ข้าก็แค่ผู้ถูกเนรเทศ

ข้าก็แค่ผู้ถูกเนรเทศ

last updateLast Updated : 2026-07-22
By:  หนูเหมยจ้าUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
38Chapters
162views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ครอบครัวถูกเนรเทศไร้ซึ่งความเป็นธรรม บุตรีคนโตจึงต้องปกป้องคนในครอบครัว หากเป็นนางคนเดิมคงได้แต่ยอมรับชะตากรรม แต่ถังเย่วเหยาคนใหม่เป็นผู้ที่แม้แต่เทพสงครามยังต้องไว้หน้า เพราะนางคือมารขาวอักขระ

View More

Chapter 1

บทนำ

ณ แคว้นหังโจว รัชสมัยของโจวเฉียนหลงฮ่องเต้ ผู้คนใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขร่มเย็น นอกจากทหารจากกองทัพ ยังมีสำนักคุ้มภัยใหญ่ ๆ อีกห้าแห่ง ซึ่งทำหน้าที่คอยปกปักรักษาคุ้มครองชาวเมืองหลวงให้อยู่เย็นเป็นสุข

สำนักคุ้มภัยตระกูลถังคือสำนักคุ้มภัยหนึ่งในห้าแห่ง ปกครองโดยประมุขตระกูลถังมายาวนานหลายต่อหลายรุ่น แต่ยามนี้ว่าที่ประมุขตระกูลถังคนต่อไป กลับกลายเป็นสตรีอายุเพียงสิบเก้าปีเท่านั้น เพราะทายาทอีกคนเป็นเพียงเด็กชายวัยเพียงห้าหนาว

เช้าตรู่รับรุ่งอรุณแห่งวันใหม่แทนที่จะเป็นวันใหม่แสนสดใส ทว่าบัดนี้กลับมีเสียงม้าศึกหลายสิบตัว ควบขี่เข้ามาหยุดอยู่บริเวณหน้าจวนขนาดใหญ่โตโอ่อ่า ช่างสมศักดิ์ศรีผู้นำแห่งสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่ง ‘สำนักคุ้มภัยตระกูลถัง’

“ท่านพี่ผู้ใดมาเยือนหรือเจ้าคะเช้ามืดป่านนี้”

เสียงหวานของสตรีเคียงคู่ผู้เป็นใหญ่ด้านการคุ้มภัยเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะโดยปกติแล้วที่จวนแห่งนี้ไม่ค่อยมีผู้ใดมาเยือนสักเท่าไหร่ เนื่องจากสำนักคุ้มภัยตระกูลถังตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง หากมีผู้มาติดต่อเรื่องงานย่อมเดินทางไปสถานที่แห่งนั้น แทนที่จะเดินทางมาอีกฟากของชานเมืองเฉกเช่นยามนี้

“เดี๋ยวข้ารีบออกไปดู เจ้ารีบไปปลุกเหยาเหยาให้เตรียมตัว เผื่อมีเรื่องเร่งด่วน”

ถังเว่ยหานเอ่ยตอบภรรยาเพียงหนึ่งเดียวด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสบายใจ เพราะเจ้าตัวพอจะรู้เรื่องอยู่บ้างว่าผู้ใดมาเยือน

เขาไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องกับตนและครอบครัวรวดเร็วถึงเพียงนี้ อีกทั้งไม่คาดคิดว่าสหายรักทั้งสี่คน จะหักหลังทิ้งตนให้เผชิญความโชคร้ายเพียงลำพัง จึงไม่ได้เตรียมทางหนีทีไล่ให้ภรรยาและบุตรทั้งสอง 

ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวขาออกจากเรือนนอน ทหารหลายสิบนายก็กรูกันเข้ามาหมายควบคุมตัวผู้นำตระกูลถังและทุกคนในจวน ให้ไปนั่งรวมกลุ่มกันที่ลานเอนกประสงค์ขนาดใหญ่

ด้วยความช่างสังเกตเป็นทุนเดิม ถังเว่ยหานจึงเหลือบไปเห็นตราสัญลักษณ์ประจำตำแหน่งองครักษ์เสื้อแพร ซึ่งปักอยู่บนแถบอาภรณ์ด้านข้างของทหารเหล่านั้น จึงเลือกที่จะนิ่งเฉยไม่ต่อสู้ไม่ขัดขืน เพราะรู้ดีว่าสู้ไปก็ไร้ประโยชน์ ดีไม่ดีสถานการณ์อาจจะแย่กว่าที่เป็นอยู่

