Masukบ่าวรับใช้ด้านนอกรีบยกอ่างน้ำอุ่นและเครื่องแต่งกายเข้ามาปรนนิบัติอย่างนอบน้อม ยามนี้เป่าลี่เซียนสลัดคราบหมอหญิงชาวบ้าน สวมใส่ชุดฮูหยินเอกตระกูลขุนนางตามจารีตประเพณีโบราณอย่างเต็มยศ ตัวชุดเป็นผ้าไหมสีแดงมงคลทอสลับดิ้นทองขลิบชายด้วยผ้าต่วนสีเขียวเข้มอันเป็นสัญลักษณ์ของภรรยาหลวง ตัวเสื้อปักลวดลายใบบัวและนกยูงคู่มงคล บ่งบอกถึงความร่มเย็นเป็นสุขและเกียรติยศ เสื้อคลุมตัวนอกยาวคลุมสะโพก มวยผมดกดำเกล้าขึ้นประดับด้วยปิ่นระย้าทองคำและไข่มุกเม็ดโตสลักลายดอกโบตั๋น ใบหน้างดงามสะคราญตาจนเซียวเหวินรุ่ยที่แต่งกายในชุดขุนนางเต็มยศสีแดงเข้มถึงกับยืนมองตาค้างด้วยความลุ่มหลง ชายหนุ่มก้าวเข้ามาจับจูงมือบางของนาง พากันเยื้องย่างออกจากเรือนหอมุ่งตรงไปยังห้องโถงหลักภายในห้องโถงกว้างใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบ จงหย่งโหวและโหวฮูหยินสวมชุดผ้าไหมสีม่วงเข้มและน้ำเงินครามอันหรูหรา นั่งประจำตำแหน่งประธานบนเก้าอี้สลักลาย ด้านข้างมีซ่งไห่และหวังซิ่งในชุดผ้าเนื้อดีที่จวนโหวจัดเตรียมให้ นั่งร่วมเป็นพยานฝั่งเจ้าสาว พร้อมด้วยด้วยพ่อบ้านเหอที่ยืนคุมบ่าวไพร่ดูแลความเรียบร้อย"บัดนี้ได้ฤกษ์มงคล คารวะน้ำชาบิดามารดา" เสี
แสงเทียนมงคลสีแดงชาดส่องสว่างอยู่ภายในห้องหออันกว้างใหญ่ กลิ่นอายหอมสะอาดของกำยานดอกไม้มงคลอบอวลไปทั่วทุกมุมห้อง เป่าลี่เซียนนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียงกว้างที่ปูด้วยฟูกผ้าไหมสีแดงมงคล สองมือกุมประสานกันแน่นอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าผืนบาง ใจดวงน้อยเต้นระทึกเป็นจังหวะรัวเร็ว เมื่อได้ยินเสียงผลักบานประตูและฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเดินเข้ามาภายในเรือนเซียวเหวินรุ่ยในชุดเจ้าบ่าวสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงเบื้องหน้าฮูหยินของตน ชายหนุ่มหยิบไม้คานมงคลทำจากไม้จันทน์ทองคำขึ้นมา ก่อนจะใช้ปลายไม้ค่อย ๆ สอดช้อนใต้ชายผ้าคลุมหน้าสีแดงสด แล้วเลิกขึ้นช้า ๆ อย่างทะนุถนอมเมื่อผ้าคลุมหน้าพ้นผ่าน ใบหน้าหวานที่แต่งแต้มด้วยชาดสีสดก็ปรากฏสู่สายตา ดวงตาคู่สวยฉ่ำปรือเงยขึ้นสบสายตาคมกริบของสามีด้วยความขัดเขิน แววตาของเซียวเหวินรุ่ยในยามนี้เข้มขึ้นดูลุ่มหลงจนยากจะถอนตัว ชายหนุ่มวางไม้คานลงแล้วทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง เอื้อมมือไปหยิบจอกสุรามงคลสองใบที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ส่งให้นางจอกหนึ่ง ส่วนตนเองถือไว้จอกหนึ่ง"เซียนเอ๋อร์ ดื่มสุราคล้องแขนเถิด จากนี้ไปเจ้ากับข้าจะเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วชีวิต"ท่อนแขนแกร่งสอดประสานคล้องเ
