LOGINเขาบอกเลิกเธอในวันที่เธอกำลังจะบอกว่าท้อง นอกเหนือจากนั้นเธอยังรู้ว่าการที่เขาเข้ามาในชีวิตเธอตั้งแต่วันแรก เพราะแค่พนันเล่นๆ หัวเพื่อน
View Moreมนต์มีนา หรือชื่อในวงการพริตตีรถยนต์คือน้อง ‘มีมี่’ สาวสวยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หนุ่ม ๆ หลายคนหมายปองอยากครอบครองร่างกายที่มีสัดส่วนเย้ายวนของเธอ แต่หญิงสาวเป็นคนชัดเจน เธอแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้อย่างเด่นชัด ตอนทำงานพูดจากับแขกหวานหยด ทั้งส่งสายตาท่าทาง แต่พอจบงานหญิงสาวก็กลับจากหน้ามือเป็นหลังมือราวกับคนละคน
เธอประกาศให้ทุกคนรับรู้แล้วนี่ว่าส่วนตัวเธอมีผัวเป็นตัวเป็นตนแล้วน่ะ แต่ยังมีคนประเภทที่ไม่สนใจผัวเขาเมียใครยังคอยมายื่นข้อเสนอให้เธอไม่เลิก
ผัวเธอทั้งหล่อ ทั้งรวย เลอเลิศประเสริฐศรีให้เงินเธอใช้ทุกเดือนไม่เคยขาดมือเรื่องอะไรจะใฝ่ต่ำลดตัวมายุ่งกับเศรษฐีที่รวยแต่เขือพวกนี้ด้วย ที่สำคัญเธอก็รักสามีของเธอมากไม่มีวันนอกกายนอกใจไปหาใครอีกแน่นอน
ช่วงพักจากงานหญิงสาวกดส่งข้อความไปหาผัวสุดที่รักทูนหัวของเมียด้วยความห่วงใยว่า
มีมี่ : เที่ยงแล้ว ทานไรยัง
: เลิกงานแล้วอยากกินไรมั้ย
: ตอนเย็นกินเป็ดย่างร้านเฮียชูหน้าปากซอยมั้ย เดี๋ยวมี่ซื้อเข้าไป
ผ่านไปแล้วสิบนาที ไม่มีวี่แววว่าอีกฝ่ายจะตอบมา มนต์มีนานั่งเท้าคางรอ จ้องหน้าจอโทรศัพท์ใจจดใจจ่อ แม้จะรู้สึกมาสักระยะแล้วว่าช่วงหลัง ๆ พฤติกรรมของ ‘ผัว’ เริ่มเปลี่ยนไป พูดจากันไม่กี่คำเขาก็ดูจะหงุดหงิดขึ้นมาเหมือนเธอพูดอะไรไม่เข้าหู หาเรื่องกลับไปนอนที่บ้าน กินข้าวกับครอบครัวโดยไม่พาเธอไปด้วย กลับคอนโดดึกบอกว่างานยุ่งหรือมีประชุม ปีนี้เข้าปีที่สี่แล้วนะที่อยู่ด้วยกันฉันผัวเมีย ผู้ชายคนนี้เป็นผู้ชายคนแรก เป็นแฟนคนแรก เป็นผัวคนแรกที่เธอมอบกายถวายหัวใจให้ ถ้าเลิกกับคนนี้ไปเธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะมีผัวคนต่อไปได้อีกหรือไม่ เพราะชีวิตจิตใจคงติดอยู่แต่กับผู้ชายคนนี้
ดังนั้นไม่ว่าเขาจะแสดงสัญญาณเตือนมาอย่างไรมนต์มีนาจึงพยายามประคับประคองหลักที่เซใกล้จะล้มให้มั่นคงกลับมาเหมือนวันแรก
กระทั่งมนต์มีนาเลิกงานจากการยืนเป็นพริตตีให้รถยนต์หรูที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เปิดหน้าจอที่แชตถามผู้ชายที่เธอเรียกอวดใคร ๆ ว่าผัว แต่ผัวก็ยังไม่อ่านข้อความที่เธอส่งไปถามเลย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพ่นออกมาจนอกแฟบ จิ๊ปาก อารมณ์เริ่มตีขึ้นในอก อดทนไม่ได้จึงตัดสินใจโทร. หาเสียเลย มันชักจะเอาใหญ่แล้วนะ แค่ส่งกลับมาบอกว่าจะกินหรือไม่กินเป็ดย่างแค่นี้จะตายรึไง
ตื๊ดดด แนบโทรศัพท์กับหู รออยู่สามตื๊ดปลายสายก็รับ หญิงสาวถึงกับยิ้มแก้มปริ อารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวที่คั่งอยู่ในอกพลันมลายหายไป
“ทำงานอยู่ กลับไปค่อยคุยกัน”
เสียงคุ้นหูบอกมาเบา ๆ แล้วเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง
“เย็นนี้กินเป็ดย่าง...”
