Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2026-10-18 15:07:13

บทที่ 2

ยามเหม่า

ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงยังเป็นสีเทาทะมึน ลมหนาวพัดกรรโชกพาเอาเกล็ดน้ำค้างแข็งปลิวว่อน บดบังแสงตะวันที่พยายามจะลอดผ่านม่านเมฆ

บรรยากาศรอบจวนเสนาบดีในยามรุ่งสางเงียบงันจนน่าใจหาย ไร้ร่องรอยแห่งความปีติยินดี โคมแดงที่ถูกแขวนไว้อย่างลวกๆ หน้าจวนแกว่งไกวตามแรงลม ส่งเสียงเสียดสีชวนให้รู้สึกวังเวง ขัดกับงานมงคลที่ควรจะครึกครื้นอย่างสิ้นเชิง

ในห้องนอนซอมซ่อท้ายจวน เสิ่นอวี้ชิงนั่งนิ่งอยู่หน้าคันฉ่องสำริดบานเก่า

ภาพสะท้อนเบื้องหน้าคือสตรีในชุดมงคลสีแดงสด ปักลวดลายดอกโบตั๋นด้วยดิ้นทองอย่างประณีต ทว่าอาภรณ์งดงามนี้มิได้ตัดเย็บขึ้นเพื่อตัวนาง ขนาดของมันจึงหลวมโพรกอย่างเห็นได้ชัด

นี่คือชุดที่เสิ่นรั่วหลานสั่งทำไว้ตั้งแต่ยามที่เยี่ยอ๋องยังรุ่งโรจน์ บัดนี้เมื่อเจ้าของเดิมรังเกียจชายพิการ มันจึงถูกโยนมาคลุมร่างลูกอนุเช่นนางอย่างไร้ความไยดี

ข้างกายของนาง มิใช่ช่างประทิ่นโฉมเลื่องชื่อ หรือบ่าวไพร่ที่คอยประจบเอาใจ

หากแต่เป็นอนุไป๋ มารดาผู้มีสีหน้านิ่งสงบ ไม่แสดงความหวั่นไหวใดๆ ออกมาให้เห็น

มือเรียวที่สากกร้านทว่าอบอุ่นจากการปรุงยา ค่อยๆ บรรจงปักปิ่นเงินเกลี้ยงเกลาลงบนมวยผมของบุตรสาว ไร้เครื่องเพชรนิลจินดามีค่า ไร้เสียงหัวเราะแสดงความยินดี มีเพียงความเงียบงันอันหนักอึ้งระหว่างสองแม่ลูก

ลมหายใจของอนุไป๋ผ่อนเข้าออกอย่างเชื่องช้า พยายามสะกดกลั้นความรวดร้าวในอกเอาไว้อย่างมิดชิด

“อวี้ชิง...”

อนุไป๋เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงความหนักแน่น

“แม่รู้ว่าเจ้ามีปัญญาเอาตัวรอด วิชาแพทย์และพิษที่แม่ถ่ายทอดให้ เจ้าแตกฉานหมดสิ้นแล้ว... แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าต้องจำให้ขึ้นใจ บุรุษที่ถูกความแค้นและความพิการครอบงำ ย่อมดุร้ายและคาดเดาไม่ได้ยิ่งกว่าสิ่งใด”

เสิ่นอวี้ชิงหันกลับไปสบตามารดา นางยกมือขึ้นกุมมือที่หยาบกร้านของอนุไป๋ไว้แน่น ถ่ายทอดไออุ่นให้แก่กันในเช้าที่เหน็บหนาว

“ท่านแม่มิต้องกังวลเจ้าค่ะ ข้ามิได้ก้าวเข้าจวนอ๋องเพื่อหาที่พึ่งพิง และมิได้หวังความเมตตาจากบุรุษใด”

แววตาของเสิ่นอวี้ชิงคมปลาบ ปราศจากความหวาดกลัวที่สตรีทั่วไปพึงมี

“ข้าไปเพื่อยื้อชีวิตเขา แลกกับอำนาจที่จะดึงท่านแม่ออกไปจากขุมนรกตระกูลเสิ่นแห่งนี้ ขอเพียงท่านแม่อดทนรอข้า”

อนุไป๋พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะแอบยัดตลับยาเคลือบสีดำขนาดเล็กและชุดเข็มเงินเล่มบางพิเศษเข้าไปในสาบเสื้อเจ้าสาว สองสายตาสบประสานด้วยความเข้าใจลึกซึ้งโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดออกมาอีก

ในจังหวะนั้นเอง สายตาของเสิ่นอวี้ชิงเหลือบไปเห็นสตรีสองนางที่แอบยืนหลบอยู่หลังเสาตรงทางเดิน...

