LOGINจารวีพูดลอดไรฟัน “เด็กไม่มีพ่อแม่สั่งสอน ได้ยินชัดมั้ย”
ดรัลดาผลักแม่เลี้ยงอีกครั้งจนอีกฝ่ายเซถอยหลังชนโต๊ะ เธอเดินย่างสามขุมเข้าประชิด
จารวีจึงจิกตามอง วันนี้เธอขอตีลูกเลี้ยงสักทีเถอะ
โบราณว่าไว้ รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เห็นทีจะจริง
“จา! หยุดเดี๋ยวนี้!”
เสียงเข้มของผู้ชายวัยกลางคนที่ยังคงมีเค้าความหล่อเหลาจากสมัยหนุ่มๆ ดังขึ้น ส่งผลทำให้สงครามระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงสงบลงชั่วคราว
กิตติเผลอมองภาพบนฝาบ้านด้วยแววตาโหยหายากปกปิดขณะเดินเข้ามาดึงแขนจารวี
“จา! ออกมา”
“พี่กิต พี่เลิกให้ท้ายลูกซะที แล้วก็เลิกคิดถึงแม่มันด้วย หล่อนทิ้งพี่ไปแล้ว ไม่กลับมาแล้ว ยายรันกำลังปั่นหัวพี่ให้มีปัญหากับจาอยู่นะ พี่ดูไม่ออกหรือไง”
“พอแล้วน่าจา พี่จะคิดถึงเขายังไงก็ไม่ควรด่าทอลูกของพี่ อย่าให้มันเกินไปนัก”
“พี่กิต!” จารวีเผยสีหน้าเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม แววตาเจ็บปวดลึกล้ำ สามีไม่เคยเข้าข้าง ดีแต่ห้ามเธอ ปรามเธอ จนนังเด็กเมื่อวานซืนจะขี่หัวอยู่รอมร่อ
เธอคิดอย่างน้อยอกน้อยใจ น้ำตาปริ่มๆ อยู่ตรงขอบตา ขณะยอมเดินตามสามีออกจากห้องรับแขกไปแต่โดยดี
จารวีไม่เคยมีความสุขตั้งแต่ลูกเลี้ยงมาอยู่ด้วยกันที่บ้านนี้ เธอต้องมีสภาพน้ำตาตกในไม่รู้กี่ครั้ง
ดรัลดาตะโกนไล่หลัง “พ่อรีบเอาเมียพ่อไปเก็บให้ดีๆ ล่ะ อย่าปล่อยออกมาเพ่นพ่านอีก เดี๋ยวจะหาว่ารันไม่เตือน”
หญิงสาวหัวเราะเสียงดังอย่างต้องการเยาะเย้ยไม่เกรงใจ ไม่มีความเคารพใดๆ เธอพร้อมทำตัวร้ายกาจเสมอ โดยเฉพาะกับแม่เลี้ยงและพ่อแท้ๆ ของตัวเอง
หลังจากสงครามย่อย ๆ ที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำจบลง
ดรัลดาก็ทิ้งสายตาดูถูกเดินขึ้นห้องอย่างสบายอารมณ์ แต่งตัวด้วยเสื้อครอปแขนกุดจั๊มเอวช่วงบน กางเกงยีนขาสั้นโชว์หน้าท้องขาวเนียนเปลือยขาเรียวยาว สวมรองเท้าผ้าใบแฟชั่น เสื้อคลุมสั้นสุดเก๋
นับว่าโชคดีที่เธอมีหน้าอกไม่ใหญ่เกินไป เวลาแต่งตัวออกมาทั้งเปรี้ยวทั้งเฟี้ยวแบบที่ใจชอบทำให้มองอย่างไรก็ไม่โป๊
เสื้อผ้าที่เธอตัดเย็บเองแบบบ้าๆ บอๆ เมื่อมีเวลาว่างพวกนี้จึงได้เฉิดฉายไม่อายใคร ภูมิใจสุดๆ
