LOGINทั้งตบตีกินเหล้าสูบบุหรี่และเที่ยวกลางคืนตั้งแต่มัธยม นิสัยอวดรวย ชอบหว่านเงินซื้อเพื่อน ทุกวันก็มักจะเกาะกลุ่มกับพวกกเฬวราก[1] ทั้งเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กแสบประจำหมู่บ้านทั้งโขยง ตอนเด็กยังทำตัวขี้โกงแอบรังแกลูกสาวเธอบ่อยๆ จนเด็กน้อยต้องร้องไห้ไม่รู้กี่ครั้ง
จารวีให้รู้สึกใจคอไม่ดีเมื่อนึกถึงวีรกรรมของลูกติดสามี ถึงอย่างไรเด็กคนนี้ก็อคติกับเธอไม่เคยสร่าง ทั้งที่แม่ทิ้งพ่อหล่อนไป เลิกราไม่เจอหน้ากันเลยเกือบยี่สิบปี นานขนาดนั้นแล้วแท้ๆ
เธอที่เป็นเมียใหม่พ่อหล่อนและแม่เลี้ยงของหล่อนตลอดมาทำยังไงก็ไม่เคยถูกใจลูกเลี้ยงคนนี้สักครา แถมอีกฝ่ายยังทำตัวเกเรระรานเธอ หมายให้ออกไปจากชีวิตอีกต่างหาก
ยายเด็กแสบ! สายตาจารวีตีแผ่ดรัลดาออกมาอย่างชัดเจน แต่พอเห็นสามีขมวดคิ้ว เธอก็รู้ตัวว่าเผลอแสดงออกว่าไม่พอใจจึงรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ
“ลูกๆ โตเป็นสาวกันหมดแล้วจะนอนด้วยกันได้ไง เดี๋ยวน้าจะรีบจัดห้องให้รันวันนี้เลยจ๊ะ”
หญิงสาวพยักหน้า “ก็ดีค่ะ รีบหน่อยนะคะ รันเหนื่อยมาก อยากพักผ่อน อ้อ...อย่าลืมเตรียมของว่างให้ด้วยล่ะ หิวแล้วอ่ะ”
สีหน้าจารวีเริ่มไม่น่ามอง เธอเหมือนคนรับใช้มากเหรอ? หรือเพราะเป็นเมียใหม่ของพ่อก็เลยไม่เคารพกัน?
ดรัลดาอ่านแววตาอีกฝ่ายออก และเธอก็ยิ้มรับ
แน่นอนสิยะ หล่อนไม่ใช่แม่ฉันนี่!
ผู้หญิงสองคนยืนมองหน้าจิกตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ปัญหาลูกกับแม่เลี้ยงย่อมมีเหมือนกันทุกที่
กิตติเข้าใจได้ เขาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย “รันนั่งรอห้องนี้ก่อนดีไหมลูก”
ดรัลดาไม่ใส่ใจแววตาเกลียดชังของเมียพ่อที่แทบปิดไม่มิด เธอหันไปออเซาะกิตติ น้ำเสียงหวานออดอ้อน
“บ้านพ่อแลดูสงบสุขร่มเย็นจังเลยค่ะ รันชอบที่นี่ อยากอยู่จนกว่าจะเรียนจบแล้วทำงาน อืม...” เธอทำท่านึกอย่างมีความสุข “ถ้ารันมีผัวเป็นตัวเป็นตนก็กะว่าจะพาผัวแต่ละคนมาแนะนำกับพ่อ เอาคนที่พ่อถูกใจแล้วค่อยเข้าบ้าน ไม่ต้องแต่งงานให้เปลืองเงิน รันเอาผัวก็เอาลูกเลย บ้านเราจะได้มีสมาชิกเยอะๆ กลายเป็นครอบครัวใหญ่ ดีมั้ยจ๊ะพ่อ ถ้ารันมีลูก พ่อจะได้เลี้ยงหลานน่ารักๆ รันจะอยู่กับพ่อที่นี่ตลอดไป”
จารวีแทบลมจับกับคำพูดหล่อน ไม่รู้จะช็อคกับคำไหนก่อน
ผัวแต่ละคน ไม่แต่งงานไม่เอาสินสอด เอาผัวปั๊บเอาลูกปุ๊บ แถมยังไม่เลี้ยงลูกเองจะปล่อยให้เป็นภาระคนแก่
จารวีแทบหลั่งน้ำตา
เธออยากให้ดรัลดาออกไปจากบ้านเดี๋ยวนี้!
