مشاركة

Nevermind :: CHAPTER 9 หายไป [100%]

مؤلف: Sweet_Moon
last update تاريخ النشر: 2025-05-12 17:41:44

Nevermind : 9

หายไป

หลายวันผ่านไป คุณองศาไม่ได้กลับมาที่ห้องเลย แน่นอนว่าความว่างเปล่าที่ฉันต้องประสบพบเจอมันเหมือนกับว่าฉันวนไปอยู่ในห้องที่เป็นบ้านป้า ไร้ซึ่งเสียงและความสุขที่เคยก่อเกิดขึ้น หากแต่ต่างกันตรงที่ว่าห้องของคุณองศานั้นปลอดภัยทำให้ฉันนอนหลับได้อย่างเต็มที่ ครัวที่ปกติฉันจะต้องทำอาหารเพื่อให้คุณองศากินในตอนเช้า ทุกอย่างในครัวดูสะอาดมาก รวมไปถึงของสดในตู้เย็นก็แทบจะไม่มีอะไรเหลือแล้ว ฉันถามเรื่องเขากับคุณนนท์ก็ให้เหตุผลว่าคุณองศาทำงานที่คาสิโนและบริษัทรถทุกวัน ไม่รู้ว่าที่ทำแบบนี้... ไม่อยากเจอหน้าฉันหรือเปล่า?

ฉันน่ะทำผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงเลย แต่ถึงตัวจะหายไปก็สั่งให้คุณนนท์ซื้อกับข้าวมาให้ฉันหรือไม่ก็ซื้อของสดเข้ามา ฉันไม่ทำกินเลยไง ถึงได้เน่าและก็ทิ้งไป หายไปก็แทนที่จะบอกกันสักหน่อย ทำแบบนี้ฉันก็รู้สึกผิดกับเรื่องนั้นน่ะสิ

และเพราะคุณองศาไม่อยู่ ฉันก็เลยมีเวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของคุณธาม นั่นทำให้ฉันรู้ว่าทำไมชีวิตของเขาถึงได้กลัวความมืด พ่อกับแม่ที่เขาหมายถึงตอนที่หวาดกลัวมันเลวร้ายสำหรับเขาในวัยสิบขวบ เหมือนกับฉันเลย... เหมือนกับที่ฉันต้องทนเห็นบ้านไฟไหม้ไปต่อหน้าต่อหน้า บ้านที่มีกลิ่นไหม้ลอยคลุ้งมีสะเก็ดไฟดังเสียงระงมและในบ้านหลังนั้นมีพ่อกับแม่ ร่างของท่านทั้งสองถูกเผาไม่เหมือนชิ้นดี นับว่าเราคล้ายกันก็ตรงนี้อย่างที่เคยบอก

ประวัติครอบครัวคุณธามรวยมหาศาลมากๆ เลยล่ะ มีกิจการโรงแรมที่โด่งดังไหนจะบริษัทอสังหาริมทรัพย์อีก แต่ที่น่าเห็นในคุณธามเห็นจะเป็นว่าพ่อของเขายิงตัวตายต่อหน้าต่อเขาและนี้อาจจะเป็นเหตุผลให้คุณธามมีอาการหวาดกลัว เห็นภาพเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ หรือเรียกอย่างว่าโรคจิตเภทชนิหนึ่ง ‘PTSD’ เกิดจากสภาวะจิตใจของผู้ป่วยได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์เลวร้ายและคุณธามมีอาการ flash back คือผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนตัวเองยังอยู่ในเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ จนเกิดอาการหวาดกลัวและวิตกกังวล สิ่งนั้นฉันเคยเห็นคุณธามเป็นมาก่อนหน้านั้น

เพราะแบบนี้คุณธามอาจจะมีผลทางด้านจิตใจเขาอาจจะเป็นโรคกลัวและโรควิตกกังวล เรื่องที่เขากลัวความมืดไม่ได้บอกนะว่าเกิดจากอะไร แต่ทำให้รู้ว่าคุณธามในวัยสิบขวบเห็นพ่อของเขายิงตัวตาย ส่วนแม่ของเขาไม่มีบอกว่าคือใครหรือไปไหน พ่อของคุณธามยิงตัวตายเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพและแบกรับต่อไปไม่ไหว จากนั้นทุกอย่างก็เป็นของคุณธามที่ทำหน้าที่แบกรับหน้าที่นี้ต่อจากพ่อเขา หากแต่ว่า... ฉันเองก็กังวลแทนเขาว่าคงไม่คิดอะไรสั้นๆ แบบนั้นหรอกนะ

ถึงฉันจะมีความหลังที่ค่อนข้างแยกแยะออกและไม่ได้มีปัญหาด้านสภาพจิตใจ เพราะฉันบอกตัวเองเสมอว่าพ่อกับแม่อยากให้ฉันรอดจากเปลวเพลิงนั้นก็หมายความว่าฉันควรมีชีวิตอยู่ต่อไป พอยิ่งได้รู้ว่าชีวิตของเราสองคนคล้ายกันมากแถมอายุที่เจอเรื่องราวแย่ๆ ก็เท่ากันอีกต่างหากแม้ว่าอายุของเราสองคนจะห่างกันถึงสิบสองปีก็ตามที

“แพร”

“เอม นิว” ฉันมองเพื่อนสองคนที่ทักทายฉันพลางสั่งกาแฟและเค้กไปนั่ง หลังจากปิดเทอมมาได้ครึ่งเดือนกว่าแทบไม่ได้เจอกันเลย เพื่อนเป็นห่วงก็เลยมาหาฉันที่ร้าน “มากันทำไม?”

