Masuk3
น้องสาวต่างบิดาผู้อ่อนหวาน
ที่แท้การเป็นคุณหนูมีคนมาปรนนิบัติเอาใจมันช่างแสนสุขสบายเช่นนี้ ถูกบิดามองเป็นสมบัติล้ำค่า พี่ชายเอาอกเอาใจอยากได้สิ่งใด เขาก็รีบสรรหามาให้โดยไม่โต้แย้ง ชีวิตเช่นนี้ใครจะอยากเสียไปเล่า
“คุณหนู บ่าวได้ยินว่าคุณชายเซี่ยและหานกั๋วกงซื่อจื่อนำคนขึ้นเขาเข้าป่าบุกทลายค่ายโจร ทั้งจับเป็นและจับตายเจ้าค่ะ” ผิงฟางที่เพิ่งกลับมาจากไปซื้อขนมให้นางบอกกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตกใจ
หลังจากออกจากป่าในวันนั้นนางก็เอาแต่กินและนอนไม่ทำสิ่งใดหรือออกไปที่ใด หากอยากกินสิ่งใดก็เพียงสั่งสาวใช้ให้ออกไปซื้อมา
“ก็ดีแล้ว คนที่เดินทางเข้าออกเมืองหลวงจะได้ปลอดภัย”
“คุณชายรองเซี่ยและหานกั๋วกงซื่อจื่อช่างเก่งกาจสมเป็นบุรุษที่เหล่าคุณหนูในเมืองหลวงชื่นชอบนะเจ้าคะ”
“อืม...ประเดี๋ยวนะ เจ้าบอกคุณชายรองเซี่ยกับหานกั๋วกงซื่อจื่อหรือที่ไปทลายค่ายโจร”
“เจ้าค่ะ”
“คุณชายรองเซี่ยที่เจ้าว่า คงไม่ใช่เซี่ยหงหมิงบุตรชายคนเล็กของเซี่ยชินอ๋องใช่หรือไม่”
“คุณหนู! ในเมืองหลวงจะมีใครกล้าใช้แซ่เซี่ยนอกจากเชื้อพระวงศ์เจ้าคะ”
“เช่นนั้น...” จางซีถิงพูดได้เพียงเท่านี้ก็ต้องขนลุกชันเมื่อคิดว่าคนแซ่หานในเมืองหลวงมีมากมายใครจะคิดเล่าว่าแท้จริงบุรุษที่นั่งรถม้ามาด้วยกันคือหานเฉิงเคอ สหายคนสนิทของเซี่ยหงหมิงพระเอกของเรื่องนั้น
‘มิน่าเล่า เขาถึงได้เย่อหยิ่งและหลงตัวเอง’ เพราะถูกผู้คนกล่าวขานว่าเป็นบุรุษรูปงามที่ถูกเหล่าสตรีทั่วแผ่นดินหมายปองนี่เอง
‘หวังว่าเขาจะเห็นถึงความดีความชอบที่ข้าเฝ้าดูแลเขาในตอนนั้น’ เพราะร่างนี้ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเซี่ยหงหมิงและสหาย ไหนเลยนางจะรู้จักหน้าค่าตาเขา
‘คุณหนูขอรับ นายท่านให้กระหม่อมมาเชิญคุณหนูไปพบขอรับ’
“ไปเปิดประตูให้ท่านลุงพ่อบ้านเถิด” นางกล่าวกับสาวใช้
“เจ้าค่ะคุณหนู” ผิงฟางรับคำก่อนจะลุกไปเปิดประตูให้ท่านลุงพ่อบ้านเข้ามา
“ท่านพ่อเรียกหาข้ามีเรื่องใดหรือ”
“เอ่อ...คือว่า”
“รีบกล่าวมาเถิด”
“จู่ ๆ ก็มีแม่นางน้อยผู้หนึ่งมาขอพบนายท่านพร้อมกับมอบจดหมายให้แล้วกล่าวว่าตนคือคุณหนูกู้ซินอี้ น้องสาวร่วมมารดาของคุณชายใหญ่และคุณหนูขอรับ”
