Войтиตั้งแต่เริ่มงานมอเตอร์โชว์จนสิ้นสุดงานวันสุดท้ายไปแล้วมนต์มีนาก็ยังไม่ได้เจอหน้ากับจวินเลย เธอส่งข้อความไปหาเขาตามปกติไม่มีข้อความตัดพ้อใด ๆ เพราะเรื่องเหล่านั้นถ้าจะคุยกันก็ควรกลับมาคุยกันซึ่งหน้าดีกว่า จวินตอบข้อความของเธอบ้าง ไม่ตอบบ้าง บอกเพียงว่าช่วงนี้งานเขายุ่ง แต่เธอเข้าไปดูความเคลื่อนไหวในโซเชียลเพื่อนบางคนของเขาที่เปิดเป็นสาธารณะก็พบรูปของจวินไปนั่งดื่มกับเพื่อน แต่เขาแค่ไม่กลับมาหาเธอ
จนวันหนึ่งที่จวินกลับมาที่คอนโดมิเนียม ตั้งแต่วินาทีที่ชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาแล้วสบตากันมนต์มีนาก็รู้สึกถึงความเหน็บหนาวจากไอเย็นที่พัดพาเข้ามาด้วย แววตาของเขาที่มองเธอไม่เหมือนกับที่เคยมองมีสัญญาณบางอย่างอยู่ในนั้น
“กลับมาแล้วเหรอ หิวรึเปล่า อยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ย”
มนต์มีนาทำทุกอย่างเหมือนปกติ แต่อีกฝ่ายก็ปฏิเสธเธออย่างไม่คิดถนอมน้ำใจอีกต่อไป
“ไม่”
เขาตอบเสียงเรียบพร้อมกับการระบายลมหายใจหนักออกมา เบือนหน้าหนีแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมามองเธอด้วยสีหน้าแววตาจริงจัง จวินกลับมาที่นี่วันนี้เพื่อจะเคลียร์เรื่องให้มันจบ ส่วนตัวเขาไม่อยากทนกับความอึดอัดแบบนี้ต่อไปอีกแล้วเหมือนกัน แล้วน้ำเสียงเข้มก็เอ่ยออกมา
“มี่ ฟังนะ”
ประโยคแรกก็ทำให้มนต์มีนาใจวูบโหวงเหมือนมีบางอย่างปลิวมากระแทก
“ผมต้องเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศเร็ว ๆ นี้ อย่างน้อยก็คงสักสองปี หรืออาจจะอยู่นานกว่านั้น...”
เขาสูดลมหายใจเข้า ผ่อนออกเป็นระยะ มีความอึดอัดใจอย่างยิ่งกับเรื่องที่กำลังบอก จ้องมองอากัปกิริยาหญิงสาวนิ่งคิดในใจว่ามนต์มีนาจะยึดตัวเขาไว้ ไม่ให้ไปโดยง่ายหรือไม่ เขาไม่แน่ใจเพราะดูจากจากดวงตากลมที่มองเขาด้วยความสั่นไหวเหมือนคนใกล้จะร้องไห้เต็มที
‘ขอร้อง อย่ามาฟูมฟายให้เขาเห็น เขาไม่ชอบผู้หญิงเจ้าน้ำตา อืม ตอนคบกันใหม่ ๆ ก็ชอบนะ ดูบอบบางน่าทะนุถนอมดี แต่ตอนนี้มันดูน่ารำคาญในสายตาเขาไปแล้ว’
“แล้วยังไงคะ มี่รอคุณได้นะ กี่ปีก็รอได้”
หญิงสาวนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง
จวินมองท่าทางของเธอแล้วพลางสูดลมหายใจเข้า สีหน้าเปลี่ยนเป็นระอา แววตาไร้เยื่อใยก่อนจะบอกว่า
“ก็นั่นแหละที่จะบอก ผมจะบอกว่าคุณไม่ต้องรอ ไม่จำเป็นต้องรอผม” น้ำเสียงเขาเน้นย้ำทุกคำที่ว่ามา
ทั้งสองคนจ้องตากันด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง คนหนึ่งอาลัย แต่อีกคนไร้เยื่อใย ก่อนจะเอ่ยต่อว่า
“คุณจะอยู่ที่นี่ต่อก็ได้หรือจะย้ายออกไปก็ได้ ถ้าอยู่ผมก็จะยกห้องนี้ให้คุณเลย แต่ถ้าไปผมจะโอนเงินให้ก้อนหนึ่ง”