“ตระกูลถังคิดก่อกบฏ แต่ด้วยความดีความชอบมายาวนานหลายรุ่น ฝ่าบาทจึงละเว้นโทษตายของทุกคนในครอบครัวแต่โทษเป็นยังอยู่ ส่วนบ่าวไพร่ผู้ไม่เกี่ยวข้องจะถูกขายคืนให้โรงค้าทาสของทางการ”

น้ำเสียงเข้มของผู้เป็นหัวหน้า เอ่ยขึ้นท่ามกลางบรรยากาศแห่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึง

ทุกคนในที่นี้น้อมรับคำตัดสินโดยไม่กล้าซักถามหรือโต้แย้งเพียงครึ่งคำ เพราะหวั่นเกรงคมดาบซึ่งจ่อมาตรงหน้า ให้พวกตนไปที่ใดก็ได้ยกเว้นให้กลับลงหลุมศพไร้ญาติ!

“ฮึก ฮึก”

เสียงร้องไห้อย่างกดข่มความกลัวของสตรีตระกูลถังทั้งสองคน ส่วนเด็กชายวัยห้าหนาวมุดตัวเข้าหาพี่สาวราวกับหาที่พึ่ง ทั้ง ๆ ที่คนตัวบางก็เอาตัวรอดไม่ได้เช่นกัน

เด็กน้อยไม่กล้าส่งเสียงร้องไห้เฉกเช่นในยามทั่วไป เพราะกลุ่มผู้มาเยือนพูดข่มขู่เอาไว้ หากได้ยินเสียงร้องไห้รบกวนผู้มาเยือน บิดาจะถูกตีเพิ่มไปอีกสิบครั้ง

“ท่านแม่เกิดเรื่องอันใดขึ้นเจ้าคะ เหตุใดท่านพ่อจึงถูกโบยขนาดนั้น แล้วเหตุใดบ่าวไพร่จึงถูกขายออกคืนทางการ”

ทายาทคนโตแห่งตระกูลถัง เอ่ยกระซิบแผ่วเบาเพื่อสอบถามความเป็นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นางพยายามไม่ร้องไห้เสียงดังเฉกเช่นน้องชาย เพราะหวั่นเกรงว่าบิดาจะถูกลงทัณฑ์หนักไปกว่านี้

“เหยาเหยา หากแม่บอกว่าแม่รู้เท่าที่เจ้ารู้ เจ้าจะเชื่อแม่หรือไม่”

หากนางเก่งกว่านี้สามีคงเล่าให้ฟังอยู่บ้าง แต่นางเป็นเพียงสตรีอ่อนแอที่มีดีแค่ความงาม จึงไม่เคยรู้เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างสำนักคุ้มภัย อีกทั้งผู้เป็นสามีหวงแหนนางยิ่งกว่าสิ่งใด เขาจึงไม่เคยกล่าวถึงปัญหาให้ฟังเลยสักครั้ง

“ฮึก ฮึก ท่านแม่ ขาของท่านพ่อยังจะเดินได้อีกหรือเจ้าคะ ข้ามองไม่เห็นทางรักษาเลย ท่านพ่อจะกลายเป็นคนพิการหรือเจ้าคะ”

ดวงตากลมโตซึ่งอาบไปด้วยน้ำตาเคลือบแพขนตางอนจ้องมองไปยังท่อนขาของบิดา ที่ยามนี้ถูกทรมานด้วยไม้พายขนาดใหญ่ ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์แต่ใช่ว่าจิตใจนางจะเข้มแข็งกว่าสตรีอื่น

ความจริงแล้วถังเย่วเหยาเป็นเพียงสตรีงดงามวัยเยาว์ ที่เพิ่งเข้ามาช่วยบิดาดูแลงานในสำนักคุ้มภัยก็เท่านั้น ถังเย่วเหยาไม่ได้มีความสามารถเก่งกล้าถึงเพียงนั้น นางไม่กล้าลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ครอบครัวเสียด้วยซ้ำ

นางยังอ่อนหัดยิ่งนัก เมื่อเทียบกับจิ้งจอกเฒ่าอีกสี่คน กำจัดเพียงแค่บิดาที่เหลือย่อมพังครืนไปตาม ๆ กัน

เมื่อผู้นำตระกูลถังถูกโบยครบจำนวนสองร้อยไม้ตามราชโองการ ร่างกายซึ่งเคยกำยำแข็งแกร่งจึงหมดสติทันที เลือดในกายชายวัยกลางคนไหลนองไปทั่วร่างกาย มิหนำซ้ำยังถูกลากไปขึ้นรถม้าคันเก่าทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รับการรักษา คำกล่าวที่ว่าอยู่ไม่สู้ตายนั้นนับว่าไม่เกินจริง

