ログインราชองครักษ์อารอสเดินทางท่าเรือของเมืองหลวงของอียิปต์ ตามพระกระแสรับสั่งของฟาโรห์คาโมสให้ไปรับว่าที่องค์ราชินีของพระองค์ เพราะองค์ฟาโรห์ทรงติดประชุมกับเหล่าขุนนาง อารอสจึงเอ่ยเหน็บแนมพระองค์ก่อนที่ออกมาจากพระราชวังว่า
'ที่ไม่อยากไป เพราะว่ากลัวจะ หลงใหลจนอยากเสพสังวาสที่บนเรือหรือพระเจ้าค่ะ' อารอสเกือบโดนองค์ฟาโรห์ใช้พระบาทถีบเขา พอนึกแล้วอดขำไม่ได้ ที่เขาทูลกับองค์ฟาโรห์เช่นนี้ เพราะได้ยินมาว่าองค์หญิงอาร์ทีน่ามีพระสิริโฉมงดงามหาที่ใดเปรียบได้ อีกทั้งยังมีคนกล่าวว่า พระนางมีพระพักตร์งดงามราวกับรูปเคารพ พระฉวีนวลผ่องราวกับน้ำนม พระวรกายงดงามไม่ผอมบางจนเกินไป และร่างไม่ใหญ่จนเกินงาม อารอสทอดสายตามององค์หญิงสวมฉลองพระองค์เช่นสตรีสูงศักดิ์ของบาบิโลน พระนางค่อยๆ เสด็จลงมาจากเรือ ตรงมาหาอารอส และเหล่าข้าหลวงชาวอียิปต์ อารอสจึงก้าวเดินไปหาองค์หญิงเอามือทาบอกซ้าย แล้วโค้งตัวเล็กน้อยแสดงความเคารพต่อองค์หญิง "กระหม่อมอารอสราชองครักษ์ส่วนพระองค์ขององค์ฟาโรห์คาโมส องค์ฟาโรห์ทรงให้มารับองค์หญิงเข้าสู่พระราชวังพระเจ้าค่ะ" อารอสทูลองค์หญิงเช่นนี้ แล้วทอดสายตามองพระนางทันที ทำให้เขาอดชมในใจไม่ได้ว่า องค์หญิงอาร์ทีน่าสง่างามดังเทพีไอซีส ทรงพระสิริโฉมที่งดงาม มีพระวรกายขาวราวกับน้ำนม ไม่เกินคำที่ผู้คนกล่าวขานกัน อารอสคิดต่ออีกว่า ถ้าองค์ฟาโรห์มาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง คงจะหลงใหลพระนางตั้งแต่แรกพบเป็นแน่แท้ "เป็นอะไรหรือท่านองครักษ์" องค์หญิงอาร์ทีน่าตรัสถามด้วยสุรเสียงอ่อนหวาน เพราะเขาไม่กล่าวสิ่งใดเนิ่นนาน "กระหม่อมจะนำพระองค์ไปตำหนักตะวันตก เป็นตำหนักขององค์ราชินี พระเจ้าค่ะ" อารอสทูลบอกพระนางเช่นนี้ "ขอท่านช่วยนำทางข้าไปหาพระพันปีราเซนก่อนเถิด" "พระเจ้าค่ะ" ตำหนักพระพันปี พระพันปีราเซนทอดพระนางทรงทอดพระเนตรองค์หญิงแห่งอาณาจักรบาบิโลนเสด็จเข้ามาถวายบังคมพระนางด้วยพระกิริยานอบน้อม พระพันปีราเซนทรงพยุงองค์หญิงอาร์ทีน่าขึ้นประทับนั่งเคียงข้างพระนาง "งดงามมาก ไร้ที่ติจริงๆ" พระพันปีตรัสเช่นนี้ และแย้มพระสรวล ทำให้พระนางมีพระราชดำริในพระทัยต่ออีกว่า ถ้าองค์ฟาโรห์ทรงทอดพระเนตร องค์หญิงอาร์ทีน่าผู้นี้ คงจะหลงใหลในความงดงามจนไม่ออกไปไหนจากตำหนักเลยทีเดียว "หม่อมฉัน อาร์ทีน่าแห่งบาบิโลน ขอถวายพระพรเพคะ พระพันปีเพคะ" องค์หญิงอาร์ทีน่าตรัสด้วยสุรเสียงที่อ่อนหวานไพเราะอย่างยิ่ง "ไม่ต้องเรียกข้าว่าพระพันปีหรอกอาร์ทีน่า เรียกข้าว่าเสด็จแม่เช่นองค์ฟาโรห์เรียกข้าเถิดนะ" พระชนนีราเซนตรัสเช่นนี้ และแย้มพระสรวล "เพคะ...