“หมายความว่าไงคะ ที่บอกว่าให้อยู่ก็ได้ ให้ไปก็ได้”
มนต์มีนามองหน้าเขาด้วยความรู้สึกสับสนมาตั้งนาน สมองของเธอจึงได้เริ่มประมวลผลในทุกคำที่เขาเอ่ยมาแล้วก็เข้าใจได้ เธอเข้าใจแล้วว่าจวินกำลังจะไปจากเธอ
จวินระบายลมหายใจออกอีกครั้ง ไม่อยากพูดอธิบายอะไรให้มากกว่านี้
“หมายความว่าต่อจากนี้เราเลิกกันแล้วไง ที่ผ่านมาผมว่าผมให้คุณครบหมดแล้วนะ ถึงคุณจะออกไปอยู่คนเดียวคุณก็อยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน”
“เลิกกันเหรอ”
ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มนต์มีนารู้สึกเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวอื้ออึงไปชั่วขณะ
“ใช่ เลิก ช่วยเข้าใจอะไรง่าย ๆ หน่อย”
จวินย้ำชัด
“ตอบมี่สักคำได้มั้ย คุณมีคนใหม่รึเปล่า”
เสียงถามปนสะอื้น ความรู้สึกเจ็บปวดความเสียใจที่สุดเริ่มถาโถมกันเข้ามา
“ไม่มี ก็บอกแล้วไงว่าจะไป”
“แล้วทำไมไม่ให้รอ”
“ก็ไม่จำเป็นไง ถึงผมกลับมามันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เข้าใจไหมว่าไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ผมถึงไม่ให้คุณต้องรอ”
“มี่รอคุณได้ นานแค่ไหนก็รอได้จริง ๆ นะ”
“มันเสียเวลาเปล่ามี่ เข้าใจไหมว่าถึงคุณรอก็เสียเวลา ผมหมายถึงเวลาของคุณ!”
จวินส่ายหน้าด้วยความหน่ายแหนงเมื่อมนต์มีนาทำเหมือนไม่เข้าใจที่เขาพูด
น้ำตาหยดแรกร่วงเผาะลงมาตามแก้มนวล หญิงสาวปล่อยให้มันไหลออกมาเงียบ ๆ โดยไม่ฟูมฟาย จวินมองหยาดน้ำตาที่พรูลงมาเป็นสายแล้วเบือนหน้าหนีไปถอนหายใจหนัก และย้ำกับเธออีกว่า
“มี่ ไม่มีผมคุณก็มีสิ่งที่ผมเคยซื้อให้ซึ่งมันก็มากมายทำให้คุณอยู่ได้อย่างสบาย อย่าทำให้ผมลำบากใจได้มั้ย”
มนต์มีนานิ่งงันกับคำพูดของเขา พยายามมองหน้าเยื่องใยบาง ๆ ที่พอจะหลงเหลือในแววตาคู่นั้นบ้าง แต่กลับไม่พบอะไรเลย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“ที่ผ่านมาเราไม่ได้รักกันเหรอ ฮือ ๆ มี่พยายามทำทุกอย่างก็เพื่อให้ได้อยู่กับคุณตลอดไปนะ”
และแล้วมนต์มีนาปล่อยเสียงสะอื้นอย่างสุดจะกลั้นไว้จริง ๆ สัญญาณที่เขาส่งให้รู้มาพักหนึ่งได้เปิดเผยในวันนี้ และการที่มนต์มีนาร้องไห้เสียงดังขึ้นก็ทำให้จวินคิดว่าหญิงสาวคงไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ แน่ จึงใช้ไม้ตายสุดท้ายที่เก็บซ่อนไว้บอกความจริงตั้งแต่แรกเริ่มให้รู้ คิดว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ เธอควรได้รู้ความจริงเรื่องนี้จากปากเขาเอง รู้แล้วจะโกรธก็ได้จะเกลียดก็เชิญ เขาไม่สนใจ
^
^
^
