Palace ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เพื่อต้อนรับงานเลี้ยงสุดยิ่งใหญ่แห่งปี"The Grand Alliance Gala: Hernandez X Merveille"งานฉลองการร่วมทุนธุรกิจระหว่าง เครือเอร์นานเดซ เจ้าพ่ออสังหาฯ และโรงแรมกับ ราชรัฐเมอร์เวล เจ้าแห่งเหมืองเพชรและอัญมณีของท่านดยุกเฟรเดอริกและดัชเชสคาเทอริน่าห้องบอลรูมถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนกุหลาบขาวสไตล์อังกฤษ ประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับ แขกเหรื่อระดับ VVIP ทั่วฟ้าเมืองไทยและเซเลบจากต่างประเทศต่างตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งไฟในฮอลล์หรี่ลง สปอร์ตไลท์ส่องไปที่บันไดวนขนาดใหญ่คอสโม่เดินลงมาอย่างสง่างามในชุดทักซิโด้สีดำกำมะหยี่ ขนาบข้างด้วยเอื้องทรายในชุดราตรียาวสีน้ำเงินเข้มปักเลื่อมระยิบระยับราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน สวมชุดเครื่องเพชรชุดใหญ่ที่ส่งประกายเจิดจรัสตามมาด้วย ท่านดยุกเฟรเดอริก ในชุดสูทหางยาวเต็มยศประดับสายสะพายและดัชเชสคาเทอริน่า ในชุดราตรีสีทองอร่าม"ขอต้อนรับทุกท่านสู่ค่ำคืนแห่งมิตรภาพ..." คอสโม่กล่าวเปิดงานด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "การร่วมมือครั้







