Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2026-10-18 15:07:39

บทที่ 3

ภายในห้องหออันกว้างใหญ่ ไร้แม้เงาของแสงเทียนมงคลสีแดง

มีเพียงเปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันดวงเล็กตรงมุมห้องที่ไหวริบหรี่ตามรอยแยกของบานหน้าต่าง ทอดเงาดำทะมึนบนผนังหินจนชวนอึดอัด กลิ่นหอมของแป้งผัดหน้าเจ้าสาวที่ควรจะอบอวล กลับถูกกลบมิดด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นขมปร่าของยาต้มเข้มข้นที่สะสมมานานนับเดือน... บ่งบอกถึงสภาพร่างกายของผู้เป็นเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี

ครืด... ครืด...

เสียงล้อไม้บดลงบนพื้นหินอย่างเชื่องช้า เยือกเย็น และหนักหน่วง

ท่ามกลางความเงียบสงัด ทุกจังหวะการหมุนของล้อไม้บดขยี้ความเงียบ ดังก้องราวกับเสียงนับถอยหลังของมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้

เสิ่นอวี้ชิงยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงสด นางสัมผัสได้ถึงไอสังหารเข้มข้นจนผิวเนื้อเย็นวาบ ลมหายใจของบุรุษเบื้องหน้าหนักหน่วงและขาดห้วง แฝงไปด้วยโทสะบ้าคลั่งที่อัดแน่นจนแทบระเบิด ราวกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บและพร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกคามือ

ฟึ่บ!

ประกายสีเงินวูบวาบผ่านสายตาไปในเสี้ยวพริบตา!

แม้ช่วงล่างจะพิการไร้เรี่ยวแรง ทว่าวรยุทธ์และสัญชาตญาณของอดีตแม่ทัพใหญ่ยังคงเฉียบคม สายลมคมกริบตัดผ่านอากาศ ปลายกระบี่ตวัดเพียงครั้งเดียว ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงชาดก็ขาดสะบั้นออกเป็นสองท่อน ร่วงลงสู่พื้นเย็นเฉียบ

เผยให้เห็นใบหน้างดงามหมดจดที่ปราศจากการแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมใดๆ

ทว่าในวินาทีที่แสงตะเกียงสลัวสาดกระทบดวงหน้านั้น...

มือหนาที่กำด้ามกระบี่มั่นคงกลับชะงักงันไปเพียงเสี้ยวอึดใจ

ดวงตาคมกริบของ ‘เซียวเยี่ย’ หรี่ลงเล็กน้อย แววตาเคียดแค้นแดงก่ำพลันไหววูบด้วยความตกตะลึง

‘เป็นนางงั้นรึ...?’

ภาพความทรงจำเมื่อครึ่งปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัวของเขาอย่างฉับพลัน

ยามนั้นเขายังเป็นแม่ทัพไร้พ่าย นำทัพผ่านค่ายผู้อพยพนอกเมืองหลวง ท่ามกลางโคลนตม กลิ่นคาวเลือด และเสียงคร่ำครวญของผู้ลี้ภัย มีสตรีร่างบางในชุดผ้าฝ้ายสีซีดกำลังคุกเข่าลงบนพื้นดินเปรอะเปื้อนอย่างไม่รังเกียจ

นางใช้สองมือเปล่าทำความสะอาดแผลเน่าเฟะให้คนชรา ป้อนยาต้มให้เด็กน้อยด้วยแววตามุ่งมั่นและอ่อนโยน รอยยิ้มบางๆ ของนางในวันนั้น ราวกับแสงสว่างสายเดียวที่สาดส่องลงมาในขุมนรก

ในครานั้น เขาเพียงหยุดม้ามองดูนางจากระยะไกล มิได้เอ่ยทักทาย และมิได้สืบสาวว่านางเป็นใคร ได้แต่นึกชื่นชมอยู่เงียบๆ ว่าในกลียุคเช่นนี้ ยังมีสตรีที่จิตใจบริสุทธิ์และไม่รังเกียจคนยากไร้อยู่อีกหรือ...

ทว่าภาพความทรงจำอันงดงามนั้น กลับถูกความจริงตรงหน้าฉีกกระชากจนแหลกสลาย!

‘ที่แท้... ก็เป็นแค่นางงูพิษที่สวมหน้ากากเสแสร้ง!’

