นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า

นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า

last updateDernière mise à jour : 2026-02-12
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
68Chapitres
4.4KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

นางสวย นางรวย และนางร้าย เพราะต้องกอบกู้สถานการณ์ของตระกูลลู่ นางจึงต้องลุกขึ้นมาร้าย คนเกลียดนางใครสนกันละ คนโกรธแค้นนางใครใส่ใจกัน ก็เพราะว่าข้าจะร้าย สตรีงดงามอ่อนหวาน ไม่ใช่ข้าอย่างแน่นอน

Voir plus

Chapitre 1

ตอนที่1 ร่างใหม่

"Batas waktu kita berakhir lusa. Saya sudah menyiapkan dokumen perceraian," ujar wanita cantik itu dengan sorot mata tenang.

Goresan pisau yang tengah memotong daging perlahan terhenti. Sorot tajam itu sekilas menatap wanita di depannya sebelum meraih gelas air. Tarikan napas berat terdengar, membuat suasana ruang makan yang sunyi terasa semakin menekan.

"Taruh saja di atas meja kerja. Nanti saya baca," ucap pria itu, tenang.

Agnira mengangguk pelan. Ia kembali fokus pada makanannya, enggan memperpanjang percakapan.

Sambara melirik kecil ke arah wanita di depannya. Wanita yang tiga tahun ia nikahi, yang hanya memiliki gelar sebagai istri, tanpa benar-benar menjalankan perannya.

"Kau yakin ingin bercerai?" tanya Sambara hati-hati.

Agnira terdiam sejenak sebelum menjawab. "Yakin. Kita sudah sepakat sebelumnya."

"Kau benar-benar sudah membaca setiap syarat yang saya ajukan?" tanya Sambara lagi.

Agnira semakin diam. Alisnya menukik tajam, pertanyaan itu menimbulkan keraguan tipis yang mengusik. Ia mendongak, menatap pria berwajah tenang di seberangnya.

"Maksudmu apa?" tanya Agnira, memastikan.

"Tidak ada ... Saya selesai." Sambara mendorong pelan piring kotor di depannya. Ia kembali meraih gelas dan meneguk air hingga habis.

Kursi terdorong pelan saat pria itu berdiri. Posturnya tegap, menjulang angkuh di hadapan Agnira.

"Saya pamit dulu."

Agnira tetap diam. Tatapannya mengikuti punggung lebar suaminya yang semakin menjauh. Ucapan Sambara terasa mengganjal di benaknya. Ia yakin tidak melewatkan apa pun saat membaca persyaratan pernikahan dulu.

"Apa yang aku lewatkan?" gumam Agnira lirih.

Hening, tak ada jawaban atas pertanyaan yang dia lontarkan.

"Terserah dia saja. Lebih baik aku juga segera pergi."

Ruang kerja bernuansa hitam itu terasa pekat, dipenuhi tekanan dari sorot tajam di balik meja. Salah satu pengacara duduk dengan wajah tegang, jemarinya saling meremas, sesekali melirik takut pada Sambara.

"Cetak ulang kontraknya. Tambahkan syarat baru, dan kirimkan hari ini." Perintah itu terdengar dingin dan tegas.

"Baik, Bos," jawab anak buah Sambara sambil menunduk hormat. Ia melirik sekilas pada rekannya sebelum keduanya keluar dari ruangan.

Sambara menatap ke luar jendela. Sorot tajam itu perlahan meredup, tergantikan senyum miring di sudut bibirnya. Tatapan Sambara kemudian jatuh pada sebuah foto kecil di sudut meja.

"Kamu tidak akan pernah bisa lepas dariku, Agnira," desis Sambara pelan. "Saya tidak pernah melepaskan sesuatu yang masih menjadi milikku."

Pandangan itu beralih pada map di atas meja, wajahnya kembali tak menunjukkan minat. "Kita belum selesai, Agnira," lanjutnya lirih. "Dan semuanya bahkan baru saja dimulai."

Agnira menarik napas dalam saat melangkah masuk ke ruang kerja Sambara. Pria itu sudah duduk tenang di balik meja, dengan postur tegap dan wajah rupawan yang entah mengapa selalu mampu mengacaukan fokusnya.

Namun kali ini, ia tidak sendiri. Dua pria lain dengan pakaian formal turut berada di ruangan itu.

"Duduk," perintah Sambara singkat, menunjuk kursi dengan dagunya.

Agnira mengedarkan pandangan. Ruangan ini terasa pengap dengan dominasi warna hitam. Tirai yang tertutup rapat semakin memperkuat kesan misterius yang menekan.

"Saya sudah membaca isi surat cerai yang kamu ajukan," ujar Sambara, memecah kesunyian.

Agnira duduk tegap, menatap lurus ke depan, bersiap mendengar.

"Kau benar-benar tidak menuntut harta gono-gini?" tanya Sambara memastikan.

"Iya. Tidak ada alasan untuk menuntut itu," jawab Agnira tenang.

Ia hanya ingin bebas dari kekangan pria itu. Tidak lebih. Sambara mengangguk pelan. Jemarinya mengusap dagu, lalu melirik ke arah pengacaranya.

"Maaf, Nyonya. Namun, ada satu persyaratan yang mungkin Anda lewatkan," sela sang pengacara sambil mengeluarkan berkas dari tasnya.

Agnira mengernyit. "Syarat apa?"

"Silakan Anda baca kembali."

Dokumen itu didorong ke arahnya. Agnira meraihnya dan mulai membaca dengan teliti.

Awalnya tidak ada yang janggal. Semuanya tampak biasa. Hingga bagian terakhir. Alisnya menukik tajam. Ia mengangkat wajah, menatap Sambara dengan sorot penuh tuntutan. Sementara pria itu tetap tenang, seolah telah menunggu momen ini.

"Kita belum resmi berpisah," ucap Sambara santai. "Karena kau belum menunaikan tugas sebagai seorang istri."

Tatapannya mengunci Agnira, diiringi senyum samar yang sulit diartikan. "Kau harus menjadi istriku yang sesungguhnya selama tiga puluh hari. Setelah itu terpenuhi, maka kita resmi berpisah."

Tangan Agnira terkepal kuat. Amarah yang sejak tadi tertahan kini menggelegak, siap meledak saat syarat itu bukan hanya terucap, tetapi juga tertulis jelas di atas kertas.

“Aku tidak akan melakukannya.” Tolak Agnira, tegas.

“Kalau begitu semua yang kamu miliki … akan menghilang.” Sambara berdiri, mendekat perlahan. “Kau memiliki satu hari untuk memutuskan.”

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentaires

Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
เลื่อนข้ามเรื่องนี้หลายครั้ง จนลองมาอ่าน สนุกมากๆเลยคะ อ่านจนติดลม ชอบความจีบผช.ก่อนแสบสันตลกสนุกสนาน ขอบคุณนะคะ
2026-03-05 15:58:27
4
1
68
ตอนที่1 ร่างใหม่
ลู่เสียนนั่งตรวจบัญชีรายรับรายจ่าย ของจวนตระกูลลู่ อยู่หลายชั่วยาม สุดท้ายก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ กับสิ่งที่ตรวจพบในบัญชี นางหลับตาลงเพื่อพักสายตาอย่างอ่อนล้า นางทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ได้หนึ่งเดือนแล้ว นางที่อยู่ในยุคปัจจุบัน ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน สุดท้ายหัวใจล้มเหลวสิ้นใจตาย แล้วทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่ นามว่าลู่เสียนแต่ก่อนที่นางจะมาอยู่ในร่างนี้ วิญญาณของนางได้ถูกดึงให้ไปพบกับ บรรพบุรุษของตระกูลลู่ พวกเขาบอกนางว่า ได้เฝ้ามองความเป็นไปของตระกูลอย่างกังวลและเป็นห่วง อยากได้ใครสักคนไปช่วยแก้ไขสถานการณ์ ก่อนที่ตระกูลลู่จะล่มสลายลู่เฉิงที่มารับช่วงต่อ ไม่มีหัวทางด้านการค้าเท่าใดนัก หนักไปกว่านั้น ลู่เฉิงยังแต่งงานกับสตรีถึงสามคน แต่ไม่มีใครให้กำเนิด บุตรชายเลยสักคน สร้างความกังวลใจ ให้กับบรรพบุรุษ ผู้ล่วงลับเป็นอย่างมาก “ข้าประทับใจในตัวเจ้าที่ทำงานหนักจนสิ้นใจ” หนึ่งในชายชราของ บรรพบุรุษตระกูลลู่เอ่ยขึ้น ญาตาได้ฟังก็กลอกตามองบน นี่เป็นคำชมใช่หรือไม่?เหล่าบรรพบุรุษตระกูลลู่ เฝ้ามองญาตาสาวไทยคนขยัน ที่ทำงานจนสุดท้าย หัวใจล้มเหลวเสียชีวิต ไม่ใช่เพ
Read More
ตอนที่2 ประกาศให้คุณหนูใหญ่ดูแลจวน
“เสียนเอ่อร์แม่ตุ๋นน้ำแกงมาให้ ดื่มเสียหน่อยกำลังร้อน ๆ” ลู่ฮูหยินเอ่ยอย่างอ่อนโยน “พรึบ!” แต่แล้วลู่เสียนจู่ ๆ ก็ลุกขึ้นอย่างกะทันหัน ด้วยใบหน้าที่เด็ดเดี่ยวจริงจัง ก่อนจะหันมาพูดกับมารดา “ท่านแม่ ข้าตัดสินใจแล้ว จวนตระกูลลู่ต้องจัดระบบระเบียบใหม่เจ้าค่ะ ข้าไม่สนใจว่าใครจะเกลียดและไม่พอใจข้า” “แต่ว่าเรื่องนี้เรื่องใหญ่เลยนะ เจ้าก็รู้ทุกคนใช้เงินกันอย่างสุขสบายมานาน หากพวกเขาถูกจำกัดขึ้นมา แม่ว่าอาจเกิดสงครามได้เลยนะ” ลู่ฮูหยินพอจะเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้เลย เพราะนางดูแลปกครองจวนมานาน นางจึงเห็นว่าใครมีนิสัยเป็นอย่างไร แต่ที่นางปล่อยไป เพราะไม่อยากให้มีเรื่องขุ่นเคืองกันเกิดขึ้น และไม่อยากให้คหบดีลู่ไม่สบายใจ “ท่านแม่อย่าได้กังวลเลยเจ้าค่ะ ข้าไม่สนใจหากใครจะว่าข้าเผด็จการและใจร้าย ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ตระกูลลู่คงเหลือแต่ชื่อแน่เจ้าค่ะ” “อะไรคือเหลือแต่ชื่อ ลูกสาวคนเก่งของข้า?” เสนาบดีเดินเข้ามา ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและอบอุ่น มองลู่เสียนอย่างเอ็นดูและภูมิใจ แม้นางจะเป็นเพียงสตรี แต่ก็มีใจที่เด็ดเดี่ยว ยอมลุกขึ้นมาศึกษาเรียนรู้เรื่องการค้า แบกรับคำครหาว่าไม่เป็นคุณหนูในห้องหอ ทน
Read More
ตอนที่3 ความไม่พอใจของทุกคน
คหบดีลู่เฉิงยกยิ้มด้วยความพอใจ พวกนางถูกแต่งเข้ามาเพื่อหาทายาทที่เป็นบุตรชาย เขาไม่ได้มีความรักลึกซึ้งอะไรกับพวกนาง แต่ในเมื่อแต่งงานกันมาแล้ว ก็ต้องดูแลกันให้ดี เท่าที่สามีผู้หนึ่งจะทำได้ เขาเชื่อว่าพวกนางไม่มีทาง ทิ้งความสุขสบายแล้วจากไป “ลู่เสียนเจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่?” ลู่เสียนพอได้ยินเช่นนั้น ก็พยักหน้าให้อันฉี นำกระดาษที่นางเขียนกฏระเบียบขึ้นมา แจกจ่ายให้กับทุกคน พอทุกคนรับมาอ่าน ก็ตกใจหน้าซีดเผือด จากนั้นความไม่พอใจก็เริ่มตามมา “พี่ใหญ่นี่มันอะไรกันเจ้าคะ? ต่อไปทุกคนจะมีเบี้ยหวัดให้ทุกเดือน หากใครใช้หมดไม่มีสิทธิ์มาขอเพิ่ม แล้ว50ตำลึงจะไปพออะไรเจ้าคะ? ค่าชุดค่าเครื่องประดับ ค่าเครื่องประทินโฉม ท่านพ่อ พี่ใหญ่ทำแบบนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ?” เป็นคุณหนูรองที่โวยวายอย่างไม่พอใจ “ท่านแม่ดูสิเจ้าคะ พอท่านพ่อมอบอำนาจให้นาง นางเริ่มกดขี่ข่มเหง เริ่มเผด็จการขึ้นมาแล้ว ข้าไม่ยอมนะท่านแม่” คุณหนูสี่ลู่หลิน เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ ลู่ฮูหยินมองบุตรสาวคนเล็กอย่างเย็นชา ก่อนจะพูดขึ้นมาบ้าง “เรื่องนี้ข้าก็เห็นด้วยกับท่านพ่อของเจ้า ที่มอบอำนาจให้ลู่เสียน เพราะต่อไปนางต้องคอยดูแลทุกคน การมีเบี้ยหวั
Read More
ตอนที่4 ไล่ทุกคนออก
หลายวันต่อมา ลู่เสียนพร้อมอันฉีและตงหาน ก็พากันมาตรวจดู กิจการโรงเตี๊ยมของตระกูลลู่ พอมาถึงหน้าโรงเตี๊ยม ลู่เสียนก็ก้าวลงจากรถม้าพร้อมสำรวจ บรรยากาศโดยรอบ โรงเตี๊ยมอื่นดูคึกคักแต่โรงเตี๊ยมตระกูลลู่ เงียบเหงาราวกับป่าช้า เกิดอะไรขึ้น ลู่เสียนรีบก้าวเท้าเข้าไปอย่างสงสัยใคร่รู้ พอเข้ามาถึงด้านในของโรงเตี๊ยมก็ต้องชะงัก ลูกค้าในโรงเตี๊ยมไม่มีสักคน นางกวาดตามองไปรอบ ๆ ความโกรธพุ่งปรี้ดขึ้นมาในทันที พนักงานของโรงเตี๊ยม นั่งจับกลุ่มสนทนากันอย่างเมามัน บางคนยืนเกี้ยวพาน,เกี้ยวพาราสีกันอย่างเปิดเผย นางรีบเดินเข้าไปดูในครัว พ่อครัวพากันนั่งเล่นไพ่ กันอย่างสนุกสนาน นางรีบตรงไปที่ห้องผู้จัดการโรงเตี๊ยม แต่พอจะผลักประตูเข้าไป เสียงที่ดังออกมา ทำให้ตงหานและอันฉีรีบมาขวาง ไม่ให้นางเข้าไป แต่มีหรือที่นางจะสน นางไม่ผลัก แต่ถีบประตูเข้าไปเลย “ปัง!” “เฮ้ยก็ข้า…” ชายที่เป็นผู้จัดการถึงกับหน้าถอดสี รีบดึงกางเกงขึ้นมาสวมใส่ แล้วรีบแต่งตัวอย่างเร่งรีบ ส่วนสตรีนางนั้น ก็ก้มหน้าก้มตาและรีบแต่งตัว ไม่คาดคิดว่าคุณหนูใหญ่ จะมาตรวจงานที่นี่ แย่แล้ว! ลู่เสียนไม่สนใจมองพวกเขา แต่กลับเดินไปหยิบสมุดบัญชีมาเปิดดู