“วันนี้ว่าจะชวนไปบ้านนิวอะ แม่นิวทำบาร์บีคิว ไปนะ”

“เออ...”

“หรือไง ต้องขออนุญาตมันก่อน” นิวประชดฉันจนถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

“นายก็เลิกประชดแพรสักทีเหอะ แพรอยู่กับเขาก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ชีวิตดีด้วยซ้ำไป”

“เหอะ”

“สำคัญคือยัยป้ามหาภัยไม่มีรังควานแพรด้วย เขาปกป้องแพรได้ดีขนาดนี้ เลิกโกรธแพรสักทีเถอะ” เอมพยายามทำให้นิวเข้าใจว่าสิ่งที่ฉันทำมันถูกต้องแล้ว คุณองศาปกป้องฉันได้จริงๆ และเขาก็ไม่ได้ทำร้ายฉันด้วย มีแต่ฉันเนี่ยล่ะที่เผลอทำร้ายเขาเรื่องนั้น ไม่ เลิกคิดซะแพรวา! “ตกลงไปนะแพร”

“ไปสิ แต่ฉันเลิกงานสองทุ่มครึ่งนะ”

“งั้นเดี๋ยวพวกฉันดูหนังรอแล้วกัน วันนี้พี่ดีนไปทำธุระกับทางบ้านน่ะ” พยักหน้ารับเอมก็ตักเค้กเข้าปาก แต่นิวจ้องหน้าฉันราวกับไม่พอใจที่ยังยืนยันคำเดิมว่าจะอยู่กับคุณองศาไปก่อนสักพัก ไม่สิ ยังไม่รู้เลยว่าสักพักมันจะนานแค่ไหน

พอให้หลังเพื่อนที่ไปดูหนังฆ่าเวลารอฉันเลิกงาน ฉันเข้ามาด้านหลังเพื่ออบครัวซองต์เพิ่มเนื่องจากในตู้โชว์หมดแล้ว มุกก็เลยต้องยินยอมออกไปหน้าเคาน์เตอร์แทน ล้วงมือลงหยิบสมาร์ทโฟนในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนต่อสายหาใครบางคน

“สวัสดีค่ะคุณนนท์”

(“แพรวา มีอะไรหรือเปล่าครับ?”)

“คือวันนี้แพรจะไปบ้านเพื่อนนะคะ ตอนเลิกงานพอดีที่บ้านเพื่อนทำบาร์บีคิวกินกัน แพรจะกลับไม่ดึกค่ะ”

(“ให้ผมไปรับไหม?”)

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวแพรให้เพื่อนมาส่ง” รอปลายสายที่เงียบไปสักพัก

(“โอเคครับ งั้นก็กลับถึงห้องโทรบอกผมหน่อยนะ”)

“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

เมื่อโทรบอกคุณนนท์เรียบร้อย ฉันก็กลับมาทำงานของตัวเองต่อเหมือนเดิม เพิ่มเติมคืออบขนมเสร็จต้องไปล้างห้องน้ำต่อด้วย ฉันกับมุกแบ่งหน้าที่กันมุกต้องทำความสะอาดเคาน์เตอร์ ล้างแก้วล้างจานใส่เค้กและเอาขยะไปทิ้ง พอเล่าให้ฟังว่าป้ามาดักรอมุกก็เลยอาสาไปทำให้ตรงนี้ เวลามาถึงสองทุ่มครึ่งพรุ่งนี้เป็นวันที่ร้านปิดหนึ่งวันคือวันอาทิตย์ ฉันก็กะว่าจะทำความสะอาดห้องที่ไม่ได้ทำตั้งแต่มาอยู่กับคุณองศา

ปิดร้านเรียบร้อยจังหวะนั้นเอมกับนิวก็มารับฉันพอดี รถของนิวจะเป็นแบบรถยนต์สี่ประตูแบบยกสูงอะ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารถรุ่นอะไร ฉันขึ้นรถของนิวที่ขับออกจากตัวห้างสรรพสินค้าไม่นานก็มาถึงบ้านของเขา ณ เวลานี้สนามหญ้าหน้าบ้านกำลังจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวกัน มีพ่อแม่ของนิวและพี่ชายของนิวที่ชื่อว่าพี่นัท พี่เขาทำงานเป็นวิศวกรไฟฟ้าเนี่ยล่ะ ไม่รู้อะไรมาก ฉันยกมือไหว้พ่อกับแม่ของนิวซึ่งแม่ของนิวท่านใจดีกับฉันมากเลยนะ

“หนูแพร แม่คิดแล้วว่ายังไงหนูก็ต้องมา”

“ขอบคุณนะคะที่ชวนแพรมาด้วย”

“นิวเล่าให้แม่ฟังว่าหนูออกจากบ้านป้าแล้ว ดีแล้วล่ะ หนูจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดอีก” แม่ของนิวรู้ว่าฉันประสบพบเจอกับอะไรมาบ้าง บางทีท่านยังเคยให้ฉันมาอยู่ที่นี่ด้วยนะ “แล้วหนูไปอยู่ที่ไหนจ้ะ?”

“แพร...”