เซียวเยี่ยขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน ความชื่นชมในอดีตแปรเปลี่ยนเป็นความขยะแขยงจนแทบคลุ้มคลั่ง สตรีที่เขาเคยคิดว่าจิตใจอ่อนโยน แท้จริงแล้วเบื้องหลังกลับละโมบและต่ำช้า บีบคั้นพี่สาวแท้ๆ ให้ต้องผูกคอตาย เพื่อแย่งชิงวาสนาขึ้นเกี้ยวมาเป็นพระชายาของเขา!

ชิ้ง!

ปลายกระบี่เย็นเยียบพุ่งเข้าจ่อแนบสนิทอยู่ตรงคอหอยของเสิ่นอวี้ชิงทันที

แรงกดจากคมกระบี่ไร้ความลังเล คมเหล็กบาดลึกจนหยดเลือดสีสดซึมผ่านผิวเนื้อขาวผ่อง ไหลรินลงมาตามลำคอ ตัดกับสีแดงของชุดมงคล

“นังหญิงแพศยาไร้ยางอาย!”

เสียงตวาดของเขาแหบพร่าทว่าดังก้องกังวาน ใบหน้าคมคายที่บัดนี้ซูบตอบและซีดเซียวจากพิษร้ายถมึงทึงด้วยความเกลียดชังอย่างถึงที่สุด

“เจ้าคิดว่าบีบให้รั่วหลานต้องผูกคอตาย แล้วกระเสือกกระสนแย่งวาสนาขึ้นเกี้ยวมาเป็นพระชายาเอกของเปิ่นหวาง... เจ้าจะได้เสวยสุขในจวนอ๋องแห่งนี้งั้นรึ!”

สายตาที่เขามองนาง เต็มไปด้วยความรังเกียจราวกับมองเศษสวะใต้โคลนตม

“เป็นแค่ลูกอนุชั้นต่ำ จิตใจถึงได้อำมหิตผิดมนุษย์นัก! เจ้าคิดว่าหัวบนบ่ามีกี่หัวกันแน่ ถึงได้กล้าแตะต้องคนของเปิ่นหวาง!”

ท่ามกลางคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพ เสิ่นอวี้ชิงกลับไม่ร้องขอความเมตตา ไม่ถอยหนี และไม่คิดจะยกมือขึ้นจับคอที่เลือดกำลังไหลริน

นางยังคงยืนนิ่งหลังตรง สบสายตากับดวงตาแดงก่ำที่ลุกโชนด้วยไฟโทสะอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาของนางนิ่งสนิท ไร้ความตื่นตระหนกอย่างที่เขาอยากเห็น และความเยือกเย็นเกินมนุษย์นี้เอง ยิ่งโหมไฟแค้นในอกของเขาให้ลุกพรึบขึ้นเป็นเท่าตัว

“ทำไมไม่ร้องขอชีวิต? คิดว่าเปิ่นหวางพิการแล้วจะไม่มีปัญญาฆ่าเจ้าหรือไร!”

เซียวเยี่ยเค้นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยียบชวนขนลุก

“แต่ไม่ต้องกลัวไป... ข้าไม่ยอมให้เจ้าตายง่ายๆ หรอก คมกระบี่นี้มันสบายเกินไปสำหรับความผิดของเจ้า!”

เซียวเยี่ยโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แขนแกร่งเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แววตาเหี้ยมเกรียมขึ้นทุกขณะ

“ข้าจะกักขังเจ้าไว้ในขุมนรกแห่งนี้ ทำให้เจ้าต้องทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น! ทุกหยดน้ำตาที่รั่วหลานต้องหลั่ง เจ้าจะต้องชดใช้ด้วยเลือดและเนื้อทุกวันคืน... ข้าจะทำให้เจ้ารู้ซึ้งว่า การก้าวเข้ามาในจวนเยี่ยอ๋อง คือฝันร้ายที่สุดในชีวิตของเจ้า!”

ปลายกระบี่ยังคงกดนิ่ง เลือดอุ่นๆ ไหลหยดลงเปื้อนคอเสื้อ

ทว่าแทนที่จะหวาดผวากับคำขู่เอาชีวิต เสิ่นอวี้ชิงกลับปรายตามองสภาพร่างกายของบุรุษตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ สายตาของหมอเทวดากวาดมองทะลุความดุดันเกรี้ยวกราด และเห็นความผิดปกติที่ซ่อนอยู่อย่างชัดเจน

ชีพจรที่ขมับเต้นรัวเร็วและติดขัด

ม่านตาขยายกว้างผิดปกติ

ลมหายใจที่พ่นออกมาร้อนผ่าวและมีกลิ่นคาวเลือดจางๆ

และที่สำคัญที่สุด... ปลายเล็บของมือหนาที่กำลังกำด้ามกระบี่แน่นนั้น เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ!