‘ในที่สุดก็มาแล้ว’ นางเอกผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ อ่อนหวานอ่อนโยนจิตใจดีงามแต่ทว่ากลับฉกฉวยโอกาสทำลายตระกูลจางเพื่อให้บิดาได้ครองตำแหน่งเจ้ากรมขุนนางแทนโดยมีคุณชายเซี่ยบุตรชายของชินอ๋องให้การช่วยเหลือ
หึ! ในเมื่อนิยายเรื่องนี้พระเอกนางเอกไร้ความดีงาม นางจะเป็นคนดีไปด้วยเหตุใด ลูกรักของนักเขียนแล้วอย่างไร หากคิดจะมาทำลายชีวิตที่สุขสบายของนาง นางจะตอบโต้กลับ
“อืม ข้าจะออกไปพบท่านพ่อ”
“ขอรับคุณหนู” ท่านพ่อบ้านรับคำก่อนจะออกจากเรือนของคุณหนูไป
“คุณหนู ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ” ผิงฟางที่ถูกซื้อตัวมาเป็นสาวใช้ของคุณหนูตั้งแต่ยังเล็ก ทราบดีว่าเรื่องของมารดามีผลต่อจิตใจของคุณหนูเช่นไร
“ยามนี้ข้ามีทั้งบิดากับพี่ชายที่รักและทะนุถนอมข้า เหตุใดข้าต้องใส่ใจคนนอกด้วย” ขอโทษนะ! จางซีถิงตัวน้อยผู้นั้นไม่ใช่นาง ดังนั้นนางก็ไม่จำเป็นต้องไว้ไมตรี
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ่าวจะปกป้องคุณหนูเองเจ้าค่ะ”
“ขอบคุณ เช่นนั้นมาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ให้ข้าเถิด จะไปพบน้องสาวต่างบิดาข้าจะแต่งตัวธรรมดาได้อย่างไร”
หลังจากนั้นอาภรณ์เนื้อดีและเครื่องประดับล้ำค่าก็ย้ายมาอยู่บนตัวของคุณหนูเพียงคนเดียวของตระกูลจาง ก่อนที่สาวใช้คนสนิทจะทำหน้าที่ประคองคุณหนูไปพบนายท่านที่โถงกลาง
นัยน์ตาเมล็ดซิ่งกวาดมองบิดาที่มีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย ส่วนแม่นางน้อยอีกคนก็นั่งอยู่ด้านข้าง ดวงหน้าหวานของสตรีวัยสิบสี่หนาวแสดงออกถึงความใสซื่อบริสุทธิ์ต่างจากดวงตาที่มีความไม่พอใจพาดผ่านบางเบา
“ท่านพ่อ ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ” จางซีถิงกล่าวก่อนจะทรุดกายลงนั่งที่เก้าอี้ด้านข้างบิดา โดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับ
เพราะเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว นอกจากจะถูกทะนุถนอมราวกับไข่มุกกลางฝ่ามือแล้ว ขนบธรรมเนียมใด ๆ เจ้ากรมขุนนางก็ล้วนไม่ใส่ใจ ขอเพียงบุตรสาวพอใจบิดาก็ไม่คิดขัดขวาง
“คารวะพี่สาวเจ้าค่ะ” คุณหนูผู้นั้นลุกขึ้นก่อนจะแสดงความเคารพนางด้วยท่าทีอ่อนช้อยราวกับคุณหนูตระกูลใหญ่ ทั้งที่เป็นเพียงบุตรสาวเจ้าเมือง
“นางเป็นใครหรือเจ้าคะท่านพ่อ” จางซีถิงแสร้งไม่รู้จัก
“ข้ากู้ซินอี้ มีมารดาคนเดียวกับท่านเจ้าค่ะ”
