LOGINหญิงสาวรู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็เมื่อร่างกายได้รับการรักษาดูแลเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยที่เธอไม่อาจรู้เลยว่าตอนที่สลบไปคุณหมอได้รักษาเธอด้วยวิธีการใด ร่างบางใบหน้าซีดเซียวนอนอยู่บนเตียงคนเดียวไร้คนเคียงข้างในวันที่ต้องการใครสักคนอีกแล้ว กวาดสายตาไปรอบ ๆ ก็เห็นแต่ผนังห้องสีขาวของโรงพยาบาล แต่เหมือนเธอก็ชินเสียแล้วกับการที่อยู่มาตัวคนเดียวแบบนี้เมื่อสติรับรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลที่ไหนสักแห่งจากการถูกการที่อดีตเอเจนซีทำร้ายร่างกายอย่างหนัก สมองก็ย้อนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ซอนย่าเข้ามาทำร้ายเธออย่างรุนแรงเหมือนว่าโกรธแค้นเธอมากอยากฆ่าให้ได้เลยยิ่งดี แต่ตอนที่มันกระทุ้งเข่าใส่ท้องเธอจนล้มตัวงอลงกับพื้นเธอได้ยินพวกมันพูดว่า‘...ทำไมเลือดมันไหลออกตรงนั้น หรือว่ามันตกเลือด…’ตกเลือด! มุกกันยาใจหายวาบขึ้นมาทันใด มือเผลอเลื่อนมากุมที่หน้าท้องตัวเองโดยอัตโนมัติ ผงกศีรษะขึ้นอย่างลืมตัวก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บจนต้องทิ้งศีรษะลงกับหมอนอย่างเก่า นอนคิดอีกไม่กี่อึดใจจึงบอกกับตัวเองว่า อาการตกเลือดต้องเกิดขึ้นได้เฉพาะกับคนท้องเท่านั้นไม่ใช่หรือ แล้วเธอ...?ในขณะที่กำลังห
แต่การทำงานในวงการพริตตีมันก็ค่อนข้างแคบคนก็รู้จักกันเกือบหมด ดังนั้นเมื่อมุกกันยาเริ่มรับงานเองมีหรือที่อดีตเอเจนซีของเธออย่างซอนย่าจะไม่รู้เรื่อง ตัวซอนย่าเองก็มีเรื่องที่ต้องเคลียร์กับพริตตีสาวเหมือนกัน ในเมื่อคืนนั้นตัวหล่อนพามุกกันยาเข้าไปหาเสี่ยนักธุรกิจไม่ได้จึงถูกเสี่ยเล่นงานอย่างหนัก คราวนี้หล่อนจึงมาเอาคืนหลังจากเสร็จงานอิเวนต์หนึ่ง มุกกันยาที่เข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวกลับคอนโดมิเนียมก็เจอกับซอนย่ากะเทยร่างยักษ์ที่มาพร้อมกับมะยมมือขวาของตน ทั้งสองคนเข้ามาหาเธอถึงในห้องน้ำพร้อมทั้งปิดประตู ล็อกไม่ให้คนอื่นเข้ามา มุกกันยาที่เห็นท่าไม่ดีก็รู้สึกได้ว่าภัยกำลังเข้ามาใกล้ตัว เพราะสีหน้าแววตาของซอนย่ากับมะยมดูท่าทางแล้วคงไม่ปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่ ๆ“ต้องการอะไรอีก เราจบกันไปแล้ว”“จบอะไรกันจ๊ะน้องกลอยของพี่ พี่หวังดีกับน้องกลอยเสมอนะถึงได้ตามมาดูว่าน้องกลอยเป็นยังไงบ้างตอนนี้ ยังเดือดร้อนเรื่องเงินอยู่รึเปล่า”“แกไม่ต้องมายุ่งอะไรกับฉันอีกแล้ว ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ”ซอนย่าหันไปหัวเราะกับมะยมด้วยสีหน้าขบขันก่อนจะว่า“แจ้งความเรื่องอะไรไม่ทราบ”“ก็เรื่องคืนนั้นที่แกวางยา
เมื่อห้าปีก่อนหลังจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตผ่านพ้นไป มุกกันยาพาตัวเองออกมาจากห้องนั้นและลงมายังชั้นล่างของคอนโดมิเนียมในเช้าวันต่อมาจากการที่เธอขอความช่วยเหลือจากแม่บ้านที่ขึ้นมาทำความสะอาดชั้นนี้พอดี เมื่อกลับมาถึงห้องตัวเองได้หญิงสาวก็อ่อนแรงจนหลับยาวข้ามวันข้ามคืนไปอีกวัน เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็สับสนจนทำอะไรไม่ถูก