Lahat ng Kabanata ng พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี: Kabanata 1081 - Kabanata 1090

1508 Kabanata

บทที่ 1081

เขาชะงักไปโดยไม่รู้ตัว สายตาหันไปมองเฉียวเนี่ยนเพียงชั่วพริบตา ดวงตาขวาก็มืดมิดขึ้นมา ตามด้วยความเจ็บแปลบรุนแรง เขารีบยกมือกดตาของตัวเอง “อ๊าก!”แต่กลับตกใจเมื่อพบว่าในดวงตาของตน ปักอยู่ด้วยเข็มเงินหนึ่งเล่ม!อวี๋วั่นซูฉวยโอกาสนี้แย่งมีดสั้นจากมือรองแม่ทัพตู้มาได้ ก่อนจะใช้กระบวนท่าจับกุม กดรองแม่ทัพตู้ไว้ใต้ร่าง“ปล่อยข้า!” รองแม่ทัพตู้ดิ้นรนสุดแรง “อวี๋วั่นซู! ข้าเห็นแก่ที่เจ้ากับข้าร่วมงานกันมาหลายปี ตั้งใจไว้ชีวิตเจ้า เจ้ากลับกล้าทำกับข้าเช่นนี้! รอให้ทัพแคว้นถังบุกเข้าเมืองอู้ได้ ข้าจะให้พวกเขาฆ่าเจ้าแน่!”ได้ฟังดังนั้น สีหน้าอวี๋วั่นซูก็เย็นชาเมื่อรู้แล้วว่ารองแม่ทัพตู้คือคนขายชาติ เขาก็ได้ละทิ้งไมตรีที่ร่วมงานกันมาหลายปีไปหมดสิ้น มือยังคงกดแน่นไม่ลดละ กระทั่งคิดจะฆ่าเขาเสียตรงนี้ด้วยซ้ำ!เสียงเอ่ยออกมาก็แฝงด้วยความเย็นเยียบ “วางใจเถิด ก่อนข้าตาย จะฆ่าเจ้าก่อนแน่นอน”เฉียวเนี่ยนมองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รอยยิ้มเต็มดวงหน้า “ไม่ต้องห่วง หากตระกูลมู่จะให้เจ้าห้าร้อยตำลึงจริง ข้าจะเผาส่งไปให้เจ้าเอง”คำพูดนี้ทำเอารองแม่ทัพตู้โกรธจนร้องโวยวายเขาตะโกนไม่หยุด “รอให้แคว้นถั
Magbasa pa

บทที่ 1082

ทุกอย่างเป็นไปตามที่เฉียวเนี่ยนกล่าวไว้ภายใต้การบัญชาการของฉู่จืออี้ กองทัพแคว้นถังถูกกองทัพแคว้นจิ้งล้อมโจมตีทั้งหน้าและหลังจนพ่ายยับทั้งกองทัพอวี๋วั่นซูกดดันรองแม่ทัพตู้ขึ้นไปบนกำแพงเมือง บังคับให้รองแม่ทัพตู้เห็นกับตาว่าทหารแคว้นถังนายสุดท้ายถูกฟันล้มลงตายไปแล้ว จากนั้นจึงใช้มีดสั้นที่รองแม่ทัพตู้เคยใช้ขู่เขา กรีดคอรองแม่ทัพตู้ในคราเดียวร่างของรองแม่ทัพตู้ค่อยๆ ร่วงลงสู่พื้นสายตาของอวี๋วั่นซูก็ทอดมองไปยังภาพแห่งชัยชนะนอกเมืองนั้นเหล่าทหารต่างตื่นเต้นยินดีกันถ้วนหน้า ศึกครั้งนี้เกรงว่าจะเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเขานี่คือสิ่งที่ฉู่จืออี้มอบให้แก่พวกเขาและยังทำให้อวี๋วั่นซูเข้าใจได้ว่า ตำนานในอดีตนั้นแข็งแกร่งเพียงใด"เมื่อครู่คุณหนูเฉียวกล่าวว่าท่านแม่ทัพยังไม่ตาย"อวี๋วั่นซูพลันเอ่ยขึ้นเฉียวเนี่ยนยืนอยู่ข้างกายอวี๋วั่นซู เพียงตอบรับเบาๆ ว่า "อืม" หนึ่งคำ "แต่เขาไปที่ใด ไปทำสิ่งใด ข้าบอกท่านไม่ได้"แท้จริงแล้ว เรื่องที่เซียวเหิงยังมีชีวิตอยู่นั้น นางก็ไม่ควรบอกอวี๋วั่นซูอย่างไรเสีย เรื่องนี้ยิ่งมีคนน้อยคนที่รู้ก็ยิ่งดีทว่าก่อนหน้านี้รองแม่ทัพตู้
Magbasa pa