สายตาไล่แขกตลอดเวลาแบบนั้น ดรัลดาไม่สะทกสะท้าน ต่อให้บ้านหลังนี้เป็นน้ำพักน้ำแรงของจารวีครึ่งหนึ่งแล้วยังไงล่ะ ใครสน!
เธอคล้องแขนกิตติ พาพ่อไปออดอ้อนต่อในห้องรับแขก
วันนี้แค่น้ำจิ้มหรอกนะ วันต่อไปต่างหากคืออาหารจานเด็ด เธอจะทำให้บ้านที่เคยสงบสุขร่มเย็น ลุกเป็นไฟเลยคอยดู!
[1] คำว่า กะเลวกะลาด เป็นภาษาปากที่ได้ยินกันอยู่เสมอ แต่ที่ถูกต้องตามหลังพจนานุกรมคือ กเฬวราก และ กเลวระ ที่แปลว่า ซากศพ หมายถึง คนไร้ประโยชน์ คนชั่ว คนเลว คนที่ชั่วและเลวจนคนทั่วไปรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงเหมือนที่ขยะแขยงซากศพ
จารวีพูดลอดไรฟัน “เด็กไม่มีพ่อแม่สั่งสอน ได้ยินชัดมั้ย”ดรัลดาผลักแม่เลี้ยงอีกครั้งจนอีกฝ่ายเซถอยหลังชนโต๊ะ เธอเดินย่างสามขุมเข้าประชิดจารวีจึงจิกตามอง วันนี้เธอขอตีลูกเลี้ยงสักทีเถอะโบราณว่าไว้ รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เห็นทีจะจริง“จา! หยุดเดี๋ยวนี้!”เสียงเข้มของผู้ชายวัยกลางคนที่ยังคงมีเค้าความหล่อเหลาจากสมัยหนุ่มๆ ดังขึ้น ส่งผลทำให้สงครามระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงสงบลงชั่วคราวกิตติเผลอมองภาพบนฝาบ้านด้วยแววตาโหยหายากปกปิดขณะเดินเข้ามาดึงแขนจารวี“จา! ออกมา”“พี่กิต พี่เลิกให้ท้ายลูกซะที แล้วก็เลิกคิดถึงแม่มันด้วย หล่อนทิ้งพี่ไปแล้ว ไม่กลับมาแล้ว ยายรันกำลังปั่นหัวพี่ให้มีปัญหากับจาอยู่นะ พี่ดูไม่ออกหรือไง”“พอแล้วน่าจา พี่จะคิดถึงเขายังไงก็ไม่ควรด่าทอลูกของพี่ อย่าให้มันเกินไปนัก”“พี่กิต!” จารวีเผยสีหน้าเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม แววตาเจ็บปวดลึกล้ำ สามีไม่เคยเข้าข้าง ดีแต่ห้ามเธอ ปรามเธอ จนนังเด็กเมื่อวานซืนจะขี่หัวอยู่รอมร่อเธอคิดอย่างน้อยอกน้อยใจ น้ำตาปริ่มๆ อยู่ตรงขอบตา ขณะยอมเดินตามสามีออกจากห้องรับแขกไปแต่โดยดีจารวีไม่เคยมีความสุขตั้งแต่ลูกเลี้ยงมาอยู่ด้วยกันที่บ้านนี
การสัมภาษณ์เต็มไปด้วยบรรยากาศสนุกเป็นกันเอง ภาพในทีวีถูกซูมที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มละมุนละไมของแขกรับเชิญที่สวยโฉบเฉี่ยวเจิดจรัสแลดูเลอค่าไร้ที่ติทุกองศาและภาพถูกหยุดไว้แค่นั้นด้วยรีโมตทีวีที่อยู่ในมือของสาวน้อยบนโซฟาดรัลดาวางรีโมตไว้บนโต๊ะกลมหน้าโซฟา ยกมือเท้าคางมองภาพนั้นยิ้มๆ แววตาเคลิบเคลิ้ม สีหน้าภาคภูมิใจอย่างที่สุดผู้หญิงสะสวยร่ำรวยเงินทองใครบ้างไม่ชอบครั้นมองไปที่กำแพงห้องก็ยังมีรูปเจ้าของหน้าสวยในทีวีนี้ติดเต็มไปหมดตามประสาแฟนคลับพันธุ์แท้และไม่ว่าภาพเหล่านั้นจะถูกแกะออกมากี่ครั้ง เธอก็ยังเอากลับไปติดได้ใหม่อย่างไม่มีเบื่อ จนคนตามแกะต้องเหนื่อยไปเอง หญิงสาวมองดารานางร้ายในทีวีเนิ่นนาน ตามวิสัยแฟนคลับตัวยง“สวย รวย เก่ง ครบเครื่องจริงๆ เลยน๊า”ดรัลดานั่งมองอย่างคลั่งไคล้“คนเราพอรวยขึ้นมีเงินมากขึ้นอะไรก็ดีไปหมดเลยน๊า”กระทั่งความสุขต้องสะดุดลงเพราะทีวีถูกปิด ภาพถูกตัดไปกะทันหัน รีโมตทีวีถูกโยนลงบนโต๊ะตัวเดิม เสียงตะคอกดังขึ้น “เปิดเสียงดังลั่นบ้าน ต้องการประกาศอะไรไม่ทราบ?”คนพูดคือผู้หญิงวัยกลางคน อายุเท่ากับดาราในทีวี เธอยืนเท้าสะเอว พ่นลมหายใจอ