“อยู่กับใครก็ไม่รู้ครับ คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก” ฉันหันไปมองนิวที่พูดเหมือนตัวเองไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเลย

“ตายจริง หนูไปอยู่กับใครเนี่ยแพรวา”

“คือเขาเป็นคนมีอิทธิพลมากๆ เลยค่ะ แล้วก็เพราะเขาทำให้ป้าไม่มารังควานแพร”

“คนดีใช่ไหม?” จะบอกว่าดีหรือเปล่าก็ไม่เต็มปากหรอก เพราะคุณองศาเองก็เผยธาตุแท้มาให้เห็นตอนตบหน้าผู้หญิงของตัวเอง แค่เห็นตอนนั้นก็รู้ได้ในทันทีว่าเขาไม่เคยแสดงด้านนั้นให้ฉันได้เห็นและฉันเชื่อว่ามันต้องมีแน่ “หนูย้ายมาอยู่กับแม่ได้เลยนะหนูแพร”

“ขอบคุณนะคะ ตอนนี้หนูอยู่กับเขาหนูมีความสุขดีค่ะ”

“...”

ทุกคนเงียบสนิทหันมามองฉันที่พูดอะไรผิดไปหรือเปล่า แต่มันถูกนี่นาฉันอยู่กับคุณองศาฉันมีความสุขดี นอนหลับเต็มตื่นและได้กินของอร่อยๆ ที่ไม่เคยได้กิน ไหนจะได้ทำงานและได้เรียนอย่างเต็มที่ มีเงินเก็บมากขึ้น

“หนูช่วยทำบาร์บีคิวนะคะ” ฉันรีบตัดบทและเดินไปหาเอมที่กำลังลงมือเอาหมูเสียบไม้เพื่อย่าง

“เธออยู่กับเขาแล้วมีความสุขมากเลยใช่ไหมแพร?”

“อือ” ตอบเพื่อนสาวที่เผยรอยิ้ม รอยยิ้มแบบนี้คืออะไรก่อนเอม

“อยู่ด้วยกัน ได้ทำอะไรด้วยกัน... คงจะมีความรู้สึกดีๆ ให้กันปะ”

“จะบ้าหรือไง!” ตะคอกเพื่อนจนครอบครัวนิวหันมามองฉันกับเอมที่โบกมือไปมา ราวกับบอกว่าไม่มีอะไร

“เสียงดังแบบนี้แสดงว่ามีแน่”

“ใครจะไปคิดแบบนั้นกับเขา”

“ทำไมล่ะ ถึงอายุจะห่างกัน... กี่ปีนะ”

“สิบสองปี” ถามเรื่องระยะห่างอายุฉันกับคุณองศาเพื่ออะไรก่อน

“ห่างกันสิบสองปี ไม่เป็นปัญหานี่นา หนุ่มสามสิบไม่ได้แก่สักหน่อย”

“...” ฉันไม่สนใจคำพูดเพื่อเอาหมูเสียบไม้และตามด้วยมะเขือเทศ,สับประรด เสร็จแล้วสามไม้แต่ยัยเอมยังไม่ได้สักไม้ มัวแต่ถามเรื่องของฉันกับคุณองศาอยู่นั่นแหละ

“สามสิบเขาว่ากำลังเข้าช่วงเป็นผู้ใหญ่แบบเต็มตัว”

“จะพูดอะไรกันแน่เนี่ย?”

“ก็เรื่องของเขากับเธอ เป็นไปได้ไง อายุไม่ใช่ปัญหาที่ฉันจะพูดน่ะ”

“ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขาหรอก เขาเป็นผู้มีพระคุณของฉันนะ อีกอย่างเขาน่ะอยู่สูงกว่าฉันมาก” คำพูดสุดท้ายแผ่วเบาพลางนึกไปถึงวันนั้นที่ฉันร้องขอให้คุณองศาจูบฉัน สุดท้ายเขาก็จูบแต่ทำต่อไม่ได้เพียงเพราะว่าเขามองฉันเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ฉันจะไปมีสิทธิ์คิดอะไรกับเขาได้ล่ะ ฉันต่ำต้อยเขาสูงส่ง... ฉันเป็นเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่เขาเป็นถึงคนมีอิทธิพลและร่ำรวยมหาศาล แค่เขาช่วยเหลือฉันให้ที่ซุกหัวนอนและดูแลอย่างดีไม่ให้ป้ามาทำร้าย แค่นี้มันก็มากพอสำหรับฉันแล้ว ได้มากจนไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณเขายังไงดี แค่มอบชีวิตของตัวเองให้เขามันก็น้อยไปสำหรับสิ่งที่เขามอบให้

“เธอสวยจะตาย”

“สวยแต่กินไม่ได้สักหน่อย” ฉันเชื่อว่าคุณองศาคงไม่มองผู้หญิงเพียงเพราะสวยหรอก อีกอย่างเขาก็ไม่มีใครด้วย คงจะมองหาคนที่เหมาะสมกับเขา อาจจะเป็นลูกคุณหนูตระกูลร่ำรวยหรือลูกสาวคนเดียวของเจ้าสัวคนหนึ่ง ไม่ก็เป็นสาวสวยรวยด้วยการมีบ่อน้ำมันสักคน เนี่ยผู้หญิงแบบนี้เหมาะสมกับเขาที่สุดแล้ว ผู้หญิงที่เท่าเทียมกับเขาทั้งฐานะ ชาติตระกูลหรือหน้าตาสวยน่ารักแต่มีฐานะ ส่วนฉันก็แค่สวยไม่ได้มีอะไรเลย มีแค่ตัวไม่มีสมบัติอะไรติดตัวมาสักนิด แถมยังโดนครอบครัวที่เหลืออยู่ทำร้ายทุบตี ชีวิตฉันน่ะมันแย่มากๆ แต่ก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดทำให้ฉันคิดสั้น คำพูดของคุณองศาที่เคยบอกว่าฉันยังตายไม่ได้ ยังวนเวียนอยู่ในหัวเสมอ “เรื่องของฉันกับคุณองศา ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแน่นอน”

“ทำไมเธอคิดแบบนั้นล่ะ”

“มันเป็นไปไม่ได้ไง เขาคิดกับฉันแค่น้องสาวเท่านั้นนะ”

“...”

