تسجيل الدخولและแล้วมนต์มีนาปล่อยเสียงสะอื้นอย่างสุดจะกลั้นไว้จริง ๆ สัญญาณที่เขาส่งให้รู้มาพักหนึ่งได้เปิดเผยในวันนี้ และการที่มนต์มีนาร้องไห้เสียงดังขึ้นก็ทำให้จวินคิดว่าหญิงสาวคงไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ แน่ จึงใช้ไม้ตายสุดท้ายที่เก็บซ่อนไว้บอกความจริงตั้งแต่แรกเริ่มให้รู้ คิดว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ เธอควรได้รู้ความจริงเรื่องนี้จากปากเขาเอง รู้แล้วจะโกรธก็ได้จะเกลียดก็เชิญ เขาไม่สนใจ
“ไม่ได้รัก มันไม่ใช่ความรักตั้งแต่ต้นหรอก ที่ผมเข้าไปทำความรู้จักกับคุณเพราะผมเล่นเกมกับเพื่อน มันเป็นแค่พนันกันเล่น ๆ สนุก ๆ เท่านั้น ถ้าผมจีบคุณติดผมก็จะได้เรือยอช์ตมาขับเล่น ๆ จริง ๆ เรื่องของเรามันไม่น่าเดินมานานขนาดนี้ ทีนี้คุณเข้าใจรึยัง”
มนต์มีนาเหมือนโดนคลื่นยักษ์ซัดเข้าหาฝั่งอย่างแรงจนร่างกระแทกเข้ากับโขดหิน บาดเจ็บบอบช้ำไปทั้งร่าง เธอไม่เคยรู้ความลับที่สนุกสนานนี้ของเขามาก่อน หญิงสาวส่ายหน้ายกมือปิดหูทั้งสองข้างคล้ายไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว
ดวงตาแดงก่ำชุ่มฉ่ำด้วยหยาดน้ำตาสบมองดวงตาที่เห็นเพียงความว่างเปล่าไร้ซึ่งเยื่อใย จวินส่ายหน้าเหมือนจะย้ำให้หญิงสาวรู้ว่าไม่มีความหวังใด ๆ อีก พูดอีกครั้งว่า
“คุณเลือกได้ว่าจะอยู่ที่นี่หรือจะย้ายออกไป”
มนต์มีนาเอาแต่ส่ายหน้า ทั้งที่มีความหวาดระแวงว่าเรื่องนี้อาจเกิดขึ้น แต่พอโดนผู้ชายที่ตนรักมาบอกเลิกต่อหน้าอย่างไร้เยื่อใยมันก็เกินจะรับไหวจริง ๆ ร่างบางโผเข้ากอดชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าหวังจะได้รับไออุ่นอีกครั้งแต่ทว่าทุกการสัมผัสกลับถูกความเย็นชาสะท้อนกลับมาผลักเธอจนร่างแทบกระเด็นออกมาเอง
จวินไม่ได้ผลักไสร่างกายของเธอออก ร่างสูงยืนนิ่งคล้ายต้องการปล่อยให้เธอคร่ำครวญกับเขาเป็นครั้งสุดท้าย
เหมือนเป็นการเมตตาครั้งสุดท้าย ก่อนต่างฝ่ายจะแยกจากกัน
มนต์มีนาซุกหน้าเข้าหาอกกว้างที่ไร้ไออุ่น สะอื้นไห้เหมือนคนที่หัวใจแตกสลาย ไม่นานนักอ้อมแขนที่รัดตัวเขาแน่นก็ค่อย ๆ คลายออกทีละน้อยด้วยความอาวรณ์ ยอมผละห่างจากคนที่หมดใจ ไม่สิ ต้องบอกว่าจากคนที่ไม่มีเยื่อใยต่อเธอเลยต่างหาก เพราะที่ผ่านมาเธอได้รู้จากปากเขาแล้วว่าเขาไม่เคยรักเธอเลย ไม่คิดที่จะรัก