เสด็จแม่" "เซียร่า ซาเลน นางทั้งสองเป็นฝาแฝด นางเป็นคนของตำหนักข้า นางจะเป็นคนดูแลเจ้าตั้งแต่ตื่นนอน จนถึงตอนเจ้าหลับ มีสิ่งใดก็เรียกใช้นาง" พระพันปีตรัสเช่นนี้ แล้วหันไปทอดพระเนตรนางกำนัลที่ถวายบังคมองค์หญิงอาร์ทีน่า "ขอบพระทัยเพคะ" องค์หญิงตรัสขอบพระทัยพระพันปี แล้วองค์หญิงทรงหันไปทอดพระเนตร และแย้มสรวลให้กับสองพี่น้อง ภายในตำหนักตะวันตก เหล่านางกำนัลช่วยกันเทน้ำหอมลงไปในใส่สระน้ำขนาดใหญ่ นางกำนัลอีกสองคนกำลังโปรยกลีบกุหลาบสีแดงลงไปในสระสรงน้ำ ทำให้กลิ่นอวบอวลทั่วทั้งพระตำหนัก "เจ้าหญิงเพคะ หม่อมฉันจะถอดพระภูษาให้นะเพคะ" เซียร่าทูลบอกองค์หญิง พระนางพยักพระพักตร์แผ่วเบา นางกำนัลเซียร่า และนางกำนัลซาเลน พวกนางช่วยกันเอาฉลองพระองค์ของบาบิโลนที่ใส่ปิดบังร่างกายจากองค์หญิงออกทั้งหมด ทำให้ทั้งสองพี่น้องและนางกำนัลอียิปต์หลายคนถึงกับตกตะลึงในความงามดุจเทพีไอซีส พระนางมีพระถันใหญ่กว่าหญิงสาวอียิปต์ที่มีรูปร่างอรชร บั้นพระองค์ผายใหญ่ อีกทั้งพระวรกายขาวผ่องราวกับน้ำนมทำให้พระนางงดงามยิ่งนัก องค์หญิงอาร์ทีน่าเสด็จลงไปในสระสรงน้ำ ด้วยท่าทางนวยนาด นางกำนัลสามคนลงไปช่วยองค์หญิงทรงน้ำ นางกำนัลแฝดเริ่มขัดพระวรกายให้กับองค์หญิงอาร์ทีน่า ทำให้นางผ่อนคลายได้มาก ราวกับอยู่ในตำหนักองค์หญิงในบาบิโลน พอพระนางทรงน้ำเสร็จพวกนางกำนัลประมาณห้าคน ช่วยกันสวมฉลองพระองค์ด้วยชุดองค์ราชินี อันได้แก่พระภูษาขาวสะอาดตา ลักษณะคล้องพระอังสาทั้งสองข้าง และเป็นผ้ายาวจนถึงบั้นพระองค์ เผยให้เห็นพระถันทั้งสองข้างให้ดูโดดเด่น ทรงสวม พระภูษานั้นยาวถึงข้อพระบาท พระศอขนาดใหญ่อยู่บนพระศอ ส่วนด้านหลังพระขนอนที่เปลือยเปล่าขาวสะอาดตา บนพระเศียรมีมงกุฎงูทองคำตาทั้งสองข้างทำจากพลอยแดง "งดงามมากเลยเพคะ" เซียร่าทูลด้วยน้ำเสียงชื่นชมองค์หญิงของนาง "จริงด้วยเพคะ ดุจเทพีไอซิสมาจุติลงมา" ซาเลนทูลเสริมผู้พี่ "พวกเจ้าก็พูดเกินไปแล้ว" องค์หญิงอาร์ทีน่าตรัสด้วยพระสุรเสียงแผ่วเบาและเขินอาย พวกนางก็ยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้รับใช้เจ้านายคนนี้พระนางฟังสิ่งที่พวกนางจนมาทะลุออกจากถ้ำของอีกฝั่งหนึ่ง ทอดพระเนตรเห็นธารน้ำตกที่ไหลจากภูเขา กระทบสู่สายธารน้ำตกในยามค่ำคืน แต่มีคบไฟที่ส่องแสงสว่างไม่ให้มืด ทอดพระเนตรเห็นผีเสื้อราตรีรูปร่างงดงามสีสันสวยงามบินวนอยู่ที่ตรงหน้าหลากหลายตัว