“แค่น้องสาว สำหรับฉันเขาคิดแบบนี้ก็รู้สึกว่าได้รับมากไปด้วยซ้ำ” ใช่ มันมากไปด้วยซ้ำ แค่เขามองฉันเหมือนน้องสาวที่ต้องดูแลมันก็เกินพอแล้ว สำหรับฉันที่ไม่ควรได้รับอะไรจากเขา แต่เขาก็ยังเป็นคนดีที่ยอมลดตัวมายืนข้างฉัน มันเป็นการยืนข้างๆ กันในแบบที่ฉันไม่สามารถไปยืนข้างเขาได้ มันก็เท่านี้เอง อีกอย่างฉันเองก็คิดกับเขาแค่ผู้มีพระคุณเท่านั้น เขาเป็นผู้มีพระคุณ ไม่ควรคิดเกินเลยไปมากกว่านั้นทั้งที่รู้ตัวเองดีไง แพรวา...

“แต่ไม่คิดว่าสักวันมันจะเปลี่ยนเหรอ?”

“ไม่มีทางหรอก ยังไงก็ไม่มีทาง”

ใช่ ยังไงก็ไม่มีวันนั้นหรอก ฉันไม่มีทางคิดเกินเลยกับเขาและเขาเองก็ไม่เคยคิดเกินเลยกับฉันด้วย เขาย้ำเสมอว่าฉันเป็นใครสำหรับเขา เพราะฉะนั้นจนเราตายจากกันก็คงไม่เป็นอย่างที่เอมคิดแน่นอน

เวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนนิดๆ ที่ปาร์ตี้บาร์บีคิวบ้านนิวจบลง นิวขับรถมาส่งฉันที่คอนโดก่อนไปส่งเอมที่บ้าน สองคนนั้นอยากจะขึ้นไปที่ห้องแต่ฉันก็ปฏิเสธทันทีว่าไม่ใช่ห้องของฉันไง จะให้เพื่อนทำตามอำเภอใจไม่ได้เด็ดขาด ฉันขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของคอนโดค้อมศีรษะให้กับคนของเขาที่เดินอยู่บนชั้นนี้สามสี่คน ยังไงฉันก็นอบน้อมไว้ก่อนฉันไม่ได้สำคัญขนาดที่เขาจะต้องโค้งคำนับไง ฉันไม่กล้าเดินเชิดไปอย่างเดียวหรอก บางทียกมือไหว้ด้วยซ้ำไป

ฉันเปิดประตูเข้ามาภายในห้องก็มืดสนิทเหมือนเดิมคือคุณองศาไม่กลับห้องเลยนับตั้งแต่วันที่เราจูบกัน แม้ว่ามันจะเป็นผลดีกับฉันที่ไม่อยากเจอหน้าเขาเพราะรู้สึกผิดที่ทำแบบนั้น แต่การที่เขาไม่กลับมาเลยก็ทำให้ฉันรู้สึกผิดเหมือนกัน ราวกับความรู้สึกมันปะปนจนมั่วไปหมด ฉันวางกระเป๋าผ้าลงบนเตียงนอนที่เรียบร้อยไม่มีรอยยับนั่นก็เพราะฉันไม่ได้นอนบนเตียงเลย แต่เลือกมานอนบนโซฟาแทน ตรงเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายระหว่างที่นอนเล่นยังไม่หลับฉันก็หยิบสมุดวาดภาพที่นับตั้งแต่มาอยู่คอนโดคุณองศาฉันก็ไม่ได้หยิบมันขึ้นมาวาดรูปเลย พรุ่งนี้หยุดไปหาที่วาดรูปหน่อยดีกว่า เอาจริงฉันมีความสามารถเรื่องวาดรูปด้วยนะ แต่ถึงจะไม่เก่งมากก็เถอะ ฉันเลยพยายามฝึกฝนให้เก่งขึ้นไปอีก เผื่อสักวันวาดรูปออกไปขายได้ไง

ภาพที่วาดก็มีวิวซะส่วนใหญ่ อ่อ มีวาดรูปเอมกับนิวด้วย พรุ่งนี้จะไปวาดอะไรดีนะ...

ตั้งแต่เช้าจนถึงบ่ายฉันเก็บกวาดห้องของคุณองศาทุกซอกทุกมุมรวมไปถึงการทำความสะอาดอ่างกุชชี่ด้วย วิธีทำก็ง่ายมากเลยล่ะ ฉันปล่อยน้ำออกจนหมดและเปิดน้ำใส่ลงไปใหม่เผื่อว่าคุณองศาจะกลับมาแช่ตัว เสื้อผ้าของเขาฉันก็ซักตากและรีดเรียบร้อยแขวนไว้ในตู้ห้องแต่งตัว เตียงนอนก็ใช้เครื่องดูดฝุ่นเปลี่ยนผ้าปูและจัดจนเรียบเหมือนกับในโรงแรมเลย

