หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก의 모든 챕터: 챕터 1391 - 챕터 1400

1413 챕터

บทที่ 1391

หลานซื่อยกมือขึ้นทำสัญญาณมือ ฝูงชนที่เดิมทีส่งเสียงจอแจเงียบสงบลงในทันที ทุกคนต่างหุบปากลงแต่โดยดีอย่างไม่มีเหตุผลมองดูหลานซื่อเงียบ ๆ รอให้นางเอ่ยปากพูดเพียงแค่ทำท่าทางไปอย่างนั้นเอง หลานซื่อที่นึกไม่ถึงว่าจะได้ผลถึงเพียงนี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยว่าง่ายผิดปกติเสียจริงสาเหตุเพราะพลังวิญญาณอย่างนั้นหรือ?จริงสิ เมื่อครู่นางเกือบลืมถามไปเสียสนิท คนเหล่านี้รวมถึงฉีเซิงด้วย ดูเหมือนจะมองไม่เห็นพลังวิญญาณที่นางปลดปล่อยออกมาเลยหรือว่าได้รับผลกระทบจากพิษศพเน่าเปื่อยนั่น?เช่นนั้นหากพวกเขาถอนพิษศพในร่างกายได้แล้ว จะสามารถมองเห็นพลังวิญญาณบนตัวนางได้ใช่หรือไม่?จุดนี้ทำให้หลานซื่อจดจำเอาไว้ในใจเป็นพิเศษเพราะถึงอย่างไรหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็รอจนกว่าพิษศพเน่าเปื่อยจะถูกจัดการเรียบร้อย นางก็ต้องระมัดระวังให้มากขึ้นแล้วภายในหัวครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ไปพลาง หลานซื่อก็เอ่ยปากบอกเล่าคำพูดที่ต้องการจะกล่าวเมื่อครู่ออกมาไปพลาง “หากข้าคาดเดาไม่ผิด คนผู้นั้นก็น่าจะเหมือนกันกับข้า ที่ในเวลานี้ได้ผ่านประตูบานนั้น และเข้ามาในแดนเซียนของพวกท่านแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ใด”“อะไรนะ? เขาก็เ
더 보기

บทที่ 1392

“ท่าน...ท่านสามารถจัดการกับพิษศพเน่าเปื่อยในร่างของสัตว์อสูรได้หรือ?”มหาปุโรหิตฉีเอ่ยถามเสียงเบาอย่างไม่อยากจะเชื่อนักไหนบอกว่าจะไม่มอบเลือดให้พวกเขาอย่างไรเล่า?หรือว่าให้สัตว์อสูรได้ แต่พวกเขาไม่ได้อย่างนั้นหรือ?นั่นย่อมไม่ได้ทั้งหมดอยู่แล้วสำหรับหลานซื่อแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูร หรือชนเผ่าร้อยอสูร นางล้วนไม่มีทางมอบเลือดของตนให้แก่พวกเขาถึงอย่างไรจิตใจคนก็ยากแท้หยั่งถึงสัตว์อสูรเหล่านี้หากเป็นเพียงสัตว์ป่าก็แล้วไปเถิด แต่พวกมันล้วนมีเจ้าของหลังจากที่พวกมันได้รับการช่วยเหลือ บางทีอาจจะไม่ได้คิดร้ายอะไรแต่นายของพวกมันเล่า?ชนเผ่าร้อยอสูรนับล้านคนนี้ ใครจะรับประกันได้ว่าในนั้นจะไม่มีผู้ใดเกิดหมายปองเลือดของนาง?ดังนั้นนางจึงไม่มีทางสร้างแบบอย่างนี้ขึ้นมาเด็ดขาดโลหิตที่ถูกแย่งชิงไปก่อนหน้านี้ก็แล้วไปเถิด แต่จากนี้เป็นต้นไป ผู้ใดที่กล้าหมายปองเลือดของนางอีก ไม่ว่าจะเป็นใคร นางก็จะไม่ปล่อยไปเด็ดขาด!แววเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นในดวงตาส่วนลึกของหลานซื่ออย่างรวดเร็วสีหน้าของนางกลับไม่แปรเปลี่ยน มุมปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา “ได้สิ พิษศพเน่าเปื่อยในร่างของพวกท่านค่อ
더 보기