จวินมองใบหน้าเรียวมนที่ก้มต่ำ เธอพยายามจะหยุดอาการคร่ำครวญด้วยตัวเอง มือเรียวสองข้างผลัดกันยกขึ้นมาป้ายหยาดน้ำตาที่รินไหลอาบแก้มลงมา ชายหนุ่มเบือนหน้าออก ไม่อยากมองภาพนั้น เขายอมรับว่าตัวเองใจไม่แข็งเท่าไหร่หรอก แต่ก็ไม่อยากฝืนอยู่กับเธอต่อให้มันยืดยาวไปกว่านี้ ด้วยเกรงว่าถ้าเวลายิ่งผ่านไปความผูกพันมันจะเกาะตัวแน่นหนาจนไม่อาจแยกจากได้ จบวันนี้ดีที่สุดแล้ว เขามีทางเดินข้างหน้าของตัวเองอย่างแน่ชัดซึ่งระหว่างทางได้มีโอกาสพานพบกับเธอเข้าจึงชวนจับมือเดินมาด้วยกัน แต่เมื่อได้ระยะหนึ่งเขาก็ไม่อยากให้เธอเดินไปต่อด้วยแล้ว จึงปล่อยมือให้หญิงสาวได้เดินไปตามทางของเธอเอง ซึ่งจุดที่เขาปล่อยมือเธอมันไม่ใช่เส้นทางเปล่าเปลี่ยวน่าหวาดกลัวเลย หากแต่มันเป็นเส้นทางที่สะดวกสบายที่หลายคนอยากเดินมาถึงด้วยซ้ำ เพราะเขาได้ทิ้งทรัพย์สินเงินทองไว้ให้แล้ว ซึ่งก็เปรียบเสมือนค่าเวลาของเธอ
ปล่อยให้ความเงียบเข้าแทรกอยู่ไม่นานชายหนุ่มก็เอ่ยย้ำขึ้นอีกว่า
“อย่าปล่อยให้มันยืดเยื้อไปกว่านี้เลยนะมี่ เข้าใจผมด้วย จบกันวันนี้ดีที่สุด คุณจะไปเริ่มต้นใหม่กับใครก็ได้ ผมจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตคุณอีก”
คำพูดของเขาแต่ละคำกรีดเข้าไปถึงเนื้อทิ่มแทงหัวใจมนต์มีนาจนเลือดโชก หญิงสาวส่ายหน้าไม่อยากฟังคำตัดรอนนั้นอีกแล้ว
“ถ้ามี่ไม่เลิกล่ะ คุณจะยังไง”
ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงชายหนุ่มกร้าวขึ้นเมื่อได้ยินว่าเธอไม่ยอมจบ
“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไงกับคุณล่ะ ยึดทุกอย่างกลับคืนมาดีไหม แล้วก็ไปแต่ตัว อย่าให้ผมใจร้ายเลยมี่”
ดวงตาแดงก่ำบวมช้ำจากการร้องไห้หนักภายในไม่กี่นาทีจ้องมองเขา เธอเชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่าจวินเป็นคนใจเหี้ยมคนหนึ่ง
“คุณใจร้าย หลอกลวงมี่ตั้งแต่แรก”
“ผมไม่ได้หลอกกินคุณฟรี ๆ สักหน่อย ที่ผ่านมาก็ให้อะไรต่อมิอะไรตั้งมากมาย ชีวิตคุณอาจไม่ดีเท่านี้ถ้าไม่มีผมนะมี่”
เหมือนเขาจะมีบุญคุณต่อเธอด้วยซ้ำ หญิงสาวจ้องมองใบหน้าที่ดุดันนั้นแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลพรากลงมาอีกรอบ ก่อนจะสู้สายตาเย็นชาคู่นั้นไม่ไหวต้องหลุบลงยกมือปิดหน้าสะอื้น
^
^
^
*** โอเค! รู้เรื่อง หมายถึงอิจวิน พูดรู้เรื่อง หึ...