Mag-log inเสี่ยวเหอเห็นคนรักตายต่อหน้าต่อตา นางแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่นางโชคดีที่มีโอกาสข้ามเวลา หรือข้ามภพ นางเองก็ไม่แน่ใจ ทำให้นางได้มาเจอคนที่นางรักอีกครั้ง แต่...เหตุใดผู้อื่นเขาข้ามเวลาย้อนภพกันคนละครั้งสองครั้ง แต่พอเป็นนางกลับต้องข้ามเวลากันทุกครั้งที่นางนอนหลับ ทุกเช้านางจะต้องมานั่งลุ้นว่าตัวเองจะอายุเท่าไหร่ เดินทางไปที่ใด ภพนี้ที่นางอยู่ ยังเป็นภพชาติเดิมหรือไม่ ชิงชิงของนางนั้น ตอนเด็กๆยังน่ารักน่าชัง เหตุใดพอโตแล้วถึงได้ขี้โมโหอารมณ์ร้อน เป็นเพราะนางต้องข้ามเวลาทุกวันจึงทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายเข้าใจผิดกันมากมาย บางวันก็เดินทางไปในช่วงที่ชิงชิงอายุสองสามขวบ น่ารักน่าหยิก แต่บางวันเดินทางไปตอนที่เขาอายุสี่สิบกว่า แก่คราวลุง เสี่ยวเหอยังเข้าใจผิดว่าชิงชิงของนางเป็นท่านตา! ยังมีอยู่วันหนึ่งที่นางข้ามเวลาไปตอนเขาอายุสิบเก้าปี เขาทั้งโมโหทั้งโกรธเคืองนาง จับนางกลืนกินทั้งๆที่นางไม่ยินยอม เหตุใดชิงชิงของนางจากเด็กน้อยน่ารัก ทักเมื่อใดก็หน้าแดง วันนี้จึงกลายเป็นเจ้าคนบ้าคลั่งราวกับหมาบ้าเช่นนี้ไปได้เล่า เสี่ยวเหอไม่เข้าใจจริงๆ
view more“ท่านแม่ ท่านแม่เจ้าคะ” เสี่ยวเหอพยายามลืมตา ได้ยินเสียงลูกสะใภ้กำลังเรียกนาง‘ในที่สุดก็ตื่นวันใหม่แล้ว’ เสี่ยวเหอคิดด้วยความดีใจ แต่ไม่ทันไรก็เห็นม่านสีขาวยังคงอยู่ที่เดิมเสี่ยวเหอรู้สึกว่าผิดปกติ จึงรีบวิ่งออกไปที่ห้องโถงอีกครั้ง เห็นโลงศพยังอยู่ที่เดิม แต่ครั้งนี้นางพยายามเดินไปจนถึงที่ตั้งโลง เห็นหน้าชิงถิงของนางที่เหี่ยวย่น ผมขาวทั้งหัวนอนหลับสบายอยู่ข้างในนางมั่นใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น น้ำตาไหลอาบแก้ม คิดสิ่งใดไม่ออก นางจึงเริ่มร้องไห้โวยวาย“ชิงชิง เจ้าไม่ยุติธรรม..ฮือ ๆ ๆ .. ชิงถิงเจ้าคนบ้าคลั่งสารเลว ฮือ ๆ ๆ ..ตัวข้าไม่ได้ข้ามน้ำข้ามเวลามาเพื่อเห็นเจ้าตายอีกครั้ง เจ้าคนสารเลว ลุกขึ้นมา เจ้าลุกขึ้นมาด่าข้าเถิด ชิงชิง ฮือ ๆ ๆ ชิงชิงของข้า ฮือ ๆ ๆ”เสี่ยวเหอร้องไห้ไปด่าเขาไป อ้อนวอนเขาราวกับเขาจะกลับมาได้ เสียงสะอึกสะอื้นของนางคล้ายจะขาดใจตายตรงนั้