บทที่ 1393

“ส่งสิบตัวที่อาการหนักที่สุดมาก่อนแล้วกัน”หลานซื่อไม่ได้เอ่ยปากขอจำนวนมากมายตั้งแต่แรกเริ่มสิบตัว ไม่นับว่ามากเลยจริง ๆนางสามารถขจัดพิษศพเน่าเปื่อยในร่างของสัตว์อสูรหลายร้อยหลายพันตัวให้หมดสิ้นได้ในคราวเดียวเพียงใช้วิธีการที่เรียบง่ายที่สุด โดยใช้พลังวิญญาณและน้ำทิพย์ในมิติของนางมาชำระล้างร่างกายของสัตว์อสูรเหล่านี้ หลังจากล้างทำความสะอาดสักรอบหนึ่งแล้ว นางรับประกันได้เลยว่าภายในร่างกายของพวกมันจะไม่มีพิษศพเน่าเปื่อยหลงเหลืออยู่อีกแม้แต่นิดเดียวแต่นางไม่ได้วางแผนที่จะทำเช่นนั้นเพราะถึงอย่างไรการทำตัวโดดเด่นจนเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีหลายร้อยหลายพันตัวนั้นมากเกินไปไม่กี่สิบตัวยังพอว่าแต่ในเมื่อต้องการให้คนเหล่านี้มองเห็นคุณค่าของนาง ไม่ใช่ความโดดเด่นของนาง เช่นนั้นแทนที่จะไปเสียเวลากับจำนวน สู้ลงมือจัดการกับสิบคนของพวกเขาที่เร่งด่วนที่สุดก่อนดีกว่า อ้อ ไม่ใช่สิ เป็นสัตว์อสูรสิบตัวนั้นต่างหากเช่นนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการถอนพิษของนาง ทำให้ฉีเซิงสามารถวางใจและเชื่อใจนางได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ถึงกับสะดุดตาจนเกินไปนัก เพื่อหลีกเลี่ยงการดึงดูดพวกคนเลวเหล่า
더 보기

บทที่ 1394

“มหาปุโรหิตฉี นี่ท่านหมายความว่า...?!”นักพรตกู่ลุกพรวดขึ้นยืน ขยับปากเตรียมเอ่ยถามฉีเซิงด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดแต่เขายังพูดไม่ทันจบ หลานซื่อก็ยกมือขึ้นอย่างฉับพลัน ส่งสัญญาณให้เขาหุบปาก“นักพรตกู่ นั่งลง”หลานซื่อเอ่ยปากขึ้น“ธิดาศักดิ์สิทธิ์ เจ้าหมอนี่ชักเหิมเกริมเกินไปแล้ว! ท่านแสดงความเมตตา ยอมให้โอกาสเผ่าร้อยอสูรของพวกเขา แต่เขากลับกล้าคัดเลือกสัตว์อสูรที่ต้องตายแน่ ๆกลุ่มหนึ่งมาท้าทายท่าน! ไอ้สารเลวน่ารังเกียจเช่นนี้ บ่าวจำเป็นต้องสั่งสอนเขาแทนท่านสักตั้ง!”นักพรตกู่โกรธถึงขีดสุดแต่ขณะที่เขากำลังจะลงมือ หลานซื่อก็หันขวับมองไปที่เขา แววตาดุดันเฉียบขาดยิ่งนัก “ข้าบอกว่า นั่งลง!”เวลานี้น้ำเสียงของนางเย็นเยียบ น้ำเสียงนั้นไม่เปิดโอกาสให้สงสัย“ทำไมหรือ? หรือว่าคำพูดของข้าใช้ไม่ได้ผล ยังต้องให้ข้าพูดซ้ำเป็นรอบที่สามอีกหรือ?”เมื่อสบเข้ากับสายตาที่ไม่สบอารมณ์กว่าเดิมของหลานซื่อ นักพรตกู่ก็ใจหายวาบเขากลืนน้ำลาย ไม่กล้าขัดคำสั่งของหลานซื่ออีกทันที ยอมนั่งลงแต่โดยดีแม้ต่อหน้าหลานซื่อจะเป็นเช่นนี้ แต่หลังจากนั่งลงแล้ว นักพรตกู่ที่ยังไม่ยอมแพ้ก็ยังแอบถลึงตาใส่ฉีเซิงอย่างโกร
더 보기