ดราม่ายิ่งหนักขึ้น บอกเลอ
หลังจากคุยกับชวัลดนย์เป็นที่เข้าใจกันดีแล้วมนต์มีนาก็กลับมานั่งคิดกับตัวเองว่าเมื่อออกจากงานนี้เธอจะไปประกอบอาชีพอะไรหาเลี้ยงตัวเองกับลูก จะกลับไปรับงานเป็นพริตตีตามอิเวนต์เธอก็ไม่สะดวกใจที่จะทำมันแล้ว หรือจะเริ่มหันมาทำงานด้านออนไลน์อย่างจริงจังดูสักทีจะดีไหม เธอยังพอจะขายเครื่องสำอางได้เรื่อย ๆ ถ้าเพิ่มวิธีสอนแต่งหน้าเข้าไปด้วยไม่แน่อาจจะมีคนสนใจเพิ่มและซื้อผลิตภัณฑ์ที่เธอรับมาขายมากขึ้น หญิงสาวระบายลมหายใจ เมื่อเรื่องเงินเริ่มเป็นปัญหา อีกเรื่องที่เธอต้องชะลอไว้ก่อนก็คือเรื่องที่คิดจะดาวน์รถคันใหม่ ความจริงเงินเก็บสำรองก็พอมีใช้จ่ายไม่ถึงขั้นลำบากนัก แต่ตอนนี้เธอยังไม่อยากใช้เงินก้อนใหญ่สักเท่าไหร่จึงพักเรื่องดาวน์รถไว้ก่อนหลังจากนั้นอีกหนึ่งวันเป็นวันหยุดของมนต์มีนาซึ่งเธอจะได้ใช้เวลาอยู่กับลูกที่อยู่ในช่วงปิดเทอม ตอนบ่ายที่แดดร่มหญิงสาวพาลูกชายลงไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำส่วนกลางที่ตั้งอยู่ชั้นสี่ของคอนโดมิเนียมซึ่งช่วงเวลาที่สองแม่ลูกไปยังไม่มีลูกบ้านมาใช้ร่วมกันนัก สองแม่ลูกว่ายน้ำด้วยกันตรงสระสำหรับเด็กราวหนึ่งชั่วโมงมนต์มีนาก็พาลูกชายขึ้นจากสระเพื่อกลับห้อง แต่ก่อนจะขึ้นลิฟต์ไปช
“เพื่อไม่ให้คุณโชแปงลำบากใจมี่ขอลาออกเลยแล้วกันค่ะ”“คุณมี่ ผมยังไม่มีความคิดให้คุณลาออกจากที่นี่เลยนะครับ เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับงานของคุณเลย”“มันไม่เกี่ยวกับงาน แต่มันเกี่ยวกับความสบายใจของทุกฝ่ายค่ะ”มนต์มีนายิ้มขณะพูดเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มที่ใจดีกับเธอต้องลำบากใจมากไปกว่านี้“มี่ขอบคุณที่คุณโชแปงให้ความกรุณามี่กับมันเดย์มาตลอดนะคะ มี่คิดดีแล้วเรื่องลาออก แต่คุณโชแปงไม่ต้องห่วง มี่แจ้งเรื่องไว้แล้วจะเคลียร์กับลูกค้าที่ยังมีดีลอยู่ให้เรียบร้อยค่ะ”“คุณมี่คิดดีแล้วเหรอครับ ถ้าลาออกแล้วคุณจะไปทำงานอะไร”“ก็...” คิ้วเรียวเลิกขึ้น ใบหน้ายังมีรอยยิ้ม ไม่ใช่คนที่อับจนหนทาง“มี่ก็คิดจะทำงานกับเพื่อนก่อนค่ะ”“เพื่อน?”“ใช่ค่ะ ‘กลอย’ คนที่คุณโชแปงเจอที่โรงพยาบาลวันนั้น”ชายหนุ่มพยายามคิดถึงหน้าเพื่อนของหญิงสาวที่ขับรถมารับมนต์มีนากับลูกชายที่โรงพยาบาลวันนั้น แต่ก็จดจำใบหน้าเธอได้ราง ๆ เพราะมองผ่านกระจกรถจึงเห็นไม่ชัด“ครับ เพื่อนของคุณเขาทำงานอะไร”“กลอยเป็นพริตตีค่ะ มี่เองก็เคยทำงานสายนี้มาก่อน”“คุณจะกลับมารับงานพริตตีอีกเหรอ”สีหน้าชวัลดนย์เปลี่ยนไป“ไม่ถึงขนาดรับงานหรอกค่ะ...อืม เอาเป็นว่