“เนรเทศไปเมืองเสวียนทั้งครอบครัว ยึดทรัพย์สินทั้งหมดเข้าคลังหลวง ให้เหลือติดตัวเพียงเครื่องประดับของสตรี”

สิ้นคำสั่งการจากหัวหน้าผู้มาเยือน ทั้งสี่คนพ่อแม่ลูกก็ถูกกึ่งลากกึ่งจูงพาขึ้นไปนั่งบนรถม้าคันเก่า

มีนายทหารจากหน่วยองครักษ์เสื้อแพรสี่คนเป็นผู้นำออกเดินทางนับพันลี้ บุรุษสูงใหญ่สองคนนั่งบังคับรถม้า ส่วนอีกสองคนควบขี่อาชาศึกตามมาติด ๆ หมดทางหนีทีไล่โดยสิ้นเชิง

“ฮือ ฮือ”

เมื่อขึ้นมาอยู่บนรถม้า ทั้งสตรีและเด็กน้อยจึงหมดสิ้นซึ่งความอดทน ทั้งสามคนต่างตรงเข้ากอดร่างผู้เป็นบิดาและร้องไห้โฮด้วยความเจ็บปวด

ชั่วขณะนั้นถังเย่วเหยาผู้เป็นบุตรสาวคนโต ได้หมดสตินอนแน่นิ่งโดยไม่รู้สาเหตุ เหลือเพียงมารดาและน้องชายที่ยังคงนั่งร้องไห้ด้วยสายตาเหม่อลอย

เนื่องจากเดินทางออกจากตัวเมืองในช่วงบ่ายคล้อยเกือบค่ำ ยามนี้รถม้าของผู้ถูกเนรเทศอย่างน่าเวทนา จึงเพิ่งเคลื่อนที่ผ่านย่านชานเมืองอีกฟากฝั่ง ซึ่งย่านนี้เป็นเขตอารักขาของจวนผู้นำตระกูลอีกสี่คน พวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นสหายของถังเว่ยหานผู้รับเคราะห์

สตรีงามผู้หลับใหลตั้งแต่รถม้าออกเดินทาง ยามนี้ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองสรรพสิ่งโดยรอบ นางใช้เวลาเพียงอึดใจเดียวก็ทำความเข้าใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตนเองอย่างถ่องแท้

“ท่านแม่”

“เหยาเหยาเจ้าฟื้นแล้ว ฮึก ฮึก แม่เป็นห่วงแทบแย่ ก่อนหน้านี้เจ้ากับบิดาไม่มีผู้ใดตื่นขึ้นมาเลย”

มารดาส่งเสียงเรียกด้วยความดีใจ ก่อนหน้านี้สตินางใกล้ย่ำแย่เต็มที เพราะทั้งสามีและบุตรสาวต่างหมดสติไม่ต่างกัน

“พี่ใหญ่ข้าหิว”

มือเล็ก ๆ กระตุกชายอาภรณ์ของพี่สาว เด็กน้อยไร้เดียงสายิ้มแก้มปริเมื่อเห็นพี่สาวตื่นนอนเสียที ก่อนหน้านี้เขานั่งเฝ้ามานานก็ไม่มีทีท่าว่าพี่สาวจะรู้สึกตัว

“อีกสักครู่รถม้าจะจอดพัก ท่านแม่กับอาห้าวรออยู่บนนี้กับท่านพ่อนะเจ้าคะ ข้าจะลงไปหาเสบียงเอง เผื่อได้ยามาบรรเทาอาการบาดเจ็บของท่านพ่อ”

เสียงที่เปล่งออกมานั้นยังคงเป็นเสียงเดิม ทว่าจังหวะการพูดจากลับเนิบนาบแปลกไป แต่ในยามฉุกเฉินมารดาจึงไม่ได้ซักถามสิ่งใดเพิ่มเติม อีกทั้งยังเข้าใจว่าบุตรสาวร้องไห้จนมีอาการเหนื่อยล้าและปลงตก