น้องสามและน้องสี่ บุตรสาวสายอนุอีกสองคนของตระกูลเสิ่น

หญิงสาวทั้งสองสวมเพียงชุดผ้าฝ้ายเนื้อเรียบสีซีดจาง มารอส่งพี่สาวด้วยแววตาหวาดหวั่นระคนอาลัย พวกนางต่างรู้ดีแก่ใจว่าพี่รองกำลังถูกผลักไสให้ไปตายแทนคุณหนูใหญ่ ทว่าด้วยฐานะลูกอนุที่ไร้ปากเสียงในจวน จึงไม่อาจยื่นมือเข้าช่วยเหลือสิ่งใดได้

เสิ่นอวี้ชิงสบสายตากับน้องสาวทั้งสอง ก่อนจะพยักหน้าให้เบาๆ เป็นสัญญาณบอกให้พวกนางอดทนและระวังตัวให้ดี

ก่อนที่ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงชาดจะถูกทิ้งตัวลงมา ปิดกั้นนางจากโลกภายนอกจนสิ้น

ไร้เสียงประทัดขับไล่สิ่งชั่วร้าย ไร้เสียงปี่กลองมงคลประโคมก้อง

สิ่งที่นำทางขบวนวิวาห์ของพระชายาเอก มีเพียงเสียงฝีเท้าของคนหามเกี้ยวที่ย่ำลงบนพื้นดินเป็นจังหวะเนิบช้า เกี้ยวสีแดงเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนที่ปกคลุมด้วยสายหมอกยามเช้า... วังเวงเสียจนไม่ต่างจากขบวนแห่ศพ

ผู้คนสองข้างทางที่ตื่นมาเปิดร้านต่างพากันแอบมองผ่านรอยแยกของบานหน้าต่าง เสียงกระซิบกระซาบลอยตามลมเข้ามาในเกี้ยวไม่ขาดสาย

“นั่นน่ะหรือ เกี้ยวเจ้าสาวของเยี่ยอ๋อง... เหตุใดจึงดูวังเวงปานนี้”

“น่าเวทนานัก ได้ยินว่าเป็นแค่ลูกอนุที่ถูกส่งไปตายแทนคุณหนูใหญ่”

“เข้าไปในแดนมัจจุราชเช่นนั้น จะมีชีวิตรอดพ้นสามวันหรือไม่ก็ยังไม่รู้ ข่าวลือว่าตั้งแต่ท่านอ๋องพิการ อารมณ์ก็ร้ายกาจจนน่ากลัว บ่าวไพร่ในจวนถูกลงทัณฑ์จนตายไปกี่คนแล้วก็ไม่รู้!”

“ชู่ว! หุบปากเสีย อยากโดนตัดลิ้นหรืออย่างไร!”

ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว เสิ่นอวี้ชิงยังคงนั่งหลังตรงสง่างามอยู่ภายในเกี้ยวที่โคลงเคลง นางมิได้สะทกสะท้านต่อถ้อยคำเวทนาเหล่านั้นแม้เพียงครึ่งเสี้ยว ในหัวกำลังประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็น

‘เสิ่นรั่วหลานคงส่งจดหมายไปเป่าหูเยี่ยอ๋องเรียบร้อยแล้ว...’

ในสายตาของเซียวเยี่ย นางคงไม่ต่างจากสตรีละโมบที่เหยียบย่ำพี่สาวเพื่อแย่งชิงตำแหน่งพระชายา ยิ่งเขาเคยรักและตามใจเสิ่นรั่วหลานมากเท่าใด ความชิงชังที่เขามีต่อนางย่อมฝังลึกมากเท่านั้น

การแต่งงานครั้งนี้... คือลานประหารที่เขาเตรียมไว้ลงทัณฑ์นาง

มุมปากใต้ผ้าแดงยกยิ้มเย็น นิ้วเรียวไล้ไปตามตลับยาและซองเข็มเงินที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ

‘หากคิดจะเหยียบย่ำข้าเป็นผักปลา ก็คงต้องมาดูกันว่ากระบี่ของท่านอ๋อง กับเข็มพิษของข้า... สิ่งใดจะปลิดชีพได้เร็วกว่ากัน!’