***งื้อ สงสารมี่อ่า
อย่าลืมกดติดตามไว้ด้วยนะคะ ดราม่าเป็นฉาก ๆ ยาว ๆ เริ่มล้าววว
“จริงเหรอ”“อื้ม ฉันก็อยากหาอะไรทำอยู่เหมือนกันนอกจากงานนี้ เนี่ย วันก่อนพี่ลูกกอล์ฟก็ให้ฉันไปช่วยเลือกพริตตีด้วย ก็ดีนะ”มนต์มีนายิ้ม ดูมีความหวังในการทำงานด้านนี้อย่างจริงจังมากขึ้นเมื่อเพื่อนรักตอบตกลง ถ้าได้มุกกันยามาช่วยสอนด้วยอีกคนน่าจะมีสาว ๆ สนใจเยอะ เพราะเพื่อนของเธอยังยืนหนึ่งอยู่ในวงการนี้ในปัจจุบัน ประสบการณ์การทำงานยังสดใหม่และมากกว่าเธอที่หยุดไปกว่าสี่ปี มีความน่าเชื่อถือขึ้นอีกระดับ ในช่องทางโซเชียลของมุกกันยาเองก็มีคนติดตามมากกว่ามนต์มีนาเป็นหลักแสนคน ทั้งที่พริตตีสาวก็ไม่ได้ลงคลิปบ่อยนัก แต่ด้วยความสวยบวกกับความสามารถในการนำเสนอของมุกกันยาทำให้มีคนติดตามเธอเป็นจำนวนมาก“ได้ เดี๋ยวฉันจะลองซาวเสียงคนที่สนใจดูก่อน ยังไงเราค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกนะ”“ได้เลยมี่”มุกกันยาตอบรับ ที่จริงแล้วมีเพื่อนคนอื่นชวนเธอไปร่วมลงทุนทำเครื่องสำอางหรือครีมบำรุงผิวหลายคน แต่เธอก็ยังไม่ถึงขั้นอยากร่วมหุ้นกับใครเพราะไม่รู้สึกสนิทใจกัน อีกทั้งเรื่องในอดีตก็สอนให้เธออย่าไว้ใจใครง่าย ๆ แต่กับมนต์มีนาที่รู้จักและช่วยเหลือกันมาตลอดตั้งแต่เริ่มเข้าวงการมาในเวลาไล่เลี่ยกัน เธอยินดีที่จะร่วมทุนกับเพื
มนต์มีนาปล่อยเวลาให้จวินเล่นสนุกกับลูกกว่าสามชั่วโมงที่เพนต์เฮาส์ จวินขนรถบังคับทุกคันที่มีมาเล่นกับลูกชายอย่างสนุกสนาน มนต์มีนารู้ว่าจวินพยายามแทรกซึมเข้าไปในทุกความรู้สึกของลูก ซึ่งเธอก็ไม่ได้หวงห้ามอะไร ในความเป็นพ่อเขามีสิทธิ์ที่จะทำ ลูกมีความสุขและดูเข้ากับเขาได้ แต่เมื่อไหร่ที่ลูกเอ่ยถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับแม่ เธอก็พร้อมที่จะอธิบายตามความจริงว่าพ่อกับแม่ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันก็ได้ เหมือนแผ่นดินและพอเพียงที่พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน หรือพ่อแม่ของเด็กคนอื่นอีกหลายคน แต่พ่อกับแม่ก็รักลูก มนต์มีนาคิดว่าถ้าจวินดูแลลูกได้ดีเวลาที่ลูกมาอยู่ด้วย ครั้งต่อไปเธออาจจะให้เวลาลูกได้อยู่กับเขามากขึ้นและปล่อยให้ลูกได้อยู่กับพ่อตามลำพังโดยที่เธอไม่ต้องมาคอยดูอยู่ด้วย ตัวเธอเองก็จะได้มีเวลาทำงานของตนเองซึ่งมันก็เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่ายเมื่อเลยเวลามามากแล้วหญิงสาวจึงทักท้วงขึ้น เพราะเธอต้องกลับไปทำงานด้วยเหมือนกัน มันเดย์ที่ติดเล่นเริ่มมีอาการอิดออดดื้อกับผู้เป็นแม่อย่างเห็นได้ชัด จวินจึงช่วยพูดกับลูกพร้อมทั้งให้โมเดลรถคันที่รักที่สุดให้ลูกชายนำกลับไปเล่นด้วย ก่อนจะขับพอร์เชอ คาเยนน์พาหญ