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
38 Chapters
บทนำ
ณ แคว้นหังโจว รัชสมัยของโจวเฉียนหลงฮ่องเต้ ผู้คนใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขร่มเย็น นอกจากทหารจากกองทัพ ยังมีสำนักคุ้มภัยใหญ่ ๆ อีกห้าแห่ง ซึ่งทำหน้าที่คอยปกปักรักษาคุ้มครองชาวเมืองหลวงให้อยู่เย็นเป็นสุขสำนักคุ้มภัยตระกูลถังคือสำนักคุ้มภัยหนึ่งในห้าแห่ง ปกครองโดยประมุขตระกูลถังมายาวนานหลายต่อหลายรุ่น แต่ยามนี้ว่าที่ประมุขตระกูลถังคนต่อไป กลับกลายเป็นสตรีอายุเพียงสิบเก้าปีเท่านั้น เพราะทายาทอีกคนเป็นเพียงเด็กชายวัยเพียงห้าหนาวเช้าตรู่รับรุ่งอรุณแห่งวันใหม่แทนที่จะเป็นวันใหม่แสนสดใส ทว่าบัดนี้กลับมีเสียงม้าศึกหลายสิบตัว ควบขี่เข้ามาหยุดอยู่บริเวณหน้าจวนขนาดใหญ่โตโอ่อ่า ช่างสมศักดิ์ศรีผู้นำแห่งสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่ง ‘สำนักคุ้มภัยตระกูลถัง’“ท่านพี่ผู้ใดมาเยือนหรือเจ้าคะเช้ามืดป่านนี้”เสียงหวานของสตรีเคียงคู่ผู้เป็นใหญ่ด้านการคุ้มภัยเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะโดยปกติแล้วที่จวนแห่งนี้ไม่ค่อยมีผู้ใดมาเยือนสักเท่าไหร่ เนื่องจากสำนักคุ้มภัยตระกูลถังตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง หากมีผู้มาติดต่อเรื่องงานย่อมเดินทางไปสถานที่แห่งนั้น แทนที่จะเดินทางมาอีกฟากของชานเมืองเฉกเช่นยามนี้“เดี๋ยวข้ารีบออกไปดู เจ
last updateLast Updated : 2026-07-22
Read more
ขอแบ่งสักหน่อย
หลังจากบอกกล่าวมารดาให้เข้าใจ ร่างอรชรจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกไปยังประตูรถม้า ที่ถึงแม้จะเก่ามากแล้วแต่กลับใหญ่โตเพียงพอสำหรับหนึ่งครอบครัวเพราะเหตุอันใดก็ไม่อาจรู้ได้ เพียงแค่กายบางเดินย่างกรายออกมาจากประตูรถม้า เจ้าอาชาศึกตัวโตจอมพยศก็พลันหยุดเคลื่อนที่อย่างกับนัดหมายกันมาอย่างดีกึก!“แม่นางถังเจ้าออกมาทำไม ยังไม่ถึงเวลาพักม้า!”เสียงห้วนขององครักษ์หน่วยแข็งแกร่งที่สุดในเมืองหลวงเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสียไม่บ่อยครั้งที่เขาต้องมารับหน้าที่คุมตัวเชลยไปส่งชายแดนดังเช่นครานี้ หากไม่ใช่เพราะบัญชาของโอรสสวรรค์ คงไม่มีทางพาเจ้านิลกาฬมาทำหน้าที่ต่ำต้อยกว่าฐานะของมันสายตาคมไม่ได้จ้องมองผู้ฝ่าฝืนคำสั่ง แต่กลับสอดส่องหาความผิดปกติของม้าศึกประจำกาย ซึ่งโดยปกติหากเขาไม่สั่งให้หยุดมันไม่มีทางหยุดฝีเท้าเองเช่นนี้“ข้าหิวและเหนื่อยมาก อยากออกไปหาเสบียงสักหน่อย”น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยตอบกลับทันท่วงที ไม่ได้สนใจอารมณ์หงุดหงิดของหนึ่งในบุรุษผู้ทำหน้าที่บังคับรถม้าเลยแม้แต่น้อย“เจ้าคิดว่าตนเองอยู่ในสถานะใด จึงจะออกไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ!”ถึงแม้ใบหน้าที่เขาเห็นในยามนี้ จะงดงามยิ่งกว่าคราแรกที่พบเจอ แต่เขาไม่ใ
