เมียเสือหาญจอมโจร의 모든 챕터: 챕터 131 - 챕터 140

145 챕터

จับคนร้าย

หลังจากประชุมเสร็จ เสือหาญแต่งตัวธรรมดา เสื้อเชิ้ตสีหม่น กางเกงยีนส์เก่า ๆ หมวกสวมหน้าเล็กน้อย ทำตัวเหมือนผู้ชายส่งของคนหนึ่ง เดินวนเวียนรอบอาคารสำนักงานของ สยาม โลจิสติกส์ จำกัด อย่างไม่ให้ใครสงสัยอาคารสองชั้นมีป้ายโลโก้ตัวหนาชัดเจน ประตูรั้วเหล็กปิด แต่บริเวณลานขนของยังมีไฟสว่างอยู่ เสียงรถบรรทุกที่เข้ามาส่งของเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสือหาญเดินช้า ๆ เลียบรั้ว หยอดสายตาสังเกตจังหวะการเข้าออกของคน เฝ้าดูมุมที่มีกล้องวงจรปิด วางตำแหน่งของยาม และจดเวลาจากมุมมืด เขาเห็นคนคุมประตูสองคน คนหนึ่งตัวใหญ่พกไฟฉาย อีกคนผอมจัดแต่ตาไม่วาง ผู้ชายชุดสูทมาหยุดคุยกับหัวหน้าคนส่ง แล้วหัวเราะกันเบา ๆ คนส่งมองไปที่ป้ายพาเลทก่อนจะขนลังขึ้นรถ เขาสังเกตว่ามีสัญลักษณ์โลหะเล็ก ๆ ติดที่มุมลังหนึ่ง รูปงูพันดาบสะท้อนแสงจันทร์เสือหาญขยับเข้าใกล้กองขยะด้านหลัง หยิบมือถือออกมาแตะถ่ายรูปอย่างไม่รีบร้อน ภาพโลโก้บริษัท ภาพตรางูพันดาบชัดเจน ภาพทะเบียนรถบรรทุก และภาพผู้ชายชุดสูทที่เพิ่งคุยกับหัวหน้าส่งของ เสียงรองเท้าผู้หญิงดังมาจากทางข้าง ๆ เลยต้องนิ่งเป็นหินจนผู้หญิงเดินผ่านไปเขาเปลี่ยนมุมสังเกตเห็นประตูข้างโกดัง
더 보기

ค้นข้อมูล

เสียงนาฬิกาเดินติ๊ก...ติ๊ก...ดังแข่งกับเสียงหายใจของชายคนหนึ่งที่นั่งตัวสั่นอยู่บนเก้าอี้เหล็กกลางห้อง เสื้อเปื้อนฝุ่นจากการจับกุมเมื่อคืน ยังมีเลือดแห้งกรังตรงขมับตรงข้ามเขาคือ เสือหาญ ที่นั่งนิ่ง มือเคาะโต๊ะเบา ๆ จังหวะสม่ำเสมอ ใบหน้าเรียบเย็นแต่ดวงตาคมจนแทบทะลุหัวใจคนตรงหน้าบนโต๊ะมีแฟ้มรูปถ่าย รถบรรทุก ลังไม้ตรางูพันดาบ และทะเบียนบริษัท “สยาม โลจิสติกส์ จำกัด” วางเรียงเป็นลำดับ เสือหาญเปิดรูปทีละใบให้คนขับมอง เหมือนจะบีบให้พูดโดยไม่ต้องขู่ “เมื่อคืนขับของพวกนี้ไปส่งที่ชายแดน ใครเป็นคนสั่ง?”คนขับก้มหน้าเงียบ เสือหาญยื่นรูปอีกใบให้ดู ภาพเขาเองกำลังยืนคุยกับชายชุดสูทหน้าบริษัทเมื่อคืน “คนนี้...ใช่ไหม?”ชายคนนั้นส่ายหน้าแรง แต่เสียงสั่น “ผม...ผมไม่รู้ชื่อจริง มันเรียกตัวเองว่า คุณชายภัทร ครับ!”เสือหาญนิ่งไปชั่วครู่ เส้นเลือดขมับเต้นแรง ชื่อที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยินอีก“ต่อสิ แล้วใครอยู่เหนือมัน?” น้ำเสียงเขาเย็นลงจนน่ากลัว“ผม...ผมก็แค่คนขับรถ มันบอกให้ผมรับของจากโกดัง แล้วไปส่งต่อให้พวกคนชายแดน ผมไม่กล้าเถียงหรอกครับ พวกนั้นถืออาวุธเต็มรถ!”เสียงคนขับเริ่มสะอื้น มือสั่นจนจับแก้
더 보기

บุก

ห้องทำงานลับในกองปราบ / ไฟสลัวสันขวานผลักประตูห้องชะงักมือ ถือแฟ้มเข้ามาวางบนโต๊ะ เสือหาญกับกระบานที่ยืนรออยู่ก้มลงดูพร้อมกัน แผ่นเอกสารถูกกางออกทีละแผ่น เสียงกระดาษคลี่ดังในความเงียบ“เจอแล้วพี่...” สันขวานพูดเสียงเบา แต่ตาเป็นประกาย “นี่เป็นบันทึกโอนผู้ต้องขัง มีคำสั่งย้ายพิเศษหลายครั้ง ลงวันที่ปีที่แล้วกับต้นปีนี้ มีการเซ็นอนุมัติโดยหัวหน้ากองทะเบียนเรือนจำชื่อ ‘พันตำรวจเอก สมบัติ’”กระบานชี้ไปที่คอลัมน์หนึ่ง “ดูนี่ ใบเสร็จรับเงินในบัญชีบริษัท สยาม โลจิสติกส์ จำกัด ธนาคารรายการเดียวกัน ถูกโอนเข้าบัญชี ‘กองทุนพิเศษ’ ของเรือนจำสามครั้ง รวมเป็นจำนวนเงินใหญ่”เสือหาญคีบแว่นขึ้นดู ใบหน้าขึง “มีหมายเหตุการเข้าเยี่ยมพิเศษด้วย รายการเยี่ยมหลายครั้งลงชื่อว่า ‘ตรวจสอบสินค้า’ แต่ในบันทึกการเข้าเยี่ยมจริง ๆ มีการบันทึกว่ามีการพาเจ้าหน้าที่ภายนอกเข้าไปคุยกับผู้ต้องขังเป็นการส่วนตัว”เขารวบรวมเอกสารเพิ่ม ทะเบียนรถที่สันขวานถ่ายรูปได้เมื่อคืน ผูกโยงกับบริษัทขนส่งในบัญชีธนาคารเดียวกัน สลิปค่าจ้างคนขับระบุผู้เบิกเป็นชื่อย่อ “ก.ข.” ซึ่งตรงกับรหัสที่พบในเอกสารแผนที่ของแก๊ง“แล้วคนที่ลงนามอนุม
더 보기

ปิดเกม

หลังจากนั้นเสือหาญไม่หยุดทำภารกิจสั่งให้หน่วยแม่นปืนบุกไปจับนายภัทรถึงที่เสียงไซเรนห่างออกไป แต่ในคฤหาสน์ยังมีเงาความวุ่นวายตำรวจส่วนใหญ่ปิดล้อมรอบนอก เหลือเพียงเสือหาญที่เดินลุยเข้ามากลางควันปืน กลิ่นดินปืนกับกลิ่นเลือดคละคลุ้งจนหายใจแทบไม่ออกเขากวาดตาดูรอบห้องโถงใหญ่ รูปถ่ายของ “ท่านเผ่า” กับ “คุณชายภัทร” แขวนเต็มผนัง เหมือนประกาศอำนาจที่เขาสร้างขึ้นบนเลือดคนอื่น“ภัทร!”เสียงตะโกนของเสือหาญดังสะท้อนกลางห้องจากชั้นสอง เสียงหัวเราะเย็นชาแว่วลงมา“ในที่สุดแกก็โผล่มา... เสือหาญ”คุณชายภัทรก้าวลงบันไดช้า ๆ ในมือถือปืน M1911 สีเงินสะท้อนแสงไฟระยิบเสือหาญเล็งกลับทันทีทั้งสองยืนนิ่งอยู่ตรงข้ามกัน ระยะไม่ถึงสิบเมตร“มึงทำลายทุกอย่างที่กูสร้าง” ภัทรพูดเสียงเยือก“สิ่งที่มึงสร้างมันคือซากศพคนบริสุทธิ์” เสือหาญตอบเสียงเข้ม“ซากศพพวกนั้นมันก็แค่ทางผ่านของคนมีอำนาจ!” ภัทรตะโกน กำปืนแน่นจนเส้นเลือดปูดเสียงปืนดังแทบพร้อมกัน ปัง! ปัง! ปัง!กระสุนเจาะผนังแตกกระจาย เสือหาญกลิ้งหลบหลังเสาไม้โอ๊ก ส่วนภัทรวิ่งหลบหลังโต๊ะหินอ่อนทั้งคู่ยิงสู้กันอย่างแม่นยำ ควันขาวลอยหนาในห้องเสือหาญเปลี่ยนแม็ก
더 보기

อบอุ่น

สองปีต่อ ตอนพิเศษ เข้าสู่เรือน เงาโคมไฟแกว่งไกวบนผนังไม้เหมือนคลื่นน้ำ เสือหาญยืนพิงกรอบหน้าต่าง มองแสงดาวที่หยอดตัวลงบนยอดไม้ เขายกมือแตะรอยแผลริ้วเล็ก ๆ เหนือคิ้วร่องรอยสุดท้ายจากศึกใหญ่แล้วจึงหันกลับมาจอมขวัญยืนอยู่กลางห้อง สวมผ้าฝ้ายสีอ่อน ผมยาวสลวยถูกรวบหลวม ๆ เธอยกแก้วชาให้เขา “ดื่มก่อน พี่จะได้หลับสนิทเสียที”เสือหาญรับแก้ว หัวเราะเบา ๆ “เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็สั่งผู้บัญชาการกองปราบได้ทั้งนั้นหรือไง”“ใคร ๆ ที่ว่านี่คือเมียพี่” เธอย่นจมูกนิด ๆ แววตาอ้อนจนชายผู้ผ่านฝุ่นควันมาแทบทุกสมรภูมิยังรุ่มร้อนขึ้นมาอย่างประหลาดชาหอมหวนลงคอ ร้อนน้อย ๆ แต่นุ่มลึกเหมือนเสียงของเธอ เสือหาญวางแก้วลงบนโต๊ะไม้เก่า เขาเดินเข้าไปช้า ๆ กลิ่นผิวอุ่นสะอาดของจอมขวัญอยู่ใกล้จนใจเต้นