Lahat ng Kabanata ng ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา: Kabanata 951 - Kabanata 960

972 Kabanata

บทที่ 951

“ว่าอย่างไร หรือเจ้าคิดว่ารางวัลพระราชทานของเรานั้นยังไม่น่าพอใจหรือ?”ฮ่องเต้ขมวดพระขนง สองเนตรจ้องฉู่หนิงเขม็งเจ้าเด็กนี่คงมิได้คิดว่ามีความชอบในการช่วยอารักขาแล้ว ก็จะอาศัยเรื่องนี้มาขอพระราชทานรางวัลใหญ่กระมัง?ตำแหน่งแม่ทัพขั้นเอก ในหมู่ขุนนางฝ่ายบู๊ก็แทบเสมอแม่ทัพใหญ่แล้ว หากเท่านี้แล้วยังไม่พอใจอีก ก็จะนับว่าละโมบเกินไปแล้ว!ขณะครุ่นคิดอยู่นั้น ฉู่หนิงกลับกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เสด็จพ่อ ลูกพอใจในของรางวัลของท่านยิ่งนัก แต่เรื่องเมื่อคืน หร่านหมิงและใต้เท้าเติ้งต่างออกแรงไม่น้อย ลูกจึงอยากทูลขอพระราชทานรางวัลให้พวกเขาทั้งสองคนพ่ะย่ะค่ะ”ที่แท้ก็ทูลขอรางวัลแก่ลูกน้องเบื้องล่างของตนตราบใดที่มิใช่ฉู่หนิงต้องการขอรางวัลเพื่อตนเอง ทุกสิ่งก็ยังเจรจากันได้ฉู่หนิงเป็นถึงชินอ๋อง ยศศักดิ์มิอาจยกสูงไปกว่านี้แล้ว ตำแหน่งขุนนางก็เป็นถึงแม่ทัพขั้นเอก เรียกได้ว่าอยู่จุดสูงสุดของผู้เป็นขุนนางแล้วสำหรับฉู่หนิง จึงแทบไม่มีสิ่งใดจะพระราชทานเพิ่มได้อีกแต่หร่านหมิงกับเติ้งหงเหวินนั้นต่างออกไป ตำแหน่งของทั้งสองยังมิได้สูงมากนักเมื่อคืนตอนเข้ามาอารักขา หร่านหมิงเป็นผู้นำพาเหล่าทหารฆ่
Magbasa pa

บทที่ 952

นับแต่ครั้งองค์ชายรองปลิดชีพตน เขาก็เริ่มสังเกตเห็นว่า ความคิดของฉู่หนิงมิได้เหมือนเดิมอีกต่อไปการขยายตัวของตระกูลเสิ่นในครานี้ ก็ยิ่งเผยให้เห็นเจตนาของฉู่หนิงแม้ฉู่หนิงจะมิได้เอ่ยชัดว่าจะชิงบัลลังก์ แต่ทุกเหตุการณ์นับแต่องค์ชายรองสิ้นพระชนม์ ล้วนพูดได้ว่าคือการเตรียมพร้อมเพื่อแย่งชิงราชบัลลังก์!หากคิดแย่งชิงบัลลังก์ ก็จะต้องมีอำนาจและทรัพย์สินที่มากพอทำให้ตระกูลเสิ่นเข้มแข็ง ก็เท่ากับทำให้จวนฉู่อ๋องเข้มแข็ง!เมื่อพลังอำนาจมากพอ เขาเชื่อว่าฉู่หนิงย่อมไม่พึงพอใจในฐานะเดิมฉู่หนิงพอใจกับคำตอบของหลิวโส่วเริ่น จึงพยักหน้าแล้วกล่าวยิ้ม ๆ “ครั้งก่อนพี่สิบรับช่วงกิจการของพี่แปดไปไม่น้อย ส่วนพี่แปดก็รับช่วงกิจการบางส่วนของพี่รองไป!”“บัดนี้กิจการเหล่านั้นทั้งหมดตกอยู่ในมือตระกูลเสิ่น ครานี้องค์รัชทายาทกับพวกมิได้สิ่งใดไปเลย!”ฉู่หนิงเว้นวรรคเล็กน้อย แล้วหันไปมองเติ้งหงเหวินพร้อมกล่าวยิ้ม ๆ “ครานี้ที่ใต้เท้าเติ้งได้เป็นเสนาบดีกรมพิธีการ นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่คาดไม่ถึง”เติ้งหงเหวินยังคงมีท่าทีสงบ มิหวั่นไหวสิ่งใด “ทั้งหมดต้องขอบพระคุณท่านอ๋อง มิเช่นนั้น ฮ่องเต้คงไม่พระราชทานตำแหน
Magbasa pa

บทที่ 953

ฉู่หนิงส่งหลิวโส่วเริ่นกับเติ้งหงเหวินกลับไป แล้วจึงไปหาเสิ่นหว่านอิ๋งเรื่องราวทั้งหลายเสร็จสิ้นเสียที ช่วงหลายวันนี้จะได้อยู่เป็นเพื่อนเสิ่นหว่านอิ๋งได้อย่างสงบส่วนเรื่องจัดตั้งหน่วยข่าวกรอง มีกรมคลังช่วยเหลือ อีกทั้งความรอบคอบของเติ้งหงเหวิน และเงินทุนสนับสนุนมากมายเช่นนี้ คาดว่าอีกไม่นานก็จะก่อตั้งได้เสร็จสมบูรณ์เรื่องถัดไป ก็คือช่วยตระกูลเสิ่นทำให้กิจการที่รับมาจากองค์ชายสิบมั่นคง พร้อมทั้งติดตามข่าวสารจากแคว้นเยี่ยนทว่าหลายวันมานี้ ในเมืองหลวง มิได้สงบสุขแต่อย่างใดในวันนั้นฮ่องเต้ทรงสั่งเผาตำหนักอิงอู่ แล้วย้ายไปประทับที่ตำหนักหย่างซินส่วนมารดาขององค์ชายแปดและองค์ชายสิบ ในฐานะซูเฟย หนึ่งในสี่พระสนมขั้นสูง ได้ปลิดชีพตนเองด้วยการแขวนคอในวันเดียวกันเดิมคิดว่ามารดาจะรุ่งเรืองเพราะบุตร มิคาดว่าบุตรทั้งสองกลับจากไปติด ๆ กัน ซูเฟยทนรับผลลัพธ์เช่นนี้มิได้ จึงเลือกจบชีวิตตนฮ่องเต้ดูคล้ายมิได้โศกเศร้าอันใด เพียงสั่งให้สำนักกิจการภายในจัดพิธีศพตามฐานะนางสนมพิธีศพเร่งรีบยิ่ง ครั้นพ้นเจ็ดวันแรกก็ทำการฝังฉู่หนิงเข้าร่วมพิธีศพของราชวงศ์เป็นครั้งแรก ส่วนเติ้งหงเหวินในฐานะเสนาบ
Magbasa pa

บทที่ 954

เดิมคิดว่าครานี้มีองค์ชายสิ้นพระชนม์ เหรินเหวินเซวียนคงไม่ขัดขวางการยกทัพ มิคาดว่าผู้นี้ยังยกเหตุผลมากมายขึ้นมาฮ่องเต้ต้าเยี่ยนครุ่นคิดพลางใช้นิ้วชี้ข้างขวาเคาะพนักวางแขนของบัลลังก์มังกรเบา ๆยามนี้ เหล่าขุนศึกก็อยู่ไม่สุขแล้วกว่าจะได้โอกาสสร้างผลงานเช่นนี้ จะปล่อยให้เหรินเหวินเซวียนมาทำลายได้อย่างไรบุรุษร่างกำยำที่เป็นแกนนำพลันเบิกตากว้าง แค่นเสียงเย็นชา “ท่านอัครมหาเสนาบดี หากท่านจะเป็นเต่าหดหัวก็ไม่มีผู้ใดห้าม แต่อย่าลากพวกข้าไปด้วย!”“ฮึ หากองค์ชายผู้หนึ่งถูกสังหาร แล้วราชวงศ์เรายังไม่ลงมือใด ๆ ภายหน้าจะยืนหยัดในใต้หล้าได้อย่างไร!”ขุนศึกคนอื่น ๆ ก็เหมือนพบทางระบาย ต่างเทความไม่พอใจทั้งหมดใส่เหรินเหวินเซวียนชั่วขณะนั้น เหรินเหวินเซวียนจึงกลายเป็นเป้าถูกโจมตีจากทุกฝ่ายทว่าเหรินเหวินเซวียนยังคงมีสีหน้าเฉยเมย ปล่อยให้ผู้คนเยาะเย้ยถากถางโดยไม่ไหวติงฮ่องเต้ต้าเยี่ยนมองเหรินเหวินเซวียนไม่วางตา เห็นเขามิเอ่ยคำใด จึงโบกพระหัตถ์ให้เหล่าขุนศึกหยุดพูดจากนั้น ฮ่องเต้ต้าเยี่ยนก็ตรัสเสียงเรียบเฉยว่า “ท่านอัครมหาเสนาบดี เพียงเหตุผลแค่นี้ เกรงว่าจะมิอาจโน้มน้าวเหล่าขุนศึกได้”เหร
Magbasa pa

บทที่ 955

การตายของเยี่ยนอู๋จี้ กลายเป็นข้ออ้างให้แคว้นเยี่ยนยกทัพฮ่องเต้ต้าเยี่ยนผู้เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยาน ไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ไปประการหนึ่ง แคว้นฉู่กำลังทำศึกกับแคว้นจ้าว กำลังหลักยกไปถึงแคว้นจ้าวแล้ว ภายในแคว้นแม้มีกำลังทหารอยู่บ้าง แต่จำนวนมิได้มาก กำลังรบก็มิได้แข็งแกร่งหากไม่ฉวยโอกาสโจมตี ย่อมพลาดจังหวะอันดีภายหน้าจะหาเหตุอันเหมาะเช่นนี้เพื่อยกทัพโจมตีแคว้นฉู่ได้ยาก!อีกทั้งพวกเขาผ่านศึกหนักมาครึ่งปี กดดันราชวงศ์ต้าโจวได้ สถานการณ์ตนเองผ่อนคลายลงมาก ยามนี้จึงเหมาะแก่การยกทัพ!ครั้นจัดการเหรินเหวินเซวียนผู้คัดค้านเพียงหนึ่งเดียวได้แล้ว ทั้งราชสำนักแคว้นเยี่ยนก็เป็นหนึ่งเดียว มุ่งยึดแคว้นฉู่ให้ได้ในคราเดียวเมื่อฮ่องเต้แคว้นเยี่ยนมีรับสั่ง ทั้งราชสำนักแคว้นเยี่ยนก็เคลื่อนไหว ใช้เวลาเพียงสิบวันก็รวบรวมกองทัพ แล้วพุ่งตรงสู่ชายแดนแคว้นฉู่ข่าวการยกทัพของแคว้นเยี่ยน สามวันถัดมาก็ส่งถึงแคว้นฉู่ ทำให้ทั้งแคว้นสั่นสะเทือนแม้ว่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊จะคาดการณ์ไว้แล้ว แต่ครั้นข่าวมาถึง ทุกคนก็ยังคงตกตะลึงฮ่องเต้จึงทรงเรียกขุนนางเข้าประชุมเรื่องนี้ที่พระราชวังเป็นการเร่งด่วนหน้าป
Magbasa pa

บทที่ 956

“หนึ่งปีมานี้ปิงโจวพัฒนาขึ้นไม่น้อย เช่นนั้นก็ให้ทางปิงโจวเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องเสบียงและเบี้ยหวัดเถอะ!”องค์ชายสี่ก้าวตามออกมากล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เสด็จพ่อ เสด็จพี่รัชทายาทกล่าวได้ถูกต้องยิ่ง ในเมื่อเรื่องนี้มีต้นเหตุจากน้องสิบแปด ย่อมสมควรให้น้องสิบแปดเป็นผู้รับผิดชอบด้วยตัวเอง”“ยิ่งไปกว่านั้น น้องสิบแปดก็เคยมีชัยเหนือกองทัพแคว้นจ้าวที่ปิงโจว มีชื่อเสียงและบารมีเลื่องลือในกองทัพ หากมีเขาเป็นผู้ต้านกองทัพแคว้นเยี่ยนที่แนวหน้า เชื่อว่าจะสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารของเราได้เป็นแน่”จะให้ระดมกำลังพลคงเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้แคว้นฉู่ไม่เหลือไพร่พลที่จะระดมได้อีกแล้วแต่กับเรื่องเสบียงและเบี้ยหวัด พวกเขาสามารถโยนภาระให้ปิงโจวซึ่งอยู่ใต้การดูแลของฉู่หนิงเป็นผู้รับผิดชอบ!พวกเขารอคอยวันนี้มาเนิ่นนานเหลือเกิน!ตลอดครึ่งเดือนมานี้ ฉู่หนิงสร้างชื่อเสียงล้ำหน้าพวกเขาไปไกลจากการปราบปรามกบฏ ราษฎรในเมืองต่างให้การยอมรับในตัวฉู่หนิงมากขึ้นเรื่อย ๆไม่ว่าจะภัตตาคารหรือโรงเตี๊ยม ต่างก็เล่าขานถึงผลงานของเขาทั้งสิ้นหากเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเขาจะถูกฉู่หนิงกดข่มไว้โดยสมบูรณ์!ครั้งนี้แคว้นเยี่ยนยกทัพ
Magbasa pa

บทที่ 957

ฮ่องเต้ลังเลพระทัยต่อคำขอของฉู่หนิงด้านหนึ่ง เขาก็ไม่ประสงค์จะแบกรับภาระเรื่องเสบียงและเบี้ยหวัดของกองทัพแนวหน้า อยากให้ฉู่หนิงแบกรับเพียงลำพังอีกด้านหนึ่ง เขาก็ไม่อยากมอบสิทธิ์ในการปกครองเหลียงโจวให้แก่ฉู่หนิงลำพังปิงโจวเพียงแห่งเดียวก็ทำให้ฉู่หนิงมีอำนาจและบารมีเหนือองค์รัชทายาทและองค์ชายคนอื่น ๆ แล้ว หากยังมอบเหลียงโจวให้อีก ฉู่หนิงจะไม่ติดปีกเลยหรือ?ขณะที่ฮ่องเต้กำลังไตร่ตรอง บรรยากาศก็ตกอยู่ในความเงียบฉู่หนิงฉีกยิ้ม “ในเมื่อเสด็จพ่อไม่ทรงยินยอม เช่นนั้นเปลี่ยนตัวผู้ที่จะไปแนวหน้าดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”มุมปากองค์รัชทายาทกระตุกหากเปลี่ยนตัว มันก็มีโอกาสสูงมากที่เขาจะถูกเลือก!ไม่ได้ จะเปลี่ยนตัวไม่ได้เด็ดขาดก็แค่มอบเหลียงโจวให้ฉู่หนิงปกครอง ตราบใดที่ฉู่หนิงยังเป็นองค์ชาย เหลียงโจวก็ยังคงเป็นของแคว้นฉู่องค์รัชทายาทขมวดคิ้ว ทำทีเป็นไม่พอใจ “น้องสิบแปดจะรีบร้อนอันใด เสด็จพ่อไม่ได้ปฏิเสธ ไม่แน่ว่าจะตอบตกลงก็ได้?”องค์ชายสี่ได้สติก็รีบก้าวออกไปคำนับ “เสด็จพ่อ ลูกมองว่าการมอบเหลียงโจวให้น้องสิบแปดดูแลอาจจะเป็นเรื่องดี”“เพราะปิงโจวที่อยู่ภายใต้การดูแลของน้องสิบแปดก็ถูกฟื
Magbasa pa

บทที่ 958

ทว่าฮ่องเต้ฟังแล้วเพียงมององค์รัชทายาทปราดหนึ่ง ตรัสอย่างเรียบเฉยว่า “เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ในช่วงที่ฉู่หนิงไม่อยู่เมืองหลวง เจ้าจงตั้งใจศึกษาวิธีบริหารราชการให้ดี”“หลังจากนี้เราจะไปดูแลการสร้างสุสานหลวงด้วยตัวเอง จะมอบงานในราชสำนักทั้งหลายให้เจ้าเป็นคนจัดการ”ภายในใจองค์รัชทายาทสั่นสะท้าน รู้ตัวว่าฮ่องเต้ไม่พอพระทัยในตัวเขา จะช่วยเพิ่มบารมีให้ตัวเขาด้วยองค์เอง“เสด็จพ่อโปรดวางพระทัย ลูกจะดูแลจัดการงานในราชสำนักให้ดี” องค์รัชทายาทลอบยินดีในใจฮ่องเต้ไม่อยู่ในราชสำนัก งานทั้งหมดจะตกมาอยู่ในการดูแลของเขา แน่นอนว่ารวมถึงการศึกที่แนวหน้าด้วย!เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็จะมีช่องว่างให้ทำอะไรได้เยอะมาก!ฉู่หนิงหนอ ฉู่หนิง เจ้าจงภาวนาขอให้ตัวเองอย่าได้ตกมาอยู่ในกำมือข้า มิเช่นนั้นเจ้าจะได้เห็นดีแน่!องค์รัชทายาทสืบเท้าออกจากตำหนักหย่างซินอย่างเบิกบานใจด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องและเวลานี้ ตัวฉู่หนิงก็กลับถึงจวนอ๋อง เตรียมตัวออกศึกจวนฉู่อ๋อง ห้องโถงรับรองฉู่หนิงเรียกรวมทุกคนมาหารือ ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่หลิวโส่วเริ่นกับเติ้งหงเหวินที่มา แม้แต่จางเสวียน หลี่ว์ซิวเหวิน และอวิ๋นเจี้ยน
Magbasa pa

บทที่ 959

จวนฉู่อ๋อง เรือนหลังวันนี้เสิ่นหว่านอิ๋งผิดแผกไปจากปกติ นางไม่ได้ไปนั่งคัดอักษรหรือปักผ้าเช็ดหน้าที่ศาลา แต่เดินวนไปมาอยู่ในเรือนหลังใบหน้าดวงงามเผยความกังวลออกมาเสี่ยวชิงผู้เป็นสาวใช้คนสนิทที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นดังนี้ก็ปลอบประโลมด้วยรอยยิ้ม “คุณหนู ท่านอ๋องเพียงไปร่วมประชุมที่วังหลวง เหตุใดท่านต้องกังวลขนาดนี้?”“ที่ผ่านมาท่านอ๋องก็เคยไปเข้าประชุมที่วังหลวง แต่เหตุใดวันนี้ท่านจึงมีอาการร้อนรนเช่นนี้เล่าเจ้าคะ?”เสิ่นหว่านอิ๋งได้สติ นางส่ายหน้าพลางถอนหายใจยาว ๆ “เจ้าไม่เข้าใจ การตายของเยี่ยนอู๋จี้จะเป็นเหตุให้แคว้นเยี่ยนยกทัพมาบุกอย่างแน่นอน ลองคำนวณเวลาดูแล้ว ตอนนี้คงจะมีข่าวคราวจากแคว้นเยี่ยนแล้วล่ะ”“ข้าเป็นห่วงว่าท่านอ๋องเข้าวังครานี้ ฝ่าบาทจะทรงมอบหมายให้เขาไปต้านทัพศัตรูที่แนวหน้า”เสี่ยวชิงเบ้ปาก “มิใช่ว่าที่แนวหน้ามีแม่ทัพใหญ่หรอกหรือ ได้ยินว่าแม่ทัพใหญ่แข็งแกร่งดุดันมาก ทั้งยังบัญชาการกองทัพมาหลายปี น่าจะต้านทานกองทัพแคว้นเยี่ยนได้อยู่แล้ว”แม้จะไม่ค่อยรู้เรื่องการศึกที่แนวหน้า แต่นางกลับเคยได้ยินชื่อเสียงอันเกรียงไกรของแม่ทัพใหญ่ในมุมมองของเสี่ยวชิงแล้ว ที่แนวหน้
Magbasa pa

บทที่ 960

แต่แน่นอน เรื่องประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องให้เขาลงมือจัดการด้วยตัวเอง มอบหมายให้ผู้ตรวจการเหลียงโจวคนใหม่อย่างจางเสวียนก็พอระหว่างที่กำลังครุ่นคิด จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากนอกเรือน ตามมาด้วยเสียงของหร่านหมิง“ท่านอ๋อง ท่านอ๋อง…”หร่านหมิงเดินพรวดพราดเข้ามาโดยไม่มีการรายงานเขาชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นฉู่หนิงกอดกับเสิ่นหว่านอิ๋ง จากนั้นรีบหันศีรษะไปทางอื่น ทำทีเป็นไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเสิ่นหว่านอิ๋งเขินอายเล็กน้อย รีบผลักฉู่หนิงออกแล้วหนีเข้าห้องฉู่หนิงสูดดมกลิ่นหอมของเส้นผมที่หลงเหลือในอากาศ มุมปากกระตุก เขาหันไปมองหร่านหมิงและกล่าวเสียงเย็น“หากเจ้าไม่มีเหตุผลที่น่าพึงพอใจมาให้ข้า วันนี้เจ้าต้องถูกโบยยี่สิบไม้!”สีหน้าของหร่านหมิงเปลี่ยนไป เขายื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้ “ท่านอ๋อง นี่เป็นจดหมายลายพระหัตถ์ของฮ่องเต้หญิงต้าโจวที่ถูกส่งมาด้วยม้าเร็วแปดร้อยลี้”ฮ่องเต้หญิงต้าโจว?ฉู่หนิงชะงักงันไปชั่วขณะเมื่อได้ยินชื่อนี้ ความทรงจำย้อนคืนกลับไปยังวันนั้นและบนรถม้าคันนั้นทั้งสองคนเคยมีช่วงเวลาพิเศษร่วมกันสองครั้ง ครั้งหนึ่งคือยามค่ำคืน อีกครั้งหนึ่งคือบนรถม้าครั้งที่เป็นยามค่ำ
Magbasa pa
PREV
1
...
939495969798
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status