Lahat ng Kabanata ng ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา: Kabanata 881 - Kabanata 890

972 Kabanata

บทที่ 881

คำตรัสเพียงประโยคเดียวของฮ่องเต้ ผลักให้ฉู่หนิงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากยิ่งแม้แต่ตัวฉู่หนิงก็คิดไม่ถึงว่าฮ่องเต้จะให้ตัวเองแสดงความคิดเห็นกระนั้น แม้จะเผชิญกับการข่มขู่บีบบังคับล่อลวงด้วยผลประโยชน์ขององค์รัชทายาท ฉู่หนิงกลับไม่ยี่หระแต่อย่างใด เขาหันไปมองทางเติ้งหงเหวินแทน จากนั้นค่อย ๆ กล่าวขึ้นท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของทุกคน “องค์รัชทายาทและพี่สี่กล่าวได้ถูกต้อง หากมีคนได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งไวเกินไป ย่อมมาซึ่งปัญหามากมาย”องค์รัชทายาทฟังแล้วขมวดคิ้ว ไม่ได้รู้สึกยินดีแต่อย่างใดเพราะการพูดจาเข้าข้างเช่นนี้ไม่ใช่วิสัยของฉู่หนิงเลยสักนิดขณะที่องค์รัชทายาทกำลังสงสัย ฉู่หนิงก็กล่าวต่อ “แต่เติ้งหงเหวินอาศัยความสามารถของตัวเองเอาชนะคนนับหมื่น”“ไม่ว่าจะทักษะด้านอักษรหรือกลยุทธ์ก็ล้วนแต่เยี่ยมยอดทั้งสิ้น บุคคลเช่นนี้ สมควรได้รับการเลื่อนตำแหน่ง!”“ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้กรมขุนนางเพียงจะให้เติ้งหงเหวินเป็นรองเสนาบดีกรมพิธีการเท่านั้น ไม่ใช่ตำแหน่งที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ต่อให้เขาจะไม่คุ้นเคยกับงานราชการและเกิดข้อผิดพลาด แต่มันก็จะไม่เกิดผลกระทบมากนัก”เทียบกับกรมอื่น ๆ
Magbasa pa

บทที่ 882

เปล่งเสียงพร้อมกันว่า “ขอบพระทัยฝ่าบาท!”ฮ่องเต้พยักพระพักตร์ “เอาล่ะ ปูนบำเหน็จรางวัลกันเรียบร้อยแล้วก็ดำเนินงานเลี้ยงต่อเถอะ คืนนี้ต้องกินดื่มให้เต็มที่!”ตรัสจบก็โบกมือนำนางกำนัลและขันทีจากไปแม้จะเป็นงานเลี้ยง แต่ฮ่องเต้กับฮองเฮาไม่มีทางประทับอยู่ได้จนจบงานหลังจากที่ทุกคนน้อมส่งเสด็จฮ่องเต้และฮองเฮาเรียบร้อย ก็แยกย้ายกันไปนั่งที่และพูดคุยกันเมื่อไร้ซึ่งฮ่องเต้ ทุกคนก็ผ่อนคลายลงมาก พูดคุยสนทนาอย่างเต็มที่แต่องค์รัชทายาทกับองค์ชายสี่กลับหน้าตาบึ้งตึง สีหน้าเปี่ยมด้วยความขุ่นเคืองแม้จะมีคนเข้าไปชนจอกคารวะก็ยังคงทำหน้าบึ้งตึงทว่าองค์ชายสิบกลับชื่นมื่นมาก พาเติ้งหงเหวินไปคำนับสุรากับเหล่าขุนนางไปด้วย แนะนำเหล่าขุนนางให้เติ้งหงเหวินรู้จักไปด้วย เสมือนกำลังปูเส้นทางเข้าสู่ราชสำนักให้กับเติ้งหงเหวินเติ้งหงเหวินเองก็หัวไวมากเช่นกัน ไม่ว่าจะการวางตัวหรือคำพูดคำจาก็ล้วนแต่เหมาะสมเรื่องนี้ทำให้ขุนนางที่ตอนแรกไม่ชอบเติ้งหงเหวินเริ่มเปลี่ยนท่าทีหลายคนเคยได้ยินชื่อเสียงของเติ้งหงเหวิน รู้สึกว่าคนผู้นี้หัวแข็งไม่รับฟังผู้ใด นึกไม่ถึงว่าการพูดคุยครั้งนี้จะทำให้พวกเขาได้ทำความรู้จ
Magbasa pa