แม้ว่าก่อนจะออกจากห้องเธอจะสังเกตเห็นซากถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วถูกทิ้งอยู่บนพื้นสามชิ้นเป็นหลักฐานที่แน่ชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝันแต่เมื่อตั้งสติได้มุกกันยาก็รีบไปโรงพยาบาลให้แพทย์ทำการตรวจร่างกายของเธออีกครั้งพร้อมกับขอยาคุมฉุกเฉินและฉีดยาต้านไวรัสด้วย จากนั้นจึงรีบกลับมาที่ห้องเพื่ออาบน้ำล้างเนื้อตัวให้สะอาดอีกครั้ง หญิงสาวนอนแช่อยู่ในอ่างน้ำจมดิ่งอยู่กับความเศร้าจนต้องกรีดร้องออกมาเมื่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่กระทำชำเราร่างกายของเธอเป็นใคร และในช่วงเวลานั้นนอกจากความกลัวเธอก็ไม่กล้าที่จะคิดทำสิ่งใดเมื่อสายตามองเห็นประตูทางออกสติก็ดึงเธอให้รีบออกมาจากตรงนั้นโดยเร็ว ใช้เวลาคิดทบทวนกับตัวเองอีกสักพักเธอก็เริ่มรู้แล้วว่าอาการที่เกิดขึ้นกับเธอคืนนั
สามวันต่อมาคุณชวลิตกับคุณหญิงชลาลัยบิดามารดาของชวัลดนย์กับชญาพัฒน์กลับมาจากเที่ยวต่างประเทศ ผู้เป็นลูกชายจึงนำเครื่องเพชรไพลินที่ร่วมประมูลในงานมามอบให้มารดา พอท่านเห็นก็รู้สึกชอบและดีใจเป็นอย่างยิ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ท่านทั้งสองรับรู้ได้เกี่ยวกับลูกทั้งสองคนโดยเฉพาะชญาพัฒน์ที่ทำหน้าตาปั้นปึ่งใส่พี่ชายตลอดเวลาเหมือนมีเรื่องงอนอะไรกันอยู่ เห็นแบบนี้แล้วคนเป็นแม่จึงถามออกมา“ลูกสองคนทะเลาะอะไรกันรึเปล่า ทำไมตั้งแต่พ่อกับแม่กลับมาถึงไม่เห็นพูดจาอะไรกันเลย แล้วทำไมน้องถึงได้มองค้อนพี่ตลอดเวลาอย่างนี้คะ มีอะไรจะพูดให้พ่อกับแม่ฟังมั้ย”ชญาพัฒน์เชิดใส่พี่ชายเมื่อชายหนุ่มถอนหายใจแล้วมองมาที่เธอ หญิงสาวจึงถือโอกาสฟ้องพวกท่านเรื่องที่เธอเห็นเขานั่งรับประทานอาหารกับแม่นางแบบคนนั้นแทนที่จะเป็นเพชรไพลินเพื่อนสาวที่เธอแนะนำให้“ก็พี่โชแปงสิคะคุณแม่เกิดติดใจนางแบบถือเครื่องเพชรชุดที่คุณแม่ได้มาถึงขนาดชวนกันไปกินข้าวแบบสองต่อสอง ชาไปเจอเข้าเลยเข้าไปถามแล้วพี่โชแปงก็ทำท่าไม่พอใจโมโหใส่ชา”ชญาพัฒน์หันมาจ้องหน้าพี่ชายแล้วสะบัดหน้าไปส่งสายตาออดอ้อนกับผู้เป็นมารดาให้เข้าข้างตนเหมือนเคย“จริงเหรอลูก ลูกไปทา
จากนั้นมุกกันยาก็ขับรถมาที่สตูดิโอของเธอกับมนต์มีนาที่เปิดคอร์สสอนการพัฒนาบุคลิกภาพหญิงสาวเป็นคนสอนการเดินแบบให้กับสาว ๆ ในภาคบ่ายพร้อมกับมนต์มีนาที่ผลัดเปลี่ยนกันสาธิต การจัดระเบียบร่างกาย ถ่ายทอดและแนะนำเทคนิคต่าง ๆ ที่ตนเองเรียนรู้มาอย่างน่าสนใจ จนถึงเวลาพักสองพริตตีสาวที่ตอนนี้กลายมาเป็นโคชจึงมีเวลามานั่งคุยกันมุกกันยาเริ่มบทสนทนาว่า “วันนี้ฉันไปกินข้าวและได้คุยงานกับคุณชวันดลย์มาแล้วนะ”เธอยังเรียกเขาด้วยชื่อจริง เพราะไม่ได้มีความรู้สึกสนิทสนมกับเขาในระดับเดียวกับมนต์มีนา“อืม เป็นไงบ้าง”“เขาก็เสนองานมาให้ฉันช่วยดูและให้ทำด้วยอะนะ แต่ฉันคิดว่าจะไม่ทำเอง แต่จะหาคนที่เหมาะสมไปทำมากกว่า นี่ถ้าเราเสนอคนที่บุคลิกเข้าตา มีแววว่าจะไปได้สวยจากคลาสของเราให้เขาพิจารณา แล้วถ้าสาว ๆ ที่เราเสนอโพรไฟล์ไปแล้วผ่านได้ไปทำงานกับเขา สตูดิโอของเราก็จะมีชื่อเสียงขึ้นด้วยนะ เพราะเหมือนว่ามาเรียนกับเราแล้วก็มีโอกาสได้งานด้วย”“ก็ใช่น่ะสิ คุณโชแปงเขาช่วยเรามากเลยนะ ทั้งที่จริง ๆ เขาก็มีคอนเน็กชันมากมายจะหาพริตตีหรือพรีเซนเตอร์สวย ๆ จากเอเจนซีไหนก็ได้”มนต์มีนาเสริม เพราะชวัลดนย์ให้ความช่วยเหลือและเอ็น