บทที่ 1083

เฉียวเนี่ยน?เห็นได้ชัดว่าทูตผู้นั้นไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนทว่าเขารู้ดี ว่าหญิงสาวที่ติดตามอยู่ข้างกายฉู่จืออี้ได้นั้น ย่อมมีฐานะไม่ธรรมดาบัดนี้ นางสามารถเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมาได้ ก็แสดงว่าคนตระกูลมู่ย่อมรู้จักนางทูตครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็รับคำแล้วจากไปเพียงรอให้ทูตผู้นั้นจากไป อวี๋วั่นซูก็กลั้นไม่อยู่ร้องขึ้นมา “คุณหนูเฉียว ทองคำห้าสิบล้านตำลึง นั่นไม่เป็นการเรียกร้องจนเกินไปหรือขอรับ?”เขาเองก็มีความคิดเหมือนกับฉู่จืออี้ทองคำยี่สิบห้าล้านตำลึงก็ดีมากแล้วเฉียวเนี่ยนไม่พูดอะไรฉู่จืออี้เพียงปรายตามองอวี๋วั่นซู คล้ายบอกให้เขาออกไปก่อนอวี๋วั่นซูจึงคารวะแล้วถอยออกไปจนเมื่อในกระโจมเหลือเพียงทั้งสอง ฉู่จืออี้ถึงได้เอ่ยขึ้นช้าๆ “ถึงแม้จะมีตระกูลมู่หนุนหลัง แต่ทองคำห้าสิบล้านตำลึง สำหรับตระกูลมู่ก็ไม่ใช่ว่าจะหยิบออกมาใช้ได้ตามใจ”เฉียวเนี่ยนย่อมเข้าใจดีแต่กลับเอ่ยว่า “ข้าเพียงคิดว่า ในสมบัติที่ตระกูลมู่พูดถึงนั้น แท้จริงแล้วเก็บซ่อนสิ่งใดไว้กันแน่ หรือจะสำคัญยิ่งกว่าทองคำห้าสิบล้านตำลึงเสียอีก?”เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาฉู่จืออี้ก็พลันหม่นลึกลง “สามารถทำให้ผู้นำ
Magbasa pa

บทที่ 1084

พี่รองกับพี่ห้าอยู่ที่เมืองซู่ พี่สิบเอ็ดกับพี่เก้ารับผิดชอบเมืองอวี้ พี่สามกับพี่แปดเฝ้าอยู่ที่เมืองเจียง ส่วนพี่สี่กับพี่หกไปเมืองอวี๋โจวเหลือพี่เจ็ดกับพี่สิบก็แยกกันประจำอยู่ที่เมืองหลีตรงชายแดนแคว้นถังและเมืองอู้ตรงชายแดนแคว้นจิ้ง เพื่อรวบรวมและส่งข่าวโดยรวมนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่องครักษ์พยัคฆ์ถูกแบ่งกระจัดกระจายเช่นนี้เพราะเมืองป้อมปราการเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่สำคัญ ทว่าแท้จริงแล้วรุกก็ได้ ถอยก็ได้ โดยมีเมืองหลีเป็นศูนย์กลาง กระจายตัวคล้ายพัด เกิดเหตุที่ใดก็สามารถส่งกำลังเสริมได้ทันส่วนเหตุที่ฉู่จืออี้ตัดสินใจเช่นนี้ ก็เพราะเซียวเหิงยังอยู่ในแคว้นถังหากพวกเขาไม่สนใจเซียวเหิงแล้วจริงๆ เช่นนั้นเซียวเหิงที่อยู่ในแคว้นถังก็จะโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง ต่อให้มีข่าวก็ส่งออกมาไม่ได้แต่หากฝากคนอื่นไว้ ฉู่จืออี้ก็วางใจไม่ได้ เกรงว่าข่าวจะรั่วไหล หรือทำพลาดจนเซียวเหิงตกอยู่ในอันตรายดังนั้นจึงทำได้เพียงฝากไว้กับองครักษ์พยัคฆ์วันที่ห้าเดือนห้า กองทัพเคลื่อนพล คุ้มกันทองคำห้าสิบล้านตำลึงกลับเมืองหลวงวันที่ห้าเดือนเจ็ด กองทัพจึงเดินทางถึงเมืองหลวงในที่สุดเฉียวเนี่ยนนั่งอยู่ในรถ
Magbasa pa