ตึง!

เกี้ยวเจ้าสาวถูกวางกระแทกลงบนพื้นหินอย่างแรงจนโครงไม้สะเทือน ดึงเสิ่นอวี้ชิงออกจากห้วงความคิด

อากาศรอบกายพลันเย็นเยียบขึ้นในพริบตา กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ลอยมาปะทะจมูก ไร้ซึ่งกลิ่นหอมของกำยานมงคลอย่างที่ควรจะเป็น

เสิ่นอวี้ชิงแง้มม่านหน้าต่างออกดูเพียงเสี้ยวหนึ่ง...

เบื้องหน้ามิใช่ประตูใหญ่หน้าจวนอันโอ่อ่า ทว่าขบวนเกี้ยวกลับถูกหามอ้อมเข้ามาทาง ‘ประตูข้าง’

ประตูที่ตามธรรมเนียมมีไว้สำหรับขนของ บ่าวไพร่เดินผ่าน หรือใช้ลำเลียงคนตายออกไปทิ้งเท่านั้น

นี่คือการจงใจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีกันตั้งแต่ก้าวแรก

ไร้เงาเจ้าบ่าวบนหลังม้า... ย่อมแน่นอนอยู่แล้ว คนพิการที่สิ้นเรี่ยวแรงจะยืน จะเอาปัญญาที่ไหนมารับตัวเจ้าสาว

ไร้พรมแดงปูลาด ไร้กระถางไฟให้ก้าวข้ามเพื่อปัดเป่าเสนียดจัญไร

“เชิญคุณหนูรองเสิ่นลงจากเกี้ยว”

น้ำเสียงแข็งกระด้างดังขึ้นข้างเกี้ยว พ่อบ้านชราในชุดผ้าเนื้อหยาบสีดำสนิทยืนคอยอยู่ แววตาที่มองมาไร้ความเคารพยำเกรง มีเพียงความรังเกียจชิงชังที่เปิดเผยอย่างไม่คิดจะปิดบัง

เสิ่นอวี้ชิงก้าวลงจากเกี้ยวด้วยท่วงท่ามั่นคง ชายกระโปรงสีแดงสดสะบัดเบาๆ ลมหายใจของนางราบเรียบ ไร้อาการหวาดผวาอย่างที่คนพวกนั้นคาดหวังจะได้เห็น

“พิธีกราบไหว้ฟ้าดินเล่า?” นางเอ่ยถามผ่านผ้าคลุมหน้า น้ำเสียงนิ่งสนิท

พ่อบ้านชราแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาเหยียดหยันเด่นชัด

“ท่านอ๋องมีรับสั่ง... พิธีกราบไหว้ฟ้าดินมีไว้สำหรับคู่สามีภรรยาที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม สำหรับสตรีที่ใช้อุบายสกปรกแย่งชิงตำแหน่งของผู้อื่นเช่นเจ้า... จวนเยี่ยอ๋องมีเพียงห้องนอนหนึ่งห้อง และสุสานหลังจวนไว้รอรับเท่านั้น! ตามข้ามา!”

คำพูดร้ายกาจหวังกรีดเฉือนให้นางเจ็บแค้น ทว่าเสิ่นอวี้ชิงกลับเพียงยกยิ้มใต้ผ้าคลุมหน้า

‘ไม่ไหว้ฟ้าดินงั้นหรือ? ดีเสียอีก... ฟ้าดินจะได้ไม่ต้องมาเป็นพยานผูกมัด ยามตัดขาดจะได้เดินจากไปอย่างไร้พันธะ’

บ่าวชายสองคนเดินคุมหัวท้าย นำพานางเดินผ่านลานหินอันรกร้าง จวนอ๋องที่เคยยิ่งใหญ่บัดนี้มีเพียงวัชพืชขึ้นแซมตามรอยแตกของพื้นหิน กำแพงสูงตระหง่านสีเทาเข้มให้ความรู้สึกอึดอัดดุจคุกคุมขัง ไร้โคมไฟสีแดง ไร้ผ้าแพรมงคล มีเพียงคบเพลิงที่ลุกโชนวูบวาบตามแรงลมหนาว ส่งเสียงปะทุเป็นระยะท่ามกลางความเงียบงัน

ฝีเท้าของนางมาหยุดลงที่หน้าเรือนพักหลังใหญ่ ประตูไม้หนาหนักลงรักสีดำสนิทปิดทึบ

“เข้าไปเสีย!”

พ่อบ้านชราผลักประตูเปิดออกอย่างไม่ไยดี

“ท่านอ๋องกำลัง ‘รอคอย’ เจ้าสาวอยู่ด้านในแล้ว!”

ปัง!

บานประตูถูกกระแทกปิดลงตามหลังอย่างแรง ตัดขาดลมหนาวภายนอก เหลือทิ้งไว้เพียงบรรยากาศอันหนักอึ้งและไอสังหารที่เข้มข้นจนแทบสำลัก

เสิ่นอวี้ชิงยืนนิ่งอยู่กลางห้องที่แสงเทียนริบหรี่ ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงชาด ท่ามกลางความเงียบสงัด

เสียงล้อไม้บดลงบนพื้นกระเบื้องดังสะท้อนเนิบช้า...

ครืด... ครืด...

เสียงนั้นเยือกเย็น หนักแน่น และคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 8

    บทที่ 8ในห้องหนังสืออันเงียบสงัด ความตึงเครียดที่คุกรุ่นอยู่ตลอดทั้งวันยังคงไม่จางหายแสงจันทร์สลัวลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาทาบทับร่างสูงใหญ่บนรถเข็นไม้ ขับเน้นให้เห็นร่องรอยความโดดเดี่ยวและทรุดโทรมของอดีตแม่ทัพใหญ่เซียวเยี่ยทอดสายตาดุดัน จ้องมองกล่องไม้แกะสลักลวดลายประณีตที่พ่อบ้านหลี่เพิ่งนำมาวางลงบนโต๊ะหนังสือเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง“ท่านอ๋องขอรับ...”พ่อบ้านหลี่ค้อมกายลงต่ำ น้ำเสียงแฝงความกังวลระคนเห็นใจ“คนสนิทของคุณหนูใหญ่ลอบนำสิ่งนี้มาส่งที่ประตูด้านหลัง แจ้งว่าเป็นจดหมายที่นางแอบเขียนฝากมาให้ท่านอ๋องขอรับ”ได้ยินชื่อนั้น หัวใจที่ด้านชาของอดีตแม่ทัพพลันกระตุกวูบมือหนาที่เคยกร้านศึกเอื้อมไปเปิดฝากล่องออกอย่างช้าๆ ด้านในมีผ้าเช็ดหน้าสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเป็ดแมนดารินคู่ที่คุ้นตา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกหลิวที่นางโปรดปรานยังคงอบอวล ทว่าบนผืนผ้ากลับมีรอยคราบน้ำตาแห้งกรังเป็นวงกว้าง แนบมาพร้อมกับแผ่นกระดาษจดหมายบางเบาหนึ่งฉบับเซียวเยี่ยคลี่กระดาษออกอ่านด้วยมือที่เริ่มสั่นเทา ลายมืออ่อนช้อยคุ้นตาของเสิ่นรั่วหลานปรากฏสู่สายตา‘พี่เซียวเยี่ยของรั่วหลาน...นับตั้งแต่วันที่ท่านบาดเจ็บกลับ

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 7

    บทที่ 7หลังจากสั่งสอนสาวใช้ทั้งสองจนเข็ดหลาบ เรือนชิงเหยาก็เปลี่ยนสภาพจากเรือนร้างทรุดโทรม กลายเป็นที่พักแสนสบายในพริบตาเตาผิงมุมห้องถูกเติมด้วยถ่านไร้ควันชั้นดี ส่งไออุ่นขับไล่ลมหนาวนอกหน้าต่างจนหมดสิ้น ฟูกหนานุ่มและผ้าห่มขนสัตว์สะอาดเอี่ยมถูกนำมาปูลาดบนเตียงอย่างประณีต บนโต๊ะอาหารมีทั้งไก่ตุ๋นยาจีนส่งควันกรุ่น และหมูสามชั้นผัดซอสรสเข้มข้นวางเรียงรายเสิ่นอวี้ชิงนั่งคีบเนื้อเข้าปากพลางจิบชาร้อนอย่างสบายอารมณ์ส่วนชุ่ยเอ๋อร์กับหวังมามา ทั้งสองยืนตัวลีบ หลุบตาต่ำอยู่ตรงมุมเสา รอยเล็บและคราบเลือดบนใบหน้าเริ่มแห้งกรัง ทว่าพวกนางไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพียงแค่เสิ่นอวี้ชิงปรายตามองมา ทั้งคู่ก็สะดุ้งสุดตัว ขาสั่นระริกด้วยความหวาดผวา กลัวว่าพิษในร่างจะกำเริบขึ้นมาอีกครา“พวกเจ้าออกไปเฝ้าข้างนอก ใครแอบมาแถวนี้ก็หาทางไล่ไปให้หมด”เสิ่นอวี้ชิงวางตะเกียบลงแล้วเอ่ยสั่งเสียงเรียบ“จะ... เจ้าค่ะพระชายา!”สองสาวใช้รีบย่อกายรับคำอย่างลนลาน แทบจะคลานถอยหลังออกจากห้อง แล้วดึงบานประตูปิดให้อย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวจะรบกวนเวลาพักผ่อนของนางพญามารเมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา เสิ่นอวี้ชิงจึงลุกขึ้นเดิน

