Share

บทที่ 8 (04)

last update publish date: 2026-04-08 18:54:01

“ไม่เป็นไรนะคะ แพรอยู่ตรงนี้แล้ว” แพรไหมพยายามปลุกปลอบแล้วมองใบหน้าที่บวมช้ำของคนเป็นป้า “ป้าต้องไปแจ้งความค่ะ ห้ามยอมอีกเด็ดขาด”

          “แจ้งความเลยหรือลูก” พรรณรวีถามด้วยน้ำเสียงลังเลใจ แล้วขบปากอย่างกังวล

          “ค่ะ” แพรไหมตอบเสียงชัดเจน จะปล่อยไว้ทำไมในเมื่อทำร้ายกันถึงเพียงนี้

          “ป้าขอคิดดูก่อนได้ไหม แต่วันนี้แพรอยู่เป็นเพื่อนป้าหน่อยนะ ป้ากลัว” พรรณรวีอยากขอเวลาทบทวนสักเล็กน้อย แล้วทำหน้าจืดเจื่อนยิ่งกว่าเดิม

          “แพรจะอยู่ก็ต่อเมื่อป้ารับปากว่าจะเลิกทำให้ตัวเองต้องเจ็บอีก” แพรไหมคิดว่าเธอต้องยื่นคำขาดได้แล้ว

          “แพร…” พรรณรวีขบเม้มปาก ไม่ใช่ว่าไม่เคยคิดถึงการเลิกรา แต่เธอไม่เคยทำใจเลิกได้จริงๆ เลยสักครั้ง เพราะมักคิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาตอนมั่งมีสามีก็ดูแลเธอดี เอาอกเอาใจเป็นที่หนึ่ง

          แพรไหมนิ่ง ไม่คิดใจอ่อน แล้วพยายามบอกให้ตนเข้มแข็งและยืนให้ไหว ทั้งที่เวลานี้เหนื่อยล้าจนอยากจะล้มลงแค่ไหนก็ตาม

          “ก็ได้ลูก แต่ป้าขอเป็นหลังจากป้าออกจากโรงพยาบาลนะ” พรรณรวีส่งสายตาไปต่อรองกับหลานสาว

          “ค่ะ” 

          แพรไหมพยักหน้า ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ หวังใจว่าหลังจากนี้พรรณรวีจะไม่บิดพลิ้ว แล้วลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงเพื่ออยู่ดูแลคนเจ็บ หลายจังหวะก็คิดไปถึงคนที่ทำให้ใจเจ็บ จึงผ่อนลมหายใจยืดยาวออกมา ก่อนจะต้องกลับไปโฟกัสคนเป็นป้าที่ท่านกำลังมองมาเพราะนอนไม่หลับจากอาการหวาดกลัว        

         

          “จะดีหรือยัยแพร” พรรณรวีถามอย่างลังเลในช่วงบ่ายวันถัดมา หลังเอ่ยปากบอกสิ่งที่ตัดสินใจเรื่องบ้านกับหลานสาว

          บ้านที่เธอจะปล่อยให้ถูกยึดไป หลังสามีจะเอานังเมียน้อยเข้ามาอยู่ด้วย พวกมันจะได้ไม่มีที่ซุกหัวนอน ส่วนเธอตั้งใจจะไปเช่าบ้านหลังเล็กๆ อยู่ตามลำพัง

          “ดีสิคะ ย้ายกลับมาอยู่บ้านเราดีแล้วค่ะ”

          แพรไหมคิดว่าคงดีกว่าหากคนเป็นป้ามาอยู่ที่บ้านของเธอ และก่อนหน้านี้เธอได้เข้าไปขอเจรจากับเจ้าหนี้ที่สามีของคนเป็นป้าเอาบ้านไปจำนองไว้แล้ว ฝ่ายนั้นใจดีให้ผัดผ่อนเป็นงวดๆ แต่งวดแรกต้องจ่ายเป็นเงินก้อนใหญ่หลักแสน หากหมดปัญหาเรื่องนี้ไป เธอก็จะมีเงินไปจ่ายค่าฉีกสัญญาได้เร็วขึ้น

          “แต่ว่า...เขาจะว่าอะไรหรือเปล่า” พรรณรวีกลัวว่าจะไปทำให้คนของหลานไม่พอใจ ที่ผ่านมาเธอเคยเจอหน้าเขาเพียงแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้น

          “อีกไม่นานแพรก็จะได้บ้านคืนมาแล้วค่ะ ป้าไม่ต้องห่วง” หญิงสาวเอ่ยบอก

          “เอางั้นก็ได้ลูก” พรรณรวีว่าตามกัน

          “งั้นเดี๋ยวแพรกลับไปทำความสะอาดห้องให้ค่ะ แล้วพรุ่งนี้ตอนบ่ายๆ จะมารับกลับ” ในวันพรุ่งนี้จะเข้ามารับคนเป็นป้าไปแจ้งความและกลับห้องพร้อมกัน

          พรรณรวีว่าตามนั้น เวลานี้สภาพจิตใจเธอดีขึ้นมาบ้างแล้ว “งั้นแพรไปเถอะลูก ป้าโอเคขึ้นแล้ว”