หญิงสาวยังอ้าปากถามยังไม่ทันจบประโยคเขาก็พูดสวนกลับมาอีก
“แค่นี้นะ ค่อยกลับไปคุยกัน”
ตื๊ด ๆ ๆ
“อ้าว วางแล้ว ไลน์ไปก็ไม่อ่าน แล้วตกลงจะกินไม่กินเนี่ย กลับไปจะกินไร”
ยืนบ่นอยู่คนเดียวหน้าห้องน้ำในห้างสรรพสินค้า แม้จะหงุดหงิดที่เขาไม่อ่านข้อความแต่อารมณ์ก็ไม่ได้คุกรุ่นขึ้นมาอีกเพราะอย่างน้อยเขาก็รับโทรศัพท์ แต่จะกินหรือไม่กินก็ซื้อเข้าไปก่อนแล้วกัน
มนต์มีนาขับรถญี่ปุ่นสีขาวที่จวิน สามีเป็นคนซื้อให้สมัยที่รักกันใหม่ ๆ ตอนนั้นเธอยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสาม เขาเห็นว่าเธอต้องนั่งรถสาธารณะไปทำงานจึงออกรถให้หนึ่งคัน และชวนย้ายจากหอพักแถวมหาวิทยาลับมาอยู่คอนโดมิเนียมของเขา
จากวันนั้นเป็นต้นมามนต์มีนาก็ใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายคนนี้มาตลอดเป็นเวลากว่าสี่ปีแล้ว โดยเขาเปรียบเสมือนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ แม้เธอจะไม่เคยพบเจอครอบครัวของเขาเลยสักครั้ง แต่นั่นก็ไม่สำคัญเพราะเธอรักในตัวผู้ชายคนนี้ไม่ว่าครอบครัวเขาจะเป็นอย่างไร ร่ำรวยมหาศาลอย่างที่เคยได้ยินได้ฟังมาเธอก็ไม่ได้คิดหวังทรัพย์สมบัติใด ๆ นอกจากความรักและความจริงใจจากเขาเท่านั้น
มนต์มีนาแวะซื้อเป็ดย่างเจ้าดังก่อนจะถึงคอนโดมิเนียม เมื่อกลับเข้ามาในห้องเธอก็จัดโต๊ะรับประทานอาหารเตรียมพร้อมไว้รอเขากลับมาจะได้นั่งรับประทานด้วยกัน ระหว่างนั้นก็เดินไปเดินมาจัดข้าวของทำความสะอาดห้องเรื่อยเปื่อย หูคอยฟังเสียงโทรศัพท์ กระทั่งเวลาผ่านไปจนสามทุ่มครึ่งขณะที่หญิงสาวกำลังตากผ้าอยู่ที่ระเบียงก็มีเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสนทนาเข้ามา เมื่อเปิดดูก็พบกับข้อความของชายหนุ่มที่เธอรอคอยพิมพ์ตอบมาว่า
จวิน : ไม่กิน ออกมาดื่มกับเพื่อน
ไม่ต้องรอ
^
^
^
***ตอนแรกมาเสิร์ฟแล้ว อยากอ่านตอนที่สองเร็ว ๆ คอมเมนต์มาให้กำลังใจมนสิด้วยน้าาา เรื่องนี้มาแนวโบ้ที่สำนึกผิดยากด้วยค่าาา
จวินยิ้มกว้างยิ่งขึ้น แต่รอยยิ้มก็เจื่อนลงเมื่อได้ยินประโยคต่อมา“...