เซียวเหวินรุ่ยกลับเข้ามาภายในเรือนหลักของจวนจงหย่งโหว ชายหนุ่มไม่รอช้า มุ่งตรงไปยังห้องโถงกลางที่ซึ่งบิดาและมารดากำลังนั่งหารือกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนจะเอ่ยแจ้งกำหนดการด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่เด็ดขาด"ท่านพ่อ ท่านแม่ อีกสามวันจะถึงวันมงคลสมรสแล้ว ลูกมาเรียนแจ้งให้ท่านเตรียมตัวขอรับ""อะไรนะ! อีกสามวัน" โหวฮูหยินอุทานแผ่วเบา ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "รุ่ยเอ๋อร์ เจ้าจะรีบร้อนเกินไปแล้ว งานมงคลของจวนโหวทั้งที ทั้งขบวนสินสอด การตกแต่งเรือนหอ แจกจ่ายเทียบเชิญขุนนางใหญ่อีก เวลาเพียงสามวันจะเตรียมทันได้อย่างไร ซ้ำร้าย เรื่องสตรีผู้นั้น แม่ยังมิได้...""ท่านแม่ขอรับ เรื่องนี้ลูกได้กราบทูลและถวายรายงานต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาทแล้ว" เซียวเหวินรุ่ยเอ่ยขัดขึ้นเสียงทุ้มแฝงด้วยความกดดัน "ผลงานความดีความชอบของเป่าลี่เซียนที่มณฑลเหวินเฉิงมีมากมาย นางใช้ความรู้ความสามารถระงับโรคระบาดร้ายแรง ช่วยชีวิตราษฎร การที่นางควบคุมสถานการณ์ได้รวดเร็วเช่นนั้น เท่ากับช่วยรักษาชีวิตของลูก และส่งเสริมเกียรติยศในหน้าที่การงานของลูกต่อราชสำนั
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเข้าเฝ้าและได้รับราชโองการยืนยันงานมงคลสมรสเป็นที่เรียบร้อย เซียวเหวินรุ่ยก็ไม่รั้งรอให้เป่าลี่เซียนต้องทนอึดอัดใจอยู่ในจวนโหวที่บุพการีของเขายังคงมีความขุ่นมัว ชายหนุ่มสั่งการให้จัดขบวนรถม้า นำพานางพร้อมด้วยครอบครัวตระกูลซ่ง มุ่งหน้าตรงไปยัง จวนตระกูลเป่าทันทีจวนตระกูลเป่าในยามนี้ แม้จะดูเงียบเหงาไปบ้างเพราะขาดเจ้านายผู้นำทัพมานาน แต่จวนเก่าแห่งนี้ยังดูสะอาดสะอ้านและสงบเงียบ เมื่อเป่าลี่เซียนก้าวเท้าผ่านประตูใหญ่เข้ามา พ่อบ้านเหอ ชายชราผู้ซื่อสัตย์ที่คอยเฝ้าดูแลจวนรกร้างนี้ด้วยความหวังอันริบหรี่มาโดยตลอดพลันเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นร่างระหงที่คุ้นตา ชายชราถึงกับเบิกตากว้าง ไม้กวาดในมือร่วงหล่นลงพื้นโดยไม่รู้ตัว"คุณหนู ท่านกลับมาแล้วจริง ๆ หรือขอรับ" พ่อบ้านเหอฝูซอยเท้าก้าวเข้ามาหา ร่างกายสั่นเทาด้วยความปิติ ชายชราเอื้อมมือเหี่ยวย่นเข้าจับมือบางของนางไว้แน่น น้ำตาแห่งความตื้นตันไหลอาบแก้ม "โถ คุณหนู ข้าทั้งคิดถึง ทั้งเป็นห่วงท่านยิ่งนัก คิดว่าชีวิตนี้จะไม่ได้พบท่านอีกแล้ว"เป่าลี่เซียนน้ำตาคลอเบ้า นางบีบมือพ่อบ้านเหอเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม "ท่านลุง ข้ากลับมาแล้