“...มานั่งตกลงเรื่องค่าตัวกันอยู่”เอ่ยจบก็หันไปยิ้มกับเพชรไพลินที่ยืนก้มหน้าทำสีหน้าแววตาใสซื่อพร้อมทั้งขยิบตาเป็นเชิงบอกว่า‘เธออยู่เฉย ๆ แบบสวย ๆ เถอะจ้ะเพื่อนรัก ฉันจะจัดการแม่นี่ให้เอง’เมื่อโดนดูถูกแบบไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ มุกกันยาถึงกับพ่นลมหายใจกลอกตาขึ้น ยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกขบขันกับคำพูดของอีกฝ่ายก่อนจะมองกลับไปที่ชญาพัฒน์แบบไม่หลบสายตาแล้วเอ่ยตอบว่า“คุณรู้จักดิฉันด้วยเหรอคะ?” น้ำเสียงของมุกกันยาเรียบเรื่อยและไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นคนที่มีสถานะด้อยกว่า“คนอย่างฉันคงไม่ต้องลดตัวไปรู้จักคนอย่างเธอละมั้ง” ชญาพัฒน์เชิดหน้าตอบกลับอย่างไว้ตัว มุกกันยายังคงยิ้มก่อนจะเอ่ยตอบอีกครั้ง“อืม...ก็คงแสดงว่าเราไม่รู้จักกันนะคะ เพราะดิฉันก็ไม่รู้จักคุณเช่นกัน แต่จากที่ดู คุณเป็นคนหน้าตาดี ฐานะคงไม่ต้องบอกเพราะดูจากการแต่งตัวแล้วก็ต้องไม่ธรรมดา”ชญาพัฒน์ยิ้มมุมปากแบบเยาะ ๆ ยัยนางแบบโชว์เพชรนี่ตาถึงที่มองออกว่าเธอเป็นคนระดับไหน...“แต่...ถ้าไม่รู้จักกันแล้วมาพูดว่าดิฉันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เขาเรียกว่า ‘ทึกทัก’ ซึ่งเป็นคำสุภาพของคำว่า ‘มโน’ ค่ะ แล้วถ้าดิฉันดูไม่ผิดการศึกษาของคุณคงไม่ใช่น้อย แ
ตั้งแต่เริ่มงานมอเตอร์โชว์จนสิ้นสุดงานวันสุดท้ายไปแล้วมนต์มีนาก็ยังไม่ได้เจอหน้ากับจวินเลย เธอส่งข้อความไปหาเขาตามปกติไม่มีข้อความตัดพ้อใด ๆ เพราะเรื่องเหล่านั้นถ้าจะคุยกันก็ควรกลับมาคุยกันซึ่งหน้าดีกว่า จวินตอบข้อความของเธอบ้าง ไม่ตอบบ้าง บอกเพียงว่าช่วงนี้งานเขายุ่ง แต่เธอเข้าไปดูความเคลื่อนไหวใน
จวบกระทั่งเช้าวันใหม่ มนต์มีนาลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนภายในอ้อมแขนของเขา สิ่งแรกที่เธอเห็นคือแผงอกกว้างแกร่งแน่นตึงด้วยกล้ามเนื้อของจวินที่ศีรษะเธอเกยอยู่ หญิงสาวคลี่ยิ้มเมื่อได้สัมผัสความอบอุ่นที่คุ้นเคยอีกครั้ง ยังไม่อยากขยับตัวมากนักเพราะเกรงจะทำให้ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาแล้วไออุ่นนี้จะสลายหายไปจวิ
หลังจากอยู่รับประทานอาหารร่วมกับบิดามารดาเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มจึงขับรถกลับมายังคอนโดมิเนียม จวินติดนอนคอนโดมากว่าที่บ้านตั้งแต่ซื้อคอนโดอยู่เอง และดีอย่างหนึ่งที่ไม่ว่าเขาจะพาใครมาอยู่ที่คอนโดด้วยบิดามารดาก็ไม่เคยเข้ามายุ่มย่ามที่นี่จึงเป็นเหมือนพื้นที่ส่วนตัวของจวินไปโดยปริยาย มันจึงทำให้ชายหนุ่มใ
เวลาผ่านไปจนใกล้หมดวันมนต์มีนาจึงกดโทรศัพท์หาจวินเพื่อจะถามว่าเขาจะกลับห้องกี่โมงเธอจะได้เตรียมอาหารไว้รอ โชคดีที่ถือสายรอไม่นานอีกฝ่ายก็กดรับ ไม่ต้องรอให้เขาพูดเธอก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที“จะกลับห้องกี่โมงคะ จะได้เตรียมอาหารเย็นไว้รอ”ในใจมีความหวังว่าจะได้นั่งรับประทานอาหารในบรรยากาศที่คุ้นเคยด้วยกัน