เมื่อขึ้นมาถึงเพนต์เฮาส์ของจวิน แม้สีหน้าของมนต์มีนาจะดูเรียบเฉยแต่ในใจก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นกับความใหญ่โตหรูหราของสถานที่ไม่ได้ จวินเข้ามาอุ้มร่างลูกชายยกขึ้นสูงจนแกส่งเสียงหัวเราะชอบใจ แล้วพูดกับลูกว่า“นี่บ้านของเรานะครับ มันเดย์ชอบรึเปล่า”“ชอบ มีรถวูม ๆ ด้วย”เด็กน้อยชี้นิ้วเล็ก ๆ ไปที่ตู้กระจกที่จวินสะสมโมเดลรถไว้ ร่างสูงของคนเป็นพ่อจึงพาลูกเข้าไปดูใกล้ ๆ“มันเดย์ชอบคันไหน หยิบออกมาเล่นได้เลย”จวินสปอยล์ลูกชายเต็มที่ เขารับรู้ได้ว่าช่วงเวลานี้ลูกมีความสุขที่สุด“คันนี้ชอบมั้ย” เขาชี้ไปที่ลัมโบร์กีนีสีแดงคันจิ๋ว“ชอบคับ”“คันนี้ล่ะ” เขาชี้ไปที่เฟอร์รารี่รุ่นใหม่ล่าสุด“ชอบคับ”“คันนี้ด้วย ชอบมั้ยครับ นี่คันโปรดของพ่อเลยนะ”เขาชี้ไปที่ลัมโบร์กีนีตัวท็อปปีที่แล้วซึ่งไม่ได้มีขายในประเทศไทย“ชอบคับ”“ถ้าชอบ พ่อให้มันเดย์เอากลับไปหมดเลย”“เย่ ๆ”“เยอะไปรึเปล่าคุณ”มนต์มีนาแทรกขึ้นนาน ๆ ที จวินจึงหันมายิ้ม“ก็ถ้าคุณไม่อยากให้ลูกเอากลับไป งั้นก็ให้ลูกมาเล่นที่นี่บ่อย ๆ นะ ดีมั้ยครับ มันเดย์มาเล่นที่บ้านกับพ่อบ่อย ๆ นะ”“คับ”ลูกชายก็ตกลงง่าย ๆ จนมนต์มีนาก็ได้แต่ผ่อนลมหายใจ จู่ ๆ จวินก็
พ่อลูกสนุกสนานกับเครื่องเล่นนานาชนิดจนเกือบเลยเวลาที่มนต์มีนากำหนด จวินเกรงว่าลูกจะหิวเพราะเลยเที่ยงมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วจึงชวนลูกชายกลับออกมาจากสนามเด็กเล่นและเดินตรงมาที่มนต์มีนานั่งรออยู่ หญิงสาวนั่งรับออร์เดอร์สินค้าสลับกับเช็กยอดคนเข้าชมคลิปล่าสุดและตอบคอมเมนต์ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องแต่ก็คอยมองไปที่ทางเข้าออกของสนามเด็กเล่นเป็นระยะจนกระทั่งเห็นจวินอุ้มลูกชายเดินออกมา พ่อลูกพูดคุยหยอกล้อกันมาตลอดทาง เสียงหัวเราะดังอยู่เกือบตลอดเวลา สีหน้าของทั้งคู่มีความสุข ชายหนุ่มอุ้มลูกชายแทบจะไม่ให้ลูกเดินเอง คอยยื่นจมูกเข้าไปหอมแก้มหอมหัวอย่างรักใคร่“สนุกมั้ยครับลูก” มนต์มีนาถามลูกชายทันทีที่ทั้งคู่มาถึงตรงหน้า“สนุกมากคับ”พูดจบลูกชายก็หันไปหาผู้เป็นพ่อ“พ่อคับ พ่อพาเดย์มาเล่นฉะไลเด้ออีกนะคับ เดย์ชอบ บอลหมุน ๆ ก็ชอบ” เด็กชายหมายถึงสไลเดอร์กับบอลม้าหมุน (Ball Carousel)“ครับ พ่อจะพาเดย์มาเล่นสไลเดอร์กับลูกบอลม้าหมุนอีกนะครับ แล้วเดย์หิวหรือยังครับลูก”จวินถามลูกชายต่อหลังจากรับปากว่าจะพาลูกมาเล่นเครื่องเล่นด้วยกันอีก“หิวคับ”“งั้นเราไปหาของอร่อยกินกันดีมั้ยครับ”“ดีคับ” เด็กน้อยตอบอย่างว่
