Masukการสัมภาษณ์เต็มไปด้วยบรรยากาศสนุกเป็นกันเอง ภาพในทีวีถูกซูมที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มละมุนละไมของแขกรับเชิญที่สวยโฉบเฉี่ยวเจิดจรัสแลดูเลอค่าไร้ที่ติทุกองศาและภาพถูกหยุดไว้แค่นั้นด้วยรีโมตทีวีที่อยู่ในมือของสาวน้อยบนโซฟา
ดรัลดาวางรีโมตไว้บนโต๊ะกลมหน้าโซฟา ยกมือเท้าคางมองภาพนั้นยิ้มๆ แววตาเคลิบเคลิ้ม สีหน้าภาคภูมิใจอย่างที่สุด
ผู้หญิงสะสวยร่ำรวยเงินทองใครบ้างไม่ชอบ
ครั้นมองไปที่กำแพงห้องก็ยังมีรูปเจ้าของหน้าสวยในทีวีนี้ติดเต็มไปหมดตามประสาแฟนคลับพันธุ์แท้
และไม่ว่าภาพเหล่านั้นจะถูกแกะออกมากี่ครั้ง เธอก็ยังเอากลับไปติดได้ใหม่อย่างไม่มีเบื่อ จนคนตามแกะต้องเหนื่อยไปเอง หญิงสาวมองดารานางร้ายในทีวีเนิ่นนาน ตามวิสัยแฟนคลับตัวยง
“สวย รวย เก่ง ครบเครื่องจริงๆ เลยน๊า”
ดรัลดานั่งมองอย่างคลั่งไคล้
“คนเราพอรวยขึ้นมีเงินมากขึ้นอะไรก็ดีไปหมดเลยน๊า”
กระทั่งความสุขต้องสะดุดลงเพราะทีวีถูกปิด ภาพถูกตัดไปกะทันหัน รีโมตทีวีถูกโยนลงบนโต๊ะตัวเดิม เสียงตะคอกดังขึ้น
“เปิดเสียงดังลั่นบ้าน ต้องการประกาศอะไรไม่ทราบ?”
คนพูดคือผู้หญิงวัยกลางคน อายุเท่ากับดาราในทีวี เธอยืนเท้าสะเอว พ่นลมหายใจอย่างคนอดกลั้นไฟอารมณ์ที่ปะทุเดือด
ดรัลดายืนขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้านขณะแสยะยิ้มมุมปาก ดวงตาสวยเฉี่ยวที่มองหญิงวัยกลางคนเผยทุกความเหยียดหยันออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“ประกาศให้คนแถวนี้รู้ตัวว่าดาร่าสวยมากรวยมาก มีเงินเยอะแยะแล้วก็เฉิดฉายไม่อายใคร ผู้ชายบางคนคิดผิดคิดสั้นที่เลือกทิ้งเพชรล้ำค่ามาคว้ากรวดชั้นต่ำยังไงละ”
“ยายรัน!” จารวี กำมือแน่น ตัวสั่นเหมือนเจ้าเข้า “แกพูดอะไรออกมา ใครเลือกใคร ใครทิ้งใครกันแน่ เป็นแม่แกต่างหากที่ทิ้งพ่อแกไปเสวยสุขกับชื่อเสียงเงินทองอยู่คนเดียว ทิ้งกระทั่งแกที่ตอนนั้นเป็นแค่เด็กแบเบาะไว้กับปู่ย่า ถ้าไม่ใช่ว่าฉันรักพ่อแก อย่าหวังว่าฉันจะยอมให้แกมาทำกับฉันแบบนี้”
เธออยากตบสั่งสอนลูกติดผัวใจจะขาด ในใจร่ำไห้ไม่รู้กี่ครั้ง
ดรัลดาเห็นจารวีทำท่ายกมือเธอก็เชิดหน้า “ตบสิ! ตบมาตบกลับ” ว่าพลางยิ้มเย้ย “อดีตรันเป็นมือตบประจำโรงเรียนนะบอกไว้ก่อน ตอนนี้ขึ้นมหา’ลัยแล้วก็ยิ่งตบเก่ง โดยเฉพาะตบกับสาวแก่กะโหลกกะลา”
“แก...แก” จารวีชี้หน้าลูกเลี้ยงนิ้วสั่นอย่างทำอะไรไม่ได้ “ยายเด็กไม่มีพ่อแม่สั่งสอน” เธอพลั้งปากเพราะอารมณ์ล้วนๆ
แล้วก็ได้ผล เพราะคำนี้คือคำต้องห้าม ดรัลดาตาลุกวาว เธอผลักไหล่แม่เลี้ยงอย่างแรง “พูดใหม่สิ!”