“เสร็จสักที” กว่าจะเสร็จเล่นเอาฉันทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนพื้น ห้องแบบได้กลิ่นหอมอ่อนๆ เลย ไหนจะบนเตียงที่ฉันฉีดน้ำหอมบนหมอนกลิ่นธรรมชาติ พอพักจนหายเหนื่อยฉันก็ลุกขึ้นเข้าไปอาบน้ำ สวมเสื้อยืดสีขาวและทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก็อตพร้อมกางเกงยีนส์ เอาสมุดวาดภาพใส่กระเป๋าผ้าเพื่อนั่งรถไปหาที่วาดรูป

ฉันเรียกแท็กซี่หน้าคอนโดให้ไปส่งที่สะพานข้ามแม่น้ำ ตรงด้านล่างจะเป็นสวนสาธารณะที่ติดริมน้ำ มาถึงฉันก็สูดลมหายใจเข้าเพราะที่นี่มีแมกไม้ให้ความร่มรื่น ด้วยเพราะเป็นวันหยุดก็เลยทำให้มีครอบครัวมานั่งปิกนิกกัน สายตาของฉันมองครอบครัวหนึ่งและพาให้นึกถึงพ่อกับแม่ของฉันเอง ฉันเคยอยากไปปิกนิกที่ทะเลด้วยนะ เคยเห็นเอมเอารูปมาให้ดูตอนที่ครอบครัวพาไปน่ะ เพราะตัวคนเดียวก็เลยทำอะไรแบบนั้นได้ยากนิดหน่อย ฉันหยิบสมุดวาดภาพออกมาพร้อมดินสอจากนั้นก็สเกตภาพของครอบครัวนี้ใช้เวลายี่สิบนาทีก็ออกมาในแบบที่ฉันต้องการ

Rrr

สมาร์ทโฟนของฉันดังขึ้นในกระเป๋ากางเกงยีนส์ หยิบขึ้นมาดูปลายสายก็ต้องมึนงงเล็กน้อย “สวัสดีค่ะ”

(“ร้านกาแฟเธอปิดเหรอ? ฉันมาที่ร้าน”)

“อ๋อ ร้านปิดทุกวันอาทิตย์ค่ะคุณธาม”

(“ถามจริง”)

“ค่ะ” ฉันตอบเขาพลางหัวเราะกับความเด๋อของเขา ไม่ได้อ่านป้ายหรือไงว่าหยุดทุกวันอาทิตย์น่ะ

(“แล้วเธออยู่ไหน?”)

“ฉันอยู่ที่สวนสาธารณะแถว xx ค่ะ”

(“ได้ เดี๋ยวฉันไปหา”)

กำลังจะบอกว่าไม่ต้องมาหรอก แต่คุณธามก็วางสายไปซะก่อน ฉันเก็บสมาร์ทโฟนลงกระเป๋ากางเกงตามเดิม จากนั้นก็เริ่มวาดรูปสิ่งที่ตัวเองเห็นรอบๆ พอได้มานั่งที่นี่รู้สึกช่วยให้ผ่อนคลายและทำให้สดชื่นมากเลยล่ะ เปลือกตาของฉันหลับลงสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้เยอะที่สุด ฉันรู้แล้วล่ะถ้าวันหยุดงานฉันจะไปไหนดี มาที่นี่ดีกว่า

“อ๊ะ!” สะดุ้งตกใจทันทีที่แก้มรับรู้ถึงอะไรบางอย่างที่เย็นเฉียบ ถึงกลับต้องลืมตามองร่างสูงคุ้นตาที่ชูกระป๋องน้ำอัดลมสีแดงให้ฉันดู จากนั้นก็โยนให้รับแทบหลุดมือ “คุณธาม”

“เธอชอบมานั่งที่นี่หรือไง?” เอ่ยถามก็เดินอ้อมมานั่งข้างฉันแต่ระยะค่อนข้างห่างเพราะเก้าอี้ไม้เป็นแบบยาวไง ฉันมองคุณธามที่สวมเสื้อเชิ้ตสีกรมท่าพับแขนถึงข้อศอก ผมรากไทรที่ปรกท้ายทอยก็มัดรวบไว้ แบบนี้คือเท่ชะมัดเลย มองเขาที่กระดกน้ำอัดลมผ่านลำคอพลางหันไปมองคนของเขาที่ยืนอยู่ด้านหลังห่างพอควรประมาณสามสี่คน

“ฉันเพิ่งเคยมาค่ะ แต่มันดีมากเลยนะคะ”

“ก็จริง” ดวงตาของฉันเอาแต่จ้องใบหน้าหล่อเหลาด้านข้าง เขามองตรงออกไปยังแม่น้ำที่ไหลไปตามสายลม “อากาศดีด้วย”

“...” มองใบหน้าของเขาที่แหงนขึ้นมองไปบนต้นไม้ใหญ่ ยามที่แสงแดดเล็ดลอดตามใบไม้ผ่านมายังใบหน้าเขา

“มีปั่นเป็ดด้วยเหรอ?”