last updateLast Updated : 2026-07-22
Read more
ต่อเส้นเอ็น
“เหยาเหยา คนพวกนั้นใจดีให้เจ้าออกไปหาอาภรณ์กับเสบียงหรือ”เสียงมารดาซักถามทันทีเมื่อเห็นบุตรสาวก้าวเข้ามาในรถม้าด้วยอาภรณ์ที่เหมาะสมกับการเดินทาง อีกทั้งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของอาหารในตะกร้าที่บุตรสาวถือเข้ามา กำลังส่งกลิ่นหอมชวนน่ารับประทาน“เจ้าค่ะท่านแม่ ท่านพ่อมีความดีมากกว่าความผิด ที่พวกเราถูกเนรเทศเพราะฝ่าบาทจำเป็นต้องทำตามกฎ มีหลักฐานแน่ชัดว่าท่านพ่อลงนามให้คนในสำนักคุ้มภัยตระกูลถังให้ความช่วยเหลือเจิ้นอ๋อง”เจิ้นอ๋องที่ถังเย่วเหยากล่าวถึง คือโจวเจิ้นหนานอ๋องพระอนุชาต่างมารดาของโจวเฉียนหลงฮ่องเต้ซึ่งยามนี้เจิ้นอ๋องได้ถูกคุมขังอยู่ในคุกหลวง โทษฐานลอบทำร้ายองค์ชายใหญ่กับฮองเฮาขณะเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา“หรือว่า…”เม่ยเหลียนหรือถังฮูหยินพูดค้างไว้เท่านั้น เนื่องจากกำลังคาดเดาบางอย่างภายในใจ ใช่ว่าที่ผ่านมานางจะไม่รับรู้ แค่ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ“คงเป็นอุบายในกลุ่มสหายของท่านพ่อนั่นแหละเจ้าค่ะ ทำอย่างไรได้เจ้าคะเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ท่านพ่อลงนามไปจริง ๆ พวกเราทำได้แค่ยอมรับและจากไปตามพระบัญชา”หากไม่นับรวมการลักทรัพย์มาเกือบหมด ก็ถือว่านางยอมรับชะตากรรมนั่นแหละ“แล้วพวกเราจะกิ
last updateLast Updated : 2026-07-22
Read more
เมืองที่ไม่ปลอดภัย
เดินทางรอนแรมมานานถึงสองเดือนเต็ม ในที่สุดคนตระกูลถังก็เดินทางมาหยุดอยู่หน้าป้อมปราการประตูเมืองเสวียน เมืองชายแดนทางทิศตะวันออกซึ่งมีเขตติดกับทะเลมีโจวซีเฉินหรือเฉินอ๋อง พระเชษฐาวัยสามสิบหกปีของโจวเฉียนหลงฮ่องเต้ เป็นผู้ปกครองเมืองชายแดนแห่งนี้คนผู้นั้นอาศัยอยู่เมืองหลวงแค่เพียงสิบห้าปี ก็ย้ายมาอาศัยอยู่เมืองชายแดนพร้อมกับมารดา ซึ่งถูกบิดาเนรเทศออกจากวังหลวงอย่างไม่เป็นธรรมเมื่อเปลี่ยนจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้น น้องชายต่างมารดาจึงมอบตำแหน่งใหญ่ค้ำคอให้ดูแลเมืองเสวียน หรือนัยหนึ่งคือห้ามให้เขาเดินทางเข้าเมืองหลวงนั่นเองกึก!สองขาเรียวหยุดเดินทันทีเมื่อเข้าใกล้หน้าประตูเมือง เนื่องจากสัมผัสได้ถึงความไม่ปลอดภัยหลายอย่าง ทว่าเพียงชั่วครู่ความหวั่นเกรงเหล่านั้นได้จางหายไปทันที เมื่อฉุกคิดได้ว่าไม่มีสิ่งใดน่ากลัวไปกว่าไม้ตะพดของท่านเทพบิดรห้าหมื่นปี!มารดาผู้เป็นมารขาวอักขระโฉมงามกว่าสตรีใดในใต้หล้า ไปตกหลุมรักตาแก่จอมดุผู้นั้นได้อย่างไรกัน ทุกวันนี้บุตรสาวเช่นนางยังไม่ค่อยเข้าใจเลยกลับมาที่ครอบครัวมนุษย์สุดแสนน่ารัก ยามนี้บิดาผู้บาดเจ็บหนักตามคำสั่งของบุตรสาว ได้รับการช่วยเหลือจากองครัก