จารวีแทบล้มทั้งยืนเพราะแรงผลักนั้น เธอตัวเซเล็กน้อย ถูกเด็กรุ่นลูกทำแบบนี้น้ำตาก็พานจะไหล
ตั้งแต่หล่อนมาอยู่ที่บ้านนี้ งานการอะไรไม่เคยช่วยทำ มีแต่กินกับนอน แล้วก็ออกไปเที่ยวตะลอนๆ ใช้เงินเป็นฟ่อน อยากได้อะไรอ้อนผัวเธอเสียงอ่อนเสียงหวานทำตัวเหมือนเมียน้อย
ส่วนเธอที่พยายามเหลือเกินแล้วกับการทำดีกับลูกเลี้ยง อาจด้วยชดเชยหรือแก้ปมในใจอะไรก็ช่าง แต่กลับต้องรู้สึกเหมือนกลายเป็นคนรับใช้มากขึ้นทุกวัน ไม่เคารพกันไม่ว่า แต่ควรทำตัวให้น่าหาเลี้ยงหน่อยไม่ใช่เหรอไง
จารวีพูดลอดไรฟัน “เด็กไม่มีพ่อแม่สั่งสอน ได้ยินชัดมั้ย”ดรัลดาผลักแม่เลี้ยงอีกครั้งจนอีกฝ่ายเซถอยหลังชนโต๊ะ เธอเดินย่างสามขุมเข้าประชิดจารวีจึงจิกตามอง วันนี้เธอขอตีลูกเลี้ยงสักทีเถอะโบราณว่าไว้ รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เห็นทีจะจริง“จา! หยุดเดี๋ยวนี้!”เสียงเข้มของผู้ชายวัยกลางคนที่ยังคงมีเค้าความหล่อเหลาจากสมัยหนุ่มๆ ดังขึ้น ส่งผลทำให้สงครามระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงสงบลงชั่วคราวกิตติเผลอมองภาพบนฝาบ้านด้วยแววตาโหยหายากปกปิดขณะเดินเข้ามาดึงแขนจารวี“จา! ออกมา”“พี่กิต พี่เลิกให้ท้ายลูกซะที แล้วก็เลิกคิดถึงแม่มันด้วย หล่อนทิ้งพี่ไปแล้ว ไม่กลับมาแล้ว ยายรันกำลังปั่นหัวพี่ให้มีปัญหากับจาอยู่นะ พี่ดูไม่ออกหรือไง”“พอแล้วน่าจา พี่จะคิดถึงเขายังไงก็ไม่ควรด่าทอลูกของพี่ อย่าให้มันเกินไปนัก”“พี่กิต!” จารวีเผยสีหน้าเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม แววตาเจ็บปวดลึกล้ำ สามีไม่เคยเข้าข้าง ดีแต่ห้ามเธอ ปรามเธอ จนนังเด็กเมื่อวานซืนจะขี่หัวอยู่รอมร่อเธอคิดอย่างน้อยอกน้อยใจ น้ำตาปริ่มๆ อยู่ตรงขอบตา ขณะยอมเดินตามสามีออกจากห้องรับแขกไปแต่โดยดีจารวีไม่เคยมีความสุขตั้งแต่ลูกเลี้ยงมาอยู่ด้วยกันที่บ้านนี
การสัมภาษณ์เต็มไปด้วยบรรยากาศสนุกเป็นกันเอง ภาพในทีวีถูกซูมที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มละมุนละไมของแขกรับเชิญที่สวยโฉบเฉี่ยวเจิดจรัสแลดูเลอค่าไร้ที่ติทุกองศาและภาพถูกหยุดไว้แค่นั้นด้วยรีโมตทีวีที่อยู่ในมือของสาวน้อยบนโซฟาดรัลดาวางรีโมตไว้บนโต๊ะกลมหน้าโซฟา ยกมือเท้าคางมองภาพนั้นยิ้มๆ แววตาเคลิบเคลิ้ม สีหน้าภาคภูมิใจอย่างที่สุดผู้หญิงสะสวยร่ำรวยเงินทองใครบ้างไม่ชอบครั้นมองไปที่กำแพงห้องก็ยังมีรูปเจ้าของหน้าสวยในทีวีนี้ติดเต็มไปหมดตามประสาแฟนคลับพันธุ์แท้และไม่ว่าภาพเหล่านั้นจะถูกแกะออกมากี่ครั้ง เธอก็ยังเอากลับไปติดได้ใหม่อย่างไม่มีเบื่อ จนคนตามแกะต้องเหนื่อยไปเอง หญิงสาวมองดารานางร้ายในทีวีเนิ่นนาน ตามวิสัยแฟนคลับตัวยง“สวย รวย เก่ง ครบเครื่องจริงๆ เลยน๊า”ดรัลดานั่งมองอย่างคลั่งไคล้“คนเราพอรวยขึ้นมีเงินมากขึ้นอะไรก็ดีไปหมดเลยน๊า”กระทั่งความสุขต้องสะดุดลงเพราะทีวีถูกปิด ภาพถูกตัดไปกะทันหัน รีโมตทีวีถูกโยนลงบนโต๊ะตัวเดิม เสียงตะคอกดังขึ้น “เปิดเสียงดังลั่นบ้าน ต้องการประกาศอะไรไม่ทราบ?”คนพูดคือผู้หญิงวัยกลางคน อายุเท่ากับดาราในทีวี เธอยืนเท้าสะเอว พ่นลมหายใจอ