‘ขู่ว่าจะทรมานข้าให้ตายทั้งเป็นงั้นหรือ?’

เสิ่นอวี้ชิงนึกในใจอย่างเยือกเย็น มุมปากเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา

ปลายนิ้วเรียวใต้แขนเสื้อเริ่มขยับ สัมผัสเข้ากับปลายเข็มเงินที่ซ่อนไว้ เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ

‘ท่านอ๋อง... คมกระบี่ในมือท่านยังไม่ทันจะได้เฉือนเนื้อข้า ตัวท่านเองต่างหากที่จะทนพิษร้ายนี้ไปได้อีกกี่ลมหายใจ!’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 8

    บทที่ 8ในห้องหนังสืออันเงียบสงัด ความตึงเครียดที่คุกรุ่นอยู่ตลอดทั้งวันยังคงไม่จางหายแสงจันทร์สลัวลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาทาบทับร่างสูงใหญ่บนรถเข็นไม้ ขับเน้นให้เห็นร่องรอยความโดดเดี่ยวและทรุดโทรมของอดีตแม่ทัพใหญ่เซียวเยี่ยทอดสายตาดุดัน จ้องมองกล่องไม้แกะสลักลวดลายประณีตที่พ่อบ้านหลี่เพิ่งนำมาวางลงบนโต๊ะหนังสือเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง“ท่านอ๋องขอรับ...”พ่อบ้านหลี่ค้อมกายลงต่ำ น้ำเสียงแฝงความกังวลระคนเห็นใจ“คนสนิทของคุณหนูใหญ่ลอบนำสิ่งนี้มาส่งที่ประตูด้านหลัง แจ้งว่าเป็นจดหมายที่นางแอบเขียนฝากมาให้ท่านอ๋องขอรับ”ได้ยินชื่อนั้น หัวใจที่ด้านชาของอดีตแม่ทัพพลันกระตุกวูบมือหนาที่เคยกร้านศึกเอื้อมไปเปิดฝากล่องออกอย่างช้าๆ ด้านในมีผ้าเช็ดหน้าสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเป็ดแมนดารินคู่ที่คุ้นตา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกหลิวที่นางโปรดปรานยังคงอบอวล ทว่าบนผืนผ้ากลับมีรอยคราบน้ำตาแห้งกรังเป็นวงกว้าง แนบมาพร้อมกับแผ่นกระดาษจดหมายบางเบาหนึ่งฉบับเซียวเยี่ยคลี่กระดาษออกอ่านด้วยมือที่เริ่มสั่นเทา ลายมืออ่อนช้อยคุ้นตาของเสิ่นรั่วหลานปรากฏสู่สายตา‘พี่เซียวเยี่ยของรั่วหลาน...นับตั้งแต่วันที่ท่านบาดเจ็บกลับ

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 7

    บทที่ 7หลังจากสั่งสอนสาวใช้ทั้งสองจนเข็ดหลาบ เรือนชิงเหยาก็เปลี่ยนสภาพจากเรือนร้างทรุดโทรม กลายเป็นที่พักแสนสบายในพริบตาเตาผิงมุมห้องถูกเติมด้วยถ่านไร้ควันชั้นดี ส่งไออุ่นขับไล่ลมหนาวนอกหน้าต่างจนหมดสิ้น ฟูกหนานุ่มและผ้าห่มขนสัตว์สะอาดเอี่ยมถูกนำมาปูลาดบนเตียงอย่างประณีต บนโต๊ะอาหารมีทั้งไก่ตุ๋นยาจีนส่งควันกรุ่น และหมูสามชั้นผัดซอสรสเข้มข้นวางเรียงรายเสิ่นอวี้ชิงนั่งคีบเนื้อเข้าปากพลางจิบชาร้อนอย่างสบายอารมณ์ส่วนชุ่ยเอ๋อร์กับหวังมามา ทั้งสองยืนตัวลีบ หลุบตาต่ำอยู่ตรงมุมเสา รอยเล็บและคราบเลือดบนใบหน้าเริ่มแห้งกรัง ทว่าพวกนางไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพียงแค่เสิ่นอวี้ชิงปรายตามองมา ทั้งคู่ก็สะดุ้งสุดตัว ขาสั่นระริกด้วยความหวาดผวา กลัวว่าพิษในร่างจะกำเริบขึ้นมาอีกครา“พวกเจ้าออกไปเฝ้าข้างนอก ใครแอบมาแถวนี้ก็หาทางไล่ไปให้หมด”เสิ่นอวี้ชิงวางตะเกียบลงแล้วเอ่ยสั่งเสียงเรียบ“จะ... เจ้าค่ะพระชายา!”สองสาวใช้รีบย่อกายรับคำอย่างลนลาน แทบจะคลานถอยหลังออกจากห้อง แล้วดึงบานประตูปิดให้อย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวจะรบกวนเวลาพักผ่อนของนางพญามารเมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา เสิ่นอวี้ชิงจึงลุกขึ้นเดิน