“นางเป็นบุตรสาวร่วมมารดาของเจ้ามาจากเมืองจิ่นโจว” เจ้ากรมขุนนางชะงักไปเล็กน้อยเมื่อโดนเอ่ยวาจาแทรก ก่อนจะหันมาตอบบุตรสาว
‘หึ! มีมารดาเป็นอดีตคุณหนูจวนราชครูในเมืองหลวงแล้วอย่างไร สุดท้ายกิริยามารยาทก็ไม่อาจสู้คุณหนูบุตรสาวขุนนางในเมืองหลวงได้อยู่ดี’ นางลอบคิดก่อนจะส่งยิ้มเป็นมิตรให้กับน้องสาวผู้นั้น
“ที่แท้เป็นน้องสาวต่างบิดานี่เอง”
“เพิ่งเคยพบเจอพี่สาวเป็นครั้งแรกไม่คิดว่าท่านจะงดงามเช่นที่ท่านแม่เล่าให้ข้าฟังเลยนะเจ้าคะ” วาจาของคุณหนูกู้ผู้นี้ช่างน่าขบขัน กู้ฮูหยินทิ้งจางซีถิงไปตั้งแต่อายุเพียงหนึ่งหนาวและไม่ได้ติดต่อหรือพบเจอกันอีกเลย มีหรืออีกฝ่ายจะทราบว่าเติบโตมาแล้วบุตรสาวที่ถูกมารดาทอดทิ้งไปจะมีหน้าตาเช่นไร
ครอบครัวที่มีความสุข วันนี้จวนของคุณชายรองเซี่ยคึกคักยิ่งนักเนื่องจากวันนี้เป็นวันครบหนึ่งเดือนของบุตรสาวคนเล็ก นอกจากจะได้รับของขวัญแสดงความยินดีจากฮ่องเต้ ฮองเฮา องค์รัชทายาทและเหล่าญาติสนิทมิตรสหายแล้ว วันนี้ยังเป็นวันที่ชินอ๋องและพระชายาซึ่งพากันออกไปท่องเที่ยวเมื่อหลายเดือนก่อนได้กลับมาที่เมืองหลวงอีกครั้งเพื่อพบหน้าหลานคนที่สาม แต่งงานได้ไม่ถึงห้าปีแต่ฮูหยินของคุณชายรองเซี่ยกลับมอบหลานให้มากถึงสามคน เรื่องนี้กล่าวถึงกี่ครั้งพระชายาชินอ๋องก็อดที่จะยิ้มกว้างไม่ได้ เสียงหัวเราะของเด็กน้อย
วันต่อมาทั้งสองออกเดินทางตั้งแต่เช้าทำให้ต้นยามเว่ย (13.00-14.59) ก็ถึงโรงเตี๊ยมซื่อหมิงที่มีคนเข้ามานั่งกินข้าวจำนวนมาก ห้องพักก็ไม่เคยจะว่างเว้นเพราะเมืองกัวไฉเป็นเมืองท่ามีพ่อค้าเข้ามาค้าขายอยู่เสมอ “ท่านพี่ ท่านสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะเจ้าคะ” นางเอ่ยถามพลางพุ้ยข้าวเข้าปาก “ข้าปวดหัวนิดหน่อย นอนในรถม้าไม่ใคร่สบายนักจึงนอนไม่หลับ” เซี่ยหงหมิงกล่าวด้วยท่าทางอ่อนแรง “หน้าท่านซีดเช่นนี้ประเดี๋ยวนอนพักสักงีบแล้วค่อยตื่นมาทำงานเถิดเจ้าค่ะ” “ต้องรีบเร่งทำงานให้เสร็จ เราจะได้ออกไปเดินซื้อของที่ย่านการค้าไปฝากลูกของเรา” “แต่ท่าน...นี่ท่านไม่สบายนี
ข้าผิดไปแล้ว นัยน์ตาเมล็ดซิ่งจ้องมองผู้เป็นสามีด้วยความโกรธเคือง ร่างอวบอิ่มยกแขนขึ้นกอดอก ริมฝีปากเม้มเข้าหากันก่อนจะพ่นลมหายใจแรง “ฮูหยินข้าผิดไปแล้วเจ้าอย่าโกรธเคืองข้าเลยนะ” เซี่ยหงหมิงเอ่ยวาจาพลางเอื้อมจะจับมือฮูหยินของตน “ถอยออกไปเจ้าค่ะ” นางไม่ยอมรับเหตุผลของเขาเด็ดขาด กล้าดีอย่างไรถึงได้ทำตามใจโดยไม่ปรึกษานางสักคำ “ไม่เอา ข้าอยากอยู่ใกล้เจ้า”