หลายเดือนต่อมา ภายในห้องรับแขก ทีวีถูกเปิด สาวน้อยเร่งเสียงจนดังลั่น ไม่มีความเกรงใจใดๆ ต่อสมาชิกคนอื่นในบ้านรายการทอล์กโชว์ถูกขยายเต็มหน้าจอ แขกรับเชิญในวันนี้คือนางร้ายดาวค้างฟ้า ดาร่า ดาวประกายพิธีกรกล่าวเปิดรายการตามด้วยเปิดตัวแขกรับเชิญ น้ำเสียงของเธอกังวานหวานฉะฉาน นุ่มนวลน่าฟัง“วันนี้รายการเราได้รับเกียรติจากคุณดาร่า ดาวประกายอย่างที่สุดค่ะ เพราะเธอจะมาเปิดเปลือยชีวิตสิบกว่าปีที่โลดแล่นโดดเด่นในวงการมายา ต้องผ่านความยากลำบากนานาจนกลายมาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของดารารุ่นน้องหลายคน”ดาร่า ดาวประกายหรือดารารัตน์ วรโชติเมธี เดินเฉิดฉายออกจากฉากหลังเข้ามาหน้ากล้องในชุดสีแดงกำมะหยี่ดุจนางพญา เธองามสง่าและสวยจัดสะกดทุกสายตาหลังจากนั่งลงยังตำแหน่งแขกรับเชิญและไหว้ทักทาย พิธีกรก็ทำสีหน้าตื่นเต้นยินดี “และตอนนี้ยังมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง เรียกได้ว่าเป็นผู้บริหารสาวสวยแห่งยุคเลยทีเดียว”พิธีกรกล่าวอวยแขกรับเชิญก่อนเริ่มคำถามตามสคริปต์ เธอหันหน้าไปทางแขกรับเชิญพร้อมแพนกล้องไปทางนั้น“อย่างที่ทราบมาตลอดว่าตอนเป็นเด็กพี่ดาร่าต้องสูญเสียคุณพ่อคุณแม่ก่อนวัยอันควร เรื่องครอบ
ทั้งตบตีกินเหล้าสูบบุหรี่และเที่ยวกลางคืนตั้งแต่มัธยม นิสัยอวดรวย ชอบหว่านเงินซื้อเพื่อน ทุกวันก็มักจะเกาะกลุ่มกับพวกกเฬวราก[1] ทั้งเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กแสบประจำหมู่บ้านทั้งโขยง ตอนเด็กยังทำตัวขี้โกงแอบรังแกลูกสาวเธอบ่อยๆ จนเด็กน้อยต้องร้องไห้ไม่รู้กี่ครั้งจารวีให้รู้สึกใจคอไม่ดีเมื่อนึกถึงวีรกรรมของลูกติดสามี ถึงอย่างไรเด็กคนนี้ก็อคติกับเธอไม่เคยสร่าง ทั้งที่แม่ทิ้งพ่อหล่อนไป เลิกราไม่เจอหน้ากันเลยเกือบยี่สิบปี นานขนาดนั้นแล้วแท้ๆเธอที่เป็นเมียใหม่พ่อหล่อนและแม่เลี้ยงของหล่อนตลอดมาทำยังไงก็ไม่เคยถูกใจลูกเลี้ยงคนนี้สักครา แถมอีกฝ่ายยังทำตัวเกเรระรานเธอ หมายให้ออกไปจากชีวิตอีกต่างหากยายเด็กแสบ! สายตาจารวีตีแผ่ดรัลดาออกมาอย่างชัดเจน แต่พอเห็นสามีขมวดคิ้ว เธอก็รู้ตัวว่าเผลอแสดงออกว่าไม่พอใจจึงรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ “ลูกๆ โตเป็นสาวกันหมดแล้วจะนอนด้วยกันได้ไง เดี๋ยวน้าจะรีบจัดห้องให้รันวันนี้เลยจ๊ะ”หญิงสาวพยักหน้า “ก็ดีค่ะ รีบหน่อยนะคะ รันเหนื่อยมาก อยากพักผ่อน อ้อ...อย่าลืมเตรียมของว่างให้ด้วยล่ะ หิวแล้วอ่ะ”สีหน้าจารวีเริ่มไม่น่ามอง เธอเหมือนคนรับใช้มากเหรอ? หรือเพราะเป็นเมี