          “ถ้ามีอะไรโทร.หาแพรนะคะ” แพรไหมพนมมือขึ้นร่ำลา แล้วเดินออกจากห้องตรงไปยังลานจอดรถ เพื่อขับรถคันเก่ากลับไปยังห้องพัก แต่ระหว่างทางนั้นก็ต้องผ่านบ้าน จึงตั้งใจจะแวะไปดูความเรียบร้อยเสียหน่อย   

          ทว่าเมื่อไปถึงยังไม่ทันจะได้เข้าไปด้านในบ้าน เจ้าของร่างเพรียวระหงก็ต้องหยุดเท้าจากเสียงเรียก

          “หนูแพร”

          “คะป้ามี” แพรไหมยิ้มให้กับป้าบุญมี เพื่อนบ้านเก่าแก่ที่กำลังยื่นหน้าข้ามรั้วมามองเธอตาวาว

          “วันนี้มาทำอะไรลูก” บุญมีแสดงความอยากรู้

          “แพรแวะเข้ามาดูบ้านค่ะ ขอโทษนะคะวันนี้แพรไม่ได้ซื้อขนมมาฝากเลย” แพรไหมตอบไปตามมารยาทและไม่อยากสร้างศัตรู อย่างน้อยป้าบุญมีก็คอยช่วยเป็นหูเป็นตาให้เสมอมา

          “ไม่เป็นไรลูก ว่าแต่ขายบ้านได้เท่าไร” บุญมีถามเสียงเข้ม เพราะใคร่รู้ถึงจำนวนตัวเลข

          “ขายบ้าน? แพรไม่ได้จะขายบ้านนะคะ” แพรไหมส่ายหน้า ไม่รู้ว่าป้าบุญมีไปเอาข่าวมั่วมาจากไหน

          “แหม อย่ามาปิดป้าเลย ป้ารู้หมดแล้ว ไม่ต้องอายหรอกลูก เมื่อไม่กี่วันก่อนป้าเจอกับเจ้าของใหม่แล้ว ได้พูดกันนิดหน่อย” บุญมียกมือขึ้นโบก คิดว่าแพรไหมคงจะอายที่สุดท้ายก็ต้องขายบ้านจริงๆ หลังพยายามยื้อมานาน

          “เจ้าของใหม่หรือคะ” แพรไหมเริ่มงงเป็นไก่ตาแตก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (03)

    ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิดามารดาจับใจ พลันกอดตัวเองแน่นกว่าเดิม เพราะรู้สึกเหน็บหนาว แล้วคิดหาวิธีทำให้ตัวเองหายไปจากความเจ็บปวดนี้ แพรไหมนิ่งไปหลายนาทีกว่าจะค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าลุกไปอาบน้ำ หลังคิดวิธีออกแล้ว หลังจากแต่งตัวง่ายๆ เสร็จก็ตรงไปที่รถของตัวเอง แล้วขับตรงไปยังสถานที่หนึ่ง ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา รถเคลื่อนที่ไปได้ราวครึ่งชั่วโมงก็หยุดสนิท เท้าเรียวเล็กก้าวลงไปยืนอยู่หน้าของสิ่งหนึ่งที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ “ไปยืนมองจ้องอะไรกันวะ...” ขณะในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ห่างไปคนหลังพวงมาลัยเกิดคำถาม หัวคิ้วขมวดยุ่ง โดยเขาขับตามมาตั้งแต่บ้านของหญิงสาวแล้ว มือเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองจะมีน้ำมูก แต่สายตายังมองตรงไปยังเจ้าของร่างระหง

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (02)

    “ฮือ” แพรไหมร้องไห้โฮออกมา อีกไม่ถึงสิบก้าวก็จะถึงป้ายรถเมล์โดยสารแล้ว แต่เธอพาตัวเองไปไม่ถึง เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าลงกับเข่าของตัวเอง คุดคู้อยู่กลางสายฝน ฟังเสียงฝนสลับกับเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา ความรู้สึกตอนนี้ไม่มีอะไรมาบรรยายได้ ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมา หลังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นบุหรี่ลอยมาเตะจมูก คล้ายมีคนยืนสูบอยู่ใกล้ๆ เมื่อไล่สายตาไปมองก็พบกับคนคนหนึ่ง คนที่ตั้งคำถามกับเธอ “ให้ช่วยอีกปะ” ใครคนนั้นไม่พ้นฉัตรฐาที่กำลังอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นควันออกมา ดวงหน้าคมคายก้มลงมองลูกนกที่ถูกฝนกระหน่ำ จนปีกน่าจะบินไม่ไหวอีกต่อไป “ไปให้ไกล เหม็นบุหรี่” แพรไหมเค้นเสียงบอก แค่เรื่องที่เจอวันนี้เธอก็เหนื่อยจนอยากหยุดหายใจแล้ว ฉัตรฐายังมารังควานกันอีก แล้วไม่รู้ว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่มายืนสูบบุหรี่กลางสายฝน ฉัตรฐาบิดปากใส่ ยังคงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แพรไหม ก่อนเสียงฟ้าจะคำรามก้องทำให้ทั้งเขาและหญิงสาวสะดุ้งโหยง แพรไหมก้มหน้าลง เพราะเธอไม่มีแรงจะขยับตัวลุก หากนอนลงได้คงทำไปแล้ว พลันเงยหน