พระนางแย้มพระสรวลด้วยความดีพระทัย “เจ้าชอบไหมเมอร์อาร์” องค์ฟาโรห์ตรัสถามอย่างอ่อนโยน พระนางหันมาหาพระองค์ ทอดพระเนตรเห็นสายพระเนตรอ่อนโยนและเป็นประกายเหมือนดวงดาวบนท้องนภา องค์ราชินีหันพระพักตร์หนีด้วยความเอียงอาย “ชอบเพคะ แต่พระองค์ใช้พลังเวทย์มากเกินไปหรือไม่เพคะ” องค์ราชินีตรัสถามด้วยความสงสัยแผ่วเบา องค์ฟาโรห์แย้มพระสรวลและใช้พระหัตถ์เชยพระหนุขึ้นมา องค์ราชินีจึงทอดพระเนตรที่กำลังแย้มพระสรวลให้พระนาง และนำพระพักตร์ชิดที่พระปรางค์ ทำให้พระนางทรงรู้สึกร้อนไปทั้งพระวรกายอย่างยิ่ง “ข้าทำมากกว่านี้ ข้าก็ทำมาแล้ว อย่างเช่น...” องค์ฟาโรห์ตรัสแผ่วเบาและวาบหวามยิ่งนัก แต่ยิ่งไปกว่านั้นพระนางกลับทรงรู้สึกเย็นไปทั้งพระวรกายยิ่งนัก พระนางจึงก้มลงดูพระวรกายที่ไร้สิ้นฉลองพระองค์สีขาวสะอาดที่สวมใส่มาก อีกทั้งองค์ฟาโรห์ก็เปลือยเปล่าด้วยเช่นกัน “ฝ่าบาท” องค์ราชินีตรัสแผ่วเบา
เพลาผ่านพ้นไปถึงสิบปี อาณาจักรไอยคุปต์ยังคมสงบสุขร่มเย็นยิ่งนัก อีกทั้งองค์ฟาโรห์ประกาศแสนยานุภาพทั่วลุ่มแม่น้ำไนล์ เมื่อให้ดินแดนไอยคุปต์แห่งนี้เป็นปึกแผ่น และไม่มีใครกล้ามาต่อกรกับพระองค์ได้ อีกทั้งองค์ฟาโรห์ทรงให้อูนัสไปเป็นผู้สำเร็จราชการที่มิโนอัน เมื่อสามปีมานี้ องค์กษัตริย์แห่งนูเบียก่อกบฏขึ้น พระองค์ให้คาเฟรไปปราบยันราบคาบ และให้คาเฟรไปเป็นผู้สำเร็จราชการที่นูเบียด้วยเช่นกัน แต่ทั้งสองกลับไปยอมไปจากอียิปต์ เพราะสองเป็นห่วงความปลอดภัยของพระองค์ องค์ฟาโรห์จนใจที่จะตรัสกับพวกเขาทั้งสอง จึงให้ผู้อื่นไปแทนองค์ราชินีเมอร์อาร์ได้มีโอรสและพระธิดาให้องค์ฟาโรห์อินโยเซฟสององค์ คือองค์ชายราโมส ผู้ดุดันและห้าวหาญ ทั้งที่ยังเป็นยังทรงพระเยาว์ เพราะถูกเลี้ยงดูจากสังฆราชคานัน แห่งมหาวิหารเทพโอไซริส พระองค์ชายเชี่ยวชาญด้านตำราสงคราม อีกทั้งยังเชี่ยวชาญการต่อสู้ไม่ต่างจากองค์ฟาโรห์ ทำให้เป็นที่พอพระทัยขององค์ฟาโรห์ยิ่งนัก ส่วนองค์หญิงเนเฟอร์ตารี ผู้มีพระสิริโฉมงดงามดุจองค์ราชินีไม่มีผิด แต่อุปนิสัยต่างจากองค์ราชินียิ่งนัก ด้วยอุปนิสัยอ่อนหวาน สุขุมนุ่มลึก และทำสิ่งใดเชื่องช้าประณีตจริงจังไปเสี