“คะ” ฉันหลุดจากภวังค์มองคุณธามที่ยกยิ้มมุมปาก ชี้นิ้วไปยังแม่น้ำและลุกขึ้นเดินไปหยุดตรงราวเหล็กกั้นและฉันรู้แล้วว่าปั่นเป็ดที่ว่าคืออะไร มุมด้านหลังของคุณธามทำให้ฉันหยิบดินสอขึ้นมา จากนั้นสเกตรูปของเขาจากด้านหลัง แม้ว่าจะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าแต่ก็ทำให้รู้ว่านี่คือเขา เมื่อสเกตเรียบร้อยฉันก็ลุกขึ้นเดินไปหยุดข้างเขาพลางยื่นสมุดวาดรูปให้เขาดู

“หือ?” คุณธามหันมามองฉันและดึงสมุดนั้นไปดู “เธอวาดรูปได้ด้วยเหรอ”

“ได้นิดหน่อยค่ะ”

“ไม่นิดหน่อยแล้วนะแพรวา” เขาเอ่ยชมฉันพลางมองรูปสเกตตัวเอง หันมายิ้มให้กับฉัน “ขอได้หรือเปล่า”

“ไม่ได้ค่ะ ถ้าคุณธามอยากได้ก็ถ่ายเอาไปสิคะ”

“ทำไม?”

“ฉันจะเก็บไว้ค่ะ ภาพทุกภาพที่วาดน่ะ”

“เอางั้นก็ได้”

พูดจบก็หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายรูปที่ฉันสเกตภาพเขาไว้ไปสองสามภาพ เขาก็เปิดดูสมุดวาดภาพของฉันและเอ่ยชมไม่ขาดปาก แถมยังคุยว่าเมื่อก่อนเขาก็เคยวาดแต่เพราะมีอาการเป็นโรควิตกกังวลก็เลยไม่ได้วาดมันอีก พอฉันได้รู้ว่าคุณธามเป็นโรคจิตเภท มันก็ยิ่งทำให้ฉันเป็นห่วงเขามากและรู้สึกเห็นใจเขากับอดีตที่เขาประสบพบเจอ แต่ไม่อากหลีกเลี่ยงมันไปได้ ความเลวร้ายและฝันร้ายที่เขาต้องพบเจอมันตลอด มันทุกข์ทรมานและฉันก็หวังว่าสักวันเขาจะหาย จะได้ใช้ชีวิตต่อจากนี้ได้อย่างเต็มที่ 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • Nevermind ไม่เหลือทางที่จะรัก   Special episode :: ขอบคุณเธอที่เข้ามาในชีวิต / ขอบคุณเขาที่มอบทุกอย่างให้ Part.4 [จบบริบูรณ์]

    “รักมากที่สุด” ในที่สุดคำที่ฉันอยากฟังก็ออกมากจากริมฝีปากแดงคล้ำ ดวงตาของฉันเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาทันที“แพรก็รักเฮียองศาค่ะ”====================เสียงคลื่นทะเลสาดซัดเข้าฝั่งเมื่อฉันยืนกอดอกมองสายน้ำและทรายที่เหยียบอยู่ บ้านพักริมทะเลของเฮียองศาเวลานี้เราได้มาพักผ่อนหลังจากที่ผ่านอะไรด้วยกันมามากมาย เคยบอกว่าคงจะไม่ได้ที่นี่อีกสุดท้ายฉันกลับยืนมองมันอยู่ตรงนี้ ขณะที่ยืนลูบแขนตัวเองเพราะลมทะเลในตอนเช้าค่อนข้างหนาว ผ้าแพรสีน้ำเงินก็ถูกคลุมจากด้านหลัง หันไปมองใบหน้าหล่อเหลาที่ถึงแม้อายุจะนับไปเรื่อยๆ ใบหน้าของเขาก็ยังคงหล่อเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ราวกับว่าสตาฟมันเอาไว้“เข้าไปข้างในดีไหม หนาวตัวเย็นเลย”“ไม่เป็นไรค่ะ แพรอยากอยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวลูกเผลอวิ่งลงทะเล” ฉันกับเฮียองศามองเด็กผู้ชาหนึ่งคนที่กำลังนั่งเล่นก่อกองทรายเป็นรูปปราสาท ‘เด็กชายพายุ โยคินวาณิชย์สกุล’ อายุ 5 ขวบ ลูกชายคนแรกของเราสองคนที่หน้าตาเหมือนฉันแต่นิสัยคล้ายพ่อ คิดดูว่าพายุเป็นเด็กฉลาดมากและก็มีมุมที่อ่อนโยนเหมือนกันฉันแค่นิดเดียวนะ นิดเดียวจริงๆ“งั้นเดี๋ยวเฮียไปดูลูกก่อน” พูดจบก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินไปหาลูกชายที่พอเห็นพ่อก

  • Nevermind ไม่เหลือทางที่จะรัก   Special episode :: ขอบคุณเธอที่เข้ามาในชีวิต / ขอบคุณเขาที่มอบทุกอย่างให้ Part.3