Read More
ตอนที่5 ศึกตระกูลขุนนางและตระกูลพ่อค้า
“เอาอย่างไรดีเจ้าคะ?” ผิงอันเอ่ยถามขึ้นมา เมื่อเห็นว่า สตรีที่ยืนอยู่กับบุรุษผู้นั้นคือ คุณหนูรอง“ยืนดูไปก่อน ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่านางคบหากับบุรุษ”“กู้เว่ยหยาง วันนี้ข้าต้องสั่งสอนเจ้ากับสตรีไร้ยางอายนั้น” สตรีท่าทางสูงศักดิ์เอ่ยขึ้น“ท่านหญิงใจเย็น ๆ ก่อน นางเป็นเพียงสหายของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ” ลู่อันหันขวับมามองเขาทันที ด้วยสายตาเขียวปัดอย่างไม่พอใจ“พี่เว่ยหยาง ท่านพูดว่าอะไรนะ! ข้าเป็นเพียงสหายอย่างนั้นรึ?” กู้เว่ยหยางยามนี้ หน้าซีดเผือด ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ไม่คาดคิดว่า พวกนางสองคนจะมาเจอกันได้ แต่เขาต้องรีบปฏิเสธกับลู่อันไปก่อน เพราะฝั่งนั้นเป็นถึงท่านหญิง“เจ้าเป็นบุตรสาวตระกูลใด?”“ข้าเป็นบุตรสาวของคหบดีลู่เฉิง นามว่าลู่อัน” นางเชิดหน้าตอบอย่างเย่อหยิ่ง“บุตรสาวของพ่อค้าวาณิชผู้ยิ่งใหญ่ แต่เจ้าคงลืมไปแล้วว่าพูดอยู่กับใคร ถึงตระกูลลู่จะร่ำรวย แต่ก็เทียบไม่ได้กับตระกูลขุนนาง ยิ่งข้าเป็นถึงท่านหญิง แน่นอนว่าเจ้า ไม่อาจพูดจาหมิ่นเกียรติข้าได้”“ถึงตระกูลของข้า จะเป็นเพียงตระกูลพ่อค้า แต่ตระกูลข้า ก็ทำความดี บริจาคเงินสนับสนุนกองทัพมาโดยตลอด อีกทั้งได้ป้ายทองเชิดชูเกียรติ จากฮ่อ
Read More
ตอนที่6 ความเข้าใจผิดของคนขาย
ลู่เสียนมาที่ร้านอาภรณ์ของตระกูลลู่ ที่ยามนี้คึกคักลูกค้าเข้าออกมากมาย มองดูแล้วกิจการน่าจะไปได้ดีทีเดียว แต่แล้วก็มีสตรีวัยกลางคนกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังเลือกผ้าในแต่ละพับ ซึ่งก็มีผู้จัดการร้านออกมาต้อนรับ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ลู่เสียนดึงลู่อันมาแอบอยู่มุมหนึ่ง“มีผ้าลายใหม่มาอีกแล้วหรือ สวย ๆ ทั้งนั้น”“เจ้าค่ะเพิ่งมาถึงวันนี้เอง สด ๆ ร้อน ๆ หากท่านซื้อไปรับรองเมืองนี้ ไม่มีใครได้ใส่เหมือนท่านแน่นอนเจ้าค่ะ” สตรีนางนั้นยกยิ้มอย่างพอใจ ยกมือมาลูบเนื้อผ้าที่นุ่มและละเอียด หากนำมาตัดเย็บคงใส่สบาย“งั้นข้าเอา10พับ ราคาเดิมใช่หรือไม่?”“แน่นอนเจ้าค่ะ”“ข้าเอาลายนี้6พับ” สตรีอีกคนเอ่ยบอกกับผู้จัดการของร้านอาภรณ์“ข้าเอาลายนี้3พับ” สตรีที่มาในกลุ่มเดียวกันเอ่ยบอก “ได้ ๆ เจ้าค่ะ ข้าจะจัดเตรียมให้เดี๋ยวนี้” ลู่เสียนยืนกอดอกมองเหตุการณ์ตรงหน้า อย่างวิเคราะห์ พวกเขาดูแปลก ๆ“พี่หญิงลูกค้ากลุ่มนี้ ดูมีลับลมคมใน” ลู่อันเอ่ยขึ้น ลู่เสียนยกยิ้ม อย่างน้อยนางก็ไม่โง่ ยังพอดูคนออก “เจ้าเก่งมากเลยนะ ดูคนออกด้วย”“จริงหรือเจ้าคะ?” ลู่อันมีสีหน้าดีใจ ไม่อยากเชื่อว่านางก็มีความสามารถเหมือนกัน“ระดับเซียนเลย