จังหวะแต่งหน้าทาปากโทรศัพท์พลันดังขึ้น เธอรีบรับทันทีเมื่อมองเห็นเบอร์คนโทรเข้า
“ค่ะแม่”
“เป็นไง ได้ดูรายการที่แม่ออกหรือยังจ๊ะ? ออนแอร์วันนี้”
“ดูแล้ว แม่รันสวยมาก เป็นสาวพันปีหรือไงเนี่ย”
“ปากหวานจริงเรา แม่โอนเงินเข้าบัญชีให้แล้วนะ อยากได้อะไรก็ซื้อเลย ตอนนี้แม่มีเงินเยอะแยะ อนาคตก็ไม่ต้องง้อผู้ชาย อยากได้อะไรก็ซื้อหาเอาเอง ผู้หญิงเราต่อให้มีแฟนกี่คนหรือไม่มี ยังไงก็ต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองนะลูก”
“ทราบแล้วค่า”
เธอลากเสียงยาวหัวเราะคิกคัก สนับสนุนแม่เต็มที่
“รันจะเก่งเหมือนแม่ แข็งแกร่งยิ่งกว่าหินเหมือนแม่”
“หืม...พูดอะไร อยากแข็งกว่าหินเหมือนแม่เนี่ยนะ”
“ใช่สิ! อย่าคิดว่ารันไม่รู้ว่าแม่ผ่านอะไรมาบ้าง กว่าจะเป็นดาร่า ดาวประกาย แม่ต้องหิ้วรองเท้าให้ใครมาบ้าง ต้องดิ้นรนขนาดไหน ลู่ทางหาเงินเป็นกอบเป็นกำก็มีไม่เยอะ บทตัวร้ายเหนื่อยจะตาย ต้องเปลืองตัวแสดงฉากเลิฟซีนร้อนฉ่าแทบทุกตอน พวกบ้ากามเล่นนอกบทก็เยอะ ถูกนางเอกตบผิดคิวอีกอะไรอีก ทุกวันนี้แม่เหนื่อยขนาดไหน อดหลับอดนอนจะแย่ ทำธุรกิจอีก ต้องลงทุนตั้งเยอะ เศรษฐกิจก็ไม่แน่นอน ที่แม่ทำได้และมีเงินทุนหมุนเวียนก็กู้หนี้ยืมสินก้อนโตจนต้องฝืนสังขารหาเงินส่งเป็นระวิง ปู่กับย่าเองก็ฝากบอกว่าไม่ต้องให้เงินพวกท่านแล้ว”
“อย่าลืมว่าแม่ยังไม่ได้หย่ากับพ่อเราเลย ถ้าไม่ไหวจริงๆ แม่ไม่ต้องใช้หนี้คนเดียวแน่นอน ส่วนเงินเก็บแม่ก็ซ่อนเอาไว้อย่างดี ให้มีแต่หนี้ที่ไปถึงพ่อ ดีมั้ย”
ดรัลดาหัวเราะเสียงดังกว่าเดิม “ดีที่สุดเลยแม่”
น่าเสียดายที่แม้หัวเราะกลับรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง ดรัลดาค่อยๆ เงียบ ระหว่างอ้ำอึ้ง ได้ยินปลายสายที่เริ่มส่งเสียงโน้มน้าวในเรื่องเดิมๆ “รัน เอาบ้านกับรถมั้ยลูก หรือคอนโดก็ได้”
ดรัลดายิ้มให้โทรศัพท์ “รันชอบเงิน ขอเป็นเงินเก็บดีกว่า แล้วรันก็จะอยู่ที่นี่แหล่ะ อยู่กับพ่อดีจะตาย”
เกิดความเงียบอีกครั้ง กระทั่งปลายสายเปลี่ยนเรื่องคุย
“จริงสิรัน แม่ได้ข่าวแว่วๆ มาว่ามีแมวมองไปหาลูกเหรอ”
“อือ...เขาบอกว่ารันทรงดี เหมือนเขาได้เจอเพชรอ่ะนะ” เธอหัวเราะเล็กน้อย “เขาว่ารันน่าจะได้เป็นถึงนางเอกแหละแม่ แต่ถ้าไม่รุ่งก็มุ่งเอาดีทางนางร้าย เพราะหน้ารันคล้ายๆ คุณดาร่า อาจจะดังจนฉุดไม่อยู่แน่นอน”
