หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก의 모든 챕터: 챕터 1361 - 챕터 1370

1413 챕터

บทที่ 1361

ส่วนหลานซื่อก็มีความคิดที่ใกล้เคียงกันนางไม่คิดว่าปาหย่าจะสังหารพวกเขาได้แต่กองทัพนับหมื่นที่อยู่ด้านหลังนี้ถึงอย่างไรก็เป็นปัญหายุ่งยากต่อให้นางมีแมลงกู่มากมายเพียงใด ต่อให้เป่ยเฉินหยวนและจู๋เยวี่ยจะเก่งกาจเรื่องการต่อสู้ อาจสังหารคนได้เป็นร้อยเป็นพัน แต่ก็ยากที่จะรับมือกับคนนับหมื่นได้คนมากมายเพียงนี้ แค่ยืดเยื้อก็ทำให้พวกเขาหมดแรงได้แล้วหากเสินอ๋องผู้เฒ่าอยู่ที่นี่ เขาต้องไม่ยอมสิ้นเปลืองกองทัพของตนเองส่งเดชแน่นอนแต่ปาหย่านั้นไม่เหมือนกันสตรีผู้นี้เมื่อวานหาเรื่องใส่ตัว สร้างเรื่องขายหน้าครั้งใหญ่ ซ้ำยังถูกข้าของตนเองสั่งตัดแขนไปหนึ่งข้าง ความแค้นเหล่านี้ปาหย่าจะต้องมาคิดบัญชีกับนางอย่างไม่ต้องสงสัยโชคร้ายที่เมื่อคืนหลังจากเป่ยเฉินหยวนและไป๋เยวี่ยโหรววุ่นวายกันไปพักหนึ่ง ก็เหลือเพียงปาหย่าอยู่ที่นี่กลับทำให้นางได้รับอำนาจไปโดยปริยายเวลานี้ปาหย่ามีกองทัพนับหมื่นอยู่ในมือ หากคิดจะแก้แค้นพวกเขาจริง ๆ ไม่แน่ว่าพอความแค้นในใจพุ่งขึ้นสมองจนหน้ามืดตามัวแล้วก็อาจจะเป็นไปได้จริง ๆดังนั้นแทนที่จะอยู่ต่อ แล้วต้องมาคอยระแวดระวังผู้คนอยู่ทั้งวันทั้งคืน สู้จากไปเสียยังจะดีกว
더 보기

บทที่ 1362

ความเย็นยะเยือกพลันจู่โจมเข้ามาทางด้านหลังเวินเฉวียนเซิ่งยังตั้งตัวไม่ทัน เอ้อถานหลัวที่อยู่ข้างกายก็คล้ายกับสัมผัสอะไรได้ จึงยื่นมือมาดึงตัวเขาหลบไปทางด้านข้างทันทีแต่น่าเสียดาย ต่อให้เป็นเช่นนี้ก็ยังช้าไปเล็กน้อย“ฉัวะ!”“อ๊า ๆ ๆ!”ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ส่งมาจากหัวไหล่ทำให้เวินเฉวียนเซิ่งแผดเสียงร้องโหยหวนออกมาอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองเขาเจ็บปวดจนใบหน้าบิดเบี้ยว ฝืนลืมตาขึ้นมองไปยังหัวไหล่ซ้าย แขนซ้ายทั้งแขนถูกกระบี่ฟันขาดสะบั้นไปแล้วและแขนที่ขาดของเขานั้น ก็ตกไปอยู่ในมือของจู๋เยวี่ยที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันพร้อมด้วยกระบี่ในมือข้างหนึ่ง“หญิงชั่ว! กล้าลอบโจมตีข้าเลยหรือ!”กว่าจะเปลี่ยนขาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ตอนนี้ต้องมาเสียแขนไปอีกข้าง!เมื่อถูกข่าวร้ายเล่นงานอย่างหนัก เวินเฉวียนเซิ่งโกรธจัดจนคาวคลุ้งในลำคอ แทบจะกระอักเลือดออกมาเขาจ้องเขม็งไปที่จู๋เยวี่ย โกรธแค้นจนแทบอยากจะสับร่างนางให้เป็นหมื่นชิ้น แต่สิ่งที่เกลียดชังยิ่งกว่าในใจส่วนลึก คือบุตรสาวอกตัญญูที่บังอาจคิดสังหารบิดาบังเกิดเกล้าผู้นั้น!“เลิกจ้องได้แล้ว ไม่อยากตายก็ไปเสียเดี๋ยวนี้!”หลังจากช่วยคนไว้ได้แล
더 보기

บทที่ 1363

เขาพูดจบ ก็รีบควบรถม้าคันนี้พาเวินเฉวียนเซิ่งและโลงศพเหล่านั้นของเขาหายวับไปจากสายตาของผู้คนอย่างรวดเร็วและในตอนที่เขาเพิ่งจากไป เงาร่างค่อมร่างหนึ่งก็ร่อนลงมาจากฟ้า ตกลงตรงจุดที่เอ้อถานหลัวอยู่เมื่อครู่นี้ดัง ‘โครม’“ตาเฒ่า! ถือว่าท่านหนีได้เร็ว ครั้งหน้าหากให้ข้าจับท่านได้ จะต้องให้ท่านตายโดยไร้ที่ฝัง!”ผู้มาเยือนก็คือน้องชายต่างมารดาของเอ้อถานหลัว...นักพรตกู่เขารีบเร่งอย่างเต็มที่ นึกไม่ถึงว่าจะยังมาช้าไปก้าวหนึ่ง ปล่อยให้พี่ชายผู้โหดเหี้ยมของเขาหนีรอดไปได้!“น่าเสียดายนัก น่าเสียดาย!”นักพรตกู่โกรธจนแทบจะเต้นเร่า บนใบหน้าชราที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองน่าเสียดายที่วิธีการดี ๆ ที่เขาตั้งใจเตรียมมาโดยเฉพาะ กลับไม่มีโอกาสได้ใช้เลยแม้แต่วิธีเดียว!ปล่อยตาเฒ่าชั่วร้ายนั่นหนีไปได้ แบบนี้จะให้เขาไปรายงานธิดาศักดิ์สิทธิ์ว่าอย่างไร?นักพรตกู่มองไปยังทิศทางที่หลานซื่ออยู่อย่างระมัดระวังจู๋เยวี่ยที่อยู่ไม่ไกลสังเกตเห็นเขามาตั้งนานแล้ว จึงเอ่ยปากถ่ายทอดคำพูดแทนนายของนางว่า “ไม่ต้องกังวล เป้าหมายของธิดาศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ไม่ใช่หลวงจีนชั่วรูปนั้น”นักพรตกู่ท
더 보기

บทที่ 1364

คำสั่งเสีย?ให้นางกล่าวคำสั่งเสียอะไร?ปาหย่าร่างสั่นเทิ้มไปทั้งตัว มองดูเทพสังหารตรงหน้าผู้นี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อนางรู้ว่าบุรุษผู้นี้ร้ายกาจ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเขาจะร้ายกาจถึงเพียงนี้!ด้วยความสามารถระดับหนึ่งต่อร้อยทหารองครักษ์เหล่านั้นของนางล้วนไม่ใช่คู่ต่อกรของเขา!รู้อย่างนี้...รู้อย่างนี้นางก็ควรจะใช้กำลังบังคับรับบุรุษผู้นี้มาอยู่ใต้บังคับบัญชาเสียตั้งแต่แรกพบ!แม้จะไม่ใช่ชายบำเรอ ก็ควรเอามาให้นางใช้สอยดีกว่า!กระทั่งต่อให้ปราบไม่ได้ ก็ควรจะกำจัดทิ้งเสียแต่เนิ่น ๆ!น่าเสียดายที่ตอนนี้พูดอะไรไปก็สายเสียแล้ว!ปาหย่าคิดว่าครั้งนี้ตนเองคงต้องตายแน่แล้ว เพราะบุรุษตรงหน้านี้ไม่มีใครสามารถต้านทานได้แต่สิ่งที่นางนึกไม่ถึงก็คือ ในวินาทีต่อมาจุดพลิกผันก็ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน!คนที่รับรู้ถึงความผิดปกติได้เป็นคนแรกก็คือเป่ยเฉินหยวนเขาคล้ายกับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง จึงหันขวับกลับไป สายตากวาดมองไปยังทิศทางที่หลานซื่ออยู่อย่างรีบเร่ง ก็เห็นว่าทางด้านหลังของหลานซื่อ ไม่รู้ว่าประตูสำริดอันโอ่อ่าสง่างามและลึกลับเก่าแก่บานหนึ่งปรากฏขึ้นมาอย่างเงียบเชียบตั้
더 보기