ตอนพิเศษ สามีผู้ร่ำรวยและใจกว้าง วันเวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่รู้ บุรุษรูปงามที่นั่งทำงานอยู่เงยหน้าขึ้นจากกองสมุดบัญชีเพื่อพักสายตา ก่อนมุมปากจะยกยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นสตรีที่นอนอ่านตำราอยู่บนตั่งเมื่อครู่เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว เซี่ยหงหมิงลุกจากโต๊ะก่อนจะเดินไปหาฮูหยินของตน มือใหญ่หยิบตำราที่นางถือค้างไว้ในท่านั้
ด้านบุรุษที่ควรจะต้องออกไปดื่มสุราขอบคุณนั้นยามนี้กำลังช่วยนวดผ่อนคลายให้กับฮูหยินของตนในถังอาบน้ำใบใหญ่ “อ๊า! ท่านไม่ออกไปดื่มสุราขอบคุณจะดีหรือเจ้าคะ” “เดิมทีข้าก็ไม่เคยอยู่ในกฎเกณฑ์ใดอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้เจ้าคิดว่าข้าจะสนใจหรือ ข้าเฝ้ารอวันที่เราจะได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันมานาน ข้าย่อมไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า” “อ๊า! ท่านถูให้มันดี ๆ ได้หรือไม่” จางซีถิงเผลอส่งเสียงร้องครางออกมาเมื่อเขาเอาผ้าถูไปมาบริเวณก้อนเต้าหู้ขาวเนียนนุ่มมือ ส่วนด้านล่างก็มีบางอย่างที่ทั้งแข็งและร้อนถูไถอยู่กับส่วนอ่อนไหวของนาง “ดูเหมือนข้ายังถูไม่สะอาดถูกใจเจ้า เช่นนั้นข้าจะลองเปลี่ยนวิธี” สิ้นเสียงกล่าวคนที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง ก็เคลื่อนกายย้ายมาอย
“ทำหน้าเช่นนั้น บิดาเจ้าคงไม่ได้บอกเจ้าใช่หรือไม่ ว่าได้พบและสนทนาพูดคุยกับมารดาข้าแล้ว เรื่องฤกษ์ยามและงานมงคลก็เป็นมารดาข้าที่จัดเตรียมให้ ส่วนข้ามีหน้าที่เตรียมจวนรอเจ้า” ‘ฟังไปฟังมาเหมือนคุณหนูจางกำลังถูกกลุ่มโจรหว่านล้อมเพื่อปล้นทรัพย์’ ไม่ว่าจะเป็นพระชายาของชินอ๋องหรือบุตรชายช่างร่วมมือกันแข็งขันยิ่งนัก ไม่แปลกใจที่คุณหนูจางจะหนีไปที่ใดไม่รอด “ท่านรีบร้อนยิ่งนัก” จางซีถิงกล่าว “ใครบ้างจะไม่อยากรีบแต่งกับสตรีที่ตนพึงใจ” วาจาของเขาทำให้นางถึงกับอับจนวาจา ก่อนจะเปลี่ยนไปสนทนาถึงเรื่องภายในจวนที่นางอยากให้มี ผ่านไปเกือบสองเค่อทีเดียวกว่าเซี่ยหงหมิงจะปล่อยให้นางกลับจวน ใบหน้างดงามดุจเทพเซียนฉายชัดถึงความอาวรณ์ไม่อยากลาจาก&nbs







