Masukแสงสลัวของยามเช้ากำลังเล็ดลอดผ่านม่านหนาของห้องเพนต์เฮาส์เข้ามา ทุกส่วนของกล้ามเนื้อตึงเครียดจากการนั่งหลับพิงกำแพงอยู่ที่เก้าอี้มุมห้องตลอดคืน เสื้อผ้าของเธอยับยู่ยี่และเต็มไปด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์จากเมื่อคืนนี้
บนเตียงขนาดคิงไซส์ที่อยู่กลางห้อง คอสโม่ นอนหลับอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาเพียงลำพัง นางแบบสาวที่เขาเรียกใช้บริการได้กลับออกไปตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง เหลือเพียงเศษซากของขยะและถุงยางอนามัยใช้แล้วที่ถูกโยนทิ้งเกลื่อนกลาด รวมถึงบางส่วนที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นใกล้ตัวทราย
เขากำลังดูถูกเธอให้ถึงที่สุด
หญิงสาวหลับตาลงอย่างอ่อนล้า แม้จะพยายามรักษาสติไว้ แต่ความเครียดสะสมตลอดทั้งคืนก็ทำให้เธอแทบจะหลุดจากความควบคุม
กรี๊งงงง!
ทันใดนั้น เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือที่ตั้งไว้ใต้เสื้อคลุมของทรายก็ดังลั่นขึ้นด้วยระดับเสียงสูงสุดเพื่อปลุกเธอให้ตื่นไปทำงานเช้าตามตารางเวลาที่เคร่งครัด
เสียงดังแหลมคมนั้นดึง คอสโม่ ให้ตื่นขึ้นทันที เขาดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างหงุดหงิดพลางขยี้ตา มองหาต้นตอของเสียงรบกวน
คอสโม่ในยามเช้าที่เปลือยเปล่าโดยมีเพียงผ้าห่มเลื่อนลงมาอยู่แค่ช่วงเอว ดูน่าเกรงขามและดิบเถื่อนกว่าที่เคย
“อะไรวะ!” เขาสบถเสียงดัง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง “ฉันสั่งให้เธอมาทำหน้าที่ผู้จัดการ ไม่ใช่ตั้งใจมาทำลายเวลานอนของฉัน!”
เอื้องทรายรีบเอื้อมมือไปกดปิดเสียงนาฬิกาปลุก ใบหน้าเธอแดงก่ำด้วยความอับอายและโทสะที่ปะทุขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่
“ดิฉันขอโทษที่เสียงนาฬิกาดังรบกวนค่ะ มิสเตอร์เอร์นานเดซ” เธอพยายามพูดอย่างเป็นทางการที่สุด “แต่กรุณาใส่เสื้อผ้าเสียก่อนจะโวยวายกับดิฉันได้ไหมคะ”
“หึ! เธอมันก็แค่คนรับใช้ของฉัน จะมาสั่งให้ฉันทำอะไรได้ แล้วก็หยุดสะเหล่อเรียกมิสเตอร์เอร์นานเดซสักที หนวกหูชิบหาย” คอสโม่ไม่สนใจคำพูดของเธอ เขากระชากผ้าห่มทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นร่างกายกำยำที่เปลือยเปล่าและส่วนล่างที่ตื่นตัวอย่างชัดเจน
“คุณมันก็แค่คนวิตถาร ที่เอาความแค้นมาบำบัดตัณหา” เอื้องทรายตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว ด้วยสายตาที่แข็งกร้าว
คำพูดนั้นแทงใจดำของคอสโม่ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เขาลงจากเตียงแล้วพุ่งตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว
“ปากดีนักนะ! กล้าดียังไงมาด่าฉัน”
คอสโม่กระชากแขนของเอื้องทรายอย่างแรงจนเธอเซเข้าหาเขา ร่างกายที่เปลือยเปล่าของเขากับร่างในชุดทำงานของเธอแนบชิดกันอย่างไม่ตั้งใจ
ส่วนที่แข็งโป๊กของคอสโม่เสียดสีเข้ากับช่วงลำตัวของเอื้องทรายอย่างจัง
“เธอคงลืมไปว่าอำนาจทั้งหมดมันอยู่ที่ใคร เอื้องทราย” คอสโม่กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดริน “เธอกล้าที่จะเล่นกับไฟ... ก็ต้องรับผลที่ตามมาให้ได้”
ดวงตาของผู้จัดการสาวเบิกกว้างด้วยความตกใจปนตื่นเต้นกับสัมผัสที่จู่โจมนั้น หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง... เธอรู้แล้วว่าเกมนี้ได้ยกระดับขึ้นสู่ความอันตรายที่แท้จริงแล้ว
ท่ามกลางความมืดมิดของน่านฟ้าสากล เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่ติดอาวุธและระบบพรางตัวดีที่สุดมุ่งหน้าสู่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอสโม่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเอื้องทราย เขาบรรจงทำแผลให้เธอด้วยตัวเองอย่างมือเบาที่สุดเท่าที่มาเฟียอย่างเขาจะทำได้"พี่ขอโทษนะทราย...ที่ปกป้องทรายกับลูกไม่ดีพอ" เสียงของคอสโม่สั่นพร่า เขาจูบลงบนผ้าพันแผลที่ต้นแขนของเธออย่างแสนรัก"ไม่ใช่ความผิดของพี่โม่ค่ะ พวกมันจงใจลอบกัด" เอื้องทรายใช้มืออีกข้างลูบแก้มสามี "ดูสิคะ คอสมอสหลับแล้ว ลูกเก่งมากเลยนะ"คอสมอสที่ร้องไห้จนเพลียหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของพ่อที่ใช้มืออีกข้างโอบอุ้มไว้ไม่ยอมปล่อย ท่าทางน่าเอ็นดูของเด็กน้อยที่กำนิ้วโป้งของพ่อไว้แน่นทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง"ที่ดูไบ พี่มีอาณาจักรที่แม้แต่มนตราก็เอื้อมไม่ถึง" เขาเอ่ยด้วยแววตาเป็นประกายเย็นเยือก "ที่นั่นมี 'The Mirage Fortress' เซฟเฮาส์ที่สร้างอยู่ใจกลางทะเลทรายส่วนตัว ระบบรักษาความปลอดภัยที่นั่นใช้ระบบปฏิบัติการระดับเดียวกับที่ใช้ในกองทัพ และบอดี้การ์ดที่นั่นคือหน่วยรบพิเศษที่พี่เลี้ยงไว้เองทั้งหมด"เมื่อเครื่องลงจอดที่สนามบินส่วนตัวในดูไบ ขบวนรถโรลส์-รอยซ์
คอสโม่จ้องมองใบหน้าที่ไร้สติของชายชุดดำในจอมอนิเตอร์ แววตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาไม่ได้ตกใจที่ถูกบุกรุก แต่เขากำลังประเมินระดับความกระหายของศัตรู"โปรเจกต์ในตะวันออกกลางงั้นเหรอ" มาเฟียหนุ่มพึมพำลอดไรฟัน "มันไม่ได้ต้องการแค่ขัดขวางธุรกิจหรอกทราย แต่มันต้องการทำลายรากฐานอำนาจใหม่ที่พี่กำลังสร้าง เพื่อบีบให้เราเหลือทางเดินเดียวคือเส้นทางที่มนตราขีดไว้"เอื้องทรายรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดด้วยความเชี่ยวชาญ ระบบรักษาความปลอดภัยที่เธอวางไว้เริ่มทำงานในโหมดสกัดกั้นและขุดรากถอนโคนทันที"ทรายตั้งระบบล็อกดาวน์ห้องนอนใหญ่และส่งสัญญาณแจ้งตำรวจท้องที่แล้วค่ะ อีกไม่เกิน 5 นาทีพวกมันจะถูกลากตัวไปในฐานะผู้ก่อการร้าย" หญิงสาวหันไปหาคอสโม่ "แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ เฟรย่าทำแบบนี้หมายความว่าพวกเขารู้ทุกความเคลื่อนไหวของเราจริงๆ ค่ะพี่โม่"ขณะที่บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มตึงเครียดจนแทบไม่มีอากาศหายใจ เสียงหัวเราะสดใสของเด็กน้อยก็ดังขึ้นแทรกกลางรังสีอำมหิต"แอ้! ปะ-ป๊ะ! บูววว!"คอสมอสตัวน้อยที่นั่งอยู่บนพรมหนานุ่มกลางห้องทำงาน โดยมีชาร์มและชิลลี่ คอยประกบซ้ายข
วิกฤตครั้งใหม่ปะทุขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อสายรายงานด่วนเข้ามาว่า The Astraea Palace ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงแรมที่คอสโม่เพิ่งเทคโอเว่อร์ไปเมื่อปีก่อนถูกลอบวางเพลิงจนได้รับความเสียหายบางส่วน วินาทีที่ทราบข่าว มาเฟียหนุ่มไม่ได้กังวลเรื่องตัวเงิน แต่เขารู้สึกถึงกลิ่นอายของมนตราที่เริ่มรุกคืบเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น"พี่ต้องไปเวกัสคืนนี้เลยทราย" คอสโม่พูดขณะที่กำลังจัดเตรียมอาวุธและเอกสารสำคัญ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมและดุดันจนน่าเกรงขาม"ทรายจะอยู่ดูแลคอสมอสที่นี่เองค่ะ พี่โม่ไม่ต้องห่วง""ไม่ได้ครับ!" คอสโมขัดขึ้นทันที เขาเดินเข้าไปกุมมือภรรยาไว้แน่น "พี่ไม่ไว้ใจให้ทรายกับลูกอยู่ที่นี่ลำพัง ไอ้รามินกับยัยเฟรย่ายังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ พี่ไม่มีทางยอมให้พวกมันมีโอกาสเข้าใกล้ทรายตอนที่พี่ไม่อยู่เด็ดขาด"แม้คอสโม่จะมีบอดีการ์ดสาวฝีมือระดับพระกาฬที่เขาไว้วางใจที่สุดคอยอารักขาเอื้องทรายอย
แสงแดดอ่อนยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเนื้อหนาเข้ามาตกกระทบเตียงนอนยับยู่ยี่ สภาพภายในห้องดูเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาอย่างหนักหน่วง เสื้อผ้ากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น โดยเฉพาะบิกินี่สีนู้ดตัวจิ๋วที่ขาดวิ่นกองอยู่ปลายเตียง เป็นประจักษ์พยานความดิบเถื่อนของค่ำคืนที่ผ่านมาเอื้องทรายนอนคว่ำหน้าหลับสนิทอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาที่คลุมกายหมิ่นเหม่ เผยให้เห็นลาดไหล่เนียนและแผ่นหลังขาวผ่องที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยตราประทับสีกุหลาบเข้ม เป็นจ้ำๆ กระจายไปทั่ว ตั้งแต่ต้นคอไล่ลงไปถึงเนินอกและบั้นเอว บ่งบอกว่าสามีของเธอตีตราจองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่เหลือพื้นที่ว่างในขณะที่คนถูกกระทำนอนหมดสภาพ คอสโม่กลับตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส ใบหน้าหล่อเหลาดูอิ่มเอิบผิวพรรณเปล่งปลั่ง เขาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ยืนจิบกาแฟดำร้อนๆ มองดูภรรยาที่นอนหลับปุ๋ยด้วยสายตาเอ็นดูระคนภาคภูมิใจ"หลับลึกขนาดนี้...สงสัยเมื่อคืนพี่จะหนักมือไปหน่อย" เขาพึมพำยิ้มๆ พลางก้มลงไปจูบเ
เมื่อเสียงครางกระเส่าของเอื้องทรายเริ่มแผ่วลงหลังจากพายุอารมณ์ระลอกเมื่อครู่พัดผ่านไป คอสโม่ก็ค่อยๆ ถอนนิ้วทั้งสามออกจากช่องทางรักที่บวมช้ำและขมิบตอดรัดแน่น เสียงน้ำรักที่เสียดสีกันดังจ๊วบเบาๆ บาดอารมณ์คนฟังความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เอื้องทรายรู้สึกโหวงเหวง เธอปรือตาฉ่ำน้ำขึ้นมองสามี เห็นเขากำลังขยับตัวขึ้นมาคร่อมทับ ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่เกร็งเขม็ง เส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนและลำคอบ่งบอกถึงความอดกลั้นที่มาถึงขีดสุดเบื้องล่างนั้นคือ ตัวตนที่แข็งขึงและใหญ่โตราวกับท่อนเหล็กร้อนระอุ ผงาดง้ำเตรียมพร้อมรบมานาน มันสั่นระริกและมีน้ำใสเยิ้มปริ่มที่ส่วนปลาย บ่งบอกว่าเขาก็ต้องการปลดปล่อยมากแค่ไหน"เตรียมตัวรับ 'ของจริง' นะครับเมีย...คราวนี้พี่ไม่ยั้งมือแล้วนะ"คอสโม่จับเอวคอดกิ่วของภรรยายึดไว้แน่น เขากดส่วนหัวที่บานใหญ่ถูไถไปตามรอยแยกฉ่ำน้ำ เพื่อชโลมน้ำรักให้
หลังจากปรนเปรอความสุขสมด้วยปลายลิ้นจนเอื้องทรายขาอ่อนพับ คอสโม่ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เขาโอบประคองร่างภรรยาที่ยังสั่นเทิ้มให้ยืนพิงอกแกร่งใต้สายน้ำอุ่น สายตาคมกริบเลื่อนลงมาหยุดอยู่ที่ทรวงอกอวบอิ่มคู่สวยที่ตอนนี้ดูขยายใหญ่และตึงคัดอย่างเห็นได้ชัด เพราะห่างหายจากการให้นมลูกชายตัวดีมาหลายชั่วโมง"นมคัดเหรอทราย แดงเถือกเชียว" คอสโม่ถามเสียงทุ้ม พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยวนรอบฐานปานนมที่แข็งขึง"อื้อ...เจ็บนิดหน่อยค่ะ สงสัยตาหนูไม่ได้ดูดนาน มันเลยตึงๆ" เอื้องทรายนิ่วหน้าเล็กน้อยด้วยความอึดอัด"งั้นเดี๋ยวพ่อช่วย 'ระบาย' ให้นะครับ"คอสโม่ไม่พูดเปล่า เขาก้มหน้าลงไปครอบครองยอดอกสีหวานข้างหนึ่งทันที ริมฝีปากร้อนผ่าวอ้าอมความอวบอิ่มเข้าไปจนเต็มปาก ก่อนจะออกแรงดูดดึงอย่างหนักหน่วงและเป็นจังหวะ ราวกับทารกที่หิวกระหาย แต่ดุดันและเร่าร้อนกว่าหลายเท่า