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13

    บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้เลยค่ะ” แพรไหมมองตรงไปยังศิวัฒน์ “พี่แพร” พิพรรษพรสวมกอดพี่สาวแน่น โล่งใจไปได้มาก ส่วนพรรณรวีถอนหายใจยาว ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีกลับถูกผลักให้ตกจากสวรรค์ชั้นฟ้า “แต่พิ้งค์ต้องขายตัวเอง” แพรไหมพูดให้ครบใจความ แล้วสะบัดตัวให้น้องสาวคลายอ้อมกอดออก ดวงตาแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน “พี่แพร” พิพรรษพรหน้าชา เมื่อพี่สาวจะให้เธอทำสิ่งที่น่าขยะแขยง “ทำไม ขายไม่ได้เหรอ” แพรไหมตั้งคำถามเสียงหยัน เธอเจ็บไปทั้งใจจนมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว โชคดีที่มันยังเต้นได้อยู่ “พิ้งค์จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทำพิ้งค์จะเอาหน้าไปไว้ไหน” พิพรรษพรตาลุกวาวและเริ่มโวยวายดังลั่น “ก็เอาไว้บนคอเหมือนเดิม แต่ต้องเอาตัวไปอยู่บนเตียงของคนอื่น” แพรไหมพูดอย่างหมดเยื่อใย ไม่มี

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (06)

    “เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน “ไม่อะ แต่คงฆ่าทิ้งไปแล้ว” มัฆวานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนอย่างทิ้งนัยสำคัญ ฉัตรฐาทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปสนใจกับลูกค้ารายใหญ่อย่างทีเจที่เดินตรงเข้ามาหา ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอาหารชื่อดังเพื่อพูดคุยงานกัน ด้านพิพรรษพรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารก็ได้บอกชื่อที่จองไว้กับพนักงาน จากนั้นก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวซึ่งจัดโต๊ะไว้รองรับสำหรับสี่ที่ แพรไหมมองไปรอบๆ แล้วหันไปมองน้องสาวกับคนเป็นป้า “แพรดีใจนะคะที่พวกเราได้มากินข้าวด้วยกัน” แม้ทุกอย่างอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี “พี่แพรสั่งได้เต็มที่เลยนะคะ” พิพรรษพรบอกอย่างเอาใจ “ได้เลยจ้ะ” แพร

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (05)

    “ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้ว” แพรไหมเงียบไปก่อนครางตอบ ในเมื่อน้องสาวรู้สึกผิดแล้วเธอก็ไม่อยากตั้งแง่ ตอนนี้น้องสาวคงจะมองเห็นถึงสิ่งที่เธอพยายามทำให้มาตลอดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะคะ พิ้งค์จะชวนคุณป้าไปด้วย” พิพรรษพรเอ่ยปากชวน “ได้สิ” เธอไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็พี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องการเงินของคนเป็นป้า เธอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว “ไว้พิ้งค์ไปรับนะ แต่งตัวสวยๆ นะ พิ้งค์อยากไปกินอาหารที่โรงแรม” พิพรรษพรดีใจที่พี่สาวตกลง เธอจะรับหน้าที่ในการจองโต๊ะเอง “ได้เลย พี่จะรอนะ” แพรไหมมีดวงตาที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องบ้านเธอยังจะไปตามนัด เพราะบ้านหลังนี้อย่างไรก็ต้องเป็นของน้องสาว เธอเองก็ควรมีที่ที่เป็นของตัวเอง แล้วเวลาที่แพรไหมเฝ้ารอ

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (04)

    “อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาทำไปเพื่ออะไร ฉัตรฐาไหวไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งตอบคำถาม “อ้อ หรือว่าอยากจะทำบุญให้คนที่ตายไป เผื่อความละอายในใจจะลดลงบ้าง แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่สุดท้ายก็ได้ผล เธอคนนั้นให้อภัยเรื่องพี่ชายที่จมน้ำตายได้แล้ว ทำบุญวัดนี้ได้สมดังใจหวังจริงๆ” แพรไหมคาดเดาเองเมื่อไม่ได้คำตอบ “แพรไหม” ฉัตรฐาตาลุกวาวเมื่อแพรไหมกำลังล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเธอไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องของเขา หญิงสาวไหวไหล่บ้าง ทำไมเธอต้องยอม ในเมื่ออย่างไรเขาก็ตามรังแกกันอยู่ดี ยิ่งยอมอ่อนฉัตรฐาจะยิ่งได้ใจ คิดแล้วแพรไหมก็เดินเชิดหน้าอย่างถือดีผ่านหน้าคนชังไป ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีกแล้ว ทว่าจังหวะนั้นร่างบางกลับเซถอยห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status