หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก의 모든 챕터: 챕터 1371 - 챕터 1380

1413 챕터

บทที่ 1371

หลานซื่อที่ทดสอบสำเร็จแล้วอมยิ้มในดวงตา นางค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน โค้งกายคารวะให้พยัคฆ์ขาวเล็กน้อย “ขอบคุณท่านพยัคฆ์”“โฮก!”พยัคฆ์ขาวฟังคำพูดของนางเข้าใจอีกครั้ง หุบปากกว้างอันโชกเลือด หันหน้าไปทางหลานซื่อแล้วเปล่งเสียง “โฮก” ออกมาทีหนึ่งคล้ายกับกำลังตอบรับนาง มันหมุนตัวกลับมาอย่างสนิทสนมยิ่งนัก แล้วกลับมาอยู่ข้างกายหลานซื่ออีกคราเพียงแต่หางที่ยาวหนึ่งหมี่และหนาเท่าท่อนแขนนั้นราวกับยังผูกใจเจ็บ ในจังหวะที่หมุนตัวกลับมาได้ฟาดลงบนตัวชางหยาอย่างแรง ซัดเขากระเด็นออกไปในทันทีชางหยาที่กระแทกเข้ากับผนังหินอย่างจังพ่นลมหายใจอันหนักอึ้งออกมาทันที แต่ก็ไม่กล้าพูดจาโอหังใส่หลานซื่ออีกมหาปุโรหิตที่มองเห็นฉากนี้ด้วยตาตนเองแววตาไหววูบ เขาก้มหน้าลง ท่าทีดูนอบน้อมยิ่งขึ้น“ขอบคุณธิดาศักดิ์สิทธิ์ ขอบคุณท่านพยัคฆ์ขาว”“ไม่ต้องขอบคุณข้า ที่ท่านพยัคฆ์ขาวยอมเมตตา เป็นเพียงเพราะความผิดของเขายังไม่ถึงตาย หากมีครั้งหน้าอีก ต่อให้ข้าเอ่ยปาก เกรงว่าจะไม่อาจขวางโทสะของท่านพยัคฆ์ขาวได้”หลานซื่อเอ่ยปากด้วยรอยยิ้มบาง ๆมหาปุโรหิตได้ยินเช่นนั้น กลับไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธต่อประโยคสุดท้ายของนางเขาเลื่อนสา
더 보기

บทที่ 1372

เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกไป มหาปุโรหิตที่อยู่ด้านข้างก็ขมวดคิ้วขึ้นมาโดยพลันเขาอ้าปากกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง นักพรตกู่ก็รีบพูดขัดขึ้นมาทันทีอย่างมีไหวพริบ “ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของเรากำลังสอบถามแม่นางเยี่ยนเอ๋อร์ พวกที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าพูดแทรก”มหาปุโรหิตถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ‘คนที่ไม่เกี่ยวข้อง’ อะไรกัน?ในถ้ำพำนักแห่งนี้มีคนนอกอยู่เพียงสามคน นอกจากเยี่ยนเอ๋อร์แล้ว เช่นนั้นที่พูดนี่ก็ไม่ได้หมายถึงเขากับชางหยาหรอกหรือ?ไม่ได้การ เขาถูกตาเฒ่าผู้นี้ชักนำเข้าไปจริง ๆถึงกับเห็นพวกเขาเองเป็นคนนอกไปเสียได้มหาปุโรหิตพลันปรายตามองนักพรตกู่ด้วยสายตาลุ่มลึกทันทีแต่นักพรตกู่กลับไม่เกรงกลัวเขาแม้แต่น้อย ทำท่าทีราวกับสุนัขที่อาศัยบารมีนาย เชิดหน้าขึ้นส่งสายตาเย้ยหยันและท้าทายกลับไปให้มหาปุโรหิตมหาปุโรหิตคร้านที่จะถือสาหาความเขาอย่างไรเสียก็เป็นเพียงบ่าวรับใช้คนหนึ่ง หากต้องการจะจัดการย่อมมีวิธีการมากมาย เพียงแค่โยนไปเป็นอาหารของสัตว์อสูรตัวใดสักตัวหนึ่งก็พอแล้ว ไม่มีความจำเป็นใดต้องเก็บเอามาใส่ใจตอนนี้คือธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้นึกไม่ถึงว่าเขาแค่มาสายไปชั่วครู่ ก็กลับทำให้นางได้รู้ในเรื่อ
더 보기

บทที่ 1373

ใบหน้าของหลานซื่อเผยสีหน้าจริงใจออกมา แสร้งทำเป็นเลื่อมใสศรัทธา พลางเอ่ยชมเชยว่า “ยอดเยี่ยมยิ่งนัก แต่ข้าออกจะสงสัยอยู่ว่า หากมหาปุโรหิตไม่มี ‘โลหิตเซียน’ แล้วจะช่วยเหลือชาวเผ่าที่ล้มป่วยเหล่านั้นได้อย่างไร? หรือว่าก่อนที่ข้าจะมา เผ่าร้อยอสูรเคยมีธิดาศักดิ์สิทธิ์มาก่อน?”หลานซื่อกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความสนใจใคร่รู้ส่วนเยี่ยนเอ๋อร์เมื่อได้ยินคำถามนี้ของนาง กลับเกิดความลังเลขึ้นมานางมองไปยังมหาปุโรหิตอย่างอึกอัก ราวกับไม่รู้ว่าคำตอบของคำถามนี้สมควรพูดออกไปหรือไม่แต่มหาปุโรหิตกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ต้องรอนางเอ่ยปาก ก็เป็นคนอธิบายเองว่า “ใช้เลือดของข้า”หลานซื่อเลิกคิ้วนักพรตกู่ประหลาดใจ ร้องออกมาด้วยความตกใจ “เลือดของท่านก็เป็นโลหิตเซียนหรือ? เช่นนั้นแล้วยังต้องการเลือดของธิดาศักดิ์สิทธิ์ไปทำไมอีก!”“ไม่ใช่โลหิตเซียน”มหาปุโรหิตส่ายหน้าเอ่ยขึ้น “ข้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาสามัญ เลือดของข้าจะเป็นโลหิตเซียนได้อย่างไร มีเพียงเลือดของธิดาศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่เป็นโลหิตเซียน จึงจะสามารถช่วยชีวิตคนได้จริง ๆ ส่วนเลือดของข้าเป็นเพียงแค่การยืดเวลาตายของพวกเขาออกไปอีกเล็กน้อยเท่านั้น”หากปร
더 보기

บทที่ 1374

การไร้ซึ่งญาติมิตรร่วมสายเลือดหลงเหลืออยู่บนโลกนี้แม้แต่คนเดียว สถานการณ์เช่นนี้นับว่าพบเห็นได้น้อยยิ่งนักโดยทั่วไปแล้วหากไม่ถูกฆ่าล้างตระกูล ก็เป็นเพราะการทำนายของเขาผิดพลาด คนผู้นี้ได้ตายจากไปตั้งนานแล้ว ดังนั้นจึงไม่อาจนับญาติมิตรร่วมสายเลือดของนางได้แต่ธิดาศักดิ์สิทธิ์ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาผู้นี้ เป็นคนเป็น ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วจะเป็นอย่างที่สองไปได้อย่างไรกัน?ดังนั้นมหาปุโรหิตจึงยืนยันผลลัพธ์อย่างแรกอย่างไม่ลังเลสักนิดธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้อาจจะเคยถูกฆ่าล้างตระกูลมาจริง ๆ จึงได้ไร้ซึ่งญาติมิตรร่วมสายเลือดหลงเหลืออยู่บนโลกนี้เช่นนี้ย่อมไม่มีทางเกี่ยวโยงมาถึงตัวเขาได้เป็นแน่แต่มหาปุโรหิตกลับไม่รู้ว่า ในคราวนี้ การทำนายของเขานั้นเกิดความผิดพลาดจริง ๆหลังจากบังเอิญได้รู้ว่า ระหว่างนางกับมหาปุโรหิตแห่งเผ่าร้อยอสูรผู้นี้ยังมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกันเล็กน้อย หลานซื่อก็ไม่ร้อนรนอีกต่อไปนางซักถามมหาปุโรหิตและเยี่ยนเอ๋อร์อีกสองสามข้อ จากนั้นจึงเลิกราไปมหาปุโรหิตยังคงพะวงในบางเรื่อง ในเมื่อหลานซื่อซักถามจนจบแล้ว เขาจึงรีบเอ่ยขึ้นทันทีว่า “ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ไม่ทราบว่าตอ
더 보기