บทที่ 1085

เซียวเหอครางรับเบาๆ ครั้นแล้วจึงเอ่ยว่า "คนที่ควรรู้ก็ล้วนรู้หมดแล้ว"คนที่ควรรู้ ย่อมรวมถึงฮ่องเต้ด้วยฉู่จืออี้พยักหน้าอย่างช้าๆ "เดี๋ยวข้าจะเข้าวังไปกราบทูลเสด็จพี่ เจ้าก็มาด้วย"เขาหายจากเมืองหลวงไปครึ่งปี บัดนี้สถานการณ์ในเมืองหลวงเป็นเช่นไร เขาจำเป็นต้องรู้ดังนั้น เฉียวเนี่ยนจึงพาเกอซูอวิ๋นกับหนิงซวงกลับจวนอ๋องผิงหยาง ส่วนฉู่จืออี้ก็ไปกับเซียวเหอ พร้อมทั้งนำทองคำห้าสิบล้านตำลึงเข้าวังไปด้วยทองคำห้าสิบล้านตำลึง บรรจุอยู่เต็มสิบกว่าหีบด้วยเพราะแต่ละหีบนั้นหนักยิ่ง รถม้าหนึ่งคันบรรทุกได้มากที่สุดเพียงสองหีบ ด้วยเหตุนี้ ฉู่จืออี้จึงต้องนำเกือบสิบคันรถม้า เดินทางกันมาอย่างยิ่งใหญ่ฮ่องเต้ก็รู้ว่าครานี้ฉู่จืออี้นำสิ่งใดกลับมา จึงพาเหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊มายืนรอต้อนรับอยู่หน้าท้องพระโรงแต่ไกล ก็แลเห็นขบวนทัพใหญ่นั้นหัวใจของฮ่องเต้ถึงกับเต้นแรงแทบจะทะลุออกมาจากอกด้วยความตื่นเต้นทองคำห้าสิบล้านตำลึงเชียว!อย่าว่าแต่ทองคำเลย ต่อให้เป็นเงิน ต่อให้เป็นทองแดง เขายังไม่เคยเห็นมากมายถึงเพียงนี้!จนกระทั่งฉู่จืออี้มาถึงหน้าท้องพระโรง ลงจากม้า คุกเข่าคารวะ "คารวะฮ่องเต้"
Magbasa pa

บทที่ 1086

ฉู่จืออี้ออกจากเมืองหลวงไปครึ่งปี สำหรับเรื่องราวในเมืองหลวงก็หาใช่ว่าจะไม่รู้เลยเมื่อแรกเริ่มแม้จะมอบหมายเรื่องในเมืองหลวงทั้งหมดแก่เซียวเหอ แต่เขาก็ยังคงเหลือคนไว้ เพียงรอหากในเมืองหลวงเกิดเรื่องใหญ่ เขาก็สามารถรู้ได้ทันทีและเร่งรีบมาช่วยเหลือแต่ไม่คิดเลย ว่าวันนั้นกลับได้รับจดหมายลับที่ส่งมาจากเมืองหลวงบนจดหมายลับมีเพียงตัวอักษรไม่กี่คำ ว่า "จวนเมิ่งถูกยึดทรัพย์"ตามหลักการแล้ว เมื่อเขียนจดหมายลับก็ควรเขียนให้ละเอียดที่สุด แต่เนื้อหามีเพียงเท่านี้ ก็พิสูจน์ได้ว่าคนที่เขียนจดหมายลับรู้เพียงเท่านี้เหตุใดจวนเมิ่งจึงถูกยึดทรัพย์ กลับไม่รู้อะไรเลยดังนั้น ฉู่จืออี้ถึงได้รีบถามขึ้นมาฮ่องเต้ก็รู้ว่าเมื่อฉู่จืออี้กลับมาแล้วต้องถามถึงเรื่องนี้ จึงถอนหายใจหนึ่งครั้ง แล้วยกมือชี้ไปยังเซียวเหอเซียวเหอเข้าใจความหมาย จึงมองไปยังฉู่จืออี้ แล้วเอ่ยว่า “สามเดือนก่อน ฮองเฮากลับตระกูลเมิ่งเพื่อเยี่ยมญาติ คาดไม่ถึงว่าจะพบห้องลับในห้องทำงานของเมิ่งซ่างซู ภายในห้องลับนั้นเก็บไว้ซึ่งฉลองพระองค์มังกรหนึ่งชุด”เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของฉู่จืออี้ก็หม่นลึกลงที่แท้ ก็ซ่อนฉลองพระองค์มังกรไว้
Magbasa pa