Read More
ตอนที่7 ข่าวคราวของคุณหนูใหญ่
หลายวันต่อมาข่าวเกี่ยวกับลู่เสียน ก็ดังไปทั่วเมืองหลวงของแคว้นโจว ยามนี้ไม่มีใครไม่พูดถึงคุณหนูใหญ่ กู้เว่ยหยางเจ็บแค้นลู่เสียนเป็นอย่างมาก เขาจ้างคนปล่อยข่าว เสีย ๆ หาย ๆ เกี่ยวกับนาง ยามนี้ลู่อันไม่สนใจเขาแล้ว ท่านหญิงก็ดูเหมือนจะหมางเมิน เขาจึงไปทำตัวตีสนิทกับ คุณหนูห้าลู่เจียว เพื่อสืบเรื่องราวความเป็นไปของลู่เสียน จากนั้นก็นำไปใส่สีตีไข่ ให้ดูเกินจริงประจวบเหมาะที่คุณหนูห้าลู่เจียว ไม่ชอบลู่เสียนเป็นทุนเดิม นางจึงนำทุกอย่างมาเล่า ให้เขาฟังอย่างไม่ปิดบัง ลู่เจียวที่ตกหลุมรักกู้เว่ยหยางจนหมดใจ ไม่รู้เลยว่าเขาใช้นางเป็นเครื่องมือโรงน้ำชา “เจ้าได้ข่าวคุณใหญ่ตระกูลลู่หรือไม่?”“ไม่ได้ยินก็บ้าแล้ว วันก่อนกลางถนนเลย คุณหนูรองมีเรื่องกับท่านหญิงฟู่เหลียนฮวา นางถึงกับหยิบป้ายหยกมาข่มขู่ นางบ้าอำนาจเกินไปแล้ว! ถือว่ามีป้ายทอง จึงกล้ามีเรื่องกับท่านหญิง”สตรีอีกคนได้ยินก็เอ่ยเสริมขึ้น “ข้าได้ข่าวว่านางไล่คนออกทั้งโลกเตี๊ยมเลย ข้าไม่อยากเชื่อว่านายท่านลู่ จะมอบทุกอย่างให้นางดูแล ข้าว่าอีกไม่นาน กิจการของตระกูลลู่คงพังไม่เป็นท่าแน่”“ข่าวใหม่มาวันนี้ เห็นว่านางจัดระบบระเบียบในจวนใหม่หมด
Read More
ตอนที่8 งานเลี้ยงชมบุปผา
เหว่ยอ๋องถูกฮ่องเต้เรียกพบอย่างเร่งด่วน เพราะก่อนหน้านี้ การประชุมที่ท้องพระโรง เหล่าขุนนางรวมตัวกัน กราบทูลเรื่องการใช้ป้ายทองอย่างไม่เหมาะสม ของคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่ อีกทั้งยื่นฎีกาให้ฮ่องเต้ยึดป้ายทองคืนวังหลวง“ถวายพระพรเสด็จพ่อ” เมื่อมาถึงห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ก็ว่างฎีกาที่อ่านลง ก่อนจะถอนใจออกมา“วันนี้เหล่าขุนนาง ต่างรวมตัวกันยื่นฎีกา อยากให้ยึดป้ายทองคืน เพราะมีคนเห็นว่า คุณหนูใหญ่วางอำนาจ นำไปใช้อย่างไม่เหมาะสม เจ้าตรวจตราอยู่ด้านนอก เห็นข่าวนี้บ้างหรือไม่?”“เห็นพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้มองโอรสของตนอย่างเบื่อหน่าย เขาจะตอบให้มันยาวกว่านี้ได้หรือไม่ ใบหน้าดูเย็นชาคล้ายคนไร้ชีวิต“อย่างไรเล่ามา”เหว่ยอ๋องเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฮ่องเต้ฟังอย่างละเอียด “ฮ่า ๆ นางพูดเช่นนี้จริงหรือฮ่า ๆ” ฮ่องเต้หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ นางก็แค่เพียงปกป้องตนเองและน้องสาว ท่านหญิงเสียอีกที่ดูแล้ว จะเป็นคนใช้อำนาจกับผู้อื่น อย่างไม่เหมาะสม “ที่จริงคนผิดและทำให้สตรีมีปัญหากัน ก็คือบุตรชายของท่านเสนากู้ กู้เว่ยหยางพ่ะย่ะค่ะ หลังจากเกิดเหตุการณ์ในวันนั้น ข่าวลือต่าง ๆ น่าจะเป็นฝีของเขาอีกเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้ม