“องค์หญิงเมริอังค์” อูนัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา องค์หญิงหันพระพักตร์มามองเขา อีกทั้งทรงแย้มพระสรวลให้กับเขาทันที บ่าวรับใช้ของอูนัสจึงก้าวเดินออกไปทันทีเมื่อเห็นพระพักตร์ขององค์หญิงอย่างแจ่มชัด“ท่านจะอาบน้ำเลยหรือไม่ ถ้าท่านจะอาบข้าจะเดินออกไปทันที” องค์หญิงตรัสเช่นนี้“ท่านมาได้อย่างไร แล้วใครพาท่านมา” อูนัสทูลถามด้วยความสงสัย เพราะไม่เห็นข้าหลวงตามเสด็จมา“ข้ามาคนเดียว” องค์หญิงตรัสเช่นนี้ แล้วเสด็จไปหาอูนัส ประทับยืนเผชิญหน้าก็เขา“ทำไมข้าจะมาบ้านของว่าที่สวามีของข้าไม่ได้เล่า” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา แล้วใช้พระหัตถ์เรียวลูบใบหน้าของเขามาที่คางมล“แต่มันอันตรายมาก ถ้าเสด็จมาองค์เดียวเช่นนี้” อูนัสทูลบอกจริงจัง“ข้ารู้ แต่ข้าอยากมาหาท่าน” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา ด้วยพระสุรเสียงอันเย้ายวน อูนัสกลืนน้ำลายอึกใหญ่ๆ“ให้หม่อมฉันไปหาองค์หญิงที่ตำหนักก็ได้” อูนัสทูลบอกแผ่วเบา“ข้าอยากมาเห็นกับตา ว่าท่านมีหญิงอื่นหรือไม่”“หม่อมฉันตัวเปล่ามาโดยตลอด” อูนัสทูลบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง องค์หญิงใช้พระหัตถ์เรียวที่ลูบลงบนปลายคางของเขามาประทับที่อกด้านซ้ายแผ่วเบา“ข้าเชื่อท่าน” องค์หญิงตรัสเช่นนี้ แล้วเสด
“เสด็จพี่ ความจริงแล้วข้าก็อยากแต่งงานกับชายผู้หนึ่ง แต่ว่าข้ากลัวเขาจะไม่ตอบรับไมตรีจากข้า” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา“ชายผู้นั้นคือคนที่อยู่ใกล้ชิดองค์ฟาโรห์ใช่หรือไม่” องค์ราชินีตรัสถามเช่นนี้ ทำให้องค์หญิงที่สีพระพักตร์แดงราวกับสีชาดมาแต่งแต้มอย่างยิ่ง“ใช่หรือไม่” องค์ราชินีตรัสถามอีกครั้ง“เพคะ” องค์หญิงตรัสแผ่วเบาแทบจะเป็นกระซิบ“อูนัสใช่หรือไม่” องค์ราชินีตรัสถามเช่นนี้ องค์หญิงแย้มพระสรวลเอียงอายอย่างยิ่ง“เพคะ” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา องค์ราชินีแย้มพระสรวลอย่างไม่ปิดบัง เพราะงานของพระนางสำเร็จลุล่วงไปเสียแล้ว ว่าแต่อูนัสจะยอมอภิเษกหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่องค์ฟาโรห์จะเจรจากับอูนัสว่าเช่นไรงานเลี้ยงฉลองชัยชนะเหนือเผ่าคาซัสและการตั้งพระครรภ์ขององค์ราชินีทำให้องค์ฟาโรห์ดีพระทัยยิ่งนักที่ได้รับข่าวดีที่สองข่าวในวันเดียวกัน องค์ฟาโรห์หันไปทอดพระเนตรองค์ราชินีมอร์อาร์ที่มีพระสิริโฉมงดงามกว่าทุกวัน วันนี้พระนางฉลองพระองค์สีทองทำจากทองคำทั้งองค์ โดยชุดฉลองพระองค์ชุดนี้ปิดพระถันไว้ทั้งสองข้างและมีสายผูกที่ด้านหลัง และคล้องพระอังสาทั้งสองข้าง ด้านล่างนั้นเป็นผ้าที่ทำจากทองคำปิดพระโยนีตรงกลาง และเปิด