แต่ฉันมีเงื่อนไข เมื่อไรก็ตามที่คุณแม่ของคุณทราบเรื่องที่คุณมาดูแลมันเดย์และพูดว่าเราสองคนแม่ลูกต้องการหาประโยชน์จากคุณและครอบครัวเพราะลูกของฉันมีสายเลือดของคุณ เมื่อนั้นคุณจะไม่ได้มาเจอลูกอีก เราไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กันทางกฎหมายและคุณไม่เคยมีส่วนในการเลี้ยงดูลูก ฉันมีสิทธิ์ในตัวลูกแต่เพียงผู้เดียว เว้นแต่ว่าคุณจะฟ้องศาลและใช้อำนาจ ‘เงิน’ ของคุณทำให้คุณมีสิทธิ์ในการเลี้ยงดูมันเดย์”ชายหนุ่มหัวใจวูบโหวงเพราะมนต์มีนานั้นพร้อมที่จะตัดเขาออกจากชีวิตเธอกับลูกทุกเมื่อ เด็กชายมนตรธรนั้นเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของมนต์มีนาแต่เพียงผู้เดียวเพราะเขาและเธอไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน หากเขาจะฟ้องศาลขอมีสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกเขาย่อมทำได้และเขามั่นใจว่าทีมทนายของเขาสามารถทำให้เขาได้สิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกได้ แต่เขาจะไม่ทำแบบนั้น เพราะมนต์มีนาคงไม่มีวันให้อภัยเขา และคงจะโกรธเกลียดเขาไปตลอดชีวิต ดีไม่ดีน่าจะข้ามไปถึงชาติหน้าเลยด้วยซ้ำ“มี่...” จวินครางเสียงอ่อย“คุณจะมาเจอลูกวันไหนฉันจะได้จัดตารางไว้ล่วงหน้า” “ทุกวัน” จวินตอบอย่างลิงโลด
หลังกลับออกมาจากคฤหาสน์ธรรมไพศาลเกียรติ มนต์มีนายังไม่ได้พาลูกกลับบ้านแต่มาจัดการงานที่ยังคั่งค้างที่โชว์รูมต่อจนเสร็จเรียบร้อย สีหน้าท่าทางของเธอเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เช่นเดียวกับลูกชายของเธอ เด็กน้อยยังคงเล่นอยู่ในห้องสำหรับเด็กรอผู้เป็นแม่เลิกงานจะได้พากันกลับบ้าน จากเหตุการณ์ที่เพิ่งประสบมามนต์มีนาไม่ได้เก็บมาคิดหรือใส่ใจ เพราะเธอถือว่าไม่ได้คิดหรือทำอะไรอย่างที่มารดาของจวินกล่าวหา และที่สำคัญเธอไม่ได้หวังพึ่งอะไรจากครอบครัวของเขา ดังนั้นไม่ว่าครอบครัวของจวินจะรู้หรือไม่รู้เรื่องของมันเดย์หรือคุณหญิงจะตั้งแง่รังเกียจและมีอคติกับเธอเพียงใด มันก็ไม่มีผลกระทบอะไรกับเธอและลูก หญิงสาวจึงปล่อยผ่านไม่ได้เก็บมาคิดให้จิตใจต้องขุ่นมัว สิ่งที่เธอต้องคิดในตอนนี้คือเรื่องทำมาหากินเลี้ยงตัวเองกับลูกมากกว่าวันนี้เป็นการทำงานวันสุดท้ายของหญิงสาว ชวัลดนย์จึงชวนเธอกับลูกไปเลี้ยงส่งกันแบบส่วนตัวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าแล้วต่อด้วยไอศกรีมของโปรดของเด็กชายมนตรธร แม้ไม่อยากให้ผู้ร่วมงานคนอื่น ๆ นินทาส่งท้าย แต่มนต์มีนาไม่อยากให้เจ้านายผู้แสนดีต้องเสียน้ำใจจึงตอบรับคำชวนระหว่างรั