บทที่ 1375

แม้หลานซื่อจะไม่เข้าใจว่านิยามของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์และสัตว์ป่าสำหรับเผ่าร้อยอสูรแห่งนี้คืออะไรแต่พยัคฆ์ขาวตัวโตนี้ฟังภาษาคนรู้เรื่อง รับรู้ถึงบรรยากาศและอารมณ์ได้ ท่าทีราวกับมีสติปัญญาแล้วเช่นนี้ ย่อมไม่อาจมองว่ามันเป็นเพียงสัตว์ป่าธรรมดาทั่วไปได้เลยโดยเฉพาะหน้าตาของมันที่ดูไม่ธรรมดาเช่นเดียวกันแม้หลานซื่อจะไม่เคยเปิดหูเปิดตามาก่อน แต่ก็เคยได้ยินเรื่องราวของสี่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ใหญ่ที่ดำรงอยู่เพียงในเทพนิยาย...มังกรฟ้า พยัคฆ์ขาว หงส์แดง เต่าดำสิ่งเหล่านี้ในความรับรู้ของหลานซื่อ ล้วนเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีอยู่จริงเปรียบดั่งมังกรฟ้า บนโลกใบนี้จะมีมังกรได้อย่างไรกัน?เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดล้วนเป็นเพียงตำนานเหนือธรรมชาติ เป็นของจอมปลอมที่ถูกแต่งแต้มขึ้นมาในเทพนิยาย แล้วจะกลายเป็นจริงได้อย่างไร?หลานซื่อในอดีตไม่เชื่อ ตอนนี้นางก็ยังคงไม่คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นเรื่องจริงเพียงแต่อาจจะมีความเป็นไปได้ว่า พยัคฆ์ขาวที่อยู่ตรงหน้าตัวนี้มีความพิเศษอยู่บ้าง มีบางสิ่งที่ผิดแผกไปจากทั่วไปจริง ๆก็เหมือนกับตัวนาง การเกิดใหม่ มิติ น้ำทิพย์...บนร่างกายของนางก็มีความพิเศษเช่นกัน แ
더 보기

บทที่ 1376

นักพรตกู่มองดูฉากนี้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง“นี่...นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”เมื่อครู่นี้หลังจากที่เขาออกมาจากถ้ำพำนัก เตรียมจะเฝ้าระวังอยู่ด้านนอกอย่างเต็มที่ จู่ ๆ ก็เห็นคนนับร้อย...อ้อ ไม่สิ น่าจะเป็นนับพันคน ปรากฏตัวขึ้นจากทุกทิศทุกทางแทบจะพร้อมกัน จากนั้นก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วและยืนกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ด้านนอกถ้ำพำนักบนโขดหิน บนหน้าผา บนต้นไม้ ล้วนเต็มไปด้วยผู้คนนักพรตกู่เกิดความระแวดระวังขึ้นมาในทันทีหากไม่ใช่เพราะตรวจสอบแล้วว่าในมือของพวกเขาไม่ได้พกพาอาวุธใด ๆ เกรงว่าเขาคงจะลงมือจัดการไปแล้วบังเอิญในขณะเดียวกัน หลานซื่อเดินออกมาจากถ้ำพำนักพอดีนักพรตกู่รีบอ้าปาก เตรียมจะรีบเตือนธิดาศักดิ์สิทธิ์ของเขาในทันทีทว่าเขายังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา เสียงกระหึ่มและพร้อมเพรียงกันก็ดังขึ้นพักหนึ่ง กึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขาแห่งนี้เมื่อเทียบกับความตกตะลึงของนักพรตกู่แล้ว หลังจากหลานซื่อชะงักไปครู่หนึ่ง นางก็หรี่ตาทั้งสองลงเล็กน้อย สายตาที่เย็นชาลึกล้ำพินิจมองฉีเซิงที่กำลังเดินเข้ามาจากจุดที่ห่างออกไปไม่ไกล“มหาปุโรหิตฉี นี่คือพิธีต้อนรับของเผ่าร้อยอสูรของพวกท่านหรื
더 보기

