All Chapters of ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา: Chapter 961 - Chapter 970

972 Chapters

บทที่ 961

ฉู่หนิงมองจดหมายในมือ นิ่งเงียบไม่เอ่ยถ้อยคำใด ๆ อยู่เนิ่นนานหร่านหมิงเห็นฉู่หนิงไม่พูดไม่จาก็นึกว่าเป็นความผิดของตัวเอง คอตกถอยออกจากเรือนแม้จะเป็นคนซื่อบื้อ แต่หร่านหมิงไม่ได้โง่เขลา กลัวว่าฉู่หนิงโมโหขึ้นมาแล้วจะสั่งโบยเขาจริง ๆภายในเรือน ฉู่หนิงมองจดหมายพลางก้มหน้าครุ่นคิดอันที่จริง หากเขาเดินทางไปยังแนวหน้าตามพระราชบัญชาของฮ่องเต้ มันย่อมไม่มีปัญหาใด ๆ จะมีเพียงก็แต่ความรู้สึกผิดต่อฮ่องเต้หญิงต้าโจวนอกจากนี้ หากว่ากันตามตรงแล้ว เขากับนางเพียงมีสัมพันธ์สวาทร่วมกันแค่สองคืนเท่านั้นไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นความรักแต่หากปล่อยให้ฮ่องเต้หญิงต้าโจวพ่ายแพ้และถูกสังหาร เขาก็รู้สึกละอายใจต่อมโนธรรมของตัวเองไม่ใช่ว่าเขาเป็นพวกเจ้าชู้ไม่รู้จักพอแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะเขาก้าวข้ามความรู้สึกในใจไม่ได้จริง ๆเมื่อนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เคยผ่านมาด้วยกันกับฮ่องเต้หญิงต้าโจว ฉู่หนิงก็มีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังด้วยนิสัยที่หยิ่งทะนงของอีกฝ่ายแล้ว หากไม่สิ้นไร้หนทางจริง ๆ ก็ไม่มีทางขอความช่วยเหลือจากเขาเด็ดขาดในเมื่อนางยอดลดศักดิ์ศรีมาเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือด้วยตัวเอง หมายความว่าสถา
Read more

บทที่ 962

“กระหม่อมน้อมรับบัญชา!” จ้าวหมิงรับคำสั่งแล้วออกไปถ่ายทอดราชโองการทันทีการแจ้งเรื่องนี้ให้แม่ทัพใหญ่ทราบ ก็เพื่อให้แม่ทัพใหญ่ได้เตรียมพร้อมล่วงหน้าในเมื่อหมายจะให้แม่ทัพใหญ่เป็นผู้คานอำนาจกับฉู่หนิง เช่นนั้นก็ต้องช่วยเหลือแม่ทัพใหญ่เพียงแค่แม่ทัพใหญ่เตรียมการล่วงหน้า เมื่อฉู่หนิงไปถึงแนวหน้า เขาก็จะถูกกดข่มไว้อยู่ดีต่อให้ฉู่หนิงจะเก่งกาจเพียงใด สุดท้ายก็ไม่อาจรอดพ้นจากเงื้อมพระหัตถ์ฮ่องเต้!ฮ่องเต้พอพระทัยกับแผนการของตัวเองมาก รู้สึกว่าแผนการของตัวเองสมบูรณ์แบบไร้ช่องโหว่จากนั้น ครึ่งชั่วยามต่อมา องครักษ์เงาก็มาแจ้งข่าวว่าฉู่อ๋องนำคนออกเดินทางแล้ว!ฮ่องเต้ที่ทรงทราบข่าวออกมายืนอยู่หน้าตำหนักหย่างซิน ทอดพระเนตรไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ พระพักตร์ฉายแววเจ้าเล่ห์ในที่สุดฉู่หนิงก็ไปเสียที เราจะได้ไปคุมการสร้างสุสานหลวงได้อย่างสบายใจ ส่วนงานราชกิจก็ให้องค์รัชทายาทจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ในการควบคุมของเรา!ฮ่องเต้แย้มยิ้มออกมา รับสั่งว่า “ถ่ายทอดราชโองการ นับแต่นี้เป็นต้นไป องค์รัชทายาทจะเป็นผู้สำเร็จราชการ!”“นอกจากนี้ ให้เสนาบดีเหอเผิงจากกรมโยธาธิการเดินทางไปยังสุสานหลวงพร
Read more