โรงเรียนของลูกชายปิดเทอมมนต์มีนาจึงต้องจ้างป้าเล็กมาดูแลมันเดย์ทั้งวันระหว่างที่เธอไปทำงาน เด็กชายอ้อนขออยากไปเที่ยวที่โชว์รูมกับเธอแต่หญิงสาวก็ไม่สามารถให้ลูกไปด้วยได้ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เว้นแต่วันที่ป้าเล็กหยุดและมุกกันยาไม่ว่างเท่านั้นเธอถึงจะขออนุญาตจากชวัลดนย์พาลูกมาที่โชว์รูมมนต์มีนาเข้ามาต้อนรับลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาชมรถเรื่อย ๆ ชวัลดนย์มาถึงโชว์รูมในช่วงสาย เธอหันไปยิ้มทักทายแต่ทว่าเหมือนอีกฝ่ายจะดูรีบร้อนเข้าไปในห้องทำงานโดยไม่สนใจใคร เวลาผ่านไปครู่ใหญ่มนต์มีนาจึงเห็นว่าน้องสาวของชายหนุ่มเข้ามาในโชว์รูมและกำลังเดินตรงมาหาเธอด้วยสีหน้าท่าทางที่ไม่ค่อยจะดีนัก มองจากดวงตาที่ฉายแววเกรี้ยวโกรธมาแต่ไกลครั้นร่างสูงโปร่งเจิดจรัสของไฮโซสาวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ามนต์มีนา ฝ่ามือก็ตวัดเข้าใบหน้าด้านหนึ่งของหญิงสาวอย่างจังจนซวนเซแบบที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเพียะ!ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันตกตะลึงรวมถึงตัวคนที่โดนตบเอง มนต์มีนายกมือเรียวกุมแก้มที่ชาดิกประสานสายตาของคนที่จ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แม้หญิงสาวจะอยู่ในสถานะเป็นรองด้านหน้าที่การงาน แต่เธอก็มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่
ด้านจวินที่อยากหาที่ระบายจึงนัดเพื่อนไปนั่งปรับทุกข์ที่ผับประจำ ซึ่งคนที่ว่างมาหาชายหนุ่มในค่ำคืนนี้ก็มีเพียงกรภพคนเดียว ทันทีที่เห็นใบหน้าฟกช้ำ บวมปูดบางที่ของจวินกรภพถึงกับอุทาน“เฮ้ย ไอ้จิน เทควันโดสายดำอย่างมึงนี่ไปโดนตีนใครมาวะ สภาพถึงยับได้ขนาดนี้”“นายโชแปง” เขาตอบเสียงเรียบ สีหน้าไม่แสดงความรู้สึก“โชแปง ก็ว่าที่พี่เมียมึงนี่หว่า นี่มึงมีเรื่องกับพี่เมียตัวเองเหรอวะ”กรภพหัวเราะออกมา แต่จวินไม่ขำด้วย สีหน้าดูเคร่งเครียดขึ้นทุกขณะ“แล้วไปมีเรื่องอะไรกันถึงขั้นลงไม้ลงมือ หรือเขาซ้อมมือตอนที่มึงนอกใจน้องสาวเขาวะ”กรภพยังคงกวนประสาทพร้อมทั้งกวนบาทาอย่างคงเส้นคงวา“เขาไม่ได้เป็นอะไรกับกู มึงเลิกพูดได้แล้วพี่มงพี่เมียห่าอะไรเนี่ย”“มึงพูดแบบนี้หมายความว่า...”กรภพจ้องหน้าจวิน ดวงตาคมหันมาสบตาก่อนจะเบือนหนี พลางยกเหล้าขึ้นมาจิบ“มีเรื่องอะไรกันแน่วะ เรียกกูมาแล้วมึงต้องพูดนะเว้ย”“กูมีลูกกับมี่”“อ๋อ เรื่องที่มึงมีลูกกับมี่นี่เองนึกว่าเรื่องอะไร...ฮะ!?”จังหวะซิตคอมของกรภพไม่ทำให้จวินหลุดขำไปได้ สีหน้าเขายังคงความเคร่งขรึม มีแต่กรภพเท่านั้นที่อ้าปากตาค้างด้วยความตะลึง“นี่มึงพูดจริงเ