“แล้วรันว่าไง”
“รันปฏิเสธไปแล้วแหละ”
“ทำไมล่ะลูก เข้าวงการก็ดีนะแม่ว่า เงินทั้งนั้น”
“ไม่เอาหรอก รันไม่อยากทำให้หน้าที่การงานของแม่สะดุด กลัวถูกขุดประวัติอ่ะแม่ คนคงสงสัยอยากรู้ว่ารันลูกเต้าเหล่าใคร หากรันถูกขุดแม่ก็ต้องถูกขุดคุ้ยเรื่องอดีตจนมีข่าวฉาวโฉ่กระทบชื่อเสียงดีงาม เสียรายได้หลายหลัก รันจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย”
“รัน ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว สิบกว่าปีก่อนแม่อาจจะแคร์เรื่องนี้มาก ปิดทุกทางจนถึงขั้นไปทำศัลยกรรมชุบตัวที่เมืองนอก แต่ตอนนี้คนดูเขาไม่ยึดติดอะไรแบบนั้นแล้วนะลูก”
นอกจากไม่ฟัง ดวงตาดรัลดายังฉายแววร้ายลึก “รันจะอยู่ที่นี่แหละแม่ อยู่เพื่อคอยตอกย้ำความผิดพลาดของพ่อตลอดไป...”
ไม่ใช่ว่าไม่รับรู้ถึงความพยายามปรับปรุงตัวให้ดีเพื่อพิสูจน์ให้ปู่กับย่าและญาติๆ ได้เห็นว่าจะสร้างครอบครัวใหม่ให้สมบูรณ์โดยไม่ทำพลาดอีกของคนเป็นพ่อ
และไม่ใช่ไม่เห็นถึงความพยายามของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งทำทุกทางให้ผู้ชายของตัวเองรู้สึกว่าเขาเลือกคนไม่ผิด
ดรัลดาเห็นความพยายามของกิตติและจารวีเป็นอย่างดี แต่เธอจะอยู่เป็นหนามรัก เป็นเสี้ยนชีวิตให้คนเหล่านี้ได้พิสูจน์จนตาย
จารวีพูดลอดไรฟัน “เด็กไม่มีพ่อแม่สั่งสอน ได้ยินชัดมั้ย”ดรัลดาผลักแม่เลี้ยงอีกครั้งจนอีกฝ่ายเซถอยหลังชนโต๊ะ เธอเดินย่างสามขุมเข้าประชิดจารวีจึงจิกตามอง วันนี้เธอขอตีลูกเลี้ยงสักทีเถอะโบราณว่าไว้ รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เห็นทีจะจริง“จา! หยุดเดี๋ยวนี้!”เสียงเข้มของผู้ชายวัยกลางคนที่ยังคงมีเค้าความหล่อเหลาจากสมัยหนุ่มๆ ดังขึ้น ส่งผลทำให้สงครามระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงสงบลงชั่วคราวกิตติเผลอมองภาพบนฝาบ้านด้วยแววตาโหยหายากปกปิดขณะเดินเข้ามาดึงแขนจารวี“จา! ออกมา”“พี่กิต พี่เลิกให้ท้ายลูกซะที แล้วก็เลิกคิดถึงแม่มันด้วย หล่อนทิ้งพี่ไปแล้ว ไม่กลับมาแล้ว ยายรันกำลังปั่นหัวพี่ให้มีปัญหากับจาอยู่นะ พี่ดูไม่ออกหรือไง”“พอแล้วน่าจา พี่จะคิดถึงเขายังไงก็ไม่ควรด่าทอลูกของพี่ อย่าให้มันเกินไปนัก”“พี่กิต!” จารวีเผยสีหน้าเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม แววตาเจ็บปวดลึกล้ำ สามีไม่เคยเข้าข้าง ดีแต่ห้ามเธอ ปรามเธอ จนนังเด็กเมื่อวานซืนจะขี่หัวอยู่รอมร่อเธอคิดอย่างน้อยอกน้อยใจ น้ำตาปริ่มๆ อยู่ตรงขอบตา ขณะยอมเดินตามสามีออกจากห้องรับแขกไปแต่โดยดีจารวีไม่เคยมีความสุขตั้งแต่ลูกเลี้ยงมาอยู่ด้วยกันที่บ้านนี
การสัมภาษณ์เต็มไปด้วยบรรยากาศสนุกเป็นกันเอง ภาพในทีวีถูกซูมที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มละมุนละไมของแขกรับเชิญที่สวยโฉบเฉี่ยวเจิดจรัสแลดูเลอค่าไร้ที่ติทุกองศาและภาพถูกหยุดไว้แค่นั้นด้วยรีโมตทีวีที่อยู่ในมือของสาวน้อยบนโซฟาดรัลดาวางรีโมตไว้บนโต๊ะกลมหน้าโซฟา ยกมือเท้าคางมองภาพนั้นยิ้มๆ แววตาเคลิบเคลิ้ม สีหน้าภาคภูมิใจอย่างที่สุดผู้หญิงสะสวยร่ำรวยเงินทองใครบ้างไม่ชอบครั้นมองไปที่กำแพงห้องก็ยังมีรูปเจ้าของหน้าสวยในทีวีนี้ติดเต็มไปหมดตามประสาแฟนคลับพันธุ์แท้และไม่ว่าภาพเหล่านั้นจะถูกแกะออกมากี่ครั้ง เธอก็ยังเอากลับไปติดได้ใหม่อย่างไม่มีเบื่อ จนคนตามแกะต้องเหนื่อยไปเอง หญิงสาวมองดารานางร้ายในทีวีเนิ่นนาน ตามวิสัยแฟนคลับตัวยง“สวย รวย เก่ง ครบเครื่องจริงๆ เลยน๊า”ดรัลดานั่งมองอย่างคลั่งไคล้“คนเราพอรวยขึ้นมีเงินมากขึ้นอะไรก็ดีไปหมดเลยน๊า”กระทั่งความสุขต้องสะดุดลงเพราะทีวีถูกปิด ภาพถูกตัดไปกะทันหัน รีโมตทีวีถูกโยนลงบนโต๊ะตัวเดิม เสียงตะคอกดังขึ้น “เปิดเสียงดังลั่นบ้าน ต้องการประกาศอะไรไม่ทราบ?”คนพูดคือผู้หญิงวัยกลางคน อายุเท่ากับดาราในทีวี เธอยืนเท้าสะเอว พ่นลมหายใจอ
หลายเดือนต่อมา ภายในห้องรับแขก ทีวีถูกเปิด สาวน้อยเร่งเสียงจนดังลั่น ไม่มีความเกรงใจใดๆ ต่อสมาชิกคนอื่นในบ้านรายการทอล์กโชว์ถูกขยายเต็มหน้าจอ แขกรับเชิญในวันนี้คือนางร้ายดาวค้างฟ้า ดาร่า ดาวประกายพิธีกรกล่าวเปิดรายการตามด้วยเปิดตัวแขกรับเชิญ น้ำเสียงของเธอกังวานหวานฉะฉาน นุ่มนวลน่าฟัง“วันนี้รายการเราได้รับเกียรติจากคุณดาร่า ดาวประกายอย่างที่สุดค่ะ เพราะเธอจะมาเปิดเปลือยชีวิตสิบกว่าปีที่โลดแล่นโดดเด่นในวงการมายา ต้องผ่านความยากลำบากนานาจนกลายมาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของดารารุ่นน้องหลายคน”ดาร่า ดาวประกายหรือดารารัตน์ วรโชติเมธี เดินเฉิดฉายออกจากฉากหลังเข้ามาหน้ากล้องในชุดสีแดงกำมะหยี่ดุจนางพญา เธองามสง่าและสวยจัดสะกดทุกสายตาหลังจากนั่งลงยังตำแหน่งแขกรับเชิญและไหว้ทักทาย พิธีกรก็ทำสีหน้าตื่นเต้นยินดี “และตอนนี้ยังมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง เรียกได้ว่าเป็นผู้บริหารสาวสวยแห่งยุคเลยทีเดียว”พิธีกรกล่าวอวยแขกรับเชิญก่อนเริ่มคำถามตามสคริปต์ เธอหันหน้าไปทางแขกรับเชิญพร้อมแพนกล้องไปทางนั้น“อย่างที่ทราบมาตลอดว่าตอนเป็นเด็กพี่ดาร่าต้องสูญเสียคุณพ่อคุณแม่ก่อนวัยอันควร เรื่องครอบ
ทั้งตบตีกินเหล้าสูบบุหรี่และเที่ยวกลางคืนตั้งแต่มัธยม นิสัยอวดรวย ชอบหว่านเงินซื้อเพื่อน ทุกวันก็มักจะเกาะกลุ่มกับพวกกเฬวราก[1] ทั้งเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กแสบประจำหมู่บ้านทั้งโขยง ตอนเด็กยังทำตัวขี้โกงแอบรังแกลูกสาวเธอบ่อยๆ จนเด็กน้อยต้องร้องไห้ไม่รู้กี่ครั้งจารวีให้รู้สึกใจคอไม่ดีเมื่อนึกถึงวีรกรรมของลูกติดสามี ถึงอย่างไรเด็กคนนี้ก็อคติกับเธอไม่เคยสร่าง ทั้งที่แม่ทิ้งพ่อหล่อนไป เลิกราไม่เจอหน้ากันเลยเกือบยี่สิบปี นานขนาดนั้นแล้วแท้ๆเธอที่เป็นเมียใหม่พ่อหล่อนและแม่เลี้ยงของหล่อนตลอดมาทำยังไงก็ไม่เคยถูกใจลูกเลี้ยงคนนี้สักครา แถมอีกฝ่ายยังทำตัวเกเรระรานเธอ หมายให้ออกไปจากชีวิตอีกต่างหากยายเด็กแสบ! สายตาจารวีตีแผ่ดรัลดาออกมาอย่างชัดเจน แต่พอเห็นสามีขมวดคิ้ว เธอก็รู้ตัวว่าเผลอแสดงออกว่าไม่พอใจจึงรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ “ลูกๆ โตเป็นสาวกันหมดแล้วจะนอนด้วยกันได้ไง เดี๋ยวน้าจะรีบจัดห้องให้รันวันนี้เลยจ๊ะ”หญิงสาวพยักหน้า “ก็ดีค่ะ รีบหน่อยนะคะ รันเหนื่อยมาก อยากพักผ่อน อ้อ...อย่าลืมเตรียมของว่างให้ด้วยล่ะ หิวแล้วอ่ะ”สีหน้าจารวีเริ่มไม่น่ามอง เธอเหมือนคนรับใช้มากเหรอ? หรือเพราะเป็นเมี
สิบห้าปีต่อมาหน้าบ้านหลังใหญ่ในโครงการใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งบ่งบอกได้ดีถึงฐานะเจ้าของที่ดูล่ำซำร่ำรวยเด็กสาวในชุดแฟชั่นสั้นเว้าเอวลอย เจาะจมูกเจาะหู แต่งหน้าจัด ประโคมเครื่องประดับเต็มตัวเหมือนพวกอวดรวย