Masukนางสวย นางรวย และนางร้าย เพราะต้องกอบกู้สถานการณ์ของตระกูลลู่ นางจึงต้องลุกขึ้นมาร้าย คนเกลียดนางใครสนกันละ คนโกรธแค้นนางใครใส่ใจกัน ก็เพราะว่าข้าจะร้าย สตรีงดงามอ่อนหวาน ไม่ใช่ข้าอย่างแน่นอน
Lihat lebih banyakสามปีต่อมา รัชทายาท ฮ่องเต้ ฮองเฮาและไทเฮานั่งลุ้นกันว่าไท่จื่อเฟยจะคลอดบุตรเป็นพระโอรสหรือพระธิดา เพราะยามนี้ไท่จื่อเฟยได้ให้กำเนิดพระโอรสแล้วถึงสองพระองค์“รายงานพ่ะย่ะค่ะ หมอหลวงให้มาแจ้งข่าวว่าไท่จื่อเฟยให้กำเนิดพระโอรสพ่ะย่ะค่ะ”“เยี่ยมจริง ๆ” ฮ่องเต้ยกยิ้มอย่างพอใจ“รายงานพ่ะย่ะค่ะ ทางจวนตระกูลลู่ส่งข่าวมาบอกว่า พระชายาเหว่ยอ๋องทรงให้พระโอรสทีเดียวถึงสามพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”“เจ้าว่าอะไรนะ!!” ทุกคนร้องออกมาด้วยความตกใจ ให้กำเนิดบุตรชายทีเดียวถึงสามคน นางตั้งครรภ์ทีหลังแต่ทำผลงานเทียบเท่าทุกคนเลยหรือ น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว“ให้กำเนิดพระโอรสถึงสามพระองค์ ดีจริงๆ หลานของย่า ข้าต้องไปเยี่ยมนางเสียหน่อย” ฮองเฮาเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้นดีใจ อย่างรู้ว่าเจ้าก้อนแป้งทั้งสามจะหน้าตาจะเป็นเช่นไร “บุตรสาวตระกูลลู่นี่แปลกจริง ๆ ให้กำเนิดบุตรเป็นชายกันหมดแทบทุกคน ในตอนลู่เฉิงแต่งสตรีเข้าจวนถึงสามนางก็ให้กำเนิดแต่บุตรสาว มายามนี้บุตรสาวของเขาให้กำเนิดแต่บุตรชาย ได้ข่าวว่าชายาขององค์ชายอี้เฉิงและองค์ชายตงหยาง ก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายเช่นกัน” ไทเฮายกชาขึ้นมาดื่มด้วยสีหน้าพอใจ“ถ้าจะว่าไปแล้วยามนี้ตระกู
เมื่อพวกเขาออกมาจากเรือนก็เป็นเวลาใกล้เที่ยงวันเข้าไปแล้ว ลู่เสียนและลู่หลินรีบเข้าไปในมิติเพื่อจะไปเอาวิตามินและอาหารบำรุงร่างกาย แต่ปรากฏว่าร้านค้าได้หายไปแล้ว ร้านขายยาก็หายไปด้วยเช่นกัน สงสัยสวรรค์ส่งมาให้ในยามที่เกิดเรื่องเดือดร้อน จากนั้นก็ยึดคืนกลับไปเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว เฮ้อเสียดายจังลู่เสียนและลู่หลินจึงรีบตรงเข้าครัว ทำอาหารอย่างเร่งด่วน ไข่ต้ม ไข่ลวก โจ๊กทรงเครื่อง ผลไม้ ก่อนจะบอกให้บ่าวยกไปที่ห้องอาหาร ทุกคนเดินเข้ามาในห้องอาหารด้วยสีหน้าสดชื่นกระปรี้กระเปร่าและยิ้มแย้มแจ่มใส ลู่เสียนจึงพยักหน้าให้บ่าวเริ่มตักโจ๊ก“คุณหนูใหญ่เหตุใดไข่ต้มเยอะขนาดนี้” จื้ออี้เฉิงเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะบนกลางโต๊ะมีถ้วยใส่ไข่ต้มไว้มากมาย“ก็เพราะว่าไข่ต้มให้พลังงานสูง หม่อมฉันคิดว่าเมื่อคืนทุกคนคงใช้แรงและพลังไปเยอะ ก็เลยทำไข่ต้มและไข่ลวกมาให้ เพิ่มด้วยโจ๊กทรงเครื่อง แล้วก็ผลไม้อย่างเช่นกล้วยหอม รับรองช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กลับมามีพลังได้อย่างดีเยี่ยม” กล่าวจบลู่เสียนหันไปปอกเปลือกไข่ให้เหว่ยอ๋องอย่างตั้งใจ ก่อนเอ่ยขึ้นมาเพื่อจะปรึกษาทุกคน “อีกไม่นานก็จะถึงวันแต่งงานแล้ว พวกเรามาจัดงาน
วันต่อมาแม้จะเป็นเวลาสายมากแล้ว แต่เรือนของคุณหนูทั้งเจ็ดก็ยังคงไม่เรียกให้บ่าวไปรับใช้ สาเหตุนั้นคงเดาได้ไม่ยากเพราะเมื่อคืนคหบดีลู่เฉิง ได้ทำการอนุญาตให้ลูกเขยค้างคืนได้ ทั้งลูกเขยเก่าลูกเขยใหม่ พร้อมทั้งยังส่งเสริมด้วยการใช้ยาปลุกกำหนัดชั้นดีผสมกับสุราพร้อมบริการรินให้อย่างดี พวกนางทั้งเจ็ดคนก็พร้อมใจกันดื่มด้วยเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่าไม่อยากเสียเปรียบพวกเขาลู่เสียนยังได้บอกกับบิดาว่าหากจะให้ลูกเขยดื่ม ก็ต้องไปเรียกท่านแม่ ฮูหยินรองและอนุลู่ให้มานั่งดื่มด้วยกัน และเขาผู้เป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องนี้ก็ต้องดื่มด้วยเช่นกัน