“ลุงหมาป่า”มันเดย์มีสีหน้าดีใจที่วันนี้ได้เจอลุงหมาป่า และไม่มีท่าทีหวาดกลัวเขาอีก เพราะทิกเกอร์ได้แก้ต่างให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าหมาป่าเป็นคนดี จวินเห็นลูกหันมายิ้มก็กวักมือเรียก ร่างเล็กจึงวิ่งเข้ามาหามีเพียงรั้วที่กั้นกลาง“มันเดย์”จวินไม่คิดว่าลูกชายจะวิ่งเข้ามาหาง่าย ๆ แบบนี้ จึงเกิดความตื้นตันจนพูดไม่ออก เหมือนจะมีบางอย่างเอ่อล้นขึ้นมาในอก ขณะเดียวกันดวงตากลมแป๋วของลูกก็จ้องมองใบหน้าที่มีรอยฟกช้ำของเขาและจ้องปลาสเตอร์ตรงหางคิ้วที่ติดเหมือนกัน“หน้าลุงหมาป่าโดนอะไรมาคับ โดนนายพรานไล่ตีเหรอ”เมื่อลูกถามอย่างนั้นเขาไม่รู้จะตอบอย่างไร ไม่อยากเอ่ยถึงการใช้กำลังให้เด็กฟังจึงบอกว่า“ลุงหมาป่าล้มครับ”“ล้มเหรอ เจ็บมั้ย” แกทำตาโตไม่น่าเชื่อว่าเพียงประโยคเดียวที่ลูกถามว่า ‘เจ็บมั้ย’ จะทำให้จวินมีน้ำตาซึมออกมา รีบส่ายหน้า“ไม่เจ็บครับ”“ลุงหมาป่าเก่งจัง เดย์ก็ล้ม เดย์เจ็บ ร้องไห้เลย คุณหมอแปะนี่ให้เดย์ด้วยเหมือนลุงหมาป่า”เด็กชายพูดไม่เต็มคำนัก แต่ก็จับใจความได้ประมาณนี้ พร้อมมือเล็กยกขึ้นมาลูบตรงปลาสเตอร์ที่แปะหางคิ้วอยู่ ยิ้มออกมา ส่งผลให้ชายหนุ่มยิ้ม...ทั้งน้ำตา ก่อนจะรีบใช้หลังมือเ
ชวัลดนย์ลากตัวน้องสาวเข้ามาสงบสติอารมณ์ต่อภายในรถ เพราะชญาพัฒน์ยังไม่อยากจบง่าย ๆ“พี่โชแปงปล่อยชา ชาต้องการคุยกับเขาอีก ยังไงเรื่องนี้ชาก็ไม่ยอมให้มันจบแบบนี้”ด้านพี่ชายที่โดนหมัดจวินเข้าจัง ๆ ที่มุมปากแทบอ้าไม่ขึ้นหากก็ยังต้องฝืนเอ่ยด้วยอารมณ์ที่เอือมระอาเต็มทน“ก็เห็น ๆ อยู่ ยังจะโง่ไปเอาผู้ชายแบบนั้นมาทำพันธุ์ให้ตระกูลเสื่อมเสียอีกเหรอ หยุดหลงมันได้แล้วมันไม่มีดีพอที่จะคู่ควรกับใครด้วยซ้ำ เธอไม่ได้ยินคำที่มันพูดเหยียบหัวใจเธอหรือไง คำพูดแบบนี้คุณพ่อคุณแม่ รวมถึงพี่เคยพูดกับเธอเหรอ”มือหนาจับใบหน้าน้องสาวแล้วตะโกนทุกคำใส่หน้า เพื่อจะให้น้องสาวได้คิดว่าผู้ชายที่ตัวเองกำลังหลงอยู่นั้นไม่ได้เห็นค่าของเธอเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ใด ๆ ที่เคยมีมาอีกด้วย“ฮือ ๆ พี่โชแปง แต่ชาไม่อยากเป็นคนแพ้”“เธอไม่ได้แพ้ เธอแค่ไม่ต้องไปเอาผู้ชายคนนั้น”ชญาพัฒน์ส่ายหน้าสะอื้น เธอก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบจวินเข้าจริง ๆ จึงอยากครอบครองเขาทั้งตัวและหัวใจ แต่ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะทำแบบนี้กับเธอ“กลับมารักตัวเอง เหมือนอย่างที่พี่กับคุณพ่อคุณแม่รักเธอ”น้องสาวจ้องหน้าพี่ชายทั้งน้ำตา การจะให้