หลายเดือนต่อมา ภายในห้องรับแขก ทีวีถูกเปิด สาวน้อยเร่งเสียงจนดังลั่น ไม่มีความเกรงใจใดๆ ต่อสมาชิกคนอื่นในบ้านรายการทอล์กโชว์ถูกขยายเต็มหน้าจอ แขกรับเชิญในวันนี้คือนางร้ายดาวค้างฟ้า ดาร่า ดาวประกายพิธีกรกล่าวเปิดรายการตามด้วยเปิดตัวแขกรับเชิญ น้ำเสียงของเธอกังวานหวานฉะฉาน นุ่มนวลน่าฟัง“วันนี้รายการเราได้รับเกียรติจากคุณดาร่า ดาวประกายอย่างที่สุดค่ะ เพราะเธอจะมาเปิดเปลือยชีวิตสิบกว่าปีที่โลดแล่นโดดเด่นในวงการมายา ต้องผ่านความยากลำบากนานาจนกลายมาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของดารารุ่นน้องหลายคน”ดาร่า ดาวประกายหรือดารารัตน์ วรโชติเมธี เดินเฉิดฉายออกจากฉากหลังเข้ามาหน้ากล้องในชุดสีแดงกำมะหยี่ดุจนางพญา เธองามสง่าและสวยจัดสะกดทุกสายตาหลังจากนั่งลงยังตำแหน่งแขกรับเชิญและไหว้ทักทาย พิธีกรก็ทำสีหน้าตื่นเต้นยินดี “และตอนนี้ยังมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง เรียกได้ว่าเป็นผู้บริหารสาวสวยแห่งยุคเลยทีเดียว”พิธีกรกล่าวอวยแขกรับเชิญก่อนเริ่มคำถามตามสคริปต์ เธอหันหน้าไปทางแขกรับเชิญพร้อมแพนกล้องไปทางนั้น“อย่างที่ทราบมาตลอดว่าตอนเป็นเด็กพี่ดาร่าต้องสูญเสียคุณพ่อคุณแม่ก่อนวัยอันควร เรื่องครอบ
ทั้งตบตีกินเหล้าสูบบุหรี่และเที่ยวกลางคืนตั้งแต่มัธยม นิสัยอวดรวย ชอบหว่านเงินซื้อเพื่อน ทุกวันก็มักจะเกาะกลุ่มกับพวกกเฬวราก[1] ทั้งเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กแสบประจำหมู่บ้านทั้งโขยง ตอนเด็กยังทำตัวขี้โกงแอบรังแกลูกสาวเธอบ่อยๆ จนเด็กน้อยต้องร้องไห้ไม่รู้กี่ครั้งจารวีให้รู้สึกใจคอไม่ดีเมื่อนึกถึงวีรกรรมของลูกติดสามี ถึงอย่างไรเด็กคนนี้ก็อคติกับเธอไม่เคยสร่าง ทั้งที่แม่ทิ้งพ่อหล่อนไป เลิกราไม่เจอหน้ากันเลยเกือบยี่สิบปี นานขนาดนั้นแล้วแท้ๆเธอที่เป็นเมียใหม่พ่อหล่อนและแม่เลี้ยงของหล่อนตลอดมาทำยังไงก็ไม่เคยถูกใจลูกเลี้ยงคนนี้สักครา แถมอีกฝ่ายยังทำตัวเกเรระรานเธอ หมายให้ออกไปจากชีวิตอีกต่างหากยายเด็กแสบ! สายตาจารวีตีแผ่ดรัลดาออกมาอย่างชัดเจน แต่พอเห็นสามีขมวดคิ้ว เธอก็รู้ตัวว่าเผลอแสดงออกว่าไม่พอใจจึงรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ “ลูกๆ โตเป็นสาวกันหมดแล้วจะนอนด้วยกันได้ไง เดี๋ยวน้าจะรีบจัดห้องให้รันวันนี้เลยจ๊ะ”หญิงสาวพยักหน้า “ก็ดีค่ะ รีบหน่อยนะคะ รันเหนื่อยมาก อยากพักผ่อน อ้อ...อย่าลืมเตรียมของว่างให้ด้วยล่ะ หิวแล้วอ่ะ”สีหน้าจารวีเริ่มไม่น่ามอง เธอเหมือนคนรับใช้มากเหรอ? หรือเพราะเป็นเมี
