Masukภายในรั้วบ้านทรงไทยประยุกต์ที่ถูกตกแต่งไว้อย่างเรียบง่ายและดูอบอุ่น ใต้ถุนยกสูงเล็กน้อย บริเวณบ้านกว้างขวางมีรั้วกั้นโดยรอบ นพรุจหาโอกาสที่จะคุยกับหลานสาวเพียงลำพัง เขานั่งอยู่ที่ซุ้มดอกสะบันงาที่ถูกตัดแต่งไว้อย่างสวยงาม ตรงด้านหน้าทางเข้าประตูรั้วบ้าน
“อ้อ” นพรุจกวักมือเรียกหลานสาวที่เพิ่งเดินลงมาจากบันไดบ้านที่มีเพียงไม่กี่ขั้น
“อารุจมีอะไรเหรอคะ”
“อามีเรื่องจะให้อ้อช่วย” หน้าตานพรุจดูจริงจังมากจนหลานสาวรู้สึกแปลกใจ ปกติครอบครัวนี้มีแต่เรื่องสนุกสนานไม่ค่อยจะมีเรื่องเครียดกันเท่าไร
ลดาวัลย์นั่งลงม้านั่งฝั่งตรงข้ามกับอาหนุ่มแล้วนพรุจก็เริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับหลานสาวฟัง เธอไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับอิทธิพัทธ์ ในวัยเด็กเธอมองว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดูอบอุ่นและดูดีมากเวลาเจอหน้าเขาทีไรเธอรู้สึกประหม่าและใจเต้นแรงทุกที แต่หลังจากลดาวัลย์เข้าเรียนชั้นมัธยมปลายเธอก็ไม่ค่อยได้เจอกับเขาอีกเลย
อาจจะด้วยเวลาที่ไม่ตรงกันหรือเพราะอิทธิพัทธ์มีครอบครัวแล้วก็เป็นได้ แต่เขาก็มาหานพรุจอยู่บ่อยครั้งแต่เธอก็ติดเรียนตลอด มารู้เรื่องว่าเขากำลังหาผู้หญิงไปแต่งงานด้วยเวลาก็ผ่านไปตั้งแปดปีแล้ว
“เพื่อนอาคนนี้มันนิสัยดี เป็นสุภาพบุรุษ อ้อช่วยมันแค่ปีเดียวก็ได้ อ้ออยากได้อะไรก็บอกมันและไม่ต้องห่วงเรื่องอย่างว่าเลย มันไม่มีทางล่วงเกินอ้อเด็ดขาด”
ถ้าเธอช่วยถึงหนึ่งปีมันก็ใช้คำว่าแค่ไม่ได้หรอกเพราะยังไงเธอก็ได้ขึ้นชื่อว่าเคยมีสามีมาแล้วอยู่ดี เรื่องข้าวของเครื่องใช้เธอไม่ต้องการหรอกเพราะพ่อกับแม่และอาทั้งสองได้สร้างรากฐานไว้ให้หมดแล้ว ขอแค่เธอเรียนจบแล้วมาสานต่อแค่นี้ชีวิตก็ไม่ได้ลำบากอะไร
ลดาวัลย์ยังไม่ได้ให้คำตอบอาหนุ่มในตอนนั้น เพราะการตัดสินใจครั้งนี้มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเธอมาก ถึงแม้นพรุจจะการันตีความดีของอิทธิพัทธ์มากแค่ไหน แต่นพรุจก็ไม่เคยใช้ชีวิตร่วมกับเขาแบบจริงจังอยู่ดี ทุกอย่างเธอต้องเรียนรู้จากเขาใหม่ทั้งหมด
ลดาวัย์นอนคิดอยู่หลายสัปดาห์ กว่าจะตัดสินใจบอกนพรุจ ภาพผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา แต่ดูน่าเกรงขามในสายตาของเธอตอนนั้นผุดขึ้นมาในห้วงอารมณ์ของเธออีกครั้ง เขาเป็นผู้ชายที่เธอพยายามลืมตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาแต่เธอก็ทำไม่สำเร็จ คราแรกลดาวัลย์คิดแค่ว่ามันคงเป็นแค่ความชอบแบบที่เขาปลื้มดารากันทั่วไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเท่าไรเธอก็ยิ่งคิดถึงผู้ชายคนนี้มากขึ้นเท่านั้น แต่เป็นเพราะตอนนั้นเขามีภรรยาที่น่ารักอยู่แล้วเธอจึงไม่รู้ว่าจะหาข้ออ้างอะไรที่จะเข้าไปทำความรู้จักกับอิทธิพัทธ์ นอกเสียจากรอฟังข่าวคราวของเขาบ้างจากอาของเธออยู่เงียบ ๆ
เมื่อลดาวัลย์บอกนพรุจว่าจะลองคุยกับอิทธิพัทธ์ดูเขาจึงรีบต่อสายหาเพื่อนทันที
“มึงเอาเบอร์อ้อไป ว่างวันไหนค่อยโทรนัดคุยกันเอาเอง กูช่วยมึงได้แค่นี้แหละ ที่เหลือก็แล้วแต่ความสามารถของมึง”
“โว้ จริงดิ กูขอบใจมึงมากเพื่อน”
เสียงปลายสายมีความตื่นเต้นและรู้สึกโล่งอกอยู่ในที ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าคำตอบนั้นจะเป็นอย่างไรแต่เขาก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้
เขาลืมลดาวัลย์หลานสาวของเพื่อนรักไปได้อย่างไร แต่ตอนนี้เขานึกภาพเธอไม่ออกว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร ที่จำได้ครั้งล่าสุดก็ทั้งอ้วนทั้งดำ แต่เขาไม่ได้สนใจในจุดนี้ถึงเธอจะหน้าตาอย่างไรก็ตามขอให้เธอยอมช่วยเหลือเขาก็พอ
อิทธิพัทธ์รู้ว่าเธอชื่อลดาวัลย์ชื่อเหมือนดอกไม้ที่เขาชอบกลิ่นของมันซึ่งเขาเป็นคนนำมาปลูกไว้เอง ชายหนุ่มเดินออกมาจากบ้านแล้วหยุดยืนมองดอกลดาวัลย์สีขาวที่กำลังบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอ่อนๆอยู่ที่ซุ้มหน้าบ้าน จนเขาแอบเผลอคิดเล่น ๆ ไม่ได้
‘จะสวยและหอมเหมือนดอกลดาวัลย์มั้ยนะ’
ภายในร้านกาแฟที่ใกล้กับสำนักงานของอิทธิพัทธ์และไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยของลดาวัลย์มากนัก ร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวสีน้ำผึ้งกำลังนั่งจิบกาแฟอย่างใจเย็นรอหญิงสาวอยู่โต๊ะด้านนอก โดยรอบตกแต่งโทนสีขาวละมุน มีไม้ประดับไม้ดอกตกแต่งอยู่โดยรอบมองดูสบายตา
“อาอิทใช่มั้ยคะ” สาวสวยสวมชุดนักศึกษากระโปรงสั้นเหนือเข่าเข้ารูป ดูหน้าตาไม่ค่อยคุ้นเท่าไรเดินเข้ามาทักอิทธิพัทธ์
“สวัสดีครับ เอ่อคุณ…” อิทธิพัทธ์มองดูหญิงสาวรูปร่างสมส่วนเจ้าของดวงตากลมโตนัยน์ตาดำขลับตรงหน้าไม่วางตา มองไปมองมาจึงนึกขึ้นได้ แปดปีที่ไม่ได้เจอกันลดาวัลย์เปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้ เธอดูเป็นผู้ใหญ่และสวยขึ้นมาก
“อ้อไงคะ อาอิทจำไม่ได้เหรอคะ” อิทธิพัทธ์ดูหล่อและภูมิฐานมากขึ้นกว่าเดิมจากที่เธอเคยเจอครั้งล่าสุดตอนงานศพของพ่อกับแม่ ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนที่อายุจะเข้าใกล้วัยสี่สิบ ถ้าคนไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวคงคิดว่าเขาอายุแค่สามสิบต้น ๆ เท่านั้น
จะให้จำได้ในแวบแรกได้ยังไงล่ะ ตอนนั้นเด็กคนนี้ยังตัวดำเพราะเล่นน้ำคลองมากเกินไปแถมยังอ้วนอีกต่างหากไม่คิดว่าโตขึ้นมาจะหน้าตาสวยละมุนขนาดนี้ แต่ถึงจะสวยอย่างไรก็ทำอะไรคนอย่างอิทธิพัทธ์ไม่ได้หรอก เขาเจอคนสวยมานักต่อนักแล้ว
สามปีต่อมาที่บ้านสวน ลดาวัลย์ได้ตั้งท้องลูกคนที่สามซึ่งลูกคนนี้เป็นผู้หญิง “ไง มึงไม่คิดจะปิดอู่เลยรึไงวะ มึงชักจะเกินหน้าเกินตาใหญ่แล้วนะอิท” นพรุจเอ่ยถามเพื่อนรักเมื่อเห็นลดาวัลย์เดินท้องโย้ออกมาจากรถ “ที่จริงกูอยากได้อีกสักคนว่ะกำลังดีเลย เมียจ๋า…ถ้าคลอดคนนี้แล้วขออีกคนได้ปะ เป็นหญิงสองชายสองไรงี้” อิทธิพัทธ์เดินไปกอดเมียแล้วทำเสียงอ้อนวันนี้เขาและเธอมาดูงานที่สาขาราชบุรี เลยให้น้อยและพี่เลี้ยงพาลูกแฝดชายทั้งสองไปเล่นที่บ้านบงกช ซึ่งย่าเห่อเหลนมากจนแทบไม่อยากให้กลับมาบ้านพ่อกับแม่ “ไม่ได้ค่ะที่รัก แค่นี้อ้อก็จะไม่ไหวแล้วค่ะ” “แต่ผัวจ๋ายังไหวนี่นา” อิทธิพัทธ์ยังคงอ้อนไม่ยอมหยุดพร้อมกับกอดจูบภรรยาอย่างหลงใหลไม่เคยเบื่อหน่าย ตอนนี้ภรรยารูปร่างอวบขึ้นก็ยิ่งหลงหนักมาก “เดี๋ยวเมียไม่สวยก็จะวิ่งแจ้นไปหาเล็กหาน้อยอีกแหละ”อิทธิพัทธ์รีบส่ายหน้าพรืด “ไม่มีทาง แค่นี้ก็หลงจะตายอยู่แล้วเนี่ยจะให้ไปมีใคร” อิทธิพัทธ์ยังคงปากหวาน ซึ่งความจริงก็เป็นอย่างที่เขาพูดทั้งหมด ทุกวันนี้เขายิ่งรักภรรยาสาวเพิ่มขึ้นทุกวันดูแลตัวเองดียิ่งกว่าตอนเป็นห
คืนนั้นอิทธิพัทธ์นอนกอดภรรยาบนเตียงนุ่ม พอรู้ว่าจะมีลูกมันทำให้รู้สึกเหมือนลูกคือสิ่งที่เข้ามาเติมเต็มทุกอย่างของครอบครัวจนทำให้เกิดความกลัวว่าตัวเองจะอยู่กับลูกได้ไม่นาน “อ้อ” “คะอาอิท” “ต่อไปนี้อ้อเลิกเรียกว่าอาอิทได้มั้ย” “ทำไมละคะ” “เรียกอาแล้วมันดูแก่ยังไงไม่รู้อะ” “เอ๊า ก็เรียกมาตั้งนานแล้วเพิ่งจะรู้สึกเหรอคะ แล้วจะให้เรียกว่าอะไรดีล่ะ” “เรียกว่า…พี่อิท นะ นะ อ้อน้า” ทั้งท่าทางและสายตาเว้าวอนมันทำให้เธอรู้สึกนึกขัน “อืม เรียกดีมั้ยน้า อ้อเขินจังค่ะมันไม่ค่อยชินเลยอะ” “ยังไงก็ต้องเรียกถ้าอ้อไม่เรียกพี่จะงอนแล้วนะ” พูดจบจากที่นอนกอดภรรยาอยู่ดี ๆ ก็นอนหันหลังให้แล้วก็เอามือสองข้างปิดหน้าตัวเองไว้ “ฮ่า ฮ่า โอ้ยทำไมอ้อมีผัวเด็กขนาดนี้เนี่ย” ลดาวัลย์อดไม่ได้ที่จะขำออกมาเสียงดังเมื่อเห็นท่าทางของสามีไม่คิดว่าคนอายุสี่สิบแล้วเขาจะทำตัวได้น่ารักขนาดนี้ “พี่อิทขา” ลดาวัลย์เรียกเขาเสียงหวานแต่ร่างใหญ่ยังคงนอนนิ่ง “พี่อิทขาหายงอนเมียยังน้า” ยังไม่มีเสียงตอบรับใ
“ว้าว ว้าว ผมจะมีหลานแล้ว ไชโย! คุณย่าต้องดีใจมาก ๆ เลยอะพี่อิท ดีใจด้วยนะที่ง้อเมียสำเร็จ ได้กลับมาทีเดียวทั้งสองคนเลย น้ำยาแรงไม่เบาเลยนะเนี่ยพี่ชายเราสตาร์ตปุ๊บติดปั๊บเลยเว้ย” “อย่ามัวแต่พูดมากไปทำงานได้แล้ว เอ้าเอกสารฉันเซ็นเสร็จแล้ว” “หื้ย ดีใจ ๆ” ปารเมศทำท่าทางดีใจจนออกนอกหน้า จนอิทธิพัทธ์อดขำไม่ได้ “ตื่นเต้นยังกะลูกตัวเอง” “ก็หลานคนแรกของผมอะทำไมล่ะ” “เออ ๆ คนแรกก็คนแรกอย่าเพิ่งบอกใครที่บ้านล่ะเดี๋ยวฉันกับเมียไปบอกเอง” “แหม คำก็เมียสองคำก็เมีย ตัวเองก็ไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่เลยเนอะ” อิทธิพัทธ์ทำท่าจะลุกขึ้นไปจัดการน้องชายแต่ปารเมศก็รีบวิ่งออกไปก่อน จากนั้นข่าวเรื่องลดาวัลย์ตั้งท้องก็รู้กันไปทั่วทั้งบริษัท ก็พี่ชายบอกว่าไม่ให้บอกคนที่บ้านเขาก็เลยบอกคนที่บริษัทแทนเพื่อปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจ งานนี้เล่นเอาข้ามดาวหน้าเหวอจนพูดไม่ออกแล้วรีบเอาข่าวนี้ปบอกพี่สาวทันทีขวัญตารู้ดีว่าเขาแพ้ลดาวัลย์ตั้งแต่คืนวันที่ไปบ้านอิทธิพัทธ์แล้ว และต่อไปก็คงต้องตั้งใจเป็นแม่ค้าออนไลน์เพื่อเลี้ยงตัวเองต่อไป เธอรู้ดีว่าอิ
พอขึ้นไปบนห้องสิ่งที่สะดุดตาเธอก่อนเลยก็คือรูปถ่ายของเขากับเธอที่ถ่ายร่วมกันในวันแต่งาน ลดาวัลย์กวาดมองไปทั่วห้องสิ่งของหลายอย่างที่เคยเป็นของภรรยาเก่าของเขาที่เธอเคยจัดไว้อย่างเป็นระเบียบตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว อิทธิพัทธ์มองหน้าภรรยาก็รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ “อาอยากให้อ้อเชื่อใจอาและไม่ต้องมากังวลกับเรื่องนี้อีก” ลดาวัลย์กำลังจะเดินเลยไปเข้าห้องเล็กอีก “จะไปไหน” อิทธิพัทธ์ทำเสียงออดอ้อนกระเง้ากระงอดที่ภรรยาจะเดินเข้าห้องเล็ก “ไปนอนห้องเล็กไงคะ” “ไม่ให้ไป ต่อไปนี้อ้อต้องนอนห้องใหญ่กับอาทุกวัน” อิทธิพัทธ์กอดภรรยาด้านหลังเกยคางไว้ที่บ่าเล็กแล้วดุนหลังให้เธอกลับมาที่เตียงกว้างของเขา “แล้ววันนี้อาอิทไม่ไปทำงานเหรอคะ” “ไม่ไป อาจะอยู่กับเมียกับลูก รอไปพรีเซนต์งานพรุ่งนี้ทีเดียว” พอรู้ว่าจะได้เป็นพ่อคนมันก็รู้สึกเห่อ ความสุขมันเอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจจนแทบอยากจะตะโกนบอกให้โลกรู้ไปเลย “หื้อ เดี๋ยวนี้อาอิทหัดเป็นคนขี้เกียจใหญ่แล้วนะคะ” “ก็อาอยากอยู่กับเมียนี่นา ยังไม่หายคิดถึงเลย อยากไปหา
