“ข้าเป็นห่วงท่าน” แววตาของเขาเศร้าหมองลงทันใด แสดงออกว่าไม่อยากแยกจากแต่ทำไม่ได้เหลียนเฟินจึงเอื้อมมือลูบแก้มของเขาอย่างแผ่วเบาแล้วเอ่ยด้วยสายตามุ่งมั่น “บ้านคือที่ที่มีเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ใด ข้าจะไปด้วย”“…”“หากพลังชีวิตของข้าหรือร่างกายข้าแข็งแกร่งขึ้น คงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้วล่ะ ข้ามั่นใจว่าฝีมือของข้ายังคงไม่แพ้ใคร” เหลียนเฟินยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนพร้อมเดินเคียงข้างโดยไม่หวั่นเกรงสิ่งใด“ฟูเหริน”“อืม” เขาเลิกคิ้วมองคนตรงหน้า เดาใจว่าเขาต้องการสิ่งใด“ข้าอาจจะยังแก้ปัญหาเรื่องพลังชีวิตของท่านไม่ได้แต่ว่าก่อนออกเดินทางเรามารักษาร่างกายของท่านให้แข็งแรงขึ้นกว่าเดิมดีหรือไม่ สามสี่วันก่อนข้าเพิ่งฝึกวิชาใหม่ได้” เสี่ยวหยุนมองด้วยสายตามีเลศนัย“…” “บำเพ็ญคู่”“เรื่องนั้นก็ทำอยู่แล้วไม่ใช่หรือ” แก้มเหลียนเฟินแดงก่ำ เขินอายและไม่คุ้นชินกับเรื่องนี้เสียที“ข้ารู้แต่ว่าต่อจากนี้ไปจะบ่อยครั้งและยาวนานกว่าเดิม” เขาพยายามทำหน้าเรียบเฉยราวกับพูดเรื่องจริงจังแต่ใจสั่นเต้นรัวเหมือนกับอีกฝ่ายไม่ผิดไปจากกันเท่าใดนักครั้นตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว เสี่ยวหยุนจึงเริ่มทำตามอย่างที่บอกเอาไว้ นุ
Read more