บทที่ 1087

ถึงจะมีก็ตามหากมิได้เคยร่วมเป็นร่วมตายกับเจ้าสิบสาม หากมิได้เคยได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าสิบสามฮ่องเต้ผู้นี้ ควรจะมากด้วยความระแวงเท่าใด จะเชื่อใจใครได้อย่างไร?เพียงคำย้อนถามประโยคนี้ ฉู่จืออี้ก็ไม่เอ่ยวาจาต่อเขารู้ว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์ มีแต่จะทำลายความกลมเกลียวระหว่างพี่น้องในห้องทรงอักษรเงียบงันอยู่ชั่วครู่ฮ่องเต้ไม่เอ่ย ฉู่จืออี้ก็ไม่เอ่ยเซียวเหอยิ่งไม่เหมาะจะพูดอะไรออกมาผ่านไปนาน ในที่สุดฮ่องเต้ก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน “ทางเซียวเหิงเป็นอย่างไรบ้าง?”“ไม่ทราบ” ฉู่จืออี้ตอบเรียบเฉยนี่เป็นนิสัยของเขาอยู่แล้ว ทว่าบางทีเพราะความเงียบงันเมื่อครู่ ทำให้ยามนี้ที่เขาเอ่ยเพียงสองคำ ดูราวกับว่าเขากำลังขุ่นเคืองไม่เพียงแต่ฮ่องเต้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกได้จึงเอ่ยเสริมอีกประโยค “ยังติดต่อไม่ได้ชั่วคราว แต่น้องได้ทิ้งองครักษ์พยัคฆ์ไว้ที่แคว้นถัง หากได้ข่าว จะส่งเข้ามาในเมืองหลวงทันที”ได้ฟังดังนั้น ฮ่องเต้ก็แปลกใจเล็กน้อย “เจ้าทิ้งองครักษ์พยัคฆ์ไว้ให้เขาด้วยหรือ?”องครักษ์พยัคฆ์เป็นหน่วยที่ฉู่จืออี้สร้างขึ้นด้วยตนเอง สำหรับฉู่จืออี้ พวกเขาล้วนเป็นดั่งครอบครัวฮ่องเต้ไม่
Magbasa pa

บทที่ 1088

ฉู่จืออี้ไม่พูดอะไรเขามิได้คิดว่านี่เป็นเรื่องน่าอับอายใดๆฮ่องเต้จึงได้แต่ยอมลดราวาศอกอย่างจนใจ “ช่างเถอะๆ เช่นนั้นเจ้ากลับไปถามนางก่อน หากนางพอใจ เจ้าค่อยกลับมาบอกเรา เราค่อยเขียนพระราชโองการให้ ดีหรือไม่?”ยิ่งเอ่ยถึงท้ายประโยค น้ำเสียงก็ยิ่งเต็มไปด้วยความจนใจยิ่งนักในฐานะคนนอก เซียวเหอยืนอยู่ด้านข้าง ฟังฮ่องเต้ที่เอ็นดูฉู่จืออี้ ก็เผลอยกยิ้มออกมาครั้นนึกถึงตนที่ปฏิบัติต่อเซียวเหิง บางครั้งก็มิใช่ว่าจะเป็นเช่นเดียวกันหรือ?ดูท่าทีของพี่ชายต่อผู้น้องในใต้หล้าก็ล้วนไม่ต่างกันนักแต่ฉู่จืออี้หาได้ยิ้มไม่เขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อยฮ่องเต้ถือว่าเขาตอบรับแล้ว จึงถอนหายใจยาว จากนั้นก็เอ่ยอีก “เพียงแค่อภิเษก เห็นจะยังไม่พอ ไหนเลยครั้งนี้ได้ทองคำมาถึงห้าสิบล้านตำลึง... ตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยแพทย์แห่งโรงหมอหลวงเล่า นางจะสนใจหรือไม่?”หมอหลวงเซวียแก่ชราแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ก็เอ่ยกับเขาว่าต้องการปลดเกษียณกลับบ้านเกิดฮ่องเต้คิดว่า วิชาแพทย์ของเฉียวเนี่ยนบัดนี้อยู่เหนือหมอหลวงเซวียแล้ว ดังนั้นตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยแพทย์แห่งโรงหมอหลวงนี้ มอบให้เฉียวเนี่ยนจะดีกว่าฉู่จืออี้เหลือบมอ
Magbasa pa

