Share

ลงโทษ 2

Author: MOONY MAY
last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-31 16:28:51

“จากนี้ก็จะถึงบทลงโทษของเธอแล้ว อย่ามาร้องโวยวายให้หนวกหูล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเครียด ปิดประตูกระท่อม จากนั้นก็เหวี่ยงร่างบางจนหญิงสาวจนเสียหลักลงกับแคร่ไม้ที่เธอเกลียดนักหนา

 มธุรดาร้องไม่ออกเมื่อร่างสูงใหญ่กระโจนขึ้นคร่อมร่างของเธอ ปากกระด้างกดบดลงริมฝีปากเธอแรง ๆ เหมือนระบายความโกรธกรุ่น มือหนากระชากเสื้อจนขาดวิ่นไปทั้งตัว ไม่นานร่างงดงามก็เปลือยเปล่า รวมถึงร่างสูงใหญ่ที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามที่ตามมาติด ๆ พร้อมกับบทลงโทษหนักหน่วงจนเธอแทบขาดใจ 

พระจันทร์เสี้ยวเลยครึ่งของขอบฟ้า เสียงสะอื้นให้เบา ๆ ที่ดังอยู่ท่ามกลางความเงียบของยามค่ำคืนค่อย ๆ จางและเงียบไปในที่สุด

ยักษ์คาบบุหรี่ไว้ในปาก มือข้างขวากดเปิดฝาไฟแช็ก เมื่อประกายไฟลุกโชนก็ยกมันจ่อที่ปลายมวนบุหรี่ ชายหนุ่มสูดอัดนิโคตินเข้าเต็มปอด พ่นควันขาวมองผ่านม่านหมอกไปยังร่างเล็กที่นอนบนแคร่เตียงด้วยความครุ่นคิด

อนาคตงั้นเหรอ ? เสียงเย้ยหยันของคนบนเตียงในเหตุการณ์ก่อนนั้นยังดังก้องอยู่ในหู ชายหนุ่มยิ้มเย้ย เขาเองไม่เคยคิดถึงมัน เพราะคำนั้นมันดับมืดไปตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีก่อนแล้ว

กลิ่นควันไฟ และเสียงเคลื่อนไหวด้านนอกแม้ฟ้าจะยังไม่สว่างทำให้มธุรดารู้สึกตัว ความรู้สึกแรกคือปวดร้าวทั้งร่างกายจากบทลงโทษป่าเถื่อน

รับรู้ถึงร่างหนาหนักที่ทาบทับอยู่บนตัวเธอ ใบหน้างามเบี่ยงหนีหนวดเคราแข็ง ๆ ที่กดลงมาบนแก้มนุ่ม เรือนร่างเปลือยเปล่าถูกห่อหุ้มด้วยกายแกร่งแน่นไปทุกสัดส่วน ปราศจากอาภรณ์ไม่ต่างจากเธอ เสียงพูดคุยจากภายนอกดังแว่วอยู่ไม่ไกล มือบางพยายามผลักไสร่างหนาหนักออกให้พ้นตัว

“ปล่อย !”

“ขี้เซาจัง ปลุกตั้งนาน” เสียงห้าวกระซิบพร่า แตกต่างจากเสียงเครียดและบทลงโทษหนักหน่วงเมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา มือสากกอบกุมเต้าอวบอย่างแสดงความเป็นเจ้าของจนหญิงสาวตื่นเต็มตา สองขาเรียวถูกจับแยกออกอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน รับรู้ถึงการรุกรานที่สอดแทรกเข้ามาในกลางกายสาว ร่างหนาทิ้งตัวลงบนตัวเธอ มือใหญ่ตรึงใบหน้างามรับจูบดูดดื่มที่คล้ายกับสูบวิญญาณให้ออกจากร่าง มธุรดาไม่มีแรงแม้จะต้านทานอย่างที่คิดไว้ตั้งแต่แรก เล็บเจียนมนจิกลงบนกล้ามเนื้อตึงแน่นของต้นแขนชายหนุ่ม ในตอนที่อีกฝ่ายโจนจ้วงในจังหวะแรงเร็วขึ้น