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 6

    บทที่ 6แสงแรกของวันใหม่เริ่มขับไล่ความมืดมิด ทว่าความเยียบเย็นในห้องหอยังคงไม่จางหายเซียวเยี่ยปรายตามองเสิ่นอวี้ชิงที่ยืนจัดระเบียบเสื้อผ้าของตนเองอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้เขาจะยอมรับข้อตกลงแลกเปลี่ยนชีวิต ทว่าความชิงชังที่หยั่งรากลึกกลับมิได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อยในสายตาของเขา นางยังคงเป็นสตรีละโมบที่ทำลายชีวิตของเสิ่นรั่วหลาน และเป็นเพียงเบี้ยไร้ค่าที่เขาเก็บไว้ใช้รักษาขาเท่านั้น“พ่อบ้านหลี่!”เสียงตวาดกร้าวของเยี่ยอ๋องดังก้องออกไปนอกห้องประตูหนาหนักถูกผลักเปิดออกทันที พ่อบ้านชราพร้อมคนรับใช้ร่างกำยำสองคนก้าวเข้ามารอรับคำสั่งอย่างนอบน้อม ทว่าสายตาที่เหลือบมองเสิ่นอวี้ชิงยังคงเต็มไปด้วยความเหยียดหยามอย่างเปิดเผย“พานางออกไปจากเรือนหลักของข้า” เซียวเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พาไปขังไว้ที่เรือนชิงเหยาท้ายจวน หากไม่ได้รับอนุญาตจากเปิ่นหวาง ห้ามนางก้าวออกจากเขตเรือนแม้แต่ก้าวเดียว!”เรือนชิงเหยา... แท้จริงแล้วคือเรือนร้างที่ทรุดโทรมที่สุดในจวนอ๋อง ไร้คนเหลียวแลมานานนับสิบปี ผนังไม้ผุพัง ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านรอยแยกตลอดเวลา ซ้ำร้ายยังอยู่ติดกับสุสานเก่าท้ายจวนการส่งพระชายาเอกที่เพิ่งแต่ง

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 5

    บทที่ 5กลิ่นคาวเลือดสีดำที่คลุ้งไปทั่วห้อง ค่อยๆ ถูกสายลมหนาวที่พัดลอดรอยแยกหน้าต่างพัดพาให้เจือจางลง ทว่าบรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกลับยิ่งทวีความอึดอัดและตึงเครียดหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมแสงตะเกียงน้ำมันริบหรี่สะท้อนเงาทึมเทาของคนทั้งคู่ลงบนผนังหิน ราวกับซากปรักหักพังหลังผ่านพ้นสงครามเซียวเยี่ยทอดกายพิงพนักรถเข็น ลมหายใจที่เคยขาดห้วงเริ่มกลับคืนสู่จังหวะสม่ำเสมอ ความเจ็บปวดเสียดแทงราวกับกระดูกในอกถูกบดขยี้ทุเลาลงจนน่าประหลาด แม้เรี่ยวแรงจะฟื้นคืนมาไม่ถึงสามส่วน แต่เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าเส้นชีพจรที่เคยถูกความเย็นยะเยือกแช่แข็ง บัดนี้เริ่มมีไออุ่นแผ่วเบาไหลเวียน ชุบชีวิตที่เกือบมอดดับให้ฟื้นคืนมาอีกครั้งสายตาคมกริบของอดีตแม่ทัพตวัดขึ้นมองสตรีตรงหน้า...แววตาคู่นั้นมิได้มีเพียงเพลิงแค้นอีกต่อไป หากแต่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยอย่างถึงที่สุดเบื้องหน้าของเขา เสิ่นอวี้ชิงมิได้แสดงท่าทีหวั่นไหวต่อรังสีสังหารที่ยังคงอบอวล นางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาซับคราบเลือดตรงลำคอขาวที่เขาฝากแผลไว้ด้วยคมกระบี่อย่างใจเย็น หยาดเลือดสีชาดซึมเปรอะเนื้อผ้า ก่อนที่นางจะบรรจงจัดเก็บเข็มเงินเข้าสู่ปลอก