บทที่ 1395

ธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ นางคิดจะใช้วิธีการใด จะทำการรักษาอย่างไรกันแน่?หากอาการรุนแรงปานนี้ยังสามารถรักษาให้หายได้ เช่นนั้นคนในเผ่าที่มีอาการรุนแรงเช่นเดียวกันก็สามารถ...?!ลมหายใจของฉีเซิงสะดุดกึกเขาไม่กล้าคิดต่อเขากลัวว่าหากเวลานี้ให้ความหวังตัวเองมากเกินไป สิ่งที่จะได้รับหลังจากนี้จะกลับกลายเป็นความผิดหวังอีกคราเช่นนั้นเขาคงได้แตกสลาย ฟั่นเฟือนไปจริง ๆ แน่!ดังนั้นหลังจากฉีเซิงตื่นเต้นอยู่ชั่วครู่ ก็เยือกเย็นลงอย่างรวดเร็ว เก็บอารมณ์ที่ไม่ควรมีในเวลานี้ของตนเองเอาไว้“เช่นนั้นต้องรบกวนธิดาศักดิ์สิทธิ์แล้ว ข้าวปลาอาหารหลังจากนี้เราจะให้คนนำมาวางไว้ด้านนอกถ้ำพำนักของท่านเป็นเวลา”หลานซื่อพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจนักกับเรื่องนี้ “อืม ข้าจะให้คนออกไปหยิบมา”ให้คนไป?นอกจากตาเฒ่ากู่ผู้นั้นแล้ว ที่นี่ยังมีใครอีก?ฉีเซิงเกิดความสงสัยขึ้นในใจเกือบจะคิดไปว่าหลานซื่อยังซุกซ่อนผู้ใดเอาไว้ในถ้ำพำนักอีกแต่เพียงไม่นาน ความสงสัยนี้ของเขาก็ได้รับการคลี่คลายแล้วเพราะในค่ำคืนนั้น ตอนที่ฉีเซิงยกอาหารมาส่งที่หน้าถ้ำพำนักของหลานซื่อด้วยตนเอง ก็ได้เห็นพยัคฆ์ขาวร่างมหึมาตัวหนึ่งก้าวออกมาจา
더 보기

บทที่ 1396

หลังจากที่ฉีเซิงวางปิ่นโตลงบนเสื้อคลุมของเขา พยัคฆ์ขาวตัวนั้นถึงได้อ้าปากอย่างพึงพอใจ คาบปิ่นโตที่ดูเล็กไปถนัดตาเมื่อเทียบกับหัวอันใหญ่โตของมัน จากนั้นก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในถ้ำพำนักอย่างเชื่องช้าเมื่อเห็นฉากนี้ฉีเซิงก็พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เขารีบส่งเสียงเรียกพยัคฆ์ขาวเอาไว้ “ท่านพยัคฆ์ขาว เนื้อสัตว์ที่คนในเผ่าส่งมาให้ก่อนหน้านี้ท่านยังไม่ได้แตะเลยสักคำ หรือว่ามีตรงไหนที่ไม่พอใจ? หรือว่าท่านมีความชอบเนื้อสัตว์ชนิดอื่น?”ฉีเซิงเอ่ยถามออกไปตรง ๆถามจบแล้วถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่า เขาได้มองพยัคฆ์ขาวตรงหน้าเหมือนเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ซ้ำยังพูดคุยกับอีกฝ่ายด้วยหรือ?แม้พยัคฆ์ขาวจะมีความเฉลียวฉลาด แต่ไม่อาจพูดภาษามนุษย์ได้ แล้วจะสามารถตอบคำถามนี้ของเขาได้อย่างไร?ปฏิกิริยาของพยัคฆ์ขาวในเวลาต่อมาก็ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ...หลังจากได้ยินคำพูดของฉีเซิง นัยน์ตาพยัคฆ์คู่นั้นของพยัคฆ์ขาวก็เพียงปรายตามองเขาอย่างเฉยชาทีหนึ่ง จากนั้นก็ไม่สนใจไยดี หันขวับกลับไปแล้วเดินเข้าถ้ำพำนักทันที“ฮึ”เสียงหัวเราะหยันดังมาจากด้านข้างฉีเซิงไม่ต้องมองก็รู้ว่าเป็นใครท่านพยัคฆ์ขาวไม่สนใจเขา เขาก็
더 보기