สิบห้าปีต่อมาหน้าบ้านหลังใหญ่ในโครงการใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งบ่งบอกได้ดีถึงฐานะเจ้าของที่ดูล่ำซำร่ำรวยเด็กสาวในชุดแฟชั่นสั้นเว้าเอวลอย เจาะจมูกเจาะหู แต่งหน้าจัด ประโคมเครื่องประดับเต็มตัวเหมือนพวกอวดรวย กำลังยืนมองบ้านหลังใหม่ด้วยแววตาเหยียดหยันมันเป็นบ้านที่เปรียบเสมือนวิมานของพ่อเธอที่บากบั่นสร้างเนื้อสร้างตัวตลอดสิบกว่าปีจนได้มาแน่ล่ะว่าต้องสมศักดิ์ศรีเพราะที่นี่คือน้ำพักน้ำแรงของพ่อ ที่ทำเพื่อลบคำครหาในวันวาน และทำเพื่อให้ได้ใจลูกสาวคนนี้ช่วยไม่ได้ก็เธอเป็นคนทิฐิถือดีเหมือนแม่ ทั้งยังชอบเงินและใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อนี่นา ดรัลดาเอียงหน้ามองผู้ชายบุคลิกอบอุ่นที่ยืนเยื้องด้านหน้า แววตาเธอค่อนข้างซับซ้อน คิดในใจว่าจะเรียกร้องเงินทองยังไงดีหญิงสาวเดินเข้ามาด้านในโดยมีพ่อยืนมองบ้านตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ มองจากด้านนอกเห็นว่าโอ่อ่ามากแล้ว ด้านในยิ่งโอ่โถงอย่างกับวัง ทั้งกว้างขวางและหรูหรามีระดับ เครื่องเรือนที่ครบครันเหล่านั้นมีแต่ของดีมีราคาที่สูงลิบและเมื่อเธอปรากฏตัวขึ้น คนที่ดูตกอกตกใจมากย่อมเป็นหญิงวัยกลางคนที่สวยไม่สร่าง แม้อายุอานามปาเข้าวัยสี่สิบปีแล้ว แต่หนังหน้ายังคงเต่ง
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นพลอตเบาๆ เน้นอ่านสบายๆ ไม่มีเรื่องราวปวดหัวหรือดราม่าอะไรมากมายนะคะปัญหาเมียหลวงเมียน้อยนอกจากก่อความเจ็บปวดหัวใจให้คู่สมรสแล้วยังกลายเป็นบาดแผลที่มองไม่เห็นของลูกน้อยตาดำๆคำว่าครอบครัวอบอุ่นเป็นสิ่งที่เด็กทุกคนพึงปรารถนา ยกเว้นเธอ ดรัลดา...เด็กหญิงที่ทำตัวร้ายกาจเพื่อให้ครอบครัวแตกแยกร้าวฉานในเมื่อเธอไม่มีความสุข ใครก็ไม่มีสิทธิ์!นิยายเรื่องนี้เป็นแนวรักโรแมนติก มีดราม่าครอบครัว แต่ไม่มีดราม่าระหว่างพระเอกนางเอกถึงเธอจะร้ายแต่เขาจะเอา ‘ยัยตัวร้ายที่รัก...’*******************คำเตือนสถานที่ ตำแหน่ง องค์กร หน่วยงาน วิชาชีพ ตัวละคร พฤติกรรม และเหตุการณ์ต่างๆ ในนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สมมติขึ้นมาทั้งสิ้น ผู้เขียนสรรสร้างเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มิได้เป็นการซ้ำเติม ชี้นำ หรือส่งเสริมการกระทำใดๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านขอให้ทุกท่านมีความสุขกับจินตนาการค่ะ*********เด็กหญิงตัวน้อยยืนมองจากมุมหนึ่งของบ้านเรือนไทยในครรลองสายตาที่ไร้เดียงสาเห็นเพียงชายหญิงคู่หนึ่งยืนคุยกันด้วยกิริยาแปลกแปร่ง ทั้งเว้นระยะและห่างเหินเกินมองตาเด็ก