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 4

    บทที่ 4ยังไม่ทันที่ปลายกระบี่จะได้กดลึกลงไปมากกว่านั้น มือหนาที่เคยกุมด้ามอาวุธไว้มั่นคงพลันสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้กึก... กึก...เสียงฟันของเซียวเยี่ยกระทบกันดังก้องท่ามกลางความเงียบสงัด เส้นเลือดฝอยในดวงตาที่เคยแดงก่ำพลันหดเกร็ง ผิวแก้มที่ซีดขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในชั่วพริบตา ไอเย็นยะเยียบแผ่ออกมาจากทั่วร่าง จนเกล็ดน้ำแข็งสีขาวเริ่มเกาะจับตามไรผมและคิ้วเข้ม“อึก...!”เสียงคำรามต่ำในลำคอดังขึ้นอย่างทรมาน กระบี่เล่มหนักร่วงหลุดจากมือ กระแทกลงบนพื้นหินอ่อนเสียงดังสนั่น‘พิษเหมันต์กลืนกระดูก’ ที่หลับใหลอยู่ในเส้นชีพจรมานานแรมเดือน ถูกโทสะที่พุ่งพล่านกระตุ้นจนระเบิดออกอย่างฉับพลัน!ร่างสูงใหญ่บนรถเข็นแอ่นเกร็ง กล้ามเนื้อทุกมัดบิดกระตุกด้วยความเจ็บปวดเจียนจะขาดใจ สองมือยกขึ้นกุมแผงอกข้างซ้ายแน่นจนเล็บจิกทะลุเนื้อผ้า ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว พ่นเลือดเสียสีดำข้นคลั่กส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งออกมาเต็มพื้นห้อง!เลือดดำหยดแล้วหยดเล่าเปรอะเปื้อนลงบนชายกระโปรงสีแดงมงคลของเสิ่นอวี้ชิง ร่างของอดีตแม่ทัพซวนเซจนแทบจะร่วงจากรถเข็น ลมหายใจขาดห้วง ชีพจรเต้นแผ่วรัวจนแทบจับจังหวะไม่ได้หากปล่อยไว้เช่นนี้

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 3

    บทที่ 3ภายในห้องหออันกว้างใหญ่ ไร้แม้เงาของแสงเทียนมงคลสีแดงมีเพียงเปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันดวงเล็กตรงมุมห้องที่ไหวริบหรี่ตามรอยแยกของบานหน้าต่าง ทอดเงาดำทะมึนบนผนังหินจนชวนอึดอัด กลิ่นหอมของแป้งผัดหน้าเจ้าสาวที่ควรจะอบอวล กลับถูกกลบมิดด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นขมปร่าของยาต้มเข้มข้นที่สะสมมานานนับเดือน... บ่งบอกถึงสภาพร่างกายของผู้เป็นเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดีครืด... ครืด...เสียงล้อไม้บดลงบนพื้นหินอย่างเชื่องช้า เยือกเย็น และหนักหน่วงท่ามกลางความเงียบสงัด ทุกจังหวะการหมุนของล้อไม้บดขยี้ความเงียบ ดังก้องราวกับเสียงนับถอยหลังของมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เสิ่นอวี้ชิงยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงสด นางสัมผัสได้ถึงไอสังหารเข้มข้นจนผิวเนื้อเย็นวาบ ลมหายใจของบุรุษเบื้องหน้าหนักหน่วงและขาดห้วง แฝงไปด้วยโทสะบ้าคลั่งที่อัดแน่นจนแทบระเบิด ราวกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บและพร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกคามือฟึ่บ!ประกายสีเงินวูบวาบผ่านสายตาไปในเสี้ยวพริบตา!แม้ช่วงล่างจะพิการไร้เรี่ยวแรง ทว่าวรยุทธ์และสัญชาตญาณของอดีตแม่ทัพใหญ่ยังคงเฉียบคม สายลมคมกริบตัดผ่านอากาศ ปลายกระ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status