มธุรดาเหมือนลอยอยู่บนท้องฟ้าที่พราวพร่างไปด้วยดวงดาวระยับ แข่งกับแสงสว่างที่ลอดผ่านเข้ามาในกระท่อมหลังน้อย ใบหน้ารกหนวดเคราหงายเงยสูดปากคล้ายเจ็บปวด พร้อมกับเพิ่มแรงตอกตรึง เตียงไม้ไผ่ลั่นเอี๊ยดเป็นจังหวะจนกลัวว่าจะหักลง ชายหนุ่มไม่ผ่อนลงเลยแม้แต่น้อย

มธุรดากัดปากจนเจ็บเพื่อสกัดกั้นเสียงน่าอายของตัวเองไว้ แต่แล้วเมื่อคลื่นความหฤหรรษ์พุ่งสูงแตกซ่านเสียงครางหวานใสก็กรีดร้องออกมาอย่างห้ามอยู่ ประสานกับเสียงคำรามแหบต่ำของชายหนุ่มเหนือร่าง  ทำให้กระท่อมหลังน้อยอบอวลร้อนฉ่า จนคนที่เดินผ่านไปมาและนั่งจับกลุ่มจิบกาแฟอยู่ไม่ไกลถึงกับหน้าดำหน้าแดงกันเป็นแถว

“พี่ยักษ์ล้างหน้าไก่แต่เช้าเลยมั้ง”

“อิจฉาชะมัด อยากมีเมียบ้าง”

“กูเองก็เพิ่งรู้ว่าพี่แกก็หื่นเหมือนกัน ปกติเห็นนิ่ง ๆ ไม่สนใจผู้หญิง”

“เมียสวยขนาดนั้น เป็นกูก็คงไม่ออกจากกระท่อมเหมือนกัน”

“สงสัยลงโทษที่หนีไปเมื่อวาน”

“ถึงไม่หนี ก็เห็นจับกินแทบทั้งวัน ตั้งแต่แม่นางไม้มาอยู่ที่นี่ กูยังไม่เคยเห็นพี่แกปล่อยออกจากกระท่อมให้พวกเรามองเป็นอาหารตาบ้างเลย”

“มึงยังไม่เลิกหวังอีกเหรอวะไอ้เชิด พี่ยักษ์เขาตะโกนกรอกหูมึงอยู่ทุกวันว่าไม่ให้ยุ่ง”

“ตอนนี้ยังเห่อ ยังหลง แต่มึงก็รู้นี่ว่าพี่ยักษ์ไม่เคยเอาชีวิตไปฝากไว้กับใคร โดยเฉพาะผู้หญิง นี่ก็คงฟันเล่น ๆ แก้เงี่ยนเท่านั้นแหละมั้ง”

“กูรู้ แต่ยังไงมึงก็ไม่ควรไปยุ่ง ถ้าพี่แกไม่อนุญาต”

“ไม่ต้องมาสอนกูหรอก กูรู้ดีว่าควรทำยังไง”

“เออ อย่าหาเรื่องเดือดร้อนมาให้พวกกูก็แล้วกัน”

ขณะที่ข้างนอกยังถกเถียงกัน ทว่าข้างในกระท่อมยังคงร้อนระอุด้วยบทรักร้อนแรง พระอาทิตย์แตะขอบฟ้าไปสักพักแล้ว แสงสว่างสาดส่องเข้ามาภายในกระท่อม จนเห็นถึงผิวขาวนวลเนียนแดงก่ำไปทั้งตัวของนักโทษสาวที่ถูกลงทัณฑ์สวาทมาตั้งแต่เมื่อคืน