last updateLast Updated : 2026-07-22
Read more
หน้าตาแบกทั้งเมือง
เมื่อเดินทางมาถึงศาลาว่าการของเมือง สี่คนพ่อแม่ลูกจำเป็นต้องนั่งลงกับพื้นดินที่แตกระแหงอย่างแปลกประหลาด เพื่อรอคอยให้ผู้ช่วยท่านเจ้าเมืองออกมารับผู้ถูกเนรเทศเมืองเสวียนอากาศแห้งแล้งมาก เนื่องจากฝนไม่ตกมานานหลายปี พื้นดินจึงแตกระแหงเป็นทางยาว มองเห็นเป็นรอยพื้นปริแยกทั้งรอยเล็กและรอยใหญ่ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกท้อถอยในชะตาชีวิต หากต้องตั้งรกรากอยู่ที่นี่ไปทั้งชีวิตนางคงไม่อาจนิ่งดูดายถ้าไม่ได้เตรียมน้ำดื่มมาจากเมืองอื่น ป่านนี้ทุกคนในครอบครัวคงคอแห้งผากแทบกลืนน้ำลายไม่ลงเลยทีเดียว มองเห็นแดดซึ่งระอุขึ้นตามพื้นดิน เห็นทีคืนนี้นางคงต้องไปทบทวนอักขระใหญ่ ๆ ขั้นสูงเพื่อกระทำการบางอย่าง‘อักขระใหญ่ ๆ ที่ท่านแม่เคยสอนข้าจำได้บ้างไม่ได้บ้าง คงต้องลองดูก่อนสักตั้ง’ถังเย่วเหยาแอบลงอักขระง่าย ๆ อย่างอักขระเย็นสบาย ไว้บนอาภรณ์ของคนในครอบครัว ทั้งสี่ชีวิตจึงไม่ได้รู้สึกร้อนอย่างคราแรกที่มาถึงป้อมปราการ แค่ดื่มน้ำอย่างพอเพียงก็อยู่ได้สบายตลอดทั้งวัน แก้มแดง ๆ ของเด็กชายจึงเริ่มหายไปบ้างแล้วแต่ไม่ใช่กับอีกห้าครัวเรือนผู้ถูกเนรเทศไม่ต่างกัน ซึ่งเดินทางมาถึงเมืองเสวียนในวันเดียวกัน คนเหล่านั้นร่างกายชุ่
last updateLast Updated : 2026-07-22
Read more
เรื่องมาหาถึงที่
เมื่อได้รับฟังคำชี้แจงจากผู้ช่วยท่านเจ้าเมืองจนเข้าใจ เหล่าผู้ถูกเนรเทศทั้งห้าครัวเรือนจึงแยกย้ายไปตามสภาพการณ์ผู้ใดไม่มีตำลึงซื้อจวนหลังใหม่ ให้เดินตามคนของทางการไปยังที่พัก ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากตลาดร้านค้า ส่วนผู้ใดประสงค์จะซื้อจวนหลังใหม่ ให้ไปพบกับท่านรองเจ้าเมือง ที่ห้องทำงานส่วนตัวภายในศาลาว่าการของเมืองทางด้านท่านเจ้าเมืองหนุ่ม หลังจากออกมาพบปะพูดคุยเพียงไม่กี่ประโยค เขาก็เดินกลับเข้าไปในศาลาว่าการทันที ไม่แม้แต่จะปรายตามองสตรีที่เขายืนย่ำค้ำหัวเลยสักนิดท่วงท่าองอาจแฝงไปด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามฐานันดรศักดิ์ เปิดเผยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ทว่าคนมองกลับรู้สึกขัดตายิ่งนัก เพราะเข้าใจว่าบุรุษผู้เป็นใหญ่ในเมืองนี้ มีท่าทีเย่อหยิ่งเฉพาะต่อหน้าผู้ถูกเนรเทศ‘หยิ่งชะมัด รูปงามเสียเปล่า!’หลังจากนั้นถังเย่วเหยาจึงเลิกให้ความสนใจเจ้าเมืองหนุ่ม หันมาสนใจแบบของจวนที่ตนจะให้บิดาไปเลือกซื้อจากท่านรองเจ้าเมือง“ท่านพ่อท่านแม่ อยากได้จวนขนาดกลางหรือขนาดใหญ่เจ้าคะ”“พ่อว่าเอาขนาดกลางคงเหมาะสมกว่า อย่าลืมว่าพวกเราเป็นผู้ถูกเนรเทศ”บุรุษสูงใหญ่เดินประคองฮูหยินของตนด้วยท่าทีรักใคร่ มืออีกข้างจูงมือบ