    พูดจบก็จูงมือฉันขึ้นรถขับออกจากคาสิโน ไม่สิ ผับของเฮียก็ตรงมายังเส้นทางที่ไปบริษัทรถของเขานี่นา ฉันจำได้ดีเลยว่าเราเจอกันวันนั้นที่ฉันเก็บกระเป๋าเงินให้เฮียได้และหลังจากนั้นเราก็ได้เจอกัน ได้อยู่ด้วยกันจนมาถึงปัจจุบันนี้ รถของเฮียจอดลงที่หน้าบริษัทของเขาที่มีรถหรูราคาแพงโชว์เรียกลูกค้าระดับสูงๆ กันทั้งนั้น ฉันเดินตามเฮียองศามายังด้านข้างบริษัทมองเข้าไปข้างในก็ยิ่งมึนงงหนักไปอีกก็แค่ร้านกาแฟกับเค้กไม่ใช่เหรอ? เพิ่งจะรู้ว่าตรงนี้มีร้านกาแฟด้วย ตอนเจอกับเฮียยังเห็นเป็นร้านขายของที่ระลึกอยู่เลยมาตอนนี้กลับกลายเป็นร้านกาแฟและเค้กไปด้วย มีคนเข้าไปในร้านค่อนข้างเยอะอาจเพราะตรงนี้เป็นย่านติดกับการค้าหลากหลายไหนจะมหาลัยอีก ไหนจะบริษัทอีกทำเลตรงนี้คือดีมากเลยนะ“มองไปข้างบนสิ” เฮียองศาให้ฉันมองขึ้นไปด้านบนอีกครั้ง แน่นอนว่าความรู้สึกก็เหมือนกับตอนที่มองป้ายผับของเฮียองศา ฉันหันไปมองเฮียที่จูงมือพาฉันเข้ามาในตัวร้านและมีพนักงานสองคนเห็นเฮียก็รีบมาต้อนรับ “นี่แพรวา เมียฉัน”“ค่ะคุณองศา”“เมียฉันเป็นเจ้าของร้านกาแฟนี้”“ฮะ เฮียคะ มันไม่มากไปเหรอคะ?” ฉันบีบฝ่ามือหนาแน่นจนเฮียองศาหันมายิ้ม“ชื่อร้า

  • Nevermind ไม่เหลือทางที่จะรัก   Special episode :: ขอบคุณเธอที่เข้ามาในชีวิต / ขอบคุณเขาที่มอบทุกอย่างให้ Part.2 [NC+]

    พูดจบก็โน้มมาบดขยี้จูบบนกลีบปากฉันราวกับห่างหายมานานจนมันทับถมกลายเป็นความต้องการอย่างมากล้น เฮียผละจูบออกให้ฉันได้หายใจอารมณ์เวลานี้พลุ่งพล่านจนฉันไปไม่เป็นได้แต่หอบหายใจหนัก ขณะที่มือของฉันก็เลื่อนไปกอบกุมความเป็นชายของเฮียองศาเวลานี้มันอยากออกมาสูดอากาศข้างนอกแต่เฮียก็ยังคงไม่ได้ยอมให้มันออกมาสักที ไล่จูบมาถึงทรวงอกพลางครอบครองยอดอกฉันด้วยอุ้งปากที่ร้อนระอุ นั่นทำให้ฉันเสียวจนจิกนิ้วเท้าบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบแน่น ริมฝีปากร้อนไล่มาถึงหน้าท้องแบนราบจากนั้นก็ยกขาข้างหนึ่งของฉันพาดบ่าสิ่งที่เฮียกำลังทำฉันรู้ดีถึงได้จิกเส้นผมหนานุ่ม ณ เวลานี้เฮียกำลังตักตวงความหอมหวานจากกลางกายสาวอย่างมูมมาม พอทำจนพาฉันไปถึงสวรรค์ชั้นที่เท่าไหร่ฉันไม่อาจรู้ได้ ฉันก็มองสบตากับเขาพลางย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเขาพลางรูดกางเกงยีนส์ของเฮียลงมาพลางกางเกงในซึ่งท่อนเอ็นยาวใหญ่ตีโดนแก้มฉันเบาๆ“แพรกินเฮียบ้างนะคะ” ฉันมองสบตากับเฮียองศาที่กระตุกยิ้มมุมปากเมื่อฉันใช้มือประคองความเป็นชายที่ใหญ่ยาวของเขาซึ่งเวลานี้กำลังแข็งและดิ้นไปมาในมือของฉัน จากนั้นฉันก็ค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไปสูดเอากลิ่นสาบเข้ามาในปดให้ได้มากที่สุ

  • Nevermind ไม่เหลือทางที่จะรัก   Special episode :: ขอบคุณที่เธอเข้ามาในชีวิต / ขอบคุณเขาที่มอบทุกอย่างให้ [Part.1]

    ตอนพิเศษขอบคุณเธอที่เข้ามาในชีวิต / ขอบคุณเขาที่มอบทุกอย่างให้ ====================“เรามาแต่งงานกัน แพร”“...”“ฉันพูดจริงนะ” คุณองศาเดินมาหยุดตรงหน้าฉันพลางจับมือฉันที่วางอยู่ไปกุมไว้ กระทั่งพลุไฟเย็นหมดลงคุณองศาก็ดึงก้านมันออกวางไว้บนโต๊ะ บีบมือฉันแน่นพลางโน้มลงมากดจูบอย่างแนบแน่น “ฉันรู้แล้วว่าต้องทำยังไง ถึงจะมีเธออยู่ข้างๆ กันไปตลอดชีวิต”“ตะ แต่ว่าการแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วแพรคิดว่าคุณองศาอาจจะเจอใครที่ดีกว่า...”“ไม่มีใครดีมากกว่าเธอ” เขาส่ายหน้าไปมาราวกับบอกว่าไม่มีใครดีเท่าฉัน “ฉันเลือกแล้ว”“แพรยังไม่พร้อมนี่คะ” ตอบคุณองศาซึ่งเขาก็ไม่ได้โกรธฉันหรอกนะ เขายังยิ้มเอ็นดูฉันอีกต่างหาก “แพรเพิ่งจะได้ใช้ชีวิตของตัวเองในแบบที่แพรไม่เคยได้ใช้ แล้วแพรกลัวว่าถ้าแต่งงานไปแพรอาจจะไม่ได้ใช้ชีวิตแบบนี้”“สองปีที่ผ่านมายังไม่พออีกเหรอ?” มันก็พอนั่นแหละ “หรือเธอไม่อยากแต่งกับฉัน”“ไม่ใช่นะคะ! แพรอยากแต่งกับคุณองศาค่ะ แต่ว่า...”“แต่อะไรอีกล่ะ เธอเนี่ยแต่ๆ บ่อยมาก”“แพรขอเวลาคิดได้ไหมคะ?” เอาจริงไม่ได้อยากปฏิเสธคำขอแต่งงานของคุณองศา ถึงตกใจพอตั้งสติได้ก็ดีใจเป็นบ้าเลยล