หลังจากปิดไฟนอนแล้วทั้งสองก็นอนคุยกันเหมือนกับคนที่ไม่เคยคุยกันมานานเป็นปี ไม่รู้ว่าสรรหาเรื่องอะไรมาเล่าให้กันฟังทั้งที่เพิ่งจากกันเพียงไม่กี่วัน อิทธิพัทธ์นอนกอดเธอจากด้านหลัง มือซุกซนเริ่มคืบคลานไต่เข้าชายเสื้อยืดตัวโคร่งของภรรยาช้า ๆ “อ้อจ๋า!” เขาเรียกชื่อเธอเสียงแหบพร่า มือแกร่งเริ่มบีบคลึงกับอกนุ่มที่เขาแสนจะคิดถึงของหญิงสาวเบา ๆ “คะ อื้อ อาอิทอย่าบีบแรงอ้อเจ็บ” เธอคิดถึงคำจ๊ะจ๋าของสามีเป็นที่สุด และหวงคำนี้กลัวว่าเขาจะเอาไปใช้กับคนอื่น “หือ นี่เบามือแล้วน้า ยังไม่ได้ครึ่งที่อาเคยทำเลยนะอ้อ” “ก็เต้ามันเริ่มตึงแล้วนี่คะ มันเลยเจ็บนิดนึงค่ะ” “อาอยากกินอ้อมาก ขอกินได้มั้ยอาทนไม่ไหวแล้ว” น้ำเสียงออดอ้อนที่เปล่งออกมานั้นสั่นเครือบ่งบอกว่าเขากำลังกระหาย เขาเริ่มหายใจหอบหนักบดเบียดเชิงกรานแกร่งเข้ามาถูไถกับสะโพกของเธอ ลดาวัลย์จึงพลิกกายหันหน้าไปสบตากับเขา นิ้วเรียวของเธอแตะไล้ที่ริมฝีปากสามีแผ่วเบาสร้างความปั่นป่วนในกายเขามากขึ้น “กินเบา ๆ และห้ามกินดุนะรู้เปล่า” ลดาวัลย์บอกกับสามีแววตาเป็นประกาย “จะพยา
“อ้อจ๋า อย่าร้องไห้ได้มั้ย อาเจ็บ” อิทธิพัทธ์บอกกับเธอ จับร่างเธอให้นั่งคร่อมบนตักเขาและหันหน้าเธอมาประจันหน้ากับเขา ทั้งเอานิ้วหัวแม่มือเช็ดและจูบซับน้ำตาให้ ยิ่งเขาทำดีและนุ่มนวลกับเธอเท่าไรลดาวัลย์ก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น เหตุผลที่เธอไม่อยากเจอเขาก็เพราะกลัวใจอ่อนแบบนี้ เธอไม่เคยต้านทานการสัมผัสของเขาได้เลย “แล้วที่อาอิททำแบบนี้ไม่คิดว่าอ้อจะเจ็บบ้างเหรอคะ อาอิทเห็นอ้อเป็นอะไร อาอิทกลับไปหาคนของอาอิทเถอะค่ะ เห็นแก่อ้อเถอะนะคะ อ้อไหว้ล่ะค่ะ” หญิงสาวทั้งร้องไห้และพนมมือที่อกเขา อิทธิพัทธ์จึงรวบมือเธอไว้แล้วดึงขึ้นมาจุมพิตแล้วลากไล้มือเล็กไปตามใบหน้าคมเข้มของเขาอย่างรักใคร่ “อาไม่มีใครอ้อ ได้โปรดอย่าไล่อาเลยนะ” น้ำตาลูกผู้ชายเริ่มไหลออกมา “แล้วที่ไปทานข้าวด้วยกัน กอดกันนั่นมันคืออะไรคะ แล้วยังรอยลิปสติกบนเสื้อนั่นอีก แบบนี้อาอิทยังจะบอกว่าไม่มีอะไรอีกเหรอคะ ฮือ ๆ” ลดาวัลย์ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายเขา เธอรู้สึกหึงหวงเขาไปหมดทุกสิ่งทุกอย่างเธอไม่กล้าคิดต่อด้วยซ้ำว่าสามีเธอจะไปทำอะไรต่อกับแฟนเก่า ในวันที่ไม่มีเธออยู่ด้วย อิทธิพัทธ์ประคองใบหน้าเธอให้หันมาสบต





![คลั่งรักนายมาเฟีย [SM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