บทที่ 963

เมืองลั่ว เมืองหลวงของต้าโจวเมืองซึ่งมีประวัติศาสตร์หลายร้อยปี กำแพงเมืองสูงหลายสิบจั้ง มองจากไกล ๆ แล้วเหมือนป้อมปราการทางธรรมชาติบนกำแพงเมือง ทหารต้าโจวที่พ่ายแพ้จนต้องถอยร่นมามีขวัญกำลังใจตกต่ำ พวกเขาไร้กำลังใจจะสู้กับกองทัพของเหลียงอ๋องที่อยู่นอกเมืองและห่างจากนอกเมืองออกไปสามลี้ มีกระโจมทหารตั้งเรียงราย ธงประจำกองทัพโบกสะบัด เหล่าทหารกำลังฝึกฝนบริเวณนอกค่ายทหารในเวลานี้ บุรุษวัยกลางคนร่างผอมและมีดวงตาเรียวยาวผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่บนหลังม้าข้างกายของเขาคือแม่ทัพสวมหมวกเกราะพู่แดง ในชุดเกราะสีดำคลุมทับด้วยผ้าคลุมสีขาว บุรุษวัยกลางคนร่างผอมก็คือเหลียงอ๋องของต้าโจว นาม หลี่หลง ส่วนอีกคนคือแม่ทัพใหญ่แคว้นเยี่ยน เยี่ยนอวี้เฉิง!“แผนการของเหลียงอ๋องช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก การโจมตีด้วยจิตวิทยาในช่วงไม่กี่วันมานี้ทำให้ราษฎรในเมืองตกอยู่ในความหวาดกลัว อยากจะหนีออกจากเมืองตั้งแต่เดี๋ยวนี้”เยี่ยนอวี้เฉิงมองเมืองลั่วซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล ใบหน้าฉายแววตื่นเต้นออกมา “เพียงต้องรออีกไม่วัน ขวัญกำลังใจของทัพศัตรูก็จะพังทลายลง ราษฎรก่อจลาจล เมื่อนั้นก็จะถึงเวลาที่ท่านและข้าจะบุกโจมตี”เดิมที
Read more

บทที่ 964

เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นกองกำลังขนาดใหญ่สีดำทะมึนมุ่งหน้ามาทางกำแพงเมือง“แย่แล้ว ศัตรูบุก!”“รีบเป่าแตรสัญญาณ!”“อู่~”เสียงแตรสัญญาณดังกึกก้องทำให้ราษฎรในเมืองตื่นตกใจ หลายคนกรูออกมาตามท้องถนนเพื่อดูสถานการณ์กองกำลังทหารในเมืองที่ทำหน้าที่ป้องกันรีบมุ่งหน้าไปยังประตูเมืองเพื่อสนับสนุน ท้องถนนเต็มไปด้วยทหารเกิดการต่อสู้อย่างรวดเร็ว หลายวันนี้ฝ่ายทัพกบฏมีการเตรียมรถทะลวงประตูและบันไดพาดกำแพงเมืองไว้อย่างครบครัน พวกเขาเปิดฉากโจมตีภายใต้เสียงกลองที่ปลุกขวัญกำลังใจมีเสียงฆ่าฟันดังมาจากประตูเมืองทั้งสี่ทิศพร้อมกัน สร้างความแตกตื่นให้กับราษฎรทั่วทั้งเมืองวังหลวง ฮ่องเต้หญิงถูกนางกำนัลปลุกให้ตื่น“ฝ่าบาท ท่านอัครเสนาบดีตี๋ขอเข้าเฝ้าเพคะ”“มาขอเข้าเฝ้าเราในเวลาดึกดื่นเช่นนี้ ต้องมีเรื่องสำคัญเป็นแน่…แค่ก ๆ ให้เขาเข้ามาได้”ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้น ตี๋อิงประสานมือคำนับเมื่อเข้ามาถึง “ฝ่าบาท แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ทัพศัตรูโจมตีเมืองแล้ว!”ฮ่องเต้หญิงที่อยู่หลังม่านไข่มุกนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสด้วยเสียงลึกทุ้ม “เห็นทีว่าเหลียงอ๋องคงรอไม่ไหวแล้ว เขาเลือกโจมตีเมืองในเ
Read more