บทที่ 1365

ปาหย่า ชางชิงหลาน และคนอื่น ๆ เห็นว่าเลือดของหลานซื่อมีประโยชน์ดังคาด จึงพากันนำเลือดของนางออกมาเช่นกันก่อนที่ประตูสำริดบานใหญ่จะอันตรธานไป คนกลุ่มหนึ่งต่างแย่งกันเข้าไปข้างในในขณะที่ร่างของทหารองครักษ์คนสุดท้ายหายเข้าไปในประตูสำริดนั่นเอง ไม่ไกลออกไปนัก เสินอ๋องผู้เฒ่าก็พาราชาอสรพิษรุดมาถึงด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน“ฮ่า ๆ ๆ สวรรค์ไม่ทอดทิ้งข้า! ประตูแห่งซีถงปรากฏขึ้นมาจริงด้วย!”ดูเหมือนว่าเขาจะกลืนเลือดของหลานซื่อลงไปตั้งนานแล้ว กระทั่งราชาอสรพิษก็ยังถูกเขาป้อนให้กินด้วย ดังนั้นทั้งคนและงูจึงไม่มีการหยุดชะงักเลยแม้แต่น้อย พุ่งตรงเข้ามา แล้วมุดเข้าไปในประตูบานใหญ่ทันทีจนกระทั่งปลายหางงูส่วนสุดท้ายเข้าไปแล้ว ประตูสำริดที่ถูกบังคับให้รั้งรออยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดก็อันตรธานไปจากที่เดิมอย่างสมบูรณ์และพร้อมกันนั้น ในอีกด้านหนึ่ง...“เอ่อ...หรือว่านี่ก็คือประตูแห่งซีถง?!”เวินเฉวียนเซิ่งที่กำลังกุมบาดแผลแขนขาด เวลานี้กำลังมองดูประตูหินบานเล็กที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขาเมื่อครู่นี้ด้วยสีหน้าตื่นเต้นยินดีถูกแล้ว ทางด้านนี้ก็มีประตูปรากฏขึ้นเช่นกันแต่กลับเป็นประตูบา
더 보기

บทที่ 1366

“เลือด! ข้าต้องการเลือดของเจ้า!”“เอาเลือดของเจ้ามาให้ข้า!”“เลือด!!”ไม่รู้ว่าเป็นเสียงของผู้ใดดังก้องอยู่ในหูของหลานซื่อไม่หยุด โหยหวนน่าสะพรึงกลัว มาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ราวกับวิญญาณร้ายที่ตามติดพัวพันนางอย่างไม่ยอมแพ้จนกระทั่งเสียงคำรามสะเทือนหูของสัตว์ร้ายดังขึ้นอย่างฉับพลัน“โฮก...!”สรรพเสียงสลายไปในชั่วพริบตา หลานซื่อก็สะดุ้งตื่นจากความฝันอย่างกะทันหันเช่นกันนางเพิ่งลืมตาขึ้น สมองยังไม่ทันตอบสนองใด ๆ เบื้องหน้าก็มีหัวพยัคฆ์ขาวขนปุกปุยขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาหลานซื่อ “...”เอ๋?ช้าก่อน?นางไม่ได้ถูกดูดเข้าไปในประตูแห่งซีถงหรอกหรือ?ตอนนี้นางอยู่ที่ไหนกัน?เหตุใดบนร่างของนางถึงมีพยัคฆ์ขาวตัวใหญ่แนบชิดอยู่?หรือว่า...นี่นางยังคงอยู่ในความฝัน?เวลานี้สมองของหลานซื่อค่อนข้างสับสนมึนงงนางหลับตาลงอย่างมึนงง และลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างสะลึมสะลือผลปรากฏว่า ครั้งนี้หัวพยัคฆ์นั่นได้ขยับเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมดวงตาพยัคฆ์คู่ใหญ่เปล่งประกายเจิดจ้าและคมกริบหาใดเปรียบจ่ออยู่บนใบหน้าของนาง จ้องมองนางไม่ละสายตามุมปากของหลานซื่อกระตุกเจ้าตัวโตนี่...จ้องมองตนเช่นนี้ หรื
더 보기