กำลังยืนมองบ้านหลังใหม่ด้วยแววตาเหยียดหยันมันเป็นบ้านที่เปรียบเสมือนวิมานของพ่อเธอที่บากบั่นสร้างเนื้อสร้างตัวตลอดสิบกว่าปีจนได้มาแน่ล่ะว่าต้องสมศักดิ์ศรีเพราะที่นี่คือน้ำพักน้ำแรงของพ่อ ที่ทำเพื่อลบคำครหาในวันวาน และทำเพื่อให้ได้ใจลูกสาวคนนี้ช่วยไม่ได้ก็เธอเป็นคนทิฐิถือดีเหมือนแม่ ทั้งยังชอบเงินและใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อนี่นา ดรัลดาเอียงหน้ามองผู้ชายบุคลิกอบอุ่นที่ยืนเยื้องด้านหน้า แววตาเธอค่อนข้างซับซ้อน คิดในใจว่าจะเรียกร้องเงินทองยังไงดีหญิงสาวเดินเข้ามาด้านในโดยมีพ่อยืนมองบ้านตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ มองจากด้านนอกเห็นว่าโอ่อ่ามากแล้ว ด้านในยิ่งโอ่โถงอย่างกับวัง ทั้งกว้างขวางและหรูหรามีระดับ เครื่องเรือนที่ครบครันเหล่านั้นมีแต่ของดีมีราคาที่สูงลิบและเมื่อเธอปรากฏตัวขึ้น คนที่ดูตกอกตกใจมากย่อมเป็นหญิงวัยกลางคนที่สวยไม่สร่าง แม้อายุอานามปาเข้าวัยสี่สิบปีแล้ว แต่หนังหน้ายังคงเต่ง
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นพลอตเบาๆ เน้นอ่านสบายๆ ไม่มีเรื่องราวปวดหัวหรือดราม่าอะไรมากมายนะคะปัญหาเมียหลวงเมียน้อยนอกจากก่อความเจ็บปวดหัวใจให้คู่สมรสแล้วยังกลายเป็นบาดแผลที่มองไม่เห็นของลูกน้อยตาดำๆคำว่าครอบครัวอบอุ่นเป็นสิ่งที่เด็กทุกคนพึงปรารถนา ยกเว้นเธอ ดรัลดา...เด็กหญิงที่ทำตัวร้ายกาจเพื่อให้ครอบครัวแตกแยกร้าวฉานในเมื่อเธอไม่มีความสุข ใครก็ไม่มีสิทธิ์!นิยายเรื่องนี้เป็นแนวรักโรแมนติก มีดราม่าครอบครัว แต่ไม่มีดราม่าระหว่างพระเอกนางเอกถึงเธอจะร้ายแต่เขาจะเอา ‘ยัยตัวร้ายที่รัก...’*******************คำเตือนสถานที่ ตำแหน่ง องค์กร หน่วยงาน วิชาชีพ ตัวละคร พฤติกรรม และเหตุการณ์ต่างๆ ในนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สมมติขึ้นมาทั้งสิ้น ผู้เขียนสรรสร้างเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มิได้เป็นการซ้ำเติม ชี้นำ หรือส่งเสริมการกระทำใดๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านขอให้ทุกท่านมีความสุขกับจินตนาการค่ะ*********เด็กหญิงตัวน้อยยืนมองจากมุมหนึ่งของบ้านเรือนไทยในครรลองสายตาที่ไร้เดียงสาเห็นเพียงชายหญิงคู่หนึ่งยืนคุยกันด้วยกิริยาแปลกแปร่ง ทั้งเว้นระยะและห่างเหินเกินมองตาเด็ก