ชายหนุ่มยกร่างบางนั่งบนตักแกร่งโดยไม่ถอดถอนตัวตนออก มองใบหน้าหวานซึ้งและริมฝีปากบวมเบ่งแดงสดก็อดไม่ได้ที่จะทาบปากร้อนของตนประกบปิดอีกครั้ง มือสากลูบไหล่หลังบอบบาง โอบประคองร่างน้อยอย่างแสนรักใคร่

มือแกร่งข้างหนึ่งค่อย ๆ ไล่ลงมาประคองสะโพกอวบให้ขยับสวนขึ้นลงรับกับการส่งตัวตนชายเข้าสู่กายสาวอย่างเป็นจังหวะ ส่วนอีกข้างเฝ้าเคล้าคลึงเต้าอวบอย่างมันมือ บางครั้งใบหน้ารกก็ก้มลงซุกไซ้ไล้เลียอยู่บนยอดปลายถันสีชมพูราวกับลูกเชอร์รี่ มือบางสอดเข้ากลุ่มผมดกดำของเจ้าของที่กำลังดูดเม้มอยู่กับอกอวบของเธออย่างเมามัน

มธุรดาแทบไม่อยากมองหน้ารก ๆ ที่ยกยิ้มด้วยความพอใจในตอนที่เธอทำตามทุกคำสั่งแหบห้าวข้างหูนั้น ไม่ว่าเขาจะสั่งให้ทำอะไร เธอก็เหมือนถูกสะกดและทำตามอย่างไม่มีเกี่ยงงอน จนกระทั่งต่างคนต่างถึงฝั่งฝันไปพร้อมกันหลายต่อหลายครั้ง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ไม่อยากได้ผัวเป็นโจรเถื่อน   เมียนายสวยจัง 2

    “ทุกคนเงียบ แล้วฟังฉัน” เสียงเข้มเด็ดเดี่ยวแทรกเข้ามา ทั่วทั้งบริเวณเงียบทันทีราวปิดสวิตช์ ไม่มีใครกล้าพูดแทรกนายใหญ่ที่ถูกคนภายนอกขนานนามว่าเป็นผู้นำกองโจร“เรื่องแรก หยุดวิพากษ์วิจารณ์หรือออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นอัญชันหรือใครก็ตาม ถ้าได้ยินถึงหูฉันอีก ฉันคงต้องจัดการอย่างเด็ดขาด”“ต่อมา ขอให้พวกเราสามัคคีกัน ถึงใครจะตราหน้าว่าพวกเราเป็นหมู่บ้านโจร หากินกับความเดือดร้อนของคนอื่น แต่ทุกคนคงรู้ดีอยู่แล้วว่าที่เรามาอยู่รวมกันเพราะอะไร ฉะนั้นอย่าทิ้งอุดมการณ์ของตัวเองและรักษากฎของหมูบ้านอย่างเคร่งครัด”“และสำคัญที่สุด ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เข้าใจไหม ?”“เข้าใจครับ / ค่ะ นาย”“ดี จากนี้ก็แยกย้าย ใครมีงานอะไรก็ไปทำ” สิ้นเสียงดุดันของคนเป็นใหญ่ที่สุดของหมู่บ้าน ทุกคนก็แยกย้ายกัน คนที่ยังทานอาหารไม่อิ่มก็อยู่ต่อ ส่วนใครที่จัดการตัวเองเรียบร้อยก็ค่อย ๆ ทยอยแยกกันไปตามที่คนเป็นหัวหน้าเพิ่งป่าวประกาศมธุรดาถูกพาไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่เก่า ๆ ตัวหนึ่ง คนมาส่งหายไปชั่วครู่แล้วกลับมาพร้อมกับข้าวสวยราดหน้าด้วยไข่เจียวและผัดผักรวมสำหรับเธอ ส่วนของเขาเป็น