  • Nevermind ไม่เหลือทางที่จะรัก   Nevermind :: CHAPTER 38 Happy birthday & Happy new year ll Part.2 [100%] THE EHD

    เช้าของวันที่ 31 ธค. คุณองศาขับรถมาส่งฉันที่ร้านกาแฟซึ่งปานก็รออยู่พร้อมพี่วิทย์ พอให้หลังคุณองศาฉันก็ให้ปานกับแฟนหนุ่มกลับไป แค่ฝากซื้อของก็เกรงใจจะแย่ คุณองศามาส่งฉันบอกว่าจะแวะไปทำธุระให้พ่อของเขา เขาน่ะจำวันเกิดตัวเองได้จริงปะเนี่ย? วันเกิดคุณองศาจำง่ายสุดเลยนะดูเขาแบบไม่ได้สนใจเลย เหมือนลืมว่าเที่ยงคืนของวันที่ 1 มค. ฉันจะเซอร์ไพร์สวันเกิดเขา จะมาทำหน้างงไม่ได้นะขอบอก ฉันขอให้คุณองศาแวะซื้อพลุไฟเย็นมาด้วยทางบ้านพักอนุญาตให้จุดแบบไม่มีเสียงเพราะงั้นก็เลยต้องใช้พลุไฟเย็นแทน เอาจริงฉันอยากจุดตอนที่วันปีใหม่ได้เริ่มอะไรใหม่ๆ แต่เริ่มใหม่กับคนดีคนเดิมอะนะ ฉันเข้ามาในห้องครัวร้านพี่รันที่ตอนนี้ปิดวันหยุด ก็จัดการทำคัพเค้กเจ็ดชิ้นตกแต่งด้วยมาการองโยเกิร์ตสตอร์วเบอรี มีน้ำตาลแบบวงกลมสีทองและสีเงิน ส่วนตกแต่งหน้าคัพเค้กฉันก็จะทำเป็นครีมสีชมพูทำเป็นดอกกุหลาบ ซึ่งทำคัพเค้กใช้เวลาก็ประมาณบ่ายนิดๆ ก็คงเสร็จ“ปานซื้อเทียนเป่าไม่ดับมาด้วยเหรอเนี่ย?” ขืนให้คุณองศาเป่าไม่ดับบอกเลยว่าคัพเค้กคงไม่ได้กินแต่ถูกโยนทิ้งและกระทืบมากกว่า เขาน่ะคงไม่ชอบอะไรแบบนี้ดีนะที่สั่งซื้อเทียนแท่งยาวเรียวคล้ายเทียนเ

  • Nevermind ไม่เหลือทางที่จะรัก   Nevermind :: CHAPTER 38 Happy birthday & Happy new year II Part.2 [50%]

    Nevermind : 38Happy birthday & Happy new year II Part 2“ส้มเต็มต้นเลยแหะ” คุณองศาเอ่ยขึ้นพลางเอื้อมมือไปจับลูกส้มที่สุกกำลังน่ากิน ฉันหยิบตะกร้าขึ้นมาเพื่อเลือกส้มกลับบ้านพักได้โดยชั่งตามน้ำหนัก ตอนนี้เราอยู่ตรงกลางสวนที่มีผ้าปูสำหรับไว้ปิกนิก คุณองศาสั่งเครื่องดื่มและเค้กส้มซึ่งที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเค้กส้มเลยล่ะ “เปรี้ยวหรือเปล่า?”“เดี๋ยวแพรเก็บเอาไปชั่งจ่ายเงินแล้วค่อยลองชิมดูค่ะ” ตอบโดยไม่มองหน้าเขาฉันก็เลือกส้มเต็มตะกร้าก็เอาไปชั่งที่เขามีไว้สำหรับแพคส้มกลับบ้านซึ่งเป็นแพคเกจที่น่ารักมากๆ เมื่อได้ถุงกระดาษที่ติดโล้โก้ของสวนฉันก็เดินกลับมาที่ปิกนิกเห็นคุณองศามองผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นพนักงานของที่สวนเอาเครื่องดื่มกับเค้กมาเสิร์ฟ ผู้หญิงคนนั้นมองหน้าเขาและเอียงอายแถมยังคุยอะไรกันสักอย่างซึ่งฉันไม่ได้ยินหรอกนะ “มาแล้วค่ะ”“เค้กมาพอดี” พนักงานผู้หญิงมองฉันพลางเดินออกจากตรงนี้ ฉันมองเค้กส้มที่น่ากินกับชาเขียวเย็นที่คุณองศาสั่งให้ราวกับรู้ว่าเป็นของโปรดของฉัน “เสียค่าส้มไปเท่าไหร่ เอาเงินฉันไป”“ไม่เป็นไรค่ะ แพรมีเงิน” ตอบคุณองศาโดยไม่มองหน้าเขาตักเค้กส้มกินซึ่งอร่อยขึ้นชื่อจริงๆ“อยากถ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status