บทที่ 1089

ฉู่จืออี้กับเซียวเหอต่างก็มองสีหน้าของสองนาง จึงค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ฉู่จืออี้ไม่พูดอะไร เพียงเดินมาหยุดที่ตรงหน้าเฉียวเนี่ยน มองเหงื่อที่ไหลลงมาไม่หยุดบนหน้าผากของนาง ยิ้มบางๆ “อย่าบอกนะว่าตอนอยู่ในกองทัพยังไม่เคยเหนื่อยขนาดนี้?”หายากนักที่เฉียวเนี่ยนจะทำท่าซุกซนแลบลิ้น แล้วหันไปมองเกอซูอวิ๋นอย่างอดไม่ได้ก็เห็นเซียวเหอเดินมาหยุดอยู่ข้างเกอซูอวิ๋น สีหน้าเช่นเดิม “องค์หญิงนั่งพักสักครู่เถิด”เกอซูอวิ๋นก็เชื่อฟังนั่งลง แต่กลับรู้สึกถึงสายตาของเฉียวเนี่ยน จึงทำตาเขียวอย่างขัดเขินใส่เฉียวเนี่ยนคิดว่า คงอย่าได้แกล้งนางอีกแล้วละ หากทำให้นางร้องไห้ขึ้นมาต่อหน้าเซียวเหอจะทำอย่างไรดี?จึงเก็บสายตากลับ มองไปที่ฉู่จืออี้ “ฮ่องเต้ตรัสว่าอย่างไรบ้าง?”ฉู่จืออี้ยิ้มบาง “ไม่มีอะไร”พอได้ฟัง สีหน้าเซียวเหอกลับเปลี่ยนไปฮ่องเต้บอกชัดๆ ว่าจะประทานสารสมรส เหตุใดพอมาถึงต่อหน้าเฉียวเนี่ยน กลับกลายเป็นไม่มีอะไร?เฉียวเนี่ยนก็แปลกใจ “ไม่ได้พระราชทานรางวัลอะไรแก่พี่ใหญ่หรือ?”ฉู่จืออี้ส่ายหัว “ข้าปฏิเสธหมดแล้ว อำนาจบารมีมากเกินไป ไม่ใช่เรื่องดี”เฉียวเนี่ยนถึงได้พยักหน้าเข้าใจก็ใช่ ฉู่จืออี้ก
Magbasa pa

บทที่ 1090

เฉียวเนี่ยนอาบน้ำเสร็จแล้ว ก็ไปหาหมอประจำจวนตั้งแต่หมอประจำจวนถูกพามาที่จวนอ๋องผิงหยางแล้ว เฉียวเนี่ยนจะหาเขาก็สะดวกขึ้นมากหมอประจำจวนรู้มานานแล้วว่าเฉียวเนี่ยนกลับมาแล้ว แต่วันนี้มีคนนอกกลับมาพร้อมเฉียวเนี่ยนด้วย เขาจึงไม่ได้ออกมาตอนนี้เห็นเฉียวเนี่ยนมาหา เขาย่อมดีใจ ต้อนรับเฉียวเนี่ยนอย่างร่าเริง ยื่นตําราแพทย์ที่เขาเขียนช่วงนี้ให้นาง “ตั้งใจอ่าน อ่านจบก็เก่งกว่าอาจารย์แล้ว”เฉียวเนี่ยนมีพรสวรรค์ทางการแพทย์ มีความเข้าใจอันรวดเร็ว สิ่งที่เขารู้ส่วนใหญ่ก็เขียนไว้ในตําราแพทย์เหล่านั้นแล้ว สอนก็แทบครบหมดแล้วเฉียวเนี่ยนย่อมดีใจ รับตําราแพทย์มา ปากก็หวานขึ้นหน่อย “ขอบคุณท่านอาจารย์เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ดีกับข้าที่สุดเลย!”หมอประจำจวนถูกป้อยอจนยินดี แต่มองเฉียวเนี่ยนที่ดีใจเช่นนี้ รอยยิ้มที่ริมฝีปากกลับแข็งทื่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเขานึกถึงบางคนขึ้นมา แต่ก็กลัวว่าหากพูดออกไปจะทำให้เฉียวเนี่ยนเสียใจแต่เฉียวเนี่ยนก็ยังสังเกตเห็นความผิดปกติบนสีหน้าเขา จึงอดไม่ได้ที่จะถาม “ท่านอาจารย์มีเรื่องในใจหรือ?”“ข้าไม่ได้ไปดูฮูหยินหลินมาครึ่งปีแล้ว” หมอประจำจวนพูด สีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้น “ไม่รู้ว
Magbasa pa
PREV
1
...
107108109110111
...
151
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status