Begin Againรูปภาพปฏิทินที่มีวงกลมสีแดงวงไว้สามวันในแต่ละสัปดาห์ถูกส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือของจวินตอนสองทุ่ม คนที่เฝ้ารออยู่ทุกวินาทีรีบซูมดูทันที ดวงตาจดจ้องวันที่วงกลมไว้ซึ่งวันแรกที่เขาจะได้เจอลูกก็คือ...พรุ่งนี้ จวินยิ้มกว้างออกมารีบกดโทรศัพท์โทร. ไปหาเลขาเพื่อจะบอกว่า“คุณดวง พรุ่งนี้ผมงดประชุม”หลังจากวางสายจากเลขาก็รีบต่อสายไปหามนต์มีนาทันที เธอรับสายของเขา“ผมจะไปรับคุณกับลูกนะ”“ไม่ต้องค่ะ ฉันจะพาลูกไปเจอกับคุณเอง”มนต์มีนาบอกสถานที่นัดพบซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง“อย่างนั้นก็ได้”จวินรับปาก นาทีนี้เขาไม่อยากขัดใจหรือเรียกร้องอะไรเพิ่ม“งั้นก็ตกลงตามนี้ สักสิบโมงครึ่ง”“ครับ”เมื่อวางสายจากมนต์มีนา จวินก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจเหมือนเด็กอยู่คนเดียวในเพนต์เฮาส์ หัวใจเต้นแรงเพราะไม่รู้ว่าจะเตรียมตัวอย่างไรไปพบลูกพรุ่งนี้ อย่างน้อยมนต์มีนาก็ยอมรับเขาในฐานะพ่อของลูกแล้วสายวันต่อมาหญิงสาวแต่งตัวให้ลูกพร้อมกับบอกว่าจะพาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า เด็กน้อยส่งเสียงดีใจกระโดดไปมารอบตัวผู้เป็นแม่อย่างร่าเริง มนต์มีนาพาลูกนั่งแท็กซี่จากคอนโดมาถึงสถานที่นัดหมายก่อนเวลา แต่กว่าจะพาลูกไปถ
จวินยิ้มกว้างยิ่งขึ้น แต่รอยยิ้มก็เจื่อนลงเมื่อได้ยินประโยคต่อมา“...แต่ฉันมีเงื่อนไข เมื่อไรก็ตามที่คุณแม่ของคุณทราบเรื่องที่คุณมาดูแลมันเดย์และพูดว่าเราสองคนแม่ลูกต้องการหาประโยชน์จากคุณและครอบครัวเพราะลูกของฉันมีสายเลือดของคุณ เมื่อนั้นคุณจะไม่ได้มาเจอลูกอีก เราไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กันทางกฎหมายและคุณไม่เคยมีส่วนในการเลี้ยงดูลูก ฉันมีสิทธิ์ในตัวลูกแต่เพียงผู้เดียว เว้นแต่ว่าคุณจะฟ้องศาลและใช้อำนาจ ‘เงิน’ ของคุณทำให้คุณมีสิทธิ์ในการเลี้ยงดูมันเดย์”ชายหนุ่มหัวใจวูบโหวงเพราะมนต์มีนานั้นพร้อมที่จะตัดเขาออกจากชีวิตเธอกับลูกทุกเมื่อ เด็กชายมนตรธรนั้นเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของมนต์มีนาแต่เพียงผู้เดียวเพราะเขาและเธอไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน หากเขาจะฟ้องศาลขอมีสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกเขาย่อมทำได้และเขามั่นใจว่าทีมทนายของเขาสามารถทำให้เขาได้สิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกได้ แต่เขาจะไม่ทำแบบนั้น เพราะมนต์มีนาคงไม่มีวันให้อภัยเขา และคงจะโกรธเกลียดเขาไปตลอดชีวิต ดีไม่ดีน่าจะข้ามไปถึงชาติหน้าเลยด้วยซ้ำ“มี่...” จวินครางเสียงอ่อย“คุณจะมาเจอลูกวันไหนฉันจะได้จัดตารางไว้ล่วงหน้า” “ทุกวัน” จวินตอบอย่างลิงโลด