บทที่ 883

คำพูดของเติ้งหงเหวินสร้างแรงสั่นสะเทือนให้คนทั้งงาน!ผู้ที่สามารถเข้าร่วมงานเลี้ยงของฮ่องเต้ได้ต้องเป็นขุนนางขั้นห้าขึ้นไป ย่อมไม่มีผู้ใดโง่เขลาทั้งนั้นทุกคนเข้าใจในคำแนะนำของเติ้งหงเหวินเป็นอย่างดีตอนนี้เมืองหลวงกำลังตกอยู่ในความวุ่นวายจากการต่อสู้แก่งแย่งชิงดีของบรรดาองค์ชายแม้ฮ่องเต้จะไม่ได้แทรกแซง แต่จะบอกว่าไม่ทรงทราบเรื่องนี้คงเป็นไปไม่ได้หากสามารถตามหาคนร้ายที่สังหารองค์ชายแปดและหยุดยั้งความวุ่นวายตอนนี้ ย่อมเป็นที่พอพระทัยของฮ่องเต้และช่วยสร้างบารมีในราชสำนักได้อย่างมากองค์ชายสิบฟังแล้วพยักหน้า จากนั้นเอื้อมมือไปตบบ่าเติ้งหงเหวิน “แผนการนี้ดีมาก หลังจากนี้ นอกจากงานที่ต้องจัดการในกรมพิธีการแล้ว เวลาที่เหลือ ท่านก็มาช่วยข้าสืบสวนเรื่องนี้เถอะ!”“ขอบพระทัยองค์ชายที่ไว้วางพระทัย!” เติ้งหงเหวินทำความเคารพอย่างนอบน้อมองค์รัชทายาทมองสองคนนี้เข้ากันได้ดีอย่างกลมเกลียว แววตาทอประกายเย็นยะเยียบ แค่นเสียงเย็นแล้วลุกจากไปองค์ชายสี่เห็นองค์รัชทายาทกลับไปแล้วก็คร้านจะอยู่ต่อเช่นกัน ลุกตามไปอีกคนบรรดาองค์ชายย่อมไม่อยากเห็นท่าทีลำพองตนขององค์ชายสิบ เพราะมันมีแต่จะยิ่งทำให้พว
Magbasa pa

บทที่ 884

ตอนนี้กรมพิธีการมีงานคั่งค้างอยู่มากมาย!อีกทั้งเติ้งหงเหวินก็เพิ่งถูกแต่งตั้งเป็นรองเสนาบดีกรมพิธีการในคืนนี้ หวังเหวินกวงซึ่งเป็นเสนาบดีย่อมควรไปพบอีกฝ่าย“ในเมื่อใต้เท้าหวังตัดสินใจแล้วว่าจะกลับไป ข้าก็จะไม่รั้งไว้”ฉู่หนิงตะโกนออกไปด้านนอก “หร่านหมิง ให้คนคุ้มกันใต้เท้าหวังกลับจวน!”ทว่าใต้เท้าหวังกลับลุกขึ้นส่ายมือปฏิเสธ “ท่านอ๋อง ไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ บ่าวรับใช้จากจวนข้ามารออยู่ข้างนอกแล้ว”“นี่ก็ดึกมากแล้ว ข้าขอตัวก่อน”หวังเหวินกวงพูดจบก็ประสานมือคำนับแล้วหันตัวเดินจากไปฉู่หนิงไม่ได้ยืนกรานที่จะส่งองครักษ์ไปคุ้มกันเช่นกัน เพราะอย่างไรเสียในช่วงที่ผ่านมานี้ องครักษ์ส่วนใหญ่ในจวนอ๋องต้องไปคุ้มกันที่สนามสอบ ส่วนองครักษ์ที่อยู่ประจำจวนก็ต้องคอยระแวงระวังภัยตลอดเวลา สมควรต้องให้พวกเขาพักผ่อนยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ก็คือเมืองหลวง ไม่มีผู้ใดกล้าลงมือต่อขุนนางใหญ่ของราชสำนักตามอำเภอใจนอกจากนี้ หวังเหวินกวงซึ่งเป็นเสนาบดีกรมพิธีการก็วางตัวเป็นกลางมาตลอด ไม่เคยก้าวล่วงผู้ใด หากไม่ได้เสียสติจริง ๆ ก็ย่อมไม่มีผู้ใดทำร้ายขุนนางผู้แก่ชราผู้นี้เพราะอย่างไรแล้ว ใต้เท้าหวังผู้นี้ขึ้นชื่
Magbasa pa

บทที่ 885

วันรุ่งขึ้น ยามเหม่า [1]วังหลวง ตำหนักอิงอู่ฮ่องเต้ที่ได้รับการถวายงานจากนางสนมทรงมีพระพักตร์สดชื่อ กางแขนให้นางกำนัลสวมฉลองพระองค์ให้แต่ในตอนนี้เอง มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงของหัวหน้าขันทีจ้าวหมิง“ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”ฮ่องเต้ขมวดคิ้วมองจ้าวหมิงที่พรวดพราดเข้ามาอย่างไม่พอพระทัย “เจ้ารับใช้เรามากี่ปีแล้ว เหตุใดยังลุกลนเช่นนี้อีก?”“ต่อให้ฟ้าจะถล่มลงมาก็มีเราค้ำไว้!”คำตรัสอันทรงอำนาจไม่ได้ทำให้จ้าวหมิงสติอารมณ์ลงแต่อย่างใด เขากล่าวอย่างลนลาน “ฝ่าบาท ใต้เท้าหวังถูกสังหารเมื่อคืนนี้พ่ะย่ะค่ะ!”ฮ่องเต้ชะงักไปครู่หนึ่ง “ใต้เท้าหวัง? ใต้เท้าหวังคนใด?”ในราชสำนักมีขุนนางแซ่หวังไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามสิบคน ผู้ใดจะรู้กันว่าหมายถึงใต้เท้าหวังคนใดจ้าวหมิงร้อนใจ “ใต้เท้าหวังที่เป็นเสนาบดีกรมพิธีการพ่ะย่ะค่ะ เขาถูกสังหารระหว่างเดินทางกลับจากจวนฉู่อ๋องเมื่อคืนนี้!”ฮ่องเต้ชะงักอีกครั้ง เสมือนฟังไม่ชัดว่าหมายถึงผู้ใด “เจ้าบอกว่าผู้ใดถูกสังหารนะ?”จ้าวหมิงกลืนน้ำลาย จากนั้นค่อย ๆ พูดทีละคำ “เสนาบดีกรมพิธีการ หวังเหวินกวงพ่ะย่ะค่ะ!”ครานี้ฮ่องเต้ได
Magbasa pa

บทที่ 886

“นึกไม่ถึงว่าจะมีคนกล้าสังหารขุนนางขั้นสามในเมืองหลวง เรื่องนี้ทำให้ราชสำนักอับอายอย่างยิ่ง!”ฮ่องเต้หรี่พระเนตรตรัสอย่างพิโรธ “ผู้ใดดูแลค่ายพิทักษ์เมือง?”แม่ทัพหนุ่มในชุดเกราะนายหนึ่งหน้าซีดทันที แข้งขาอ่อนแรง คุกเข่าลงกลางท้องพระโรง“ทูล…ทูลฝ่าบาท ตอนนี้กระหม่อมเป็นผู้ดูแลค่ายพิทักษ์เมืองพ่ะย่ะค่ะ”ทุกคนหันไปมอง พบว่าเป็นเหอชิงอวิ๋น บุตรชายของเสนาบดีกรมโยธาธิการเหอเผิงเมื่อหนึ่งปีก่อน เนื่องจากเหอชิงอวิ๋นไปตามตอแยเฝิงมู่หลาน เขาจึงถูกฉู่หนิงเล่นงานจนถูกส่งสั่งย้ายไปเฝ้าประตูเมืองแต่เนื่องด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเหอเผิงกับองค์รัชทายาท เพียงหนึ่งปีจึงได้เลื่อนขั้นเป็นผู้บัญชาการค่ายพิทักษ์เมืองการมีพรรคพวกในราชสำนักย่อมช่วยให้ทำอะไรได้ง่าย เส้นทางของเหอชิงอวิ๋นซึ่งเป็นทายาทขุนนางจึงเรียกได้ว่าราบรื่นแต่ผู้ที่ตายครั้งนี้คือหวังเหวินกวง คือขุนนางระดับสูงขั้นสาม คือขุนนางที่วางตัวเป็นกลาง คือผู้ปกป้องพิทักษ์ฮ่องเต้หากเป็นเรื่องอื่น ฮ่องเต้อาจจะยอมหลับตาข้างหนึ่งปล่อยผ่านไปได้แต่เรื่องนี้ ฮ่องเต้จะไม่ยอมเด็ดขาด!ฮ่องเต้ถลึงพระเนตรมองเหอชิงอวิ๋น ตรัสด้วยพระพักตร์เหี้ยมเกรีย
Magbasa pa

บทที่ 887

ข่าวการตายของหวังเหวินกวงแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็วในฐานะคนที่ดี แม้ปกติหวังเหวินกวงจะหัวรั้นไปบ้าง แต่เขาก็เป็นคนที่ไม่เลวเลย คู่ควรให้เคารพนับถือหลายตระกูลใหญ่เดินทางไปแสดงความเสียใจที่จวนของหวังเหวินกวงเมื่อทราบข่าวณ จวนฉู่อ๋องในเวลานี้ฉู่อ๋องผ่านค่ำคืนอันสมบุกสมบันกับเสิ่นหว่านอิ๋งมาทั้งคืน กำลังเดินออกจากห้องด้วยหน้าตาสดชื่นในท่าเอามือยันเอวเขากำลังจะตะโกนเรียกให้คนเตรียมน้ำล้างหน้ามาให้ก็พบว่านอกห้องมีคนยืนอยู่เต็มไม่ได้มีแค่เสี่ยวชิงที่เป็นสาวใช้ของเสิ่นหว่านอิ๋ง แต่ยังมีหร่านหมิงกับหลิวโส่วเริ่นด้วยฉู่หนิงขมวดคิ้ว “ใต้เท้าหลิวมาทำอะไรที่นี่ตั้งแต่เช้า? หรือว่าจะเกิดเรื่องใหญ่?”หลิวโส่วเริ่นถอนหายใจยาว “ท่านอ๋อง เมื่อคืนนี้ใต้เท้าหวังเหวินกวงถูกสังหารกลางถนน และในการประชุมช่วงเช้านี้ ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้องค์ชายสิบกับเติ้งหงเหวินเป็นผู้รับผิดชอบสืบสวนคดีนี้พ่ะย่ะค่ะ!”สีหน้าของฉู่หนิงเปลี่ยนไปทันที “ใต้เท้าหวังเหวินกวงถูกสังหารหรือ? เรื่องสำคัญเช่นนี้ เหตุใดไม่รีบมารายงาน?”“เรื่องนี้…”หลิวโส่วเริ่นหันไปมองหร่านหมิงกับเสี่ยวชิงที่อยู่ด้านข้าง ยิ้มขม
Magbasa pa

บทที่ 888

ฉู่หนิงหรี่ตา สายตาจ้องเขม็งที่องค์ชายสิบฉู่ฮั่น กล่าวด้วยเสียงเยียบเย็น “พี่สิบหมายความว่าอย่างไร?”องค์ชายสิบมีสีหน้าเรียบเฉย “น้องสิบแปด เรื่องนี้จะโทษข้าไม่ได้นะ เรื่องของใต้เท้าหวังใหญ่หลวงมาก ข้าจำต้องทำตามหน้าที่!”“เมื่อคืนนี้ใต้เท้าหวังถูกสังหารหลังออกจากจวนเจ้า ข้าจึงสงสัยว่าเจ้าเป็นคนร้าย!”หร่านหมิงได้ยินดังนี้เบิกตาโพลง ตวาดลั่นว่า “กระไรนะ? นี่ท่านสงสัยท่านอ๋องหรือ?”องค์ชายสิบชำเลืองตามองหร่านหมิงอย่างเย็นชา “ข้ากำลังพูดอยู่ เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดแทรก?”“ท่าน…” หร่านหมิงโมโหฉู่หนิงยกมือห้ามเขาไว้พร้อมกับกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “แม่ทัพหร่านหมิงออกไปก่อน!”“ท่านอ๋อง แต่ว่าเขา…”“ข้าบอกว่า ออกไป!”“พ่ะย่ะค่ะ!”แม้จะไม่เต็มใจ แต่หร่านหมิงก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของฉู่หนิงฉู่หนิงมององค์ชายสิบนิ่ง ๆ “พี่สิบคิดจะโยนเรื่องนี้ให้หรือ? ในเมื่อสงสัยข้า เช่นนั้นก็ต้องมีหลักฐาน จะมาพูดจาส่งเดชโดยไม่มีหลักฐานไม่ได้”“หลักฐาน?”องค์ชายสิบหัวเราะ “จะหาหลักฐานก็ง่ายมาก แค่ให้คนของอาญาตรวจค้นจวนเจ้า ก็จะต้องพบหลักฐานอย่างแน่นอน!”คำพูดนี้ทำให้หร่านหมิงเดือดดาล “ไม่ได้ จวนอ๋องไม่ใ
Magbasa pa

บทที่ 889

จวนฉู่อ๋อง เรือนชั้นในเมื่อเจ้าหน้าที่กรมอาญาปรากฏตัวพร้อมอาวุธสังหารในมือ องค์ชายสิบฉู่ฮั่นก็ตาลุกวาวและพุ่งเข้าไปดูทันทีเขารับดาบมาดูด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ “ดาบเล่มนี้สอดคล้องกับรอยแผลบริเวณคอของใต้เท้าหวัง นี่ก็คืออาวุธสังหาร!”“เชิญทุกท่านดูได้!”องค์ชายสิบยกดาบในมือขึ้นสูง กล่าวเสียงดังฉะฉานว่า “นี่คืออาวุธสังหารที่ค้นเจอในจวนฉู่อ๋อง!”ฉู่หนิงหน้าดำทะมึน นิ่งเงียบไม่พูดอะไรเขาไม่รู้ว่าดาบเล่มนี้มาได้อย่างไรองค์รัชทายาทตกใจ นึกไม่ถึงว่าจะเจออาวุธสังหารที่นี่จริง ๆแย่แล้ว เขากำลังจะถูกองค์ชายสิบแย่งผลงานไปแล้ว!ไม่ได้ เขาต้องรีบเอาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในผลงาน ห้ามให้องค์ชายสิบยึดเอาไปแต่เพียงผู้เดียว!คิดได้ดังนี้ องค์รัชทายาทก็แสร้งทำเป็นโมโห จ้องฉู่หนิงแล้วตวาดว่า “ดียิ่งนัก เป็นฝีมือน้องสิบแปดจริง ๆ!”“ข้าไม่นึกเลยว่าเจ้าจะกระทำเรื่องเช่นนี้ ทหาร จับกุมฉู่หนิงเอาไว้ นำตัวเข้าวัง!”แม้องค์ชายสิบจะเป็นคนสั่งให้ค้นหลักฐานจนพบ แต่เพียงเขาเป็นคนจับกุมฉู่หนิงเอาไว้ ผลงานก็จะตกเป็นของเขาด้วยหร่านหมิงเดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟ ก้าวเข้ามาเอาตัวบังฉู่หนิงและตวาดลั่น “ผู้ใดกล้าลง
Magbasa pa

บทที่ 890

“เรื่องนี้ ให้เสด็จพ่อทรงตัดสินเถอะ!”“น้องสิบแปด ตามข้าเข้าวัง!”หร่านหมิงโมโห “ไม่ได้ ฉู่อ๋องห้ามไปที่ใดทั้งนั้น!”เขากลัวว่าฉู่หนิงเข้าวังไปแล้วจะไม่ได้กลับมาอีกแต่ฉู่หนิงรู้ตัวดีว่าวันนี้ตัวเองไม่มีทางเลือก มิเช่นนั้นต่อให้ตัวเองจะไม่ได้ทำ ก็จะหมดสิทธิ์พิสูจน์ความบริสุทธิ์เขาคิดแล้วกล่าวเสียงจริงจัง “หร่านหมิงถอยไป เจ้าจงปกป้องจวนอ๋องกับพระชายาให้ปลอดภัย ข้าไปไม่นานก็กลับ!”ว่าจบก็เดินออกไปเองแม้หร่านหมิงจะไม่เต็มใจแต่ก็รู้ว่าขัดคำสั่งฉู่หนิงไม่ได้ ทำได้เพียงไปรายงานสถานการณ์กับเสิ่นหว่านอิ๋งทันทีหลิวโส่วเริ่นเป็นห่วงว่าฉู่หนิงจะมีอันตรายจึงตามไปด้วยองค์รัชทายาทยกยิ้มมุมปาก เผยรอยยิ้มของผู้ชนะครั้งนี้ผลงานตกเป็นของเขาเป็นที่เรียบร้อย!องค์ชายสิบที่เดินตามมาก็มีสีหน้าลำพองใจเช่นกัน เสมือนมั่นใจว่าชนะแล้วมีเพียงเติ้งหงเหวินที่หันไปสั่งเจ้าหน้าที่กรมอาญาด้วยสีหน้าจริงจัง “เจ้ารีบนำดาบเล่มนี้ไปเทียบกับรอยแผลของใต้เท้าหวัง พร้อมทั้งใช้ผ้าพิมพ์รอยแผลหนึ่งฉบับส่งไปที่วัง ฝ่าบาทจะทรงเปรียบเทียบด้วยองค์เองอย่างแน่นอน!”“ขอรับ!” เจ้าหน้าที่กรมอาญารับคำสั่งแล้วไปที่จวนของห
Magbasa pa
PREV
1
...
8788899091
...
98
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status