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 6

    บทที่ 6แสงแรกของวันใหม่เริ่มขับไล่ความมืดมิด ทว่าความเยียบเย็นในห้องหอยังคงไม่จางหายเซียวเยี่ยปรายตามองเสิ่นอวี้ชิงที่ยืนจัดระเบียบเสื้อผ้าของตนเองอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้เขาจะยอมรับข้อตกลงแลกเปลี่ยนชีวิต ทว่าความชิงชังที่หยั่งรากลึกกลับมิได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อยในสายตาของเขา นางยังคงเป็นสตรีละโมบที่ทำลายชีวิตของเสิ่นรั่วหลาน และเป็นเพียงเบี้ยไร้ค่าที่เขาเก็บไว้ใช้รักษาขาเท่านั้น“พ่อบ้านหลี่!”เสียงตวาดกร้าวของเยี่ยอ๋องดังก้องออกไปนอกห้องประตูหนาหนักถูกผลักเปิดออกทันที พ่อบ้านชราพร้อมคนรับใช้ร่างกำยำสองคนก้าวเข้ามารอรับคำสั่งอย่างนอบน้อม ทว่าสายตาที่เหลือบมองเสิ่นอวี้ชิงยังคงเต็มไปด้วยความเหยียดหยามอย่างเปิดเผย“พานางออกไปจากเรือนหลักของข้า” เซียวเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พาไปขังไว้ที่เรือนชิงเหยาท้ายจวน หากไม่ได้รับอนุญาตจากเปิ่นหวาง ห้ามนางก้าวออกจากเขตเรือนแม้แต่ก้าวเดียว!”เรือนชิงเหยา... แท้จริงแล้วคือเรือนร้างที่ทรุดโทรมที่สุดในจวนอ๋อง ไร้คนเหลียวแลมานานนับสิบปี ผนังไม้ผุพัง ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านรอยแยกตลอดเวลา ซ้ำร้ายยังอยู่ติดกับสุสานเก่าท้ายจวนการส่งพระชายาเอกที่เพิ่งแต่ง

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 5

    บทที่ 5กลิ่นคาวเลือดสีดำที่คลุ้งไปทั่วห้อง ค่อยๆ ถูกสายลมหนาวที่พัดลอดรอยแยกหน้าต่างพัดพาให้เจือจางลง ทว่าบรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกลับยิ่งทวีความอึดอัดและตึงเครียดหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมแสงตะเกียงน้ำมันริบหรี่สะท้อนเงาทึมเทาของคนทั้งคู่ลงบนผนังหิน ราวกับซากปรักหักพังหลังผ่านพ้นสงครามเซียวเยี่ยทอดกายพิงพนักรถเข็น ลมหายใจที่เคยขาดห้วงเริ่มกลับคืนสู่จังหวะสม่ำเสมอ ความเจ็บปวดเสียดแทงราวกับกระดูกในอกถูกบดขยี้ทุเลาลงจนน่าประหลาด แม้เรี่ยวแรงจะฟื้นคืนมาไม่ถึงสามส่วน แต่เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าเส้นชีพจรที่เคยถูกความเย็นยะเยือกแช่แข็ง บัดนี้เริ่มมีไออุ่นแผ่วเบาไหลเวียน ชุบชีวิตที่เกือบมอดดับให้ฟื้นคืนมาอีกครั้งสายตาคมกริบของอดีตแม่ทัพตวัดขึ้นมองสตรีตรงหน้า...แววตาคู่นั้นมิได้มีเพียงเพลิงแค้นอีกต่อไป หากแต่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยอย่างถึงที่สุดเบื้องหน้าของเขา เสิ่นอวี้ชิงมิได้แสดงท่าทีหวั่นไหวต่อรังสีสังหารที่ยังคงอบอวล นางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาซับคราบเลือดตรงลำคอขาวที่เขาฝากแผลไว้ด้วยคมกระบี่อย่างใจเย็น หยาดเลือดสีชาดซึมเปรอะเนื้อผ้า ก่อนที่นางจะบรรจงจัดเก็บเข็มเงินเข้าสู่ปลอก