เมื่อถูกบังคับแกมขู่เข็ญลู่เฉิงก็ต้องทำตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลของยากำหนัดทำให้เช้านี้เรือนแต่ละหลังปิดสนิท พ่อบ้านจึงรีบไล่บ่าวที่ต้องเข้าไปดูแลรับใช้ให้ไปหาอย่างอื่นทำรอเรือนคุณหนูเจ็ดลู่เซียนที่ยามนี้องค์ชายจื้ออี้เฉิงตื่นมาสานต่อจากเมื่อคืนโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ลู่เซียนนั่งควบขี่เขาโดยมีเขานอนเอนกายพิงหัวเตียง มองนางด้วยสายตาหยาดเยิ้มตามอารมณ์รัญจวน ก่อนจะก้มลงไปดูดดึงยอดอกคู่งาม ที่กระเพื่อมไหวไปตามแรงโยกขยับขึ้นลงของนาง“อื้อองค์ชายหม่อมฉันจะไม่ไหวแล้วเพ
ลานประหาร กองกำลังทหารเตรียมคุ้มกันนักโทษอย่างแน่นหนา เหว่ยอ๋องนั่งเป็นประธาน มีแม่ทัพฉือลี่เฉี่ยว กุนซือเจียวลู่ขนาบข้าง ส่วนลู่เสียนและลู่หลินพวกนางยืนปะปนอยู่กับฝูงชนที่มาดูการประหาร ลู่เสียนให้จางไห่อยู่คุ้มกันที่จวนพร้อมองค์ชาย เสียงกลองดังขึ้นเพื่อย้ำเตือนว่าใกล้ถึงเวลาประหารเข้ามาแล้ว ก่อนผู้ตัดสินโทษจะออกมาอ่านความผิดของพวกเขาให้ทุกคนได้ฟังอีกครั้งและก็เป็นไปตามคาด กลุ่มคนชุดดำเหาะทะยานมายืนอยู่บนหลังคาจำนวนหลายสิบคน ต่างยืนอยู่รอบทิศทางมองสถานการณ์ด้านล่างอย่างประเมิน เหว่ยอ๋องมองกลุ่มคนที่มาอย่างเย็นชา พลางคิดในใจรนหาที่ตาย “เหว่ยอ๋องหากยอมส่งตัวเสนากู้กับคุณชายกู้มาให้ข้า ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายใคร”“ฮึ! ข้ากลัวว่าชายารักของข้าจะไม่ยอมนะสิ นางนะเป็นคนที่แค้นฝังใจมาก หากเจ้าเอาชนะนางได้ก็เอาคนของเจ้าไปได้เลย แต่ข้ากลัวว่าพวกเจ้าคงต้องจบชีวิตอยู่ที่นี่เสียแล้ว” เหว่ยอ๋องเอ่ยอย่างช้า ๆ ไม่รีบเร่งดูผ่อนคลายไม่น้อย “แล้วนางอยู่ที่ใด?”“อยากพบข้ารึ?” ลู่เสียนจับมือกับลู่หลินกระโดดเหาะลอยขึ้นมายังลานประหาร ชุดที่นางสวมใส่วันนี้รัดกุมทะมัดทะแมงเพราะเตรียมต่อสู้อย่างเต็มที่ ผมของพ
จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงคิดว่าพวกเขาควรจะเอ่ยกับลู่เสียนและเหว่ยอ๋อง เรื่องที่พวกเขาได้ตัดสินอยากขอถอนคำพูดสิ่งที่เขาได้เอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุและอยากแก้ไขใหม่เป็น อยากขอคบหาดูใจกับพวกนางดูก่อน “ท่านอ๋อง คุณหนูใหญ่ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง คือก่อนหน้านี้ที่พวกข้าได้เอ่ยออก
“ในเมื่อท่านทั้งสองคนเดินทางมาเพื่ออยากให้หม่อมฉันช่วยเหลือ หม่อมฉันยินดีช่วยแต่ว่าในเมื่อท่านเริ่มต้นไม่ดี หม่อมฉันก็จะให้บทลงโทษกับองค์ชายเช่นพวกท่านได้เรียนรู้เสียบ้าง เพราะเท่าที่เห็นพระองค์คงถูกตามใจจนเคยตัวและไม่เข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นท่านสองคนต้องอยู่ที่นี่เพื่ออบรมบ่มนิสัย
จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วลงมาหยุดยืนต่อหน้าทุกคน ก่อนที่จื้ออี้เฉิงจะตรงมาคว้าข้อมือของลู่เซียน ส่วนจื้อตงหยางตรงเข้ามาคว้าข้อมือของลู่ฟาง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเตรียมตัวใช้วิชาตัวเบาเหาะจากไป แต่ว่า…“เดี๋ยวก่อน!” เป็นเสียงของฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้นมา จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางหันขวับ
แคว้นโจวยามนี้ผู้คนทั้งเมืองต่างเตรียมตัวต้อนรับการกลับมาของเหว่ยอ๋องและลู่เสียนตั้งแต่ประตูเข้าเมืองจนไปถึงวังหลวง ลู่เฉิงได้จัดเตรียมการต้อนรับเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ ลู่เฉิงยังได้ไปจ้างคณะเชิดสิงโตมาเพิ่มความครึกครื้น ยังไม่พอเขายังไปเหมาประทัดมาแจกจ่ายให้ทุกคนจุด เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย ลู่เฉิงบอกใ












Ulasan-ulasan