Read More
ตอนที่9 วัดตัว
“คุณหนูใหญ่นี่ มีข่าวให้ได้ยินทุกวันเลย” เจียวลู่กุนซือหนุ่มที่นั่งดวนหมากกระดาน กับรองแม่ทัพฉือลี่เฉี่ยวเอ่ยขึ้น ส่วนเหว่ยอ๋องนั่งอ่านตำราด้วยใบหน้านิ่งสงบ “วันนี้ข่าวบอกว่านางยึดจวนไปเป็นของนางทั้งหมด”“ข้าว่าเจ้าควรเปลี่ยนอาชีพ”“ทำไมหรือ?”“ก็ดูเจ้าเกาะติดสถานการณ์ ข่าวคุณใหญ่ทุกวัน” ฉือลี่เฉี่ยวเอ่ยเย้าสหายคนสนิท“ข้ายอมรับ แต่ในฐานะที่ข้าเป็นกุนซือ ตระกูลลู่ต้องมีไส้ศึกเป็นแน่ ข่าวที่ออกมาเหมือนรู้เรื่องภายในจวนเป็นอย่างดี”“เจ้าวิเคราะห์ได้ดี” ฉือลี่เฉี่ยวก็คิดแบบนั้นเหมือนกับเจียวลู่“ข้าอยากรู้ว่านางจะจัดการ กับข่าวเหล่านี้หรือไม่ หรือว่าจะปล่อยเลยตามเลย” เจียวลู่มองหมากในกระดานพร้อมครุ่นคิด แต่ความคิดก็ต้องสะดุดลง เมื่อบ่าวในจวนอ๋องเข้ามารายงาน“ท่านอ๋องฮองเฮาให้ทางร้านอาภรณ์ มาวัดตัวท่านอ๋อง ท่านกุนซือ และท่านรองแม่ทัพ เพื่อต้อนรับการมาเยื่อน ของคณะทูตพ่ะย่ะค่ะ”“อืม” เขาพยักหน้าอนุญาตแต่ว่าคนที่บ่าวในจวนพาเข้ามา ทำเอาสามบุรุษถึงกับลมหายใจสะดุด คุณหนูใหญ่ลู่เสียน นางมาด้วยตนเองเลยหรือ และนั่นคงเป็นคุณหนูรองลู่อัน และคุณหนูสามลู่เจิน“ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ”“อืม” “ทางวังห
Read More
ตอนที่10 สนับสนุนให้ร้ายอย่างเต็มตัว
“บุตรสาวของตระกูลพ่อค้า ชื่อเสียง…” นางยังพูดไม่ทันจบ เหว่ยอ๋องก็เอ่ยขึ้น“ห้ามเสียมารยาท นางตั้งใจมาทำงาน”“แล้วพวกนางวัดตัวเสร็จหรือยังเพคะ?”“ยัง”เมื่อได้ยินคำตอบ องค์หญิงก็เดินไปนั่งยังมุมหนึ่ง ด้วยท่าทีไม่พอใจ ท่านหญิงฟู่เหลียนฮวาและฉือลี่อิง จึงตามไปนั่งด้วยกัน ลู่เสียนจึงรีบลุกมาทำหน้าที่ต่อ เพราะดูแล้วบรรยากาศรอบข้าง ดูไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่ นางจึงอยากรีบทำให้เสร็จเร็ว ๆ แล้วรีบกลับ เมื่อวัดตัวท่านอ๋องเสร็จ นางก็มาตรวจทานกุนซือเจียวลู่อีกครั้ง จากนั้นก็เป็นรองแม่ทัพฉือ แต่เพราะความรีบร้อน ลู่เสียนจึงสะดุดเสียหลัก จะพุ่งร่างไปหารองแม่ทัพฉือ แต่เหว่ยอ๋องที่มองอยู่ก่อนแล้ว รีบถลามาดึงร่างของนางเอาไว้ ก่อนลู่เสียนจะตกอยู่ในอ้อมกอด ของเขาอย่างไม่ตั้งใจ องค์หญิงที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว กลับมองต่างออกไป นางคิดว่าลู่เสียนตั้งใจยั่วยวน ทั้งรองแม่ทัพและเหว่ยอ๋อง องค์หญิงผู้มีอารมณ์ร้อนและเอาแต่ใจ ก็ลุกแล้วก้าวเข้ามา กระชากแขนลู่เสียน ก่อนจะฟาดฝ่ามือลงไปเต็มแรง แต่เหว่ยอ๋องจับมือขององค์หญิงไว้ทันท่วงที“เจ้าคิดจะทำอะไร! เป็นถึงองค์หญิงทำกิริยาไม่ต่างอะไรกับไพร่!” จบคำพูดของเหว่ยอ๋อง อ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status