จวินแนบแก้มตัวเองกับลูกชาย บอกให้มันเดย์ยิ้ม ซึ่งเด็กน้อยก็ทำตามอย่างว่าง่าย มนต์มีนายืนมองการกระทำของชายหนุ่มโดยที่เธอไม่รู้จะเข้าไปขวางอย่างไร นี่คือแผนการที่จวินวางไว้ตั้งแต่ต้นสินะ แผนที่ให้เธอพาลูกมาพบกับพ่อแม่ของเขาคุณหญิงจริยากับเจ้าสัวบรรพตต่างพากันมองใบหน้าไร้เดียงสาของเด็กชายด้วยสีหน้าตกตะลึงอยู่ จวินจึงบอกให้ลูกสวัสดีท่านทั้งสอง“มันเดย์ครับ สวัสดีคุณปู่คุณย่าก่อนครับลูก”“คุณปู่คุณย่าคืออะไรคับ” หนูน้อยเอ่ยถาม จวินจึงยิ้มตอบ“คุณปู่คือคุณพ่อของพ่อ แล้วคุณย่าคือคุณแม่ของพ่อครับ”มันเดย์หันใบหน้ากลับไปมองมารดา หญิงสาวที่มองอยู่ด้วยสีหน้าไม่ดีนักจึงพยักหน้าให้“สวัสดีคับ”“โอ๊ย ฉันจะเป็นลม”“ทำใจดี ๆ คุณหญิง รับขวัญหลานก่อนเถอะ”“หลานที่ไหน แล้วไหนแม่ของเด็ก ผู้หญิงที่ปล่อยท้องเพื่อจับลูกน่ะ”คุณหญิงจริยาตวัดสายตาไปมองทางมนต์มีนาเมื่อความรู้สึกบางอย่างบอกมา จวินมองตามก่อนจะอุ้มลูกไปยืนเคียงข้างเธอ“นี่มี่ครับคุณแม่”มารดาของจวินถลึงตาดุมองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เหยียดปากพูดว่า“แม่นี่น่ะเหรอ...เซลส์ขายรถเนี่ยนะ”“คุณแม่ครับ มี่เป็นแม่ของลูกผมนะครับ”“ก็ใช่น่ะสิ ฉันถึ
เย็นวันนี้มุกกันยาแวะซื้อของมาทำสุกี้รับประทานกันที่ห้องกับมนต์มีนาและมันเดย์ หญิงสาวจึงบอกเรื่องที่เธอลาออกจากโชว์รูมให้เพื่อนฟัง รวมทั้งเรื่องที่ชญาพัฒน์มาอาละวาดถึงขนาดลงมือกับเธอด้วย“ตายแล้วมี่ ตบหน้าเลยเหรอ พวกผู้ดีนี่เวลาโกรธก็ไม่ต่างกันเลยเนอะ แล้วแบบนี้พี่ชายเขาว่าไง คงไม่ใช่เข้าข้างน้องสาวตัวเองหรอกนะ”มุกกันยาโมโหแทนเพื่อนที่ถูกทำร้ายร่างกาย“คุณโชแปงก็ขอโทษฉันแทนน้องสาวของเขานั่นแหละ แต่ก็ช่างเถอะ ลาออกมาดีแล้ว ฉันไม่อยากเป็นตัวปัญหาของใคร”“แล้วคุณจวินล่ะ เขาว่ายังไง”“ไม่รู้สิ แต่ไม่ว่าเขาจะคิดยังไงก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”“อืม แต่ดูแล้วคุณจวินน่าจะไม่หยุดเรื่องมันเดย์นะ เขามาเจอมันเดย์บ้างรึเปล่า”มนต์มีนาพยักหน้า ไม่ได้ปิดบัง “ก็มา ทั้งไปเจอที่โรงเรียนและมาดักเจอที่คอนโด”“โห ขนาดนี้เลยเหรอ แล้วแกจะทำไง”“ก็ไม่ทำไง ฉันไม่อยากพูดอะไรแล้ว ยิ่งห้ามก็เหมือนจะยิ่งยุล่ะมั้ง อยากทำอะไรก็ทำไป ฉันกับลูกก็มีชีวิตของเราปกติ”มุกกันยานิ่วหน้ามองเพื่อนที่ถอนหายใจ สีหน้าเหนื่อยหน่าย มนต์มีนาจึงตัดบทพูดไปเรื่องใหม่เลย “เออ เรื่องจะไปดูรถคงพักไว้ก่อนนะ ยังไม่อยากเสียเงินก้อนตอนนี้”“อืม
reviews