องค์ฟาโรห์ประทับนั่งข้างองค์ราชินีที่ประทับนอนบนพระแท่นบรรทม ขณะที่หมอหลวงกำลังตรวจพระชีพจรของพระนาง หมอหลวงเผยยิ้มและทอดสายตามององค์ฟาโรห์และองค์ราชินี“หม่อมฉันยินดีด้วยเพคะ องค์ราชินีทรงตั้งพระครรภ์แล้วเพคะ” หมอหลวงหญิงทูลบอกด้วยรอยยิ้มไม่ปิดบัง“ขอบใจเจ้ายิ่งนักองค์ราชินี” องค์ฟาโรห์ตรัสด้วยความปีติยินดีอย่างยิ่ง เหล่านางกำนัลและเหล่าข้าหลวงต่างยินดีด้วยเช่นกัน“เทียร่า นำเงินให้นางด้วย” องค์ราชินีมีพระเสาวนีย์เช่นนี้ เทียร่าจึงส่งถุงเงินให้หมอหลวงโดยทันที องค์ฟาโรห์ทอดทองพระกรให้หมอหลวงด้วยเช่นกัน“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท” หมอหลวงถวายบังคมอย่างนอบน้อม“เทียร่าไปส่งนาง” องค์ราชินีมีพระกระแสรับสั่งต่อเทียร่า“เพคะ องค์ราชินี ท่านหมอหลวงเชิญทางนี้เจ้าค่ะ”เทียร่านำทางหมอหลวงออกจากตำหนักกลางขององค์ฟาโรห์ พระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้นทันที เหล่าข้าหลวงถวายบังคมองค์ฟาโรห์ และก้าวออกไปทันที องค์ฟาโรห์แย้มพระสรวลทอดพระเนตรพระนางด้วยความรักอันท่วมท้นองค์ราชินีแย้มพระสรวล และประทับนั่ง ขณะที่องค์ฟาโรห์ประคองพระนางทันที“ฝ่าบาทเพคะเดี๋ยวเตรียมตัวไปงานเลี้ยงในเย็นนี้เถิดเพคะ” องค์ราชินีตรัสเช่นนี้“ข้า
องค์ฟาโรห์เสด็จเข้ามาในห้องทรงงาน พระองค์ทอดพระเนตรอูนัสและองค์หญิงเมริอังค์จากด้านหลัง ทำให้พระองค์กลับแย้มพระสรวล เพราะพระองค์ทรงล่วงรู้ว่าต้องเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสอง แต่พระองค์กลับวางพระพักตร์เรียบเฉยเสด็จมาประทับนั่งที่พระเก้าอี้ แล้วทอดพระเนตรมององค์หญิงและทอดพระเนตรอูนัส พระองค์จึงตรัสถาม“เรื่องมันเป็นมาอย่างไรกันแน่”อูนัสจึงทูลเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้องค์ฟาโรห์ได้สดับรับฟังตั้งแต่ต้นจนจบ องค์ฟาโรห์ได้สดับว่าองค์หญิงถูกลอบทำร้ายด้วยลูกธนู ทำให้พระองค์ทรงพิโรธยิ่งนัก และผู้ที่มาทำร้ายองค์หญิงคือเผ่าซาคัสที่พระองค์ไว้ชีวิตหัวหน้าเผ่า แต่พระองค์มีพระราชดำริผิดมหันต์ที่ปล่อยหัวหน้าเผ่าให้รอดไปเช่นนี้“อูนัสข้าสั่งให้เจ้าไปเอาหัวซาคัสมาให้ข้าภายในสามวัน” องค์ฟาโรห์ตรัสด้วยพระสุรเสียงดุดันด้วยทรงพิโรธยิ่งนัก“หม่อมฉันรับพระราชบัญชาพระเจ้าค่ะ” อูนัสทูลบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น องค์ฟาโรห์หันไปทอดพระเนตรองค์หญิงเมริอังค์ที่ประทับยืนด้านข้างอูนัส“ความจริงแล้วข้าอยากจะสั่งฆ่าพวกข้าทาสบริวารของเจ้ายิ่งนัก แต่เป็นความผิดครั้งแรก ข้าพอให้อภัยได้ แต่กับเจ้าข้าคงต้องดัดนิสัย กักบริเวณ