บทที่ 1397

แม้ต้องบีบคั้นธิดาศักดิ์สิทธิ์ให้ถึงตาย เขาชดใช้ด้วยชีวิตก็ไม่เสียดาย!จู่ ๆ นักพรตกู่สัมผัสได้ถึงเจตนาสังหารที่รั่วไหลออกมาจากกายฉีเซิงอย่าง แววตาของเขาเฉียบขาดในทันใด จ้องเขม็งไปที่ฉีเซิงระแวดระวังเขาทันทีขอเพียงคนผู้นี้กล้าเคลื่อนไหวผิดปกติแม้แต่นิดเดียว เขาจะให้เหล่าแมลงกู่สุดรักของเขากัดให้ตายในทันที!แต่โชคดี สุดท้ายแล้วฉีเซิงก็ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆเขาเพียงแค่ยืนจมอยู่ในห้วงความคิดตรงนั้นครู่หนึ่ง จากนั้นก็ข่มเจตนาสังหารลง แล้วหันหลังเดินจากไปนักพรตกู่เอาแต่จ้องมองแผ่นหลังของเขา จวบจนหายลับไปก็ยังไม่คลายความระแวดระวังใด ๆ ลงในขณะเดียวกัน ภายในถ้ำพำนักหลังจากคาบปิ่นโตเข้ามาแล้ว พยัคฆ์ขาวก็นำปิ่นโตไปวางไว้บนโต๊ะหินภายในถ้ำพำนักส่วนตัวมันนั้นหันหลังเดินมาที่ข้างเตียงหินของหลานซื่อ แล้วหมอบลงตรงหัวเตียงที่ว่างเปล่า ทิ้งหัวโตขนปุกปุยลงบนหมอนนัยน์ตาพยัคฆ์แวววาวคู่หนึ่งกวาดมองไปรอบ ๆ ถ้ำพำนัก น่าเสียดายที่ไม่พบคนผู้นั้นที่มันอยากเจอส่วนลึกในดวงตาของพยัคฆ์ขาวฉายแววผิดหวังวูบหนึ่ง จากนั้นก็หลับตาลงเริ่มแกล้งหลับและในเวลานี้ คนที่พยัคฆ์ขาวอยากพบกำลังวุ่นอยู่ภายใน
더 보기

บทที่ 1398

งูเขียวน้อยดูเหมือนจะฟังคำพูดของหลานซื่อรู้เรื่อง พยักหน้ารัว ๆมันอยากจะก้าวหน้าจริง ๆ!สภาพแวดล้อมในการบำเพ็ญเพียรที่ดีงามปานนี้!พลังวิญญาณที่เข้มข้นถึงเพียงนี้!น้ำทิพย์ที่บริสุทธิ์ถึงเพียงนี้!แถมยังมีเจ้าของที่ใจกว้างต่อสัตว์อสูรหาใดเปรียบ!นี่คือสิ่งที่สัตว์วิญญาณทุกตัวต่างใฝ่ฝันหา กว่ามันจะได้พบวาสนาอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ จะตัดใจปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร?หลานซื่อมองดูความปรารถนาและความโลภในนัยน์ตางูคู่นั้น เข้าใจดีว่าเวลานี้มันกำลังคิดสิ่งใดอยู่สิ่งมีชีวิตเช่นงู แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่ใช่กำราบได้ง่ายดายนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งงูที่มีพิษตัวหนึ่งหากต้องการกำราบมัน ไม่เพียงต้องมีวิธีการ ยังต้องมี ‘ลูกกวาด’ ที่มากเพียงพออีกด้วยแต่โชคดี ทั้งสองอย่างนี้นางล้วนมีพร้อมและเป็นเพราะอยู่ในโลกต่างแดนแห่งนี้ มิเช่นนั้นนางคงไม่ยอมรับเจ้าตัวเล็กที่ยังไม่ยอมสยบอย่างราบคาบตัวนี้ไว้โดยง่ายหลานซื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางหลุบตามองงูเขียวน้อย เนิ่นนานต่อมาถึงได้เอ่ยปากด้วยเสียงอันเนิบช้าว่า “ข้ารับเจ้าไว้ได้ แต่ทำไมข้าจึงต้องรับเจ้าไว้ด้วยเล่า?”นางโยนคำถามนี้ให้แก่งูเขียวน้อยให้งูเขี
더 보기