สิบห้าปีต่อมาหน้าบ้านหลังใหญ่ในโครงการใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งบ่งบอกได้ดีถึงฐานะเจ้าของที่ดูล่ำซำร่ำรวยเด็กสาวในชุดแฟชั่นสั้นเว้าเอวลอย เจาะจมูกเจาะหู แต่งหน้าจัด ประโคมเครื่องประดับเต็มตัวเหมือนพวกอวดรวย กำลังยืนมองบ้านหลังใหม่ด้วยแววตาเหยียดหยันมันเป็นบ้านที่เปรียบเสมือนวิมานของพ่อเธอที่บากบั่นสร้างเนื้อสร้างตัวตลอดสิบกว่าปีจนได้มาแน่ล่ะว่าต้องสมศักดิ์ศรีเพราะที่นี่คือน้ำพักน้ำแรงของพ่อ ที่ทำเพื่อลบคำครหาในวันวาน และทำเพื่อให้ได้ใจลูกสาวคนนี้ช่วยไม่ได้ก็เธอเป็นคนทิฐิถือดีเหมือนแม่ ทั้งยังชอบเงินและใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อนี่นา ดรัลดาเอียงหน้ามองผู้ชายบุคลิกอบอุ่นที่ยืนเยื้องด้านหน้า แววตาเธอค่อนข้างซับซ้อน คิดในใจว่าจะเรียกร้องเงินทองยังไงดีหญิงสาวเดินเข้ามาด้านในโดยมีพ่อยืนมองบ้านตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ มองจากด้านนอกเห็นว่าโอ่อ่ามากแล้ว ด้านในยิ่งโอ่โถงอย่างกับวัง ทั้งกว้างขวางและหรูหรามีระดับ เครื่องเรือนที่ครบครันเหล่านั้นมีแต่ของดีมีราคาที่สูงลิบและเมื่อเธอปรากฏตัวขึ้น คนที่ดูตกอกตกใจมากย่อมเป็นหญิงวัยกลางคนที่สวยไม่สร่าง แม้อายุอานามปาเข้าวัยสี่สิบปีแล้ว แต่หนังหน้ายังคงเต่ง
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นพลอตเบาๆ เน้นอ่านสบายๆ ไม่มีเรื่องราวปวดหัวหรือดราม่าอะไรมากมายนะคะปัญหาเมียหลวงเมียน้อยนอกจากก่อความเจ็บปวดหัวใจให้คู่สมรสแล้วยังกลายเป็นบาดแผลที่มองไม่เห็นของลูกน้อยตาดำๆคำว่าครอบครัวอบอุ่นเป็นสิ่งที่เด็กทุกคนพึงปรารถนา ยกเว้นเธอ ดรัลดา...เด็กหญิงที่ทำตัวร้ายกาจเพื่อให้ครอบครัวแตกแยกร้าวฉานในเมื่อเธอไม่มีความสุข ใครก็ไม่มีสิทธิ์!นิยายเรื่องนี้เป็นแนวรักโรแมนติก มีดราม่าครอบครัว แต่ไม่มีดราม่าระหว่างพระเอกนางเอกถึงเธอจะร้ายแต่เขาจะเอา ‘ยัยตัวร้ายที่รัก...’*******************คำเตือนสถานที่ ตำแหน่ง องค์กร หน่วยงาน วิชาชีพ ตัวละคร พฤติกรรม และเหตุการณ์ต่างๆ ในนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สมมติขึ้นมาทั้งสิ้น ผู้เขียนสรรสร้างเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มิได้เป็นการซ้ำเติม ชี้นำ หรือส่งเสริมการกระทำใดๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านขอให้ทุกท่านมีความสุขกับจินตนาการค่ะ*********เด็กหญิงตัวน้อยยืนมองจากมุมหนึ่งของบ้านเรือนไทยในครรลองสายตาที่ไร้เดียงสาเห็นเพียงชายหญิงคู่หนึ่งยืนคุยกันด้วยกิริยาแปลกแปร่ง ทั้งเว้นระยะและห่างเหินเกินมองตาเด็ก