บทที่ 1377

เพราะมหาปุโรหิตแห่งเผ่าร้อยอสูรผู้นี้มีชื่อสกุลว่า “ฉี”เป็นสกุล ‘ฉี’ เดียวกับยายทวดของนางหากไม่ใช่นางเป็นคน-ขี้สงสัย เก็บไพ่ตายไว้ในมือ ไม่แพร่งพรายเรื่องความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างตนเองกับมหาปุโรหิตฉีผู้นี้ออกไป ไม่แน่ว่าป่านนี้นางคงจะพลาดท่าในมือของฉีเซิงไปแล้วหลานซื่อไม่ได้คิดว่าความสัมพันธ์ทางสายเลือดอันน้อยนิดระหว่างนางกับมหาปุโรหิตฉีผู้นี้จะสลักสำคัญอะไรนักถึงอย่างไรก็ห่างเหินกันมาหลายทอดแล้วอีกทั้งอีกฝ่ายยังเป็นถึงมหาปุโรหิตของชนเผ่าหนึ่งระหว่างชาวเผ่านับล้านกับญาติห่าง ๆ เช่นนาง มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องเลือกนางด้วย?ดังนั้นก่อนหน้านี้หลานซื่อจึงไม่พูด ตอนนี้ก็ไม่พูดเช่นกันส่วนเรื่องเมื่อครู่...หลานซื่อปรายตามองฉีเซิงอย่างราบเรียบ ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา “มหาปุโรหิตฉี ข้าไม่ชอบความเอิกเกริกเช่นนี้จริง ๆ วันหน้าหากทำให้เรียบง่ายได้ก็เรียบง่ายเถิด อีกอย่าง ตอนนี้ข้าค่อนข้างหิวแล้ว พอจะพาข้าไปหาอะไรกินสักหน่อยได้หรือไม่?”ฉีเซิงชะงักงันไปนึกไม่ถึงว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์จากโลกภายนอกผู้นี้ สุดท้ายก็มีปฏิกิริยาตอบสนองที่ราบเรียบถึงเพียงนี้ยังคิดว่าเมื่อนางมองทะลุความคิด
더 보기

บทที่ 1378

“รีบดูสิ คนนั้นอย่างไร...วันนั้นก็คือนาง!”“คนไหน คนไหน? ให้ข้าดูหน่อย!”หลานซื่อพานักพรตกู่และพยัคฆ์ขาวเดินตามหลังฉีเซิง จากหุบเขาฝั่งนี้ไปจนถึงอีกฝั่งหนึ่งไม่นานนักก็เข้าสู่เขตชุมชนที่พักอาศัยของเผ่าร้อยอสูร ทั่วทุกสารทิศล้วนมีชาวเผ่าร้อยอสูรจำนวนไม่น้อยที่กำลังทำงานหรือไม่ก็กำลังคุยเล่นพักผ่อนหย่อนใจทันทีที่หลานซื่อและฉีเซิงปรากฏตัว คนเหล่านี้ต่างก็พากันทอดสายตามองมาพวกเขาทักทายฉีเซิงผู้เป็นมหาปุโรหิตของชนเผ่าอย่างเป็นมิตรก่อน จากนั้นก็ลอบใช้หางตาชำเลืองมองหลานซื่อที่อยู่ด้านหลังเขาเป็นระยะอย่างรู้กัน พลางกระซิบกระซาบพูดคุยบางอย่างหลานซื่อไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ ต่อสิ่งนี้ เพียงปล่อยให้พวกเขาแอบมองด้วยสีหน้าอันราบเรียบส่วนเสียงซุบซิบของพวกเขานั้น กลับลอยเข้าหูนางทุกถ้อยคำอย่างชัดเจนโดยไม่มีตกหล่นแม้แต่คำเดียว...“ก็แม่นางน้อยที่อยู่ด้านหลังท่านมหาปุโรหิตนั่นอย่างไรเล่า เห็นหรือไม่?”“อ้อ ๆ! เห็นแล้ว ๆ! หน้าตางดงามยิ่งนัก หากบอกว่านางคือธิดาศักดิ์สิทธิ์ข้าก็เชื่อ!”“จิ๊! เจ้าก็รู้จักแต่มองหน้าตา ตอนนี้ยังไม่แน่ใจเลยว่าใช่หรือไม่ใช่กันแน่”“เอ๊ะ? เหตุใดยังไม่แน่ใจ
더 보기

บทที่ 1379

ฉีเซิงพุ่งพรวดเข้าไป ขณะที่กำลังจะแย่งชามเนื้อวัวดิบนั้นมา นักพรตกู่ที่ได้รับสัญญาณลับจากหลานซื่อมาแต่แรกก็ชิงเตะนำหน้าไปก่อน กระเด็นไปทั้งชามทั้งเนื้อ“เพล้ง!”เนื้อวัวดิบอาบเลือดกลิ้งตกลงเกลื่อนพื้น ชามที่ใส่เนื้อร่วงกระแทกพื้นจนแตกกระจายฉีเซิงที่พุ่งไปคว้าความว่างเปล่าเมื่อเห็นภาพนี้ ก็ถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะจากนั้นถึงเพิ่งได้สติกลับมา ว่าหลานซื่อกำลังหยั่งเชิงเขาอยู่เวลานี้ เห็นได้ชัดว่าเขาได้เผยพิรุธออกมาแล้วเนื่องจากการกระทำโดยสัญชาตญาณฉีเซิงค่อย ๆ ยืดกายขึ้นยืนตรง หันกลับไปมองหลานซื่ออีกครั้ง สบเข้ากับดวงตาคู่ที่ดูคล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่เชิงของนาง“มหาปุโรหิตฉี ร้อนรนถึงเพียงนี้กำลังทำอะไรอยู่หรือ? หรือว่าในเนื้อวัวดิบนี้จะมีปัญหาอะไร? หรือจะบอกว่า...ไม่ค่อยสะอาดนัก?”หลานซื่อหรี่ตาลง น้ำเสียงแฝงเผยความอันตรายอกมานางใช้น้ำเสียงที่แทบจะมั่นใจแน่ชัด ซึ่งเท่ากับเป็นการประกาศท่าทีอย่างชัดเจนโดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่ว่า ‘ไม่ค่อยสะอาดนัก’ เสมือนเป็นการชี้หน้าฉีเซิง แล้วคาดคั้นถามเอาตรง ๆ ว่าเขาได้เล่นตุกติกอะไรกับเนื้อวัวดิบหรือไม่เดิมทีหลานซื่อคิดว่านางพูดถึงขนาดนี้แล้ว
더 보기

บทที่ 1380

หากใช้กลอุบายมากไปก็ดูจะเสียมารยาทแล้วไม่ว่าอย่างไรก็เป็นถึงมหาปุโรหิตแห่งเผ่าร้อยอสูร หนึ่งในสามชนเผ่าใหญ่ หลังจากถูกเปิดโปงก็ต้องรักษาหน้าตากันบ้างโดยเฉพาะฉีเซิงที่ไม่อยากบีบคั้นหลานซื่อรวดเร็วถึงเพียงนี้ ดังนั้นในช่วงเวลาต่อจากนี้ เขาจึงหยุดการใช้กลอุบายไปก่อนหลานซื่อนั่งอยู่ริมโต๊ะหิน กินโจ๊กเปล่ากับผักกาดขาวตรงหน้าช้า ๆ นับว่าเป็นอาหารเจมื้อหนึ่งที่ดูปกติธรรมดาเพียงแต่ด้านซ้ายคือนักพรตกู่ ด้านขวาคือฉีเซิง ที่ข้างเท้ายังมีพยัคฆ์ขาวตัวใหญ่อีกหนึ่ง แต่ละคนล้วนจ้องมองนางกินข้าว หลานซื่อที่เดิมทียังพอกินลงก็เกิดความอยากอาหารน้อยลงทันทีหลานซื่อที่ถูกรายล้อมถือตะเกียบค้าง ขมวดคิ้วเล็กน้อย“หากพวกท่านจะกินก็นั่งลงกินด้วยกัน อย่ามายืนเกะกะข้าอยู่ตรงนี้”นางเอ่ยปากด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกมหาปุโรหิตฉีเซิงผู้นี้ตีสนิทเก่ง พอได้ยินคำพูดนี้ของหลานซื่อ ก็เลิกชายชุดคลุมยาวขึ้นแล้วนั่งลงทันที“ความจริงก็หิวบ้างแล้ว ในเมื่อธิดาศักดิ์สิทธิ์มีน้ำใจเชิญชวน เช่นนั้นข้าก็ขอน้อมรับด้วยความยินดี”เขายิ้มเล็กน้อย ชนเผ่าร้อยอสูรที่อยู่ด้านหลังก็ก้าวขึ้นหน้ามาทันที พร้อมกับจัดวางอาหาร ถ้วยชาม
더 보기
이전
1
...
136137138139140
...
142
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status