บทที่ 1399

หากเทียบกับแมลงกู่เหล่านั้น สิ่งที่นางต้องการมาตั้งแต่ต้นจนจบก็คือแมลงพิษนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในดินแดนต่างถิ่น แมลงกู่ที่นางพบเห็นนั้นมีมากจนนับไม่ถ้วนเมื่อเทียบกับปรมาจารย์กู่ต่างถิ่นที่ฝึกฝนวิชากู่มาตั้งแต่เด็ก คนที่เพิ่งมาเริ่มเอากลางทางแบบนาง ไม่อาจนำไปเทียบเคียงกับผู้อื่นได้เลยดังนั้นแทนที่จะไปฝึกฝนวิชากู่ สู้ฝึกฝนวิชาพิษของนางให้ถึงที่สุดยังดีเสียกว่าตราบใดที่วิชาพิษของนางล้ำเลิศพอ แมลงพิษมีพิษร้ายแรงพอ ต่อให้แมลงกู่ของปรมาจารย์กู่เหล่านั้นจะร้ายกาจเพียงใด แต่เพียงแค่ใช้พิษล้มปรมาจารย์กู่ได้ แมลงกู่พวกนั้นจะมีอะไรให้น่ากลัวอีก?ยิ่งไปกว่านั้น แมลงพิษแต่ละตัวในฝูงแมลงพิษของนางล้วนเป็นสิ่งมีพิษร้ายแรง เพียงสัมผัสก็สามารถติดพิษร้ายได้ หากต้องต่อสู้กันขึ้นมาจริง ๆ ก็ไม่แน่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝูงแมลงพิษของหลานซื่อกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆฝูงแมลงกู่ล้านตัวใช่ว่าใครก็สามารถมีได้ แต่ก็ยังมีปรมาจารย์กู่ที่เก่งกาจจำนวนหนึ่งสามารถรวบรวมขึ้นมาได้แต่ฝูงแมลงพิษนับล้านตัว กลับมีเพียงหลานซื่อเพียงคนเดียวรอจนกว่าแมลงกู่ทั้งหมดแปรสภาพกลายเป็นแมลงพิษโดยสมบูรณ์ นี่ก็ค
더 보기

บทที่ 1400

โลกภายนอกภายในถ้ำพำนักพยัคฆ์ขาวตัวโตกำลังหนุนศีรษะอยู่บนหมอนที่หลานซื่อเคยนอน กำลังงีบพักผ่อนอย่างผ่อนคลายเวลานี้ มีความเคลื่อนไหวบางอย่างดังขึ้นจากใต้เตียงหินหูของพยัคฆ์ขาวกระดิก มันค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาพยัคฆ์ที่ใหญ่โตดั่งกระดิ่งทองแดงแต่วินาทีต่อมา นัยน์ตาพยัคฆ์คู่นั้นกลับสั่นสะท้าน เบิกกว้างจ้องเขม็งอย่างฉับพลัน เห็นเพียงแมลงพิษจำนวนนับไม่ถ้วนพรั่งพรูออกมาจากใต้เตียงภาพที่ยั้วเยี้ยแน่นขนัด ทำให้พยัคฆ์ขาวตัวโตที่เห็นฉากนี้เข้าอย่างกะทันหันถึงกับขนลุกชันในทันใด กระโดดโหยงขึ้นจากขอบเตียงหินเสียง “ตึง” ดังขึ้น ความเคลื่อนไหวที่ดังขึ้นนั้นค่อนข้างใหญ่โตทีเดียวนักพรตกู่ที่อยู่ด้านนอกได้ยินเสียงจึงรีบร้อนถามขึ้นทันที “ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ข้างในเกิดอะไรขึ้น? หรือว่าสัตว์อสูรเหล่านั้นไม่เชื่อฟังเสียแล้ว?”นักพรตกู่เอ่ยพลางคิดว่าควรจะเข้าไปช่วยดีหรือไม่ ช่วยธิดาศักดิ์สิทธิ์ควบคุมสัตว์อสูรเหล่านั้นเพราะถึงอย่างไรต่อให้ธิดาศักดิ์สิทธิ์จะเก่งกาจเพียงใด ก็เป็นเพียงสตรีที่บอบบางอ่อนแอผู้หนึ่ง คนคนเดียวรับมือกับสัตว์อสูรสิบตัว เกรงว่าคงจะกินแรงอยู่บ้างแต่นักพรตกู่เพิ่
더 보기
이전
1
...
137138139140141142
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status