หลังคลอดลูก เสี่ยวเหอหลับไปเพราะหมดแรงและตื่นมาช่วงลูกยังเล็ก เพราะนางต้องให้นมลูก ข้ามเวลาไปมาช่วงลูกสองขวบบ้าง สี่เดือนบ้าง นางข้ามเวลาไปมาไม่หยุดหย่อน ตั้งแต่ลูกเล็กจนลูกเป็นหนุ่มเสี่ยวเหอข้ามเวลาเลี้ยงลูกจนผ่านไปหลายปี นางนับอายุจริงของตัวเองได้สามสิบห้าปีแล้ว ใช้ชีวิตข้ามเวลาไปมาเช่นนี้เลี้ยงลูกอย่างยากลำบากตั้งแต่เสี่ยวเหอคลอดลูก นางไม่ต้องการกลับไปนอนที่บ้านของท่านพ่ออีก เพราะนางต้องการอยู่กับลูกและชิงถิง ช่วยเขาเลี้ยงดูลูกไปด้วยกัน แม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่นางไม่ต้องการทิ้งเขาให้เลี้ยงลูกลำพังบางครั้งนางย้อนเวลาไปช่วงยังสาวและตื่นขึ้นที่อื่นบ้าง แต่เสี่ยวเหอจะรีบกลับมายังบริเวณจวนของชิงถิง และหาสักที่นอนหลับ นางจะตื่นมาพบลูกและสามีได้เสมอทุกค่ำคืน ชิงถิงยังคง ‘พูดมาก’ ดังเช่นที่เคยเป็น และเสี่ยวเหอก็รักที่เขาเป็นเช่นนั้น..วันหนึ่งเสี่ยวเหอได้ย้อนกลับไปหลังคลอดลูกชายได้หน
ชิงถิงยังดีใจยิ้มอย่างมีความสุขกับการบังคับแสนน่ารักของนาง เขาคิดว่านางกลัวว่าเขาจะทิ้งนางเพราะได้นางแล้ว เสี่ยวเหอได้แต่ปวดใจที่เขาไม่รู้อะไรเลย นางได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยทุกอย่างก็จบลงด้วยดีสาบานก็สาบานกันไปแล้ว อย่างไรพวกเขาก็ชิงทำข้าวสารให้เป็นข้าวสุกแล้ว ทั้งสองคนจึงอยู่ที่นั่น พลอดรักกันต่ออีกสักหลายชั่วยาม ให้เด็กหนุ่มชิงถิงได้ปลดปล่อยความรักใส่นางอีกหลายครั้งจนกระทั่งเย็น การได้พบเด็กหนุ่มแรงมหาศาล เสี่ยวเหอคิดว่าก็มีเรื่องดีอยู่บ้างพระอาทิตย์ลับหลังเขานานแล้ว ชิงถิงอุ้มเสี่ยวเหอกลับบ้านอย่างทะนุถนอม จนกระทั่งใกล้ถึงหมู่บ้านเขาจึงยอมปล่อยให้นางเดินลำพัง แต่ยังคงคอยถามอย่างเป็นห่วงอยู่ตลอดทางกลับบ้านคืนนั้นเป็นครั้งแรกที่เสี่ยวเหอไม่อยากนอนที่บ้านของท่านพ่อท่านแม่ นางต้องการนอนกับเด็กหนุ่มชิงถิงแรงดี นางรู้สึกว่ากลายเป็นสตรีแพศยาที่เอาแต่คิดอยากได้แท่งหยกร้อนของเขา เป็นเช่นนั้นจนกระทั่งใกล้เช้าจึงหลับไป
เสี่ยวเหอกอดเขาไว้แน่นเนื้อตัวสั่นเกร็งเพราะความสุขสม ปากก็กระซิบบอกรักเขาข้างหู ทั้งยังบอกว่าตัวเองได้รับความสุขมากเพียงใด“ชิงชิง..ข้ารักเจ้าเหลือเกิน รักมาก รักที่สุด เจ้าทำให้ข้ามีความสุขมาก มากเหลือเกิน มากเกินจริงๆ” นางพูดออดอ้อนเขาอย่างน่ารักหัวใจของชิงถิงแทบจะกระดอนออกมานอกอก เขาดีใจจนแทบจะบ้า แต่พูดออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ ได้แต่กอดนางไว้แน่น และจุมพิตอย่างทะนุถนอมไปทั่วใบหน้า ขอบคุณความรักที่นางมอบให้เขาเสี่ยวเหอสุขสมยิ่ง นางเริ่มรู้สึกว่าการที่เขาทำอย่างอ่อนโยน และน่ารักมากเช่นนี้ก็มีความสุขยิ่ง แม้ร่างกายรู้สึกไม่เต็มอิ่ม แต่ในใจกลับสุขสมเต็มอิ่มยิ่งกว่าถูกกระแทกแรงๆนางกอดคอเขาเอาไว้แน่นเพื่อแบ่งปันความสุขระหว่างกัน ยังไม่ยอมให้เขาถอนเอ็นเนื้อออกจากตัว อยากกอดเขาไว้เช่นนี้นานอีกเล็กน้อย ยกสองขากอดเอวเขาไว้ สอดส่ายสะโพกไปมายั่วยวนชายหนุ่มแต่นางทำเช่นนั้นได้เพียงครู่ กอดไปกอดมาก็รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ
ไม่ใช่ขอรับ ข้าไม่ได้เป็นคนพาเข้ามา” หนุ่มน้อยชิงถิงเขินอายจนได้แต่ก้มหน้าตอบนายกองเสี่ยวเหอฟังและนึกย้อนถึงเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด ตั้งแต่ตกน้ำและฝันที่ตัวเองกระโดดข้ามแม่น้ำไล่ตามเขา ตรงหน้าก็เห็นชิงถิงที่ยังเด็ก ยังเป็นเพียงทหารฝึกหัด เขาพยายามอธิบายกับหัวหน้านายกองอย่างจนปัญญาชั่วลมหายใจในขณะน
“โธ่ ฮูหยิน ล้อเล่นอะไรอีกเจ้าคะ ก็ฮูหยินพูดเองว่าต้องไปคุยกันให้รู้เรื่องกับท่านนายกอง พวกเราจึงได้เดินทางมาที่นี่อย่างไรเล่าเจ้าคะ ฮูหยินลืมไปแล้วหรือ”‘ข้าไม่เข้าใจที่นางพูดสักคำ แต่หากนางจะไปที่กองทัพ บางทีข้าควรไปดูสักครั้ง ที่ที่ชิงถิงเคยอยู่’ เสี่ยวเหอครุ่นคิด เมื่อตัดสินใจเช่นนั้น จึงได้ออก
เช้าวันต่อมา นางตื่นขึ้นที่โรงเตี๊ยม แต่เมื่อลงมาด้านล่างก็พบว่าบรรยากาศของโรงเตี๊ยมไม่เหมือนเดิม ผู้คนคล้ายจะน้อยลง โรงเตี๊ยมดูเก่าและเหมือนจะเล็กกว่าเมื่อวานมาก สาวใช้ที่ตามมาก็ไม่อยู่แล้ว‘หรืออาจจะยังเช้าอยู่ ผู้คนจึงยังออกมาไม่มาก สาวใช้ก็ตัดใจไม่ติดตามข้าแล้ว’ เสี่ยวเหอคิดอย่างดีใจ นางรีบสั่ง
ชิงถิงยอมหยุด เขาเช็ดทำความสะอาด ดูแลทุกอย่างให้เสี่ยวเหอ คืนนั้นเป็นคืนแรกที่นางได้นอนในอ้อมกอดของชิงถิง ความรู้สึกผิดที่หนีมาคล้ายจะถูกปัดเป่าให้น้อยลง เรื่องที่ทะเลาะกันแต่ต่างคนต่างเข้าใจผิดก็ถูกลืมเลือนไปรุ่งเช้า ทั้งสองออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดเช่นเดิม แต่วันนี้ชิงถิงควบม้าช้าลงมาก ทั้งยังคอย

