บทที่ 965

ศึกที่เมืองลั่วดำเนินไปอย่างดุเดือด กองทัพกบฏและกองทัพแคว้นเยี่ยน ทำการโจมตีภายใต้แผนการของเหลียงอ๋องหลี่หลงแม้จะไม่ได้บุกโจมตีรุนแรง แต่กลับทำให้ราษฎรและตระกูลชั้นสูงในเมืองรู้สึกถึงภัยคุกคามเพียงชั่วข้ามคืน ราษฎรในเมืองก็พากันกรูไปทางประตูเมืองอย่างบ้าคลั่ง ร้องขอให้ทหารต้าโจวเปิดประตูเมืองขณะเดียวกัน ทางฝ่ายตระกูลชั้นสูงก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว ส่งคนเข้าไปปลุกปั่นในหมู่ราษฎร ทำให้ราษฎรโกรธแค้นจนถึงขั้นคิดจะพังประตูเมืองออกไปกองกำลังรักษาเมืองจนปัญญาจะรับมือ ทำได้เพียงส่งทหารไปสกัดกั้นราษฎรไว้ตามถนน ทว่าการทำเช่นนี้ก็กลายเป็นขวางทางกำลังเสริมของตัวเองด้วยเช่นกันตี๋อิงรีบเดินทางมายังถนนฝั่งตะวันออกทันทีที่ทราบข่าวเมื่อเห็นราษฎรที่แออัดจนมืดฟ้ามัวดิน ตี๋อิงพลันต้องหน้าซีดเผือดเขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองก่อนจะขึ้นไปตะโกนจากบนที่สูง “ทุกท่าน โปรดฟังข้าสักหน่อย!”ราษฎรที่กำลังโวยวายค่อย ๆ เงียบเสียงลง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ตี๋อิง“ข้าคืออัครเสนาบดีแห่งต้าโจว ขอรับรองต่อทุกท่านว่า ศึกครั้งนี้พวกเราจะยืนหยัดต่อสู้จนถึงที่สุด!”ตี๋อิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจ
Read more

บทที่ 966

วางแผนมาเนิ่นนาน ใกล้จะสำเร็จ จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไรสามวัน เพียงอีกสามวัน เขาก็จะได้นั่งบัลลังก์มังกรอยู่เหนือคนนับหมื่นถึงครานั้น จะต้องกดฮ่องเต้หญิงผู้นั้นไว้ใต้ร่าง แล้วหยามเหยียดอย่างสาสมครั้นนึกถึงใบหน้างดงามสูงส่งของฮ่องเต้หญิง ใบหน้าก็เผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มในแบบที่บุรุษด้วยกันย่อมเข้าใจดีครานี้ เขาก็จะได้เชยชมฮ่องเต้หญิงดูเสียหน่อย!ทว่าที่หลี่หลงมิรู้คือ ยามนี้มีกองทัพหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้หลังเร่งรุดตลอดคืน ในที่สุดเมื่อรุ่งสางก็มาถึงนอกเมืองลั่วทว่าเสียงโห่ร้องฆ่าฟันจากระยะไกล ทำให้ฉู่หนิงมิได้เข้าใกล้ หากแต่เลือกซุ่มกำลังในป่าแห่งหนึ่ง พลางรอฟังข่าวจากพลสอดแนมหนึ่งชั่วยามถัดมา ฉู่หนิงกำลังกินเสบียงแห้ง เสียงกีบม้าก็ดังมาจากถนนไกลออกไปพลสอดแนมสองนายควบม้ากลับมาแล้ว!“คารวะท่านอ๋อง!”“ว่ามา สถานการณ์เมืองลั่วเป็นเช่นไร?”“ทูลท่านอ๋อง เมืองลั่วกำลังถูกกองทัพกบฏต้าโจวและกองทัพแคว้นเยี่ยนล้อมโจมตี อีกทั้งชาวเมืองภายในก็ดูเหมือนจะก่อจลาจลแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ครั้นสิ้นคำ ฉู่หนิงสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย “ไฉนจึงเป็นเช่นนี้? หรือว่าฮ่องเต้หญิงแห่งต้าโจวมิอาจควบคุม
Read more

