Masukหลังจากสงครามผักชีวันนั้น ใต้เท้าเสิ่นก็ดูจะเจริญอาหารและอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขานั่งตรวจฎีกาพลางฮัมเพลงเบา ๆ ในห้องทำงาน ทำเอาพวกผู้ช่วยและนายทะเบียนต่างลอบปาดเหงื่อด้วยความโล่งอกที่ช่วงนี้ไม่ต้องโดนรองผู้ว่าการหนุ่มจอมเฮี้ยบดุเอายามซวีของวันหนึ่ง หลังจากที่เฉียวเอ๋อร์เหน็ดเหนื่อยกับการคุมครัวมาทั้งวัน นางก็ยกถาดเสบียงมื้อดึกไปส่งให้มือปราบโจวและกลุ่มมือปราบที่เพิ่งกลับจากการลาดตระเวน วันนี้ประจวบเหมาะเป็นวันเงินเดือนออก บรรยากาศในเรือนพักมือปราบจึงคึกคักเป็นพิเศษ มีทั้งเนื้อย่างกระทะใหญ่และไหสุรานารีแดงชั้นดีวางเรียงราย"อ้าว เฉียวเอ๋อร์ มา ๆ วันนี้พวกข้าเงินเดือนออก เจ้าช่วยพวกเราประหยัดเงินโรงครัวมาหลายวัน มาร่วมดื่มฉลองด้วยกันสักจอกสิ" มือปราบโจว สหายสนิทผู้มีนิสัยใจคอกว้างขวางเอ่ยชวนพลางกวักมือเรียกเฉียวเอ๋อร์หูผึ่ง ดวงตาเปล่งประกายวาบ นางเป็นสตรีชาวบ้านสู้ชีวิต เรื่องสุรานั้นชอบอยู่แล้วมีหรือจะปฏิเสธของฟรี นางวางถาดลงแล้วทรุดตัวนั่งลงกลางวงถกแขนเสื้อขึ้นทันที"เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจนะเจ้าคะ พี่โจวชน"ผ่านไปสองก้านธูป จากหนึ่งจอกกลายเป็นหนึ่งไห เฉียวเอ๋อร์ผู้ร่าเริงเริ่มไร้สติ นาง
เช้าวันใหม่เฉียวเอ๋อร์ในชุดผ้าฝ้ายรัดกุมสีน้ำเงินครามกระชับห่อผ้าผืนเก่าในอ้อมแขนแน่น ใบหน้างดงามแหงนมองหลังคาโอ่อ่าพลางลอบกลืนน้ำลาย จินตนาการภาพตนเองต้องเข้าไปนั่งหลังขดหลังแข็ง ฝนหมึกสีดำทึม ๆ หรือคัดตำราอักษรหนาเตอะที่นางอ่านไม่ออกสักตัว แค่คิดสมองของนางก็ประท้วงจนปวดตุบ ๆ ขึ้นมาทันตาเห็นผู้ช่วยนายทะเบียนได้นำคำสั่งตราประทับของรองผู้ว่าการเสิ่นมาแจ้ง ดวงตากลมโตของนางพลันเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงสลับยินดี"ใต้เท้าเสิ่นสั่งให้ข้าไปประจำการที่โรงครัวหลวงงั้นหรือเจ้าคะ""ถูกต้อง" ผู้ช่วยนายทะเบียนพยักหน้า พลางปาดเหงื่อเย็น ๆ "ใต้เท้าสั่งการว่า ในเมื่อแผงขายเต้าหู้ของเจ้าพังย่อยยับไปแล้ว อีกทั้งฝีมือทำอาหารของเจ้าก็มีเอกลักษณ์เผ็ดร้อน จึงให้เจ้าไปรับตำแหน่งสาวใช้ฝ่ายเสบียงพิเศษ คอยควบคุมการจัดซื้อและทำอาหารสามมื้อส่งตรงรองผู้ว่าการ รวมถึงดูแลข้าวกล่องของเหล่ามือปราบทหารทางการทั้งหมดด้วย"เฉียวเอ๋อร์แทบจะกระโดดโลดเต้น ครัวคือถิ่นของนาง ถังน้ำ เตาไฟ กระทะ และมีดทำครัวคืออาวุธที่นางเชี่ยวชาญที่สุดในชีวิต การปล่อยนางเข้าโรงครัวก็ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยเสือเข้าป่า หรือปล่อยปลาไหลลงตมนา
เฉียวเอ๋อร์ที่ยังคงกอดคอเสื้อเสิ่นอวี่เจียไว้แน่น ได้ยินคำเรียกขานจากปากทหารนับสิบ และเห็นหัวหน้ามือปราบวิ่งมาประสานมือข้างรถม้าด้วยท่าทางยำเกรงสูงสุด นางถึงกับตัวแข็งทื่อ สมองอันชาญฉลาดเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ พลันหยุดหมุนกะทันหัน ดวงตาโตจ้องมองเสมียนหน้าขาว ตรงหน้าด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด นึกในใจด้วยความสยดสยอง'ใต้เท้าเสิ่น ทหาร นี่อย่าบอกนะว่า ไอ้เสมียนหน้าขาวจอมอู้งานที่ข้าด่าทุกเช้า คือรองผู้ว่าการเมืองเหวินเฉิงผู้โหดเหี้ยมคนนั้นน่ะ ตายแน่ ๆ เฉียวเอ๋อร์ เจ้าหัวขาดแน่แล้วคราวนี้’ภายในตัวรถม้าที่เงียบสงัด บรรยากาศพลันอึดอัดจนแทบจะหายใจติดขัด เฉียวเอ๋อร์รู้สึกเหมือนหัวใจของนางหยุดเต้นไปแล้วสามจังหวะ สองมือกำคอเสื้อขุนนางของใต้เท้าเสิ่นหรือเสิ่นอวี่เจียไว้แน่น ทว่าในยามนี้ แขนเรียวเล็กคู่นั้นกลับเริ่มสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่สติที่เคยกระเจิดกระเจิงเพราะโดนนักเลงไล่ล่า พลันถูกแทนที่ด้วยความตระหนกตกใจอย่างถึงขีดสุด เมื่อภาพลักษณ์ของเสมียนหน้าขาวจอมอู้งานที่นางด่าว่าหน้าเลือดและแอบลอบกัดด้วยเต้าหู้รสเผ็ดร้อนเมื่อเช้า ซ้อนทับเข้ากับตำแหน่ง รองผู้ว่าการมณฑลเหวินเฉิง ขุนนางสายบุ๋นผู้มีอำนาจแ
ถึงยามเหมาเฉียวเอ๋อร์แบกตะกร้าสานเดินเหยียบย่างเข้าประตูที่ว่าการเมืองเหวินเฉิงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส นางวางถาดเต้าหู้ลงบนโต๊ะด้วยท่าทางนอบน้อมประชดประชัน"พี่ชาย วันนี้เต้าหู้เนื้อแท้ถูกต้องตามกฎหมายหลวงมาส่งแล้วเจ้าค่ะ รบกวนตามเสมียนเสิ่นหน้าขาวของพวกท่านมารับประทานด่วนเถิดเจ้าค่ะ ข้าตั้งใจทำส่งให้เขาเป็นพิเศษเชียวนะ"ยังไม่ทันที่ผู้ช่วยนายทะเบียนจะเอ่ยปาก เสียงทุ้มต่ำเรียบเรื่อยทรงอำนาจอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง"เจ้าตั้งใจทำสิ่งใดมามอบให้ข้าเป็นพิเศษงั้นหรือ แม่นางเฉียว"เฉียวเอ๋อร์สะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมอง ร่างสูงโปร่งของเสิ่นอวี่เจียในชุดผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่ายขับเน้นผิวพรรณขาวสะอาดและสง่างาม เดินเยื้องย่างเข้ามาเงียบเชียบ แววตาคู่นั้นจ้องมองใบหน้าเลิกลั่กของนางราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจเสิ่นอวี่เจียปรายสายตามองเต้าหู้ห้าก้อนที่ดูเนื้อแน่นขาวสะอาดผิดจากเมื่อวาน ก่อนจะแค่นยิ้มบางเบาที่ชวนให้แผ่นหลังของเฉียวเอ๋อร์เย็นวาบ ชายหนุ่มผู้ชาญฉลาดย่อมจับพิรุธท่าทางหลุกหลิกและรอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษของนางได้ทันท่วงที เขายื่นมือเลื่อนถาดเต้าหู้กลับไปตรงเบื้องหน้านางด้วยใบห
ยามเหมาในวันต่อมาประตูใหญ่ของที่ว่าการมณฑลเหวินเฉิงเปิดออกต้อนรับร่างระหงของเฉียวเอ๋อร์ที่แบกตะกร้าสานเดินเหวี่ยงแขนเข้ามาด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ ใบหน้าหวานผึ่งผายประหนึ่งแม่ทัพผู้ชนะศึก นางวางตะกร้าลงบนโต๊ะรับของของเจ้าหน้าที่เสียงดังกังวาน"พี่ชาย เต้าหู้มงคลห้าก้อนสดใหม่ร้อน ๆ จากเตาสกุลเฉียวมาส่งแล้วเจ้าค่ะ วันนี้ข้าตั้งใจทำสุดฝีมือ เนื้อก้อนหนาเตอะสะดุดตาเชียวละ เรียกเสมียนเสิ่นหน้าขาวของพวกท่านมาตรวจรับเร็วเข้า" เฉียวเอ๋อร์ตบขอบตะกร้าป่าวประกาศผู้ช่วยนายทะเบียนคนเดิมรีบก้าวออกมารับถาดเต้าหู้ ทว่าทันทีที่สองมือรองรับน้ำหนักถาด คิ้วของผู้ช่วยนายทะเบียนพลันกระตุก ชายวัยกลางคนก้มมองเต้าหู้ห้าก้อนที่ดูภายนอกหนาและขาวราวกับหิมะ แต่น้ำหนักในมือนั้นกลับเบาหวิวราวกับถือก้อนปุยฝ้าย ร่างกายของเขารู้สึกเย็นวาบ ลอบชำเลืองมองไปทางหน้าต่างห้องโถงใหญ่ชั้นบนสุดที่บานหน้าต่างเปิดอ้าอยู่เล็กน้อย"เอ่อ... แม่นางเฉียว วันนี้เต้าหู้ของเจ้า... ดูค่อนข้าง... โป่งพองเนียนนุ่มแปลกตาดีนะ" ผู้ช่วยนายทะเบียนเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม หน้าผากเริ่มมีเหงื่อซึม"แน่นอนสิเจ้าคะ นี่คือสูตรเด็ดเคล็ดลับเต้าหู้ปุยเมฆเนื้อ
ยามอิ๋นทั่วทั้งมณฑลเหวินเฉิงยังคงจมดิ่งอยู่ใต้ความมืดมิดและลมหนาวเย็นเยือก ทว่าภายในห้องครัวเล็ก ๆ ของสองแม่ลูกสกุลเฉียว กลับมีแสงตะเกียงน้ำมันดวงน้อยส่องสว่างโชยไอร้อน กลิ่นหอมละมุนของน้ำถั่วเหลืองต้มสุกโชยอบอวลไปทั่วบริเวณ"เฉียวเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจหรือว่าสัญญาที่เจ้าทำกับทางการเมื่อกลางวัน จะไม่ทำเดือดร้อนทีหลังน่ะลูก"สตรีวัยกลางคนผู้มีใบหน้าซูบเซียวเอ่ยถามด้วยความกังวล มือผอมบางคอยช่วยตักถั่วเหลืองที่แช่น้ำจนนิ่มใส่ลงในช่องหินโม่ขนาดย่อม"ท่านแม่วางใจเถิดเจ้าค่ะ" เฉียวเอ๋อร์ขยับแขนเรียวออกแรงหมุนแกนไม้โม่หินอย่างแข็งขัน ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดเหงื่อแววตาเปล่งประกายความมั่นใจเต็มเปี่ยม "เสมียนหน้าขาวคนนั้นท่าทางซื่อบื้อจะตายไป คิดเลขก็ไม่เป็น ข้าคำนวณดูแล้ว ค่าธรรมเนียมตั้งแผงลอยตั้งสองตำลึงเงิน แต่เขาให้เราส่งเต้าหู้แค่ห้าก้อนต่อวันมาหักหนี้ ต้นทุนถั่วเหลืองไม่กี่อีแปะ ส่งไม่กี่วันก็หมดหนี้หลวงแล้วเจ้าค่ะ ทางการขาดทุนย่อยยับ ส่วนพวกเรากำไรเห็น ๆ"นางหัวเราะร่าชอบใจ สะบัดหน้าชมตัวเองในใจว่าช่างเป็นอัจฉริยะทางการเงินยิ่งนัก โดยหารู้ไม่ว่าสัญญาที่ประทับตราไปเมื่อกลางวันนั้น ถูกเส