last updateLast Updated : 2026-07-22
Read more
ความลับของชาวเมืองเสวียน
หลิวม่านหงยกมือขึ้นสูงเหนือศีรษะ จากนั้นจึงปล่อยลำแสงสีฟ้าเข้มให้ลอยปกคลุมรอบตัวนาง ริมฝีปากสีแดงสดเหยียดยิ้มเย้ยหยันสตรีผิวขาว‘ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต ผิวขาว ๆ นั่นจะต้องเกิดริ้วรอย’หลังจากปล่อยลำแสงสีฟ้าออกมาไม่นาน สัตว์ประหลาดหน้าตาคล้ายอูฐ ทว่ามีเขี้ยวและเขาแหลมคม ได้กระโจนออกมาจากกายบางอย่างน่าเหลือเชื่อ แน่ชัดแล้วว่านั่นคือสัตว์อสูร เมืองเสวียนมีผู้ถือครองสัตว์อสูร!ยามนี้ถังฮูหยินกับบุตรชายตัวน้อย อ้าปากค้างอย่างตกตะลึงและหวาดกลัวจนตัวสั่น เพราะไม่เคยพบเห็นสัตว์ประหลาดที่ไหนมาก่อน กล่าวให้ถูกคือไม่เคยรู้เลยว่าสัตว์ประหลาด สามารถลอยออกมาจากตัวคนได้“ฮือ ฮือ พี่ใหญ่อาห้าวกลัวตัวประหลาด”อุ้งมือเล็กกุมและดึงชายอาภรณ์พี่สาวอย่างหาที่พึ่ง อาห้าวกลัวจนฉี่จะราดอยู่แล้ว“อาห้าวอย่าร้องพี่ใหญ่อยู่นี่ ไม่ต้องกลัว”“เหยาเหยา อย่าเข้าไปใกล้นะลูกตัวอะไรไม่รู้ แม่จะรีบไปตามบิดาเจ้าให้มาช่วยเหลือ”มารดาเชื่อใจในฝีมือของบุตรสาวก็จริง แต่กลับรู้สึกหวาดกลัวกับภาพตรงหน้ายิ่งนักหากเขาแหลมคมและเขี้ยวของมัน จ้วงล้ำทิ่มแทงพวกนางเข้าจริง ๆ มีหวังไส้แตกตายเป็นแน่รอดจากโทษตายของฮ่องเต้ แต่ต้องมาเจอกับ
last updateLast Updated : 2026-07-22
Read more
ได้ของดี
“ให้คนของข้าไปส่งพวกท่านหรือไม่”เสียงนุ่มทุ้มของบุรุษสูงศักดิ์ พูดคุยอยู่กับชายวัยกลางคนจากตระกูลผู้ถูกเนรเทศ ทว่าสายตาของเขากลับชำเลืองมองสตรีผู้สวมผ้าคลุมใบหน้า ซึ่งยามนี้คงกำลังนับรอยแยกของพื้นดินแห้งแตกอยู่หรืออย่างไร‘หรือนางจะไม่ชอบบุรุษ หรือกำลังเขินอาย แต่เอาเถิดข้าเข้าใจได้ว่าสตรีย่อมเขินอายบุรุษรูปงาม’“ไม่เป็นไรขอรับใต้เท้า พวกข้ายังมีอีกหลายที่ที่ต้องไปเลือกซื้อเพื่อเตรียมเข้าพักในจวนหลังใหม่”ถังเว่ยหานรีบกล่าวปฏิเสธน้ำใจจากท่านเจ้าเมือง เนื่องจากบุตรสาวคอยแต่ดึงชายอาภรณ์ของเขาจนรั้งตึงท่าทีเช่นนี้ของบุตรสาว เกรงว่าคงไม่อยากให้คนนอกเข้ามาข้องเกี่ยวเกินความจำเป็น“ตามใจ แต่หากมีปัญหาให้คนมาแจ้งที่ศาลาว่าการได้ หรือจะไปที่จวนของข้าตรงทิศตะวันออกของชานเมือง”ยิ่งเห็นมือน้อย ๆ คอยสะกิดอาภรณ์ของบิดา มุมปากซึ่งแต่เดิมเรียบตึงอยู่เสมอจึงคลายออกเล็กน้อย“จวนที่ข้าน้อยเลือกซื้อ ก็อยู่ทิศตะวันออกของชานเมืองเช่นกันขอรับ หากประสบปัญหาคงต้องขอรบกวนใต้เท้า”“ข้ายินดี”สายตาคมกริบแอบชำเลืองมองเจ้าของข้อมือขาวผ่อง หรือเขาอยู่เมืองเสวียนมานานเกินไป จึงรู้สึกตาพร่ามัวเมื่อเห็นผิวกายขาวเน
last updateLast Updated : 2026-07-22
Read more
รับรู้ถึงอันตราย