บทที่ 967

ศึกพิทักษ์เมืองลั่วได้เปิดฉากแล้วกองทัพราชวงศ์ต้าโจวด้านหนึ่งต้องรับมือการโจมตีเต็มกำลังของศัตรูนอกเมือง อีกด้านหนึ่งยังต้องรับมือการจลาจลของราษฎรและตระกูลสูงศักดิ์ภายในเมืองชั่วขณะหนึ่ง กองทัพต้าโจวกลับตกอยู่ในสภาพรับมืออย่างทุลักทุเลเวลาเพียงวันเดียวเท่านั้น แนวป้องกันของทหารรักษาเมืองเกือบถูกตีแตกพ่ายศึกดุเดือดดำเนินจากกลางวันจนถึงยามค่ำ กองทัพนอกเมืองจึงพักรบชั่วคราวเพื่อพักกำลังไม่ง่ายเลยกว่าจะมีจังหวะได้พักหายใจ เซวียหวยเต๋อ แม่ทัพใหญ่ต้าโจวจึงฉวยจังหวะนี้ไปพบกับตี๋อิง“ท่านเสนาบดี!”เซวียหวยเต๋อถอดหมวกเกราะออกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แล้วกล่าวเสียงขรึม “หากศึกนี้ยังดำเนินต่อเช่นนี้ พวกเราต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!”“เดิมทีอาศัยกำแพงสูงใหญ่ของเมืองลั่ว กองทัพเราสามารถยืนหยัดได้หนึ่งเดือน แต่บัดนี้ถนนในเมืองถูกชาวบ้านยึดครอง ส่งผลต่อความเร็วในการสนับสนุน แม้กระทั่งการลำเลียงเสบียงก็ถูกขัดขวาง”“หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่ากองทัพพวกเราจะยืนหยัดไม่ถึงวันพรุ่ง”สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันเมืองคือสิ่งใด?ย่อมเป็นหินกลิ้ง ท่อนซุง น้ำมันเดือด และธนูแต่สิ่งเหล่านี้ต้องลำเลี
Read more

บทที่ 968

“ใครก็ได้ รีบเรียกขุนนางทั้งหลาย ตามข้าไปเกลี้ยกล่อมชาวบ้านให้เปิดทาง!”กำลังของคนคนเดียวมีจำกัด หากระดมขุนนางทั้งหมดไปช่วยเกลี้ยกล่อม บางทีอาจได้ผลขณะเดียวกัน บนกำแพงเมืองลั่ว กองทัพกบฏและกองทัพเยี่ยนเปิดฉากโจมตียามค่ำอย่างบ้าคลั่งอาศัยความมืดมิด ภายใต้การคุ้มกันของพลธนู รถกระทุ้งประตูเมืองและบันไดถูกเข็นเข้าไปรถกระทุ้งประตูเมืองกระแทกประตูเมืองไม่หยุด บันไดสูงถูกพาดขึ้น กองทัพกบฏและทัพเยี่ยนบุกขึ้นกำแพงอย่างคลุ้มคลั่งแต่ทหารรักษาการณ์ก็ไม่ยอมแพ้ พวกเขารู้ดีว่ากำแพงเมืองมิอาจเสีย มิฉะนั้นตนย่อมเป็นผีใต้คมดาบผู้อื่นทั้งสองฝ่ายสู้สุดชีวิต ศพล้มลงบนกำแพงไม่ขาดสายเวลาเพียงสองชั่วยาม ศพใต้กำแพงกองดั่งภูเขา โลหิตไหลดุจธารน้ำทว่าถึงยามนี้ เสบียงในเมืองยังถูกลำเลียงขึ้นมาได้เพียงเล็กน้อย ทำให้ขวัญกำลังใจของทหารรักษาการณ์บนกำแพงลดฮวบเมื่อไร้หินกลิ้งและท่อนซุง พวกเขาก็มิอาจโต้กลับยามทัพกบฏบุกได้ ทำได้เพียงรอให้ศัตรูขึ้นถึงกำแพงแล้วเข้าประจัญบานด้วยเหตุนี้ ทำให้กำแพงเมืองอยู่ในภาวะวิกฤต หลายครั้งถูกทหารกบฏบุกถึงด้านบน ทหารรักษาการณ์ทำได้เพียงเอาชีวิตเข้าแลก!ชั่วขณะหนึ่ง เสีย
Read more