ขบวนเดินทางไกลจากมณฑลเหวินเฉิงใช้เวลาไม่นาน ในที่สุดก็เคลื่อนผ่านประตูเมืองหลวงเข้าสู่จวนขุนนาง รถม้าของเซียวเหวินรุ่ยแล่นมาจอดนิ่งสนิทลงที่หน้าป้ายของประตูจวนจงหย่งโหวบ่าวรับใช้ในจวนเมื่อเห็นว่าคุณชายใหญ่ผู้เป็นเสาหลักของตระกูลหวนคืน ต่างพากันวิ่งวุ่นเข้าไปรายงานด้านใน ทันทีที่เซียวเหวินรุ่ยประคองเป่าลี่เซียนก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในห้องโถงหลัก ท่านโหวเซียวหย่งคังและโหวฮูหยินที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วต่างเผยสีหน้าดีใจจนปิดไม่มิด แต่ความปิตินั้นกลับคงอยู่ได้เพียงชั่วพริบตา เมื่อสายตาของบุพการีทั้งสองเหลือบไปเห็นสตรีที่เดินเคียงคู่บุตรชายเข้ามา"รุ่ยเอ๋อร์ เจ้ากลับมาแล้ว แม่คิดถึงเจ้ายิ่งนัก" โหวฮูหยินผุดลุกขึ้นก้าวเข้ามาหา สายตาจ้องมองเป่าลี่เซียนด้วยความเคลือบแคลง คิ้วเรียวขมวดมุ่น "แล้วนี่ เจ้าพาสตรีผู้นี้มาด้วยหมายความว่าอย่างไรกัน"เซียวเหวินรุ่ยประสานมือคำนับบิดามารดาด้วยท่าทีสุขุม แววตาคมกริบราบเรียบ ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มหนักแน่น "ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกพาลี่เซียนกลับมาเพื่อเตรียมจัดพิธีมงคลสมรสตามราชโองการสมรสพระราชทานขอรับ""เหลวไหล!" ท่านโหวตบโต๊ะน้ำชาเสียงดัง ใบหน้าเคร่งเครียดขึ
ในวันหยุดที่ลมขุนเขาพัดโบกโชยมาอ่อน ๆ เซียวเหวินรุ่ยสลัดคราบขุนนางใหญ่ผู้เคร่งขรึม สวมชุดลำลองผ้าเนื้อดีพาเป่าลี่เซียนนั่งรถม้าส่วนตัวออกมาเที่ยวพักผ่อนที่สวนป่านอกเมืองเหวินเฉิง สถานที่แห่งนี้เงียบสงบ มีเพียงเสียงนกร้องและเสียงลำธารสายเล็ก ๆ ไหลเอื่อย ทุ่งดอกไม้ป่าหลากสีสันชูช่อรับแสงแดดอุ่น ราวกับจะช่วยปลอบประโลมหัวใจที่ผ่านเรื่องราวร้าย ๆ ของทั้งคู่มาตลอดหลายเดือนชายหนุ่มจูงมือบางเดินทอดน่องไปตามสะพานไม้เตี้ย ๆ พลางเอ่ยเล่าถึงเรื่องราวในวัยเด็กด้วยเสียงทุ้มนุ่มนวล เป็นเรื่องราวตอนที่เขาแอบบิดามารดาหนีเที่ยวจนโดนลงทัณฑ์ ซึ่งมีเพียงเป่าลี่เซียนเท่านั้นที่จะได้ยินมุมอ่อนโยนเช่นนี้ของบุรุษข้างกาย"ตอนนั้นข้าดื้อรั้นนัก คิดว่าตนเองเก่งกล้ากว่าผู้ใด สุดท้ายก็ตกลงไปในบ่อโคลนหลังจวน ร้องไห้จนท่านพ่อต้องมาลากขึ้นมา" ชายหนุ่มหัวเราะแผ่วเบา ยามนึกถึงความหลังเป่าลี่เซียนอมยิ้ม ตาคู่สวยทอดมองใบหน้าด้านข้างของเขาด้วยความรัก ก่อนที่เซียวเหวินรุ่ยจะขยับกายเข้าสวมกอดร่างระหงจากทางด้านหลัง ท่อนแขนแกร่งโอบรัดเอวบางเอาไว้หลวม ๆ ดึงรั้งให้นางเอนกายซบลงกับแผ่นอกกว้าง ส่วนลี่เซียนก็เอียงศีรษะซบลงกับไห