หลังจากจ่ายค่าไถ่ตัวทาสเสร็จสิ้น ทั้งแปดชีวิตผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน จึงรีบเดินทางกลับจวนหลังใหม่ทันทีเส้นทางกลับจวนหลังใหม่ช่างเปลี่ยวร้างแห้งแล้งยิ่งกว่าในตัวเมือง อีกทั้งยังมีรังสีสังหารแผ่กระจายไปทั่ว สองพ่อลูกผู้มีพลังปราณรับรู้ถึงอันตรายจากสิ่งที่มองไม่เห็นทันทีถังเย่วเหยาซึ่งรับหน้าที่ควบม้านำขบวน ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้บิดาหยุดม้า จากนั้นจึงควบม้าเข้ามาใกล้เพื่อสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน“ข้าไปไม่นานประเดี๋ยวก็กลับมาเจ้าค่ะ”“เหยาเหยา ระวังตัวด้วย”“รถม้ามีอักขระป้องกัน ท่านพ่อดูแลตัวเองดี ๆ อย่าออกห่างจากรถม้าเด็ดขาด”บิดาของนางมีพลังปราณสีเขียว ซึ่งเป็นระดับพลังที่ผู้คนในสำนักคุ้มภัยของเมืองหลวงฝึกฝนกันเป็นปกติ จึงไม่อยากให้บิดาเสี่ยงภัยอันตราย เนื่องจากสัมผัสได้ถึงตัวตนบางอย่าง ซึ่งมีพลังปราณสูงกว่าสีม่วงอย่างแน่นอนระดับพลังปราณมีหกขั้น เรียงจากมากไปน้อยดังนี้สีดำ หมายถึง ขั้นเซียน มาร กึ่งมาร กึ่งเทพสีม่วง หมายถึง ขั้นสูงสุดของมนุษย์สีแดง หมายถึง ขั้นสูงสีฟ้า หมายถึง ขั้นกลางสีเขียว หมายถึง ขั้นต่ำสีเหลือง หมายถึง เพิ่งปลุกพลังปราณร่างอรชรควบขี่เจ้าเสี่ยวไป๋ม้าสีขาวคู
last updateLast Updated : 2026-07-22
Read more
วิธีโอ้อวดตนแบบใหม่
หลังจากเจรจากับสัตว์อสูรเต่าพันปีเสร็จสิ้น ถังเย่วเหยาจึงควบเจ้าเสี่ยวไป๋กลับไปหาคนในครอบครัว ในห้วงจิตของนางตอนนี้ได้ยินแต่เสียงพูดจ้อของสัตว์อสูรในพันธะสัญญา“เหยาเหยา เรียบร้อยดีแล้วหรือ”ถังเว่ยหานซึ่งลงมายืนรอบุตรสาว รีบก้าวเดินเข้าไปหาเจ้าอาชาสีขาวสง่า“เรียบร้อยดีเจ้าค่ะ พวกเรากลับจวนกันเถิด ข้าอยากนอนพักจะแย่”“ไปถึงก็อาบน้ำแล้วนอนพักเลย เรื่องอื่น ๆ พ่อจะจัดการเอง”“เจ้าค่ะ หะ…ห้าว ข้าง่วงยิ่งนัก”เสียงหาวของคนตัวเล็ก ทำให้บิดารีบวิ่งกลับไปเคลื่อนรถม้าอีกครั้ง เพราะร่างกายเพิ่งทำพันธะสัญญาเลือดกับสัตว์อสูร เจ้าของพันธะสัญญาจึงรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าปกติเจ้าเสี่ยวไป๋เร่งฝีเท้าพุ่งทะยานไปข้างหน้า ราวกับรู้ทิศทางเป็นอย่างดีเมื่อเดินทางมาถึงจวนขนาดกลาง ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่หน้าหุบเขาไร้ใบไม้ บ่าวไพร่ต่างรู้หน้าที่ของตนเอง ทั้งสี่คนรีบเข้าไปปัดกวาดทำความสะอาดทั้งสามเรือนฝ่ายบุรุษช่วยกันปัดกวาดเรือนหลังใหญ่ ฝ่ายสตรีช่วยกันกวาดถูเรือนขนาดกลางและเรือนเล็ก นับว่ายังดีที่บ่อน้ำท้ายจวนยังเหลือน้ำถึงครึ่งบ่อ พอได้มีน้ำใช้ชำระล้างทำความสะอาดเนื่องจากจวนหลังนี้เคยเป็นหนึ่งในจวนของท่านเจ้
last updateLast Updated : 2026-07-22
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status