บทที่ 969

ยามค่ำมืด ศึกเดือดยังคงดำเนินไม่หยุดเมืองลั่วแทบกลายเป็นทุ่งสังหาร ศพทหารทั้งสองฝ่ายกองดั่งภูเขาทว่าทั้งสองฝ่ายล้วนรู้ดีว่าตนเองถอยมิได้ หากถอยเมื่อใด ย่อมหมายถึงหายนะหากทหารรักษาการณ์ถอย ทัพกบฏบุกเข้าเมือง พวกเขาย่อมไร้ทางรอดหากทัพกบฏถอย คราหน้าถ้าพวกมันจะบุกเข้ามาอีกย่อมต้องสังเวยชีวิตทหารมากยิ่งกว่าเดิมเพื่อตีเอาเมืองลั่วในฮึดเดียว ทัพกบฏมิสนใจความสูญเสีย ภายใต้การรบอันห้าวหาญขององครักษ์หลี่หลง จึงบุกขึ้นถึงกำแพงเมืองเซวียหวยเต๋อ แม่ทัพใหญ่ต้าโจวเห็นดังนั้น ก็มิสนฐานะตน ถือทวนวงเดือนลงสู้ด้วยตนเองคนผู้นี้วรยุทธ์ล้ำเลิศ แม้องครักษ์หลี่หลงก็มิอาจเข้าใกล้ ถูกเขาต้านทานการบุกไว้ทหารรักษาการณ์ด้านหลังเห็นดังนั้น ขวัญกำลังใจพุ่งสูง รีบกระโจนเข้าร่วมศึกแต่ฝ่ายกบฏก็มิได้ยอมแพ้ เมื่อเห็นแม่ทัพทหารรักษาการณ์ปรากฏ รองแม่ทัพอู๋เชาก็ขึ้นกำแพงบัญชาการรบด้วยตนเองชั่วขณะหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายเปิดศึกแย่งชิงบนกำแพงซ้ำแล้วซ้ำเล่าแทบทุกคืบของกำแพงล้วนมีทหารทั้งสองฝ่ายโรมรันพันตูอย่างดุเดือด ศพตกจากกำแพงไม่ขาดสายเสียงกรีดร้อง เสียงฆ่าฟันปะปนกัน ประหนึ่งนรกบนดินหลี่หลงซึ่งบัญชาการอยู
Read more

บทที่ 970

ภาพนี้ทำให้หลี่หลงหวาดผวาจนใจสั่น รีบระดมกำลังพลอื่นมาคุ้มกันกองทัพกบฏที่กำลังตีเมืองอยู่เห็นดังนั้น ก็ละทิ้งการโจมตีเมือง รีบพากันไปช่วยเหลือทว่าในขณะนั้นเอง ที่ไกลออกไปปรากฏคบเพลิงมากมาย ราวกับมีทัพใหญ่กำลังมุ่งมาทางนี้ขณะเดียวกัน ฉู่หนิงตะโกนไปยังทหารรักษาการณ์บนกำแพง “กองทัพแคว้นฉู่มาช่วยแล้ว ทหารรักษาการณ์บนกำแพงอย่าได้ยิงธนู”เซวียหวยเต๋อที่กำลังสู้รบอยู่บนกำแพงได้ยินก็ยินดียิ่ง “ฮ่า ๆ ๆ กองทัพแคว้นฉู่มาแล้ว พี่น้องทั้งหลาย จงฆ่าพวกทัพกบฏให้สิ้นซาก!”ทันใดนั้น ทหารรักษาการณ์ในเมืองก็ฮึกเหิมขึ้น ฉวยโอกาสที่กบฏเสียจังหวะ บุกเข้าไปในฮึดเดียวทัพกบฏที่บุกถึงกำแพงสูญเสียการสนับสนุนจากเบื้องล่าง ตายหนึ่งก็น้อยลงไปหนึ่ง ไม่นานก็ถูกฆ่าจนแทบไม่เหลือส่วนฉู่หนิงที่อยู่เบื้องล่างกำแพงเมือง ก็พาทัพอาชาขาวบุกฝ่ากองทัพกบฏหลายรอบ ทำให้ขบวนทัพศัตรูปั่นป่วน!ในมือฉู่หนิงถือหอกยาว สังหารจนโลหิตท่วมกาย แต่จิตใจกลับฮึกเหิม เพลงหอกดุจมังกรทะยาน พุ่งสังหารกบฏล้มลงไม่ขาดสายหลังฝึกยุทธ์มาหนึ่งปีครึ่ง อีกทั้งครั้งก่อนถูกพิษจนเส้นลมปราณขยาย บัดนี้พลังของเขาก้าวสู่ระดับยอดฝีมือขั้นรอง ในสนามรบ
Read more
PREV
1
...
939495969798
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status