  • ไม่อยากได้ผัวเป็นโจรเถื่อน   เมียนายสวยจัง 1

    มธุรดารีบกระชากผ้าห่มผืนบางที่ตกอยู่ข้างแคร่ขึ้นห่มปิดบังร่างกายทันทีที่ร่างหนาผละออกจากตัวเธอ หญิงสาวนอนหันหลังตะแคงเข้าข้างฝา ไม่อยากเห็นหน้าคนใจร้ายที่รังแกเธอ ตั้งแต่บ่ายของเมื่อวานจนถึงตอนนี้ นอกจากนี้ยังเจ็บใจตัวเองที่ไม่สามารถหนีออกจากรังโจรเถื่อนนี้ไปได้“ลุกได้แล้ว จะพาไปกินข้าว”“ฉันไม่หิว”“ไม่หิว ?”“คุณจะไปไหนก็ไป ขอร้องล่ะ เลิกยุ่งกับฉันสักที”“ได้ แต่ถ้าเธอไม่กินข้าว ฉันจะกินเธอต่อ” เท่านั้นเองมธุรดาถึงกับดีดตัวลุกจากที่นอนอย่างรวดเร็ว ดวงตาหวานขุ่นขวางมองคนหน้าเถื่อนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ กระชากเสียงตอบตามความกรุ่นโกรธในอารมณ์“ก็ได้ กินก็กิน คุณถอยไปสิ ฉันจะแต่งตัว”“แต่งไปสิ จะอายอะไร เห็นหมดแล้ว ไฝฝ้ามีตรงไหนบ้าง ฉันจำได้หมดแหละ” ยักษ์ยักไหล่ ทำหน้าล้อเลียนทั้งที่รู้ว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของหญิงสาวงดงามไร้ไฝฝ้าราศี จนหญิงสาวหน้าแดงไปหมด ไม่ใช่อาย แต่โมโหที่ไม่เคยสู้อะไรชายหนุ่มได้เลย“คนบ้า ลามก”“เอานี่ เสื้อกับผ้าถุง”“ไม่มีแขนสั้นเหรอ ร้อนจะตาย”“ไม่มี ใส่ ๆ ไปเถอะ อย่าเรื่องมาก ก่อนที่ฉันจะไม่ให้เธอใส่” หญิงสาวค้อนหน้าคว่ำเป็นคำตอบ กระแทกกระทั้นใส่เสื้อผ้าอย่างไม

  • ไม่อยากได้ผัวเป็นโจรเถื่อน   ลงโทษ 2

    “จากนี้ก็จะถึงบทลงโทษของเธอแล้ว อย่ามาร้องโวยวายให้หนวกหูล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเครียด ปิดประตูกระท่อม จากนั้นก็เหวี่ยงร่างบางจนหญิงสาวจนเสียหลักลงกับแคร่ไม้ที่เธอเกลียดนักหนา มธุรดาร้องไม่ออกเมื่อร่างสูงใหญ่กระโจนขึ้นคร่อมร่างของเธอ ปากกระด้างกดบดลงริมฝีปากเธอแรง ๆ เหมือนระบายความโกรธกรุ่น มือหนากระชากเสื้อจนขาดวิ่นไปทั้งตัว ไม่นานร่างงดงามก็เปลือยเปล่า รวมถึงร่างสูงใหญ่ที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามที่ตามมาติด ๆ พร้อมกับบทลงโทษหนักหน่วงจนเธอแทบขาดใจ พระจันทร์เสี้ยวเลยครึ่งของขอบฟ้า เสียงสะอื้นให้เบา ๆ ที่ดังอยู่ท่ามกลางความเงียบของยามค่ำคืนค่อย ๆ จางและเงียบไปในที่สุดยักษ์คาบบุหรี่ไว้ในปาก มือข้างขวากดเปิดฝาไฟแช็ก เมื่อประกายไฟลุกโชนก็ยกมันจ่อที่ปลายมวนบุหรี่ ชายหนุ่มสูดอัดนิโคตินเข้าเต็มปอด พ่นควันขาวมองผ่านม่านหมอกไปยังร่างเล็กที่นอนบนแคร่เตียงด้วยความครุ่นคิดอนาคตงั้นเหรอ ? เสียงเย้ยหยันของคนบนเตียงในเหตุการณ์ก่อนนั้นยังดังก้องอยู่ในหู ชายหนุ่มยิ้มเย้ย เขาเองไม่เคยคิดถึงมัน เพราะคำนั้นมันดับมืดไปตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีก่อนแล้วกลิ่นควันไฟ และเสียงเคลื่อนไหวด้านนอกแม้ฟ้าจะยังไม่สว่างทำให้

