“ท่านฉู่อ๋อง ฝ่าบาททรงพระประชวรหนัก หากต้องการเข้าเฝ้า อย่างไรก็ต้องให้คนไปกราบทูลก่อน”เซวียหวยเต๋อไม่ได้ขุ่นเคืองต่อท่าทีของฉู่หนิงแต่อย่างใดตอนนี้กองทัพแคว้นฉู่เปรียบเสมือนผู้กอบกู้ของพวกเขา ตัวเขาย่อมไม่มีทางก้าวล่วงฉู่หนิงในเวลาเช่นนี้ฉู่หนิงไม่ได้ทำให้เซวียหวยเต๋อต้องลำบากใจเช่นกัน พยักหน้ากล่าวเสียงทุ้มว่า “พาข้าเข้าวัง”“ข้าผู้เป็นอัครเสนาบดีขอเป็นคนพาฉู่อ๋องเข้าวังเอง”เพิ่งจะสิ้นเสียง ตี๋อิงก็ปรากฏกายเบื้องหน้าฉู่หนิง ฉู่หนิงมองอัครเสนาบดีแห่งต้าโจวรูปร่างอ้วนท้วนผู้นี้แล้วยิ้มว่า “หากแทนตัวเองว่าข้าผู้เป็นอัครเสนาบดี ท่านคงเป็นใต้เท้าตี๋อิงผู้เลื่องชื่อเป็นแน่?”“มิกล้า” ตี๋อิงก้าวออกมาคำนับ “คืนนี้ต้องขอบคุณฉู่อ๋องที่ช่วยเหลือ มิเช่นนั้นเกรงว่าทัพของเราจะรักษาเมืองลั่วไว้ไม่ได้”ตอนนี้ฉู่หนิงไม่มีอารมณ์มาเสวนาตามมารยาท คิดเพียงจะรีบเข้าวังไปพบฮ่องเต้หญิงให้ไวที่สุด“เก็บคำขอบคุณเหล่านี้ไว้พูดยามที่ข้าได้พบฮ่องเต้หญิงแล้วเถิด ครั้งนี้ข้ามาเพราะมีกิจธุระสำคัญจะหารือกับนาง”“เชิญทางนี้พ่ะย่ะค่ะ”ตี๋อิงไม่กล้าชักช้า ทำท่าผายมือเชิญทันทีฉู่หนิงควบอาชามุ่งหน้าตรงไ
Read more