บทที่ 1367

หลานซื่อยื่นมือออกไปอย่างจนปัญญา ดันหัวพยัคฆ์อันใหญ่โตที่เข้ามาแนบชิดบนกายนางอีกครั้งให้ออกห่างไปสักหน่อยนางพอจะมองออกแล้ว แม้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่เจ้าพยัคฆ์ขาวตัวใหญ่นี้ไม่น่าจะมีเจตนาร้ายต่อนาง ซ้ำยังดูเป็นมิตรมากอย่างบอกไม่ถูกอีกในสถานที่แปลกหน้าเช่นนี้ การมีสัตว์ป่าที่เป็นมิตรต่อตนเอง พึ่งพาได้มากกว่าการมีมนุษย์ที่เป็นมิตรต่อตนเองเสียอีกท้ายที่สุดแล้วสัตว์ป่าจะน่ากลัวเพียงใด ก็ยังไม่น่ากลัวเท่าจิตใจมนุษย์หลานซื่อนั่งอยู่ริมโต๊ะหิน ไม่ได้สนใจเยี่ยนเอ๋อร์ที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น แต่รวบผมและสวมเสื้อผ้าให้ตนเองเสียก่อนเมื่อจัดการเรียบร้อยแล้ว นางจึงกลับมานั่งลงที่ริมเตียงหินอีกครั้ง พลางหลุบตาลงมองเยี่ยนเอ๋อร์ที่อยู่บนพื้น“แม่นางเยี่ยนเอ๋อร์ ข้าเรียกเจ้าเช่นนี้ได้ไหม?”นางเอ่ยปากถามอย่างแผ่วเบาน้ำเสียงนั้นอ่อนโยนยิ่งนัก ทำให้เยี่ยนเอ๋อร์ที่เดิมทีตึงเครียดเป็นอย่างมากผ่อนคลายลงเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้น มองไปยังหลานซื่ออย่างระมัดระวัง“หากธิดาศักดิ์สิทธิ์ชอบใจ จะเรียกเยี่ยนเอ๋อร์เช่นไรก็ได้เจ้าค่ะ”นางพูดไปก็อดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มออกมา ท่าทางใสซื่อนั้นทำให้ผู้คนมองท
더 보기

บทที่ 1368

นักพรตกู่เงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าชราที่เผยให้เห็นนั้นเรียกว่าน้ำหูน้ำตาไหลพราก มองออกว่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง และดีใจมากที่หลานซื่อฟื้นขึ้นมานักพรตกู่อยู่ที่นี่ หลานซื่อมีคำถามอะไรย่อมต้องถามเขาก่อนใคร“ข้าหลับไปนานเท่าใด?”“เรียนธิดาศักดิ์สิทธิ์ ผ่านมาเจ็ดวันแล้ว”“เจ็ดวัน? ข้าสลบไสลไปนานถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”คราวนี้หลานซื่อประหลาดใจอย่างแท้จริงทันทีที่นางเข้ามาในดินแดนซีถงก็เข้าสู่ห้วงนิทรา จนกระทั่งเพิ่งจะฟื้นขึ้นมาเมื่อครู่ ในระหว่างนี้นางไม่รับรู้สิ่งใดอย่างสิ้นเชิง กระทั่งนึกว่าเป็นเรื่องเพียงชั่วพริบตาเดียวด้วยซ้ำคิดไม่ถึงเลยว่า นางจะสลบไปถึงเจ็ดวันเต็มนักพรตกู่เช็ดน้ำตาไปพลาง ร่ำไห้พร่ำบอกไปพลาง “ใช่แล้วธิดาศักดิ์สิทธิ์ บ่าวยังนึกว่าท่านถูกพวกเขาลอบทำร้าย เกือบจะตายไปพร้อมกับพวกโจรชั่วกลุ่มนี้แล้ว!”นักพรตกู่กัดฟันพูดด้วยความเคียดแค้นหลานซื่อสังเกตเห็นทันทีว่า เยี่ยนเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างเมื่อได้ยินเขาพูดประโยคนี้ ใบหน้าที่เดิมทีค่อนข้างคล้ำอยู่แล้วก็ยิ่งดำมืดลงไปอีกในชั่วพริบตาเห็นได้ชัดว่า ในช่วงเวลาที่นางหลับใหลอยู่นั้น นักพรตกู่กับเยี่ยนเอ๋อร์ หรือควรจะบอกว่ากับ
더 보기