  • ไม่อยากได้ผัวเป็นโจรเถื่อน   ลงโทษ 1

    ชายหนุ่มเพิ่มแรงกดหญิงสาวจนหลังบอบบางจมไปกับหญ้ารกเรื้อ มธุรดาออกแรงดิ้นแต่ไม่สามารถสู้อีกฝ่ายได้ ปลายคางมนถูกมือแข็งบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บ และเจ็บยิ่งกว่าตอนที่ริมฝีปากกระด้างกระแทกลงมาแตกต่างจากทุกครั้งจนเธอร้องไม่ออก ยอมเปิดปากให้อีกฝ่ายแทรกเรียวลิ้นเข้ามาในโพรงปาก พร้อมกับผ่อนร่างของตัวเองลงบนหญ้านุ่มเมื่อไม่สามารถดิ้นรนให้หลุดจากแรงกอดรัดรุนแรงนั้นได้กระดุมหลุดจากรังเป็นแถบด้วยแรงกระชาก ผิวขาวนวลเนียนที่เคยสัมผัสมานับครั้งไม่ถ้วนปรากฏในสายตา ความกรุ่นโกรธแม้จะค่อยจางลง ทว่าก็ยังหลงเหลืออยู่ จนเผลอลงน้ำหนักการลงโทษรุนแรงตามความขุ่นมัวในอารมณ์ในเมื่อเขามันก็เป็นไอ้โจรเถื่อนในสายตาของหญิงสาวอยู่แล้ว จะปลอบประโลมเอาใจไปทำไมกัน ? “หนูผิดไปแล้วค่ะนาย” เวียงพิงค์นั่งคุกเข่าก้มหน้า สะอื้นไห้น้ำตานองอยู่กับลานดินหน้ากระท่อม ใบหน้าดุดันของคนเป็นนายคลายความตึงเครียดลงกว่าตอนแรกที่รู้ว่ามธุรดาหนีออกจากหมู่บ้านไป“หนูเพลียเลยเผลอหลับไป ไม่คิดว่านายหญิงจะ เอ่อ ...”“จะหนี ?” เสียงเข้ม ๆ ต่อให้ เด็กสาวพยักหน้า ไม่กล้าเงยสบตาคนเป็นนาย ที่สำคัญไม่เคยคิดว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ บอบบางจะกล้าบ้าบิ่นถึงขั

  • ไม่อยากได้ผัวเป็นโจรเถื่อน   ทางเดียวที่จะรอด คือต้องหนี

    “กรี๊ด ! ไม่ ปล่อยฉันนะ” ร่างใหญ่เบียดชิดขึ้นมาตรึงเหนือร่างบางอย่างเป็นต่อ มธุรดาดิ้นรนผลักไสร่างหนาหนักที่ตามลงมา มือบางยกตบสะเปะสะปะไปตามร่างกายของชายหนุ่มที่ทาบทับลงมา เพียงไม่นานกลับโดนรวบด้วยมือแกร่งเพียงข้างเดียว“ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ปล่อยฉันไปเถอะนะ” หญิงสาวหยุดดิ้น แววตารื้นน้ำมองอ้อนวอนขอความเห็นใจ ทว่าดวงดุดันและใบหน้าแข็งกร้าวกลับส่ายแทนคำตอบ“คุณมันป่าเถื่อน ทำไมต้องบังคับจิตใจ บังคับความรู้สึกกันด้วย ฉันบอกแล้วไงบอกว่าไม่อยากอยู่ที่นี่”“ฉันเองก็เคยบอกเธอแล้วเหมือนกันว่าเธอต้องอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะอยากหรือไม่อยาก เธอก็ไม่มีสิทธิ์เลือก”“คุณไม่ใช่เจ้าชีวิตฉัน แล้วฉันก็จะไม่มีวันยอมเอาชีวิตมาจมปลักอยู่ในรังโจรเถื่อน ๆ ไร้อนาคตอย่างนี้หรอก”“ไร้อนาคต ?” ชายหนุ่มเว้นจังหวะชั่วครู่ จากนั้นก็เอ่ยเสียงเรียบเย็น“อนาคตที่ถูกน้องสาวแย่งแฟนที่กำลังจะแต่งงานกันในไม่กี่เดือน พร้อมกับบ้านที่ถูกคนอื่นชุบมือเปิบยึดไปน่ะเหรอ เธออยากกลับไปอยู่ตรงนั้น ?” ชายหนุ่มตอกย้ำจุดบอดในชีวิตของเธอ หญิงสาวน้ำตาซึมฝืนกล้ำกลืนความเจ็บปวด โต้กลับทันควัน แม้สงสัยว่าชายหนุ่มรู้เรื่องนี้ได้ยังไง แต่ความโกร

  • ไม่อยากได้ผัวเป็นโจรเถื่อน   ทางเดียวที่จะรอด คือต้องหนี 2

    มธุรดาไม่รู้ว่าเป็นเวลากี่ทุ่มกี่ยาม หลังจากอดทนรออย่างใจเย็น เธอก็ค่อย ๆ ตะแคงหันกลับไปมองร่างเล็กบนพื้น จากนั้นก็ขยับตัวลุกจากแคร่อย่างเงียบเชียบ จรดปลายเท้าเรียวลงสัมผัสพื้น ชะโงกมองร่างตะคุ่มที่ยังหายใจสม่ำเสมอลึก ๆ นั้นอีกครั้งก็วางใจเด็กสาวน่าจะหลับไปแล้ว มธุรดาค่อย ๆ ย่องตรงไปที่ประตูกระท่อม แง้มเปิดช้า ๆ ไม่ให้เกิดเสียง ใจเต้นรัวกระหน่ำแรงจนมือไม้สั่น แต่เมื่อนึกถึงอิสระที่รออยู่ตรงหน้า จึงสูดอากาศเข้าปอดลึก ๆ เรียกความเชื่อมั่นของตัวเองกลับมาอีกครั้งบานประตูค่อย ๆ เปิดกว้างจนลมจากภายนอกกรูเข้าปะทะร่างสัมผัสความเย็นจนสั่นไหว แต่ไม่เท่าความร้อนรุ่มจากภายในจิตใจในที่สุดเธอก็ก้าวออกมาจากกระท่อมได้สำเร็จ หลังจากนั้นสมองก็สั่งการให้เธอออกวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปตามเส้นทางที่มองสำรวจไว้ตั้งแต่เมื่อตอนกลางวัน ถ้าเธอเลาะลำธารที่ไหลมาจากน้ำตกไปเรื่อย ๆ ต้องออกจากที่นี่ได้อย่างแน่นอน มธุรดาไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ร่างบางเดินบ้างวิ่งบ้างไปบนทางขรุขระทั้งจากโขดหินและต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นแน่นอยู่สองข้างของลำธาร ใบหน้างามแหงนมองพระจันทร์ที่ค่อย ๆ เคลื่อนลงต่ำก็รู้ว่าเธอมีเวลาไม่มากจึงรีบ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status