เข้าสู่ระบบขณะที่เฉียวเอ๋อร์กำลังนั่งคัดเลือกถั่วเหลืองอยู่ที่ลานบ้านเพื่อเตรียมจะกลับมาทำเต้าหู้ขายหาเลี้ยงชีพอีกครั้ง ใบหน้าของนางเริ่มมีรอยยิ้มสดใสขึ้นมาบ้าง ทว่าในส่วนลึกของหัวใจ นางกลับนึกถึงใบหน้าของรองผู้ว่าการเสิ่นอวี่เจีย ขุนนางหนุ่มคนนั้นอยู่บ่อยครั้ง นึกถึงตอนที่เขาฉีกสัญญาหนี้สินทิ้งโดยไม่เสียดายเงินทอง นึกถึงแววตาห่วงใยคู่นั้นที่เขาใช้มองนางก่อนจากมา"ไอ้ใต้เท้าเสิ่นหน้าเลือด อยู่ ๆ ก็มาทำเป็นใจดี ข้าปรับตัวไม่ถูกเลยจริง ๆ"เฉียวเอ๋อร์บ่นพึมพำกับตัวเองพลางถอนหายใจ ใบหน้านวลซับสีระเรื่อจาง ๆ โดยไม่รู้ตัวแต่สิ่งที่นางไม่รู้เลยก็คือที่เนินเขาเตี้ย ๆ ท้ายหมู่บ้าน ซึ่งสามารถมองลงมาเห็นลานบ้านสกุลเฉียวได้อย่างชัดเจน ร่างสูงโปร่งในชุดลำลองสีฟ้าครามของเสิ่นอวี่เจียกำลังยืนเอามือไพล่หลัง เฝ้ามองดูรอยยิ้มของนางอยู่จากระยะไกลด้วยความเงียบเชียบ"ใต้เท้าเสิ่น เหตุใดท่านไม่เข้าไปหาแม่นางเฉียวเล่าเจ้าคะ ยามนี้นางคงอยากขอบคุณท่านใจจะขาดแล้ว"เสียงของเป่าลี่เซียนที่เดินตามขึ้นมาพร้อมกับเซียวเหวินรุ่ยเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มรู้ทันเสิ่นอวี่เจียไม่ได้หันกลับมา ยังคงทอดสายตามองเฉียวเอ๋อร์ดีดลูกคิดและเลือกถ
เสียงเกือกม้ากระทบพื้นถนนดังประสานเป็นจังหวะหนักแน่น พร้อมกับเสียงกลองที่ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากระยะไกล เป็นสัญญาณเตือนให้ชาวเมืองเหวินเฉิงรู้ว่าขบวนเดินทางของบุคคลสำคัญได้มาถึงหน้าประตูเมืองแล้ว บรรยากาศรอบที่ว่าการมณฑลเหวินเฉิงคึกคักและเต็มไปด้วยความระเบียบเรียบร้อย ขุนนางทุกระดับชั้นในเครื่องแบบเต็มยศยืนเข้าแถวต้อนรับอย่างสงบ เพื่อรอรับท่านผู้ว่าการมณฑลเซียวเหวินรุ่ยและฮูหยินเป่าลี่เซียน ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นหมอหลวงประจำมณฑลเหวินเฉิง ซึ่งทั้งสองเพิ่งเดินทางกลับมาจากพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ที่เมืองหลวงเสิ่นอวี่เจียในชุดขุนนางเต็มยศสีน้ำเงินเข้มปักลวดลายดูสง่างาม ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าสุดของคณะต้อนรับ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยแววตาคมคายเต็มไปด้วยความสุขุมรอบคอบ แตกต่างจากบุรุษเจ้าเล่ห์เพทุบายยามที่อยู่กับสตรีบางคนโดยสิ้นเชิงและที่รั้งท้ายแถวสุดอันเป็นมุมอับสายตา เฉียวเอ๋อร์ในชุดสาวใช้โรงครัวเนื้อหยาบสีเทากำลังยืนชะเง้อคอยาว รอยปูดโนบนหน้าผากจากเหตุการณ์คืนนั้นยังคงเด่นหรา แต่นางก็หาได้สนใจไม่ ดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาชาวบ้านที่ไม่เคยเห็นขุนนางใหญ่โตมาก่อน"
หลังจากสงครามผักชีวันนั้น ใต้เท้าเสิ่นก็ดูจะเจริญอาหารและอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขานั่งตรวจฎีกาพลางฮัมเพลงเบา ๆ ในห้องทำงาน ทำเอาพวกผู้ช่วยและนายทะเบียนต่างลอบปาดเหงื่อด้วยความโล่งอกที่ช่วงนี้ไม่ต้องโดนรองผู้ว่าการหนุ่มจอมเฮี้ยบดุเอายามซวีของวันหนึ่ง หลังจากที่เฉียวเอ๋อร์เหน็ดเหนื่อยกับการคุมครัวมาทั้งวัน นางก็ยกถาดเสบียงมื้อดึกไปส่งให้มือปราบโจวและกลุ่มมือปราบที่เพิ่งกลับจากการลาดตระเวน วันนี้ประจวบเหมาะเป็นวันเงินเดือนออก บรรยากาศในเรือนพักมือปราบจึงคึกคักเป็นพิเศษ มีทั้งเนื้อย่างกระทะใหญ่และไหสุรานารีแดงชั้นดีวางเรียงราย"อ้าว เฉียวเอ๋อร์ มา ๆ วันนี้พวกข้าเงินเดือนออก เจ้าช่วยพวกเราประหยัดเงินโรงครัวมาหลายวัน มาร่วมดื่มฉลองด้วยกันสักจอกสิ" มือปราบโจว สหายสนิทผู้มีนิสัยใจคอกว้างขวางเอ่ยชวนพลางกวักมือเรียกเฉียวเอ๋อร์หูผึ่ง ดวงตาเปล่งประกายวาบ นางเป็นสตรีชาวบ้านสู้ชีวิต เรื่องสุรานั้นชอบอยู่แล้วมีหรือจะปฏิเสธของฟรี นางวางถาดลงแล้วทรุดตัวนั่งลงกลางวงถกแขนเสื้อขึ้นทันที"เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจนะเจ้าคะ พี่โจวชน"ผ่านไปสองก้านธูป จากหนึ่งจอกกลายเป็นหนึ่งไห เฉียวเอ๋อร์ผู้ร่าเริงเริ่มไร้สติ นาง
เช้าวันใหม่เฉียวเอ๋อร์ในชุดผ้าฝ้ายรัดกุมสีน้ำเงินครามกระชับห่อผ้าผืนเก่าในอ้อมแขนแน่น ใบหน้างดงามแหงนมองหลังคาโอ่อ่าพลางลอบกลืนน้ำลาย จินตนาการภาพตนเองต้องเข้าไปนั่งหลังขดหลังแข็ง ฝนหมึกสีดำทึม ๆ หรือคัดตำราอักษรหนาเตอะที่นางอ่านไม่ออกสักตัว แค่คิดสมองของนางก็ประท้วงจนปวดตุบ ๆ ขึ้นมาทันตาเห็นผู้ช่วยนายทะเบียนได้นำคำสั่งตราประทับของรองผู้ว่าการเสิ่นมาแจ้ง ดวงตากลมโตของนางพลันเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงสลับยินดี"ใต้เท้าเสิ่นสั่งให้ข้าไปประจำการที่โรงครัวหลวงงั้นหรือเจ้าคะ""ถูกต้อง" ผู้ช่วยนายทะเบียนพยักหน้า พลางปาดเหงื่อเย็น ๆ "ใต้เท้าสั่งการว่า ในเมื่อแผงขายเต้าหู้ของเจ้าพังย่อยยับไปแล้ว อีกทั้งฝีมือทำอาหารของเจ้าก็มีเอกลักษณ์เผ็ดร้อน จึงให้เจ้าไปรับตำแหน่งสาวใช้ฝ่ายเสบียงพิเศษ คอยควบคุมการจัดซื้อและทำอาหารสามมื้อส่งตรงรองผู้ว่าการ รวมถึงดูแลข้าวกล่องของเหล่ามือปราบทหารทางการทั้งหมดด้วย"เฉียวเอ๋อร์แทบจะกระโดดโลดเต้น ครัวคือถิ่นของนาง ถังน้ำ เตาไฟ กระทะ และมีดทำครัวคืออาวุธที่นางเชี่ยวชาญที่สุดในชีวิต การปล่อยนางเข้าโรงครัวก็ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยเสือเข้าป่า หรือปล่อยปลาไหลลงตมนา
เฉียวเอ๋อร์ที่ยังคงกอดคอเสื้อเสิ่นอวี่เจียไว้แน่น ได้ยินคำเรียกขานจากปากทหารนับสิบ และเห็นหัวหน้ามือปราบวิ่งมาประสานมือข้างรถม้าด้วยท่าทางยำเกรงสูงสุด นางถึงกับตัวแข็งทื่อ สมองอันชาญฉลาดเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ พลันหยุดหมุนกะทันหัน ดวงตาโตจ้องมองเสมียนหน้าขาว ตรงหน้าด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด นึกในใจด้วยความสยดสยอง'ใต้เท้าเสิ่น ทหาร นี่อย่าบอกนะว่า ไอ้เสมียนหน้าขาวจอมอู้งานที่ข้าด่าทุกเช้า คือรองผู้ว่าการเมืองเหวินเฉิงผู้โหดเหี้ยมคนนั้นน่ะ ตายแน่ ๆ เฉียวเอ๋อร์ เจ้าหัวขาดแน่แล้วคราวนี้’ภายในตัวรถม้าที่เงียบสงัด บรรยากาศพลันอึดอัดจนแทบจะหายใจติดขัด เฉียวเอ๋อร์รู้สึกเหมือนหัวใจของนางหยุดเต้นไปแล้วสามจังหวะ สองมือกำคอเสื้อขุนนางของใต้เท้าเสิ่นหรือเสิ่นอวี่เจียไว้แน่น ทว่าในยามนี้ แขนเรียวเล็กคู่นั้นกลับเริ่มสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่สติที่เคยกระเจิดกระเจิงเพราะโดนนักเลงไล่ล่า พลันถูกแทนที่ด้วยความตระหนกตกใจอย่างถึงขีดสุด เมื่อภาพลักษณ์ของเสมียนหน้าขาวจอมอู้งานที่นางด่าว่าหน้าเลือดและแอบลอบกัดด้วยเต้าหู้รสเผ็ดร้อนเมื่อเช้า ซ้อนทับเข้ากับตำแหน่ง รองผู้ว่าการมณฑลเหวินเฉิง ขุนนางสายบุ๋นผู้มีอำนาจแ
ถึงยามเหมาเฉียวเอ๋อร์แบกตะกร้าสานเดินเหยียบย่างเข้าประตูที่ว่าการเมืองเหวินเฉิงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส นางวางถาดเต้าหู้ลงบนโต๊ะด้วยท่าทางนอบน้อมประชดประชัน"พี่ชาย วันนี้เต้าหู้เนื้อแท้ถูกต้องตามกฎหมายหลวงมาส่งแล้วเจ้าค่ะ รบกวนตามเสมียนเสิ่นหน้าขาวของพวกท่านมารับประทานด่วนเถิดเจ้าค่ะ ข้าตั้งใจทำส่งให้เขาเป็นพิเศษเชียวนะ"ยังไม่ทันที่ผู้ช่วยนายทะเบียนจะเอ่ยปาก เสียงทุ้มต่ำเรียบเรื่อยทรงอำนาจอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง"เจ้าตั้งใจทำสิ่งใดมามอบให้ข้าเป็นพิเศษงั้นหรือ แม่นางเฉียว"เฉียวเอ๋อร์สะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมอง ร่างสูงโปร่งของเสิ่นอวี่เจียในชุดผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่ายขับเน้นผิวพรรณขาวสะอาดและสง่างาม เดินเยื้องย่างเข้ามาเงียบเชียบ แววตาคู่นั้นจ้องมองใบหน้าเลิกลั่กของนางราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจเสิ่นอวี่เจียปรายสายตามองเต้าหู้ห้าก้อนที่ดูเนื้อแน่นขาวสะอาดผิดจากเมื่อวาน ก่อนจะแค่นยิ้มบางเบาที่ชวนให้แผ่นหลังของเฉียวเอ๋อร์เย็นวาบ ชายหนุ่มผู้ชาญฉลาดย่อมจับพิรุธท่าทางหลุกหลิกและรอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษของนางได้ทันท่วงที เขายื่นมือเลื่อนถาดเต้าหู้กลับไปตรงเบื้องหน้านางด้วยใบห