บทที่ 1369

นักพรตกู่ก็เมินเฉยต่อการถลึงตาใส่ของเยี่ยนเอ๋อร์เช่นกัน พลางกล่าวต่อไป “ตอนนั้นบ่าวเข้ามาพร้อมกับท่านจู๋เยวี่ย ประตูแห่งซีถงบานนั้นเดิมทีทำท่าจะหายไปแล้ว แต่โชคดีของที่ท่านมอบให้ออกฤทธิ์ ทำให้พวกเราสามารถเข้ามาได้ เพียงแต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะพลัดหลงกับท่านหยินเป่ยและท่านจู๋เยวี่ย”น้ำเสียงของนักพรตกู่มีความจนใจอยู่บ้างพูดตามตรง เขาไม่อยากพลัดหลงกับสองท่านนั้นเลยจริง ๆพึงรู้ว่ายามนี้ข้างกายธิดาศักดิ์สิทธิ์มีเพียงเขาแค่คนเดียวเท่านั้น!นอกเหนือจากนี้ ทั้งหมดล้วนเป็นคนของเผ่าร้อยอสูรอะไรนั่นคนเหล่านี้ล้วนมีเจตนาร้ายทั้งสิ้น!นักพรตกู่เน้นย้ำประโยคนี้กับหลานซื่อเป็นพิเศษเขาถลึงตามองเยี่ยนเอ๋อร์แวบหนึ่งด้วยความเคร่งขรึมและระแวดระวังอย่างยิ่ง ก่อนจะอธิบายว่า “ในวันแรก ตอนที่ธิดาศักดิ์สิทธิ์ตกลงมา ท่อนแขนเผลอไปกระแทกเข้ากับเสาหินในพิธีบวงสรวงของพวกเขา เกิดบาดแผลถลอกและมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย“เลือดนั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงทำให้คนเหล่านี้เกิดการแย่งชิงกันอย่างบ้าคลั่ง ถึงขนาดมีคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่แย่งชิงเลือดของท่านไม่ทัน ก็เลยคิดจะชิงตัวท่านไป! ตอนนั้นบ่าวจึงไม่ออมมือ สังหารหัวโจก
더 보기

บทที่ 1370

หลานซื่อหรี่ตาทั้งสองลงเล็กน้อย สีหน้าก็ดูไม่สู้ดีนักพยัคฆ์ขาวที่ตอนแรกยังคงนอนอยู่บนพื้นราวกับรับรู้ได้ถึงโทสะของนาง จึงพลิกตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว แล้วแผดเสียงพยัคฆ์คำรามใส่เยี่ยนเอ๋อร์อย่างเกรี้ยวกราด...“โฮก!!”“อ๊า ๆ ๆ!”ครั้งนี้เยี่ยนเอ๋อร์ตกใจกลัวเข้าจริง ๆ แล้วปากกว้างโชกเลือดของพยัคฆ์ขาวที่แทบจะจ่อติดศีรษะของนาง ดูท่าทางราวกับว่าจะเขมือบนางลงไปในทันทีเยี่ยนเอ๋อร์ตกใจจนร้องเสียงลั่นไปพลาง คลานหนีบนพื้นไปพลางคนที่อยู่ด้านนอกดูเหมือนจะทนไม่ไหวอีกต่อไป เพียงพริบตาเดียวก็เลิกม่านประตูพุ่งพรวดเข้ามา“เยี่ยนเอ๋อร์!”“เยี่ยนเอ๋อร์ เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม!”คนที่พุ่งนำหน้าเข้ามาคือชายหนุ่มร่างสูงแปดฉื่อทั้งดำทะมึนและกำยำหลังจากที่ชายหนุ่มเข้ามาด้วยความร้อนใจ มองปราดเดียวก็เห็นเยี่ยนเอ๋อร์ที่หมอบอยู่กับพื้นไม่รู้ว่าเข้าใจผิดอะไร จึงเดือดดาลขึ้นมาทันที กำหมัดแน่นพุ่งตรงเข้าใส่หลานซื่อ“กล้าทำร้ายเยี่ยนเอ๋อร์ ข้าจะฆ่าท่าน!”“บังอาจนัก!”“ชางหยาหยุดนะ!”นักพรตกู่พุ่งตัววูบมาอยู่ตรงหน้าหลานซื่อ พลางล้วงภาชนะกู่ออกมาหมายจะสั่งสอนเจ้าหนุ่มตัวดำตรงหน้าให้หลาบจำสักคราแ
더 보기
이전
1
...
135136137138139
...
142
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status