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 4

    บทที่ 4ยังไม่ทันที่ปลายกระบี่จะได้กดลึกลงไปมากกว่านั้น มือหนาที่เคยกุมด้ามอาวุธไว้มั่นคงพลันสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้กึก... กึก...เสียงฟันของเซียวเยี่ยกระทบกันดังก้องท่ามกลางความเงียบสงัด เส้นเลือดฝอยในดวงตาที่เคยแดงก่ำพลันหดเกร็ง ผิวแก้มที่ซีดขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในชั่วพริบตา ไอเย็นยะเยียบแผ่ออกมาจากทั่วร่าง จนเกล็ดน้ำแข็งสีขาวเริ่มเกาะจับตามไรผมและคิ้วเข้ม“อึก...!”เสียงคำรามต่ำในลำคอดังขึ้นอย่างทรมาน กระบี่เล่มหนักร่วงหลุดจากมือ กระแทกลงบนพื้นหินอ่อนเสียงดังสนั่น‘พิษเหมันต์กลืนกระดูก’ ที่หลับใหลอยู่ในเส้นชีพจรมานานแรมเดือน ถูกโทสะที่พุ่งพล่านกระตุ้นจนระเบิดออกอย่างฉับพลัน!ร่างสูงใหญ่บนรถเข็นแอ่นเกร็ง กล้ามเนื้อทุกมัดบิดกระตุกด้วยความเจ็บปวดเจียนจะขาดใจ สองมือยกขึ้นกุมแผงอกข้างซ้ายแน่นจนเล็บจิกทะลุเนื้อผ้า ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว พ่นเลือดเสียสีดำข้นคลั่กส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งออกมาเต็มพื้นห้อง!เลือดดำหยดแล้วหยดเล่าเปรอะเปื้อนลงบนชายกระโปรงสีแดงมงคลของเสิ่นอวี้ชิง ร่างของอดีตแม่ทัพซวนเซจนแทบจะร่วงจากรถเข็น ลมหายใจขาดห้วง ชีพจรเต้นแผ่วรัวจนแทบจับจังหวะไม่ได้หากปล่อยไว้เช่นนี้

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 3

    บทที่ 3ภายในห้องหออันกว้างใหญ่ ไร้แม้เงาของแสงเทียนมงคลสีแดงมีเพียงเปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันดวงเล็กตรงมุมห้องที่ไหวริบหรี่ตามรอยแยกของบานหน้าต่าง ทอดเงาดำทะมึนบนผนังหินจนชวนอึดอัด กลิ่นหอมของแป้งผัดหน้าเจ้าสาวที่ควรจะอบอวล กลับถูกกลบมิดด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นขมปร่าของยาต้มเข้มข้นที่สะสมมานานนับเดือน... บ่งบอกถึงสภาพร่างกายของผู้เป็นเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดีครืด... ครืด...เสียงล้อไม้บดลงบนพื้นหินอย่างเชื่องช้า เยือกเย็น และหนักหน่วงท่ามกลางความเงียบสงัด ทุกจังหวะการหมุนของล้อไม้บดขยี้ความเงียบ ดังก้องราวกับเสียงนับถอยหลังของมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เสิ่นอวี้ชิงยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงสด นางสัมผัสได้ถึงไอสังหารเข้มข้นจนผิวเนื้อเย็นวาบ ลมหายใจของบุรุษเบื้องหน้าหนักหน่วงและขาดห้วง แฝงไปด้วยโทสะบ้าคลั่งที่อัดแน่นจนแทบระเบิด ราวกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บและพร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกคามือฟึ่บ!ประกายสีเงินวูบวาบผ่านสายตาไปในเสี้ยวพริบตา!แม้ช่วงล่างจะพิการไร้เรี่ยวแรง ทว่าวรยุทธ์และสัญชาตญาณของอดีตแม่ทัพใหญ่ยังคงเฉียบคม สายลมคมกริบตัดผ่านอากาศ ปลายกระ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status