Masukร่างของเอื้องทรายกระแทกเข้ากับโต๊ะทำงานอย่างแรงจนจุก ภาพของคอสโม่ที่มองเธอด้วยสายตาขยะแขยงเป็นเหมือนมีดที่กรีดลึกเข้ามาในใจของเธอ ความรู้สึกที่ปะปนกันของความเร่าร้อนและความรังเกียจที่จู่โจมเมื่อครู่ทำให้เธอหายใจติดขัด
“น่าขยะแขยงที่สุด” คำพูดสุดท้ายของเขาดังก้องในโสตประสาท
เอื้องทรายยกหลังมือขึ้นแตะที่ริมฝีปากที่ชาหนึบของตัวเอง เมื่อชักมือกลับลงมาก็เห็น คราบเลือดสีแดงสด ติดอยู่ที่นิ้ว
เขาทำให้เธอเลือดออก ไม่ใช่แค่บาดแผลที่ขา แต่เป็นบาดแผลที่ริมฝีปาก... และบาดแผลในใจที่ถูกฉีกกระชาก
คอสโม่เดินหันหลังให้เธออย่างเฉยชา คว้ากุญแจรถและกระเป๋าสตางค์อย่างรวดเร็ว เขากลับสู่มาดนักธุรกิจผู้เหี้ยมโหดอีกครั้ง ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
“ฉันจะไปทำธุระให้เสร็จก่อนกลับไปเก็บของ” คอสโม่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาโดยไม่หันมามองเธอแม้แต่น้อย “เตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับไฟล์ทส่วนตัวตอนห้าโมงเย็นด้วยนะเอื้องทราย ฉันต้องการแค่กระเป๋าเสื้อผ้าของเธอใบเดียว และฉันจะไม่รอ”
เขาหยุดที่ประตูห้อง หันมามองเธอเพียงเสี้ยววินาที “ถ้าเธอไม่เตรียมตัวให้พร้อม ก็เท่ากับว่าเธอได้ลาออกจากการเป็นผู้จัดการที่นี่ไปแล้ว”
จากนั้นเขาก็ปิดประตูลงอย่างแรง ปล่อยให้เอื้องทรายยืนอยู่กลางห้องที่เงียบงัน พร้อมกับความปวดร้าวและรสคาวเลือดที่ยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น
หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างเชื่องช้า ดวงตาจับจ้องภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก ริมฝีปากล่างของเธอมีรอยช้ำและรอยกัดสีคล้ำ เธอเปิดน้ำล้างหน้าเพื่อเรียกสติ และมองตัวเองในกระจกด้วยสายตาที่แข็งกร้าวขึ้นทุกที
เขาคิดว่าเขาจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ... เขาคิดว่าฉันจะยอมแพ้เพราะการถูกดูถูกแค่นี้เหรอ?
จังหวะที่เขาถอยหนีเมื่อครู่เป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด ร่างกายของเขายังคงตอบสนองต่อเธอ ความเกลียดชังของเขาถูกบดบังด้วยความปรารถนาชั่วขณะ นั่นคือช่องโหว่เดียวที่เธอจะใช้ในการตอบโต้
เอื้องทรายรีบกลับไปที่อะพาร์ตเมนต์ จัดการเก็บกระเป๋าเดินทางขนาดกลางเพียงใบเดียวตามคำสั่งของเขา เธอเลือกเสื้อผ้าที่ดูเป็นมืออาชีพแต่ก็มีรสนิยมอย่างพิถีพิถัน และที่สำคัญ... เธอไม่ได้เอาแค่เสื้อผ้าไป
เวลาสี่โมงครึ่ง เอื้องทรายมาถึงโรงเก็บเครื่องบินส่วนตัวตามเวลา เธอสวมชุดเดรสแขนยาวสีดำที่ดูเรียบหรูและเป็นทางการ ปิดรอยแผลที่ขาได้อย่างมิดชิด เธอเดินเข้าไปภายในโรงเก็บเครื่องบินที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับกัลลิแวนท์ เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของตระกูลเอร์นานเดซ
คอสโม่ ยืนรออยู่ที่เชิงบันไดทางขึ้นเครื่องบินแล้ว เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้ม กางเกงสแล็คเข้ารูป และสวมแว่นกันแดดสีดำสนิทเพื่อปิดบังแววตาที่อ่านไม่ออก
“มาตรงเวลา” เขาเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอ เขากวาดสายตาสำรวจกระเป๋าเดินทางใบเดียวของเธออย่างเหยียดหยาม “คิดจะมาทำงานทั้งอาทิตย์ด้วยกระเป๋าใบแค่นี้”
“ดิฉันจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ คุณคอสโม่” เอื้องทรายตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ใบหน้าของเธอไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ราวกับเครื่องจักร “ดิฉันพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อจากนี้ไปในฐานะผู้จัดการส่วนตัวของคุณค่ะ”
คอสโม่สบถในลำคอ แต่ก็ไม่พูดอะไรอีก เขาเดินขึ้นเครื่องบินไปโดยมีเธอเดินตามหลังไปอย่างเงียบเชียบ
ภายในเครื่องบินเจ็ตหรูหรานั้นมีเพียงพวกเขาแค่สองคนเท่านั้น คอสโมเลือกที่จะนั่งที่นั่งด้านหน้าสุด ส่วนเอื้องทรายนั่งแยกเยื้องไปด้านหลังเพื่อให้ง่ายต่อการบริการ
เมื่อเครื่องบินเริ่มทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า คอสโม่จึงเปิดแล็ปท็อปและเริ่มทำงานทันทีโดยไม่สนใจเธอ เอื้องทรายหยิบแท็บเล็ตของตัวเองขึ้นมาเพื่อตรวจสอบตารางงานที่เขาเพิ่งส่งมาให้
ตารางงานแน่นเอี้ยด... และทุกงานล้วนเป็นงานที่สำคัญและเต็มไปด้วยการเจรจาธุรกิจระดับพันล้าน
เอื้องทรายยกมือขึ้นแตะริมฝีปากเบาๆ พลางรู้สึกถึงรอยช้ำที่ยังคงเตือนใจถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงสาย เธอกัดฟันและมองไปยังแผ่นหลังกว้างของเจ้านายที่นั่งอยู่เบื้องหน้า
เกมที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นที่ลอสแอนเจลิส... และเธอจะไม่ใช่แค่เหยื่อที่ถูกทรมานอีกต่อไป
แล้วจะได้รู้ว่าหมาจนตรอกแบบเอื้องทรายคนนี้ทำอะไรได้บ้าง
ตลอดหลายปีที่เธออยู่อย่างเดียวดาย ถูกส่งให้มาอยู่ใต้การอุปถัมภ์ของเมียน้อยพ่อที่มีลูกอีกสามคน เธอยอมรับว่าเธอเข้ากับทุกคนแทบไม่ได้เลย แต่หลังจากแม่เลี้ยงของเธอตาย เธอกลับกลายเป็นเสาหลักเดียวให้น้องๆ ต่างสายเลือดอีกสามคน
แล้วเรื่องอะไรเธอจะต้องยอมให้กับผู้ชายคลั่งแค้นคนนี้ ถึงเธอจะพิสูจน์ความดีพ่อไม่ได้ แต่เธอก็พิสูจน์ตัวเองได้
ท่ามกลางความมืดมิดของน่านฟ้าสากล เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่ติดอาวุธและระบบพรางตัวดีที่สุดมุ่งหน้าสู่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอสโม่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเอื้องทราย เขาบรรจงทำแผลให้เธอด้วยตัวเองอย่างมือเบาที่สุดเท่าที่มาเฟียอย่างเขาจะทำได้"พี่ขอโทษนะทราย...ที่ปกป้องทรายกับลูกไม่ดีพอ" เสียงของคอสโม่สั่นพร่า เขาจูบลงบนผ้าพันแผลที่ต้นแขนของเธออย่างแสนรัก"ไม่ใช่ความผิดของพี่โม่ค่ะ พวกมันจงใจลอบกัด" เอื้องทรายใช้มืออีกข้างลูบแก้มสามี "ดูสิคะ คอสมอสหลับแล้ว ลูกเก่งมากเลยนะ"คอสมอสที่ร้องไห้จนเพลียหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของพ่อที่ใช้มืออีกข้างโอบอุ้มไว้ไม่ยอมปล่อย ท่าทางน่าเอ็นดูของเด็กน้อยที่กำนิ้วโป้งของพ่อไว้แน่นทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง"ที่ดูไบ พี่มีอาณาจักรที่แม้แต่มนตราก็เอื้อมไม่ถึง" เขาเอ่ยด้วยแววตาเป็นประกายเย็นเยือก "ที่นั่นมี 'The Mirage Fortress' เซฟเฮาส์ที่สร้างอยู่ใจกลางทะเลทรายส่วนตัว ระบบรักษาความปลอดภัยที่นั่นใช้ระบบปฏิบัติการระดับเดียวกับที่ใช้ในกองทัพ และบอดี้การ์ดที่นั่นคือหน่วยรบพิเศษที่พี่เลี้ยงไว้เองทั้งหมด"เมื่อเครื่องลงจอดที่สนามบินส่วนตัวในดูไบ ขบวนรถโรลส์-รอยซ์
คอสโม่จ้องมองใบหน้าที่ไร้สติของชายชุดดำในจอมอนิเตอร์ แววตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาไม่ได้ตกใจที่ถูกบุกรุก แต่เขากำลังประเมินระดับความกระหายของศัตรู"โปรเจกต์ในตะวันออกกลางงั้นเหรอ" มาเฟียหนุ่มพึมพำลอดไรฟัน "มันไม่ได้ต้องการแค่ขัดขวางธุรกิจหรอกทราย แต่มันต้องการทำลายรากฐานอำนาจใหม่ที่พี่กำลังสร้าง เพื่อบีบให้เราเหลือทางเดินเดียวคือเส้นทางที่มนตราขีดไว้"เอื้องทรายรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดด้วยความเชี่ยวชาญ ระบบรักษาความปลอดภัยที่เธอวางไว้เริ่มทำงานในโหมดสกัดกั้นและขุดรากถอนโคนทันที"ทรายตั้งระบบล็อกดาวน์ห้องนอนใหญ่และส่งสัญญาณแจ้งตำรวจท้องที่แล้วค่ะ อีกไม่เกิน 5 นาทีพวกมันจะถูกลากตัวไปในฐานะผู้ก่อการร้าย" หญิงสาวหันไปหาคอสโม่ "แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ เฟรย่าทำแบบนี้หมายความว่าพวกเขารู้ทุกความเคลื่อนไหวของเราจริงๆ ค่ะพี่โม่"ขณะที่บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มตึงเครียดจนแทบไม่มีอากาศหายใจ เสียงหัวเราะสดใสของเด็กน้อยก็ดังขึ้นแทรกกลางรังสีอำมหิต"แอ้! ปะ-ป๊ะ! บูววว!"คอสมอสตัวน้อยที่นั่งอยู่บนพรมหนานุ่มกลางห้องทำงาน โดยมีชาร์มและชิลลี่ คอยประกบซ้ายข
วิกฤตครั้งใหม่ปะทุขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อสายรายงานด่วนเข้ามาว่า The Astraea Palace ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงแรมที่คอสโม่เพิ่งเทคโอเว่อร์ไปเมื่อปีก่อนถูกลอบวางเพลิงจนได้รับความเสียหายบางส่วน วินาทีที่ทราบข่าว มาเฟียหนุ่มไม่ได้กังวลเรื่องตัวเงิน แต่เขารู้สึกถึงกลิ่นอายของมนตราที่เริ่มรุกคืบเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น"พี่ต้องไปเวกัสคืนนี้เลยทราย" คอสโม่พูดขณะที่กำลังจัดเตรียมอาวุธและเอกสารสำคัญ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมและดุดันจนน่าเกรงขาม"ทรายจะอยู่ดูแลคอสมอสที่นี่เองค่ะ พี่โม่ไม่ต้องห่วง""ไม่ได้ครับ!" คอสโมขัดขึ้นทันที เขาเดินเข้าไปกุมมือภรรยาไว้แน่น "พี่ไม่ไว้ใจให้ทรายกับลูกอยู่ที่นี่ลำพัง ไอ้รามินกับยัยเฟรย่ายังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ พี่ไม่มีทางยอมให้พวกมันมีโอกาสเข้าใกล้ทรายตอนที่พี่ไม่อยู่เด็ดขาด"แม้คอสโม่จะมีบอดีการ์ดสาวฝีมือระดับพระกาฬที่เขาไว้วางใจที่สุดคอยอารักขาเอื้องทรายอย
แสงแดดอ่อนยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเนื้อหนาเข้ามาตกกระทบเตียงนอนยับยู่ยี่ สภาพภายในห้องดูเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาอย่างหนักหน่วง เสื้อผ้ากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น โดยเฉพาะบิกินี่สีนู้ดตัวจิ๋วที่ขาดวิ่นกองอยู่ปลายเตียง เป็นประจักษ์พยานความดิบเถื่อนของค่ำคืนที่ผ่านมาเอื้องทรายนอนคว่ำหน้าหลับสนิทอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาที่คลุมกายหมิ่นเหม่ เผยให้เห็นลาดไหล่เนียนและแผ่นหลังขาวผ่องที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยตราประทับสีกุหลาบเข้ม เป็นจ้ำๆ กระจายไปทั่ว ตั้งแต่ต้นคอไล่ลงไปถึงเนินอกและบั้นเอว บ่งบอกว่าสามีของเธอตีตราจองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่เหลือพื้นที่ว่างในขณะที่คนถูกกระทำนอนหมดสภาพ คอสโม่กลับตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส ใบหน้าหล่อเหลาดูอิ่มเอิบผิวพรรณเปล่งปลั่ง เขาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ยืนจิบกาแฟดำร้อนๆ มองดูภรรยาที่นอนหลับปุ๋ยด้วยสายตาเอ็นดูระคนภาคภูมิใจ"หลับลึกขนาดนี้...สงสัยเมื่อคืนพี่จะหนักมือไปหน่อย" เขาพึมพำยิ้มๆ พลางก้มลงไปจูบเ
เมื่อเสียงครางกระเส่าของเอื้องทรายเริ่มแผ่วลงหลังจากพายุอารมณ์ระลอกเมื่อครู่พัดผ่านไป คอสโม่ก็ค่อยๆ ถอนนิ้วทั้งสามออกจากช่องทางรักที่บวมช้ำและขมิบตอดรัดแน่น เสียงน้ำรักที่เสียดสีกันดังจ๊วบเบาๆ บาดอารมณ์คนฟังความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เอื้องทรายรู้สึกโหวงเหวง เธอปรือตาฉ่ำน้ำขึ้นมองสามี เห็นเขากำลังขยับตัวขึ้นมาคร่อมทับ ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่เกร็งเขม็ง เส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนและลำคอบ่งบอกถึงความอดกลั้นที่มาถึงขีดสุดเบื้องล่างนั้นคือ ตัวตนที่แข็งขึงและใหญ่โตราวกับท่อนเหล็กร้อนระอุ ผงาดง้ำเตรียมพร้อมรบมานาน มันสั่นระริกและมีน้ำใสเยิ้มปริ่มที่ส่วนปลาย บ่งบอกว่าเขาก็ต้องการปลดปล่อยมากแค่ไหน"เตรียมตัวรับ 'ของจริง' นะครับเมีย...คราวนี้พี่ไม่ยั้งมือแล้วนะ"คอสโม่จับเอวคอดกิ่วของภรรยายึดไว้แน่น เขากดส่วนหัวที่บานใหญ่ถูไถไปตามรอยแยกฉ่ำน้ำ เพื่อชโลมน้ำรักให้
หลังจากปรนเปรอความสุขสมด้วยปลายลิ้นจนเอื้องทรายขาอ่อนพับ คอสโม่ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เขาโอบประคองร่างภรรยาที่ยังสั่นเทิ้มให้ยืนพิงอกแกร่งใต้สายน้ำอุ่น สายตาคมกริบเลื่อนลงมาหยุดอยู่ที่ทรวงอกอวบอิ่มคู่สวยที่ตอนนี้ดูขยายใหญ่และตึงคัดอย่างเห็นได้ชัด เพราะห่างหายจากการให้นมลูกชายตัวดีมาหลายชั่วโมง"นมคัดเหรอทราย แดงเถือกเชียว" คอสโม่ถามเสียงทุ้ม พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยวนรอบฐานปานนมที่แข็งขึง"อื้อ...เจ็บนิดหน่อยค่ะ สงสัยตาหนูไม่ได้ดูดนาน มันเลยตึงๆ" เอื้องทรายนิ่วหน้าเล็กน้อยด้วยความอึดอัด"งั้นเดี๋ยวพ่อช่วย 'ระบาย' ให้นะครับ"คอสโม่ไม่พูดเปล่า เขาก้มหน้าลงไปครอบครองยอดอกสีหวานข้างหนึ่งทันที ริมฝีปากร้อนผ่าวอ้าอมความอวบอิ่มเข้าไปจนเต็มปาก ก่อนจะออกแรงดูดดึงอย่างหนักหน่วงและเป็นจังหวะ ราวกับทารกที่หิวกระหาย แต่ดุดันและเร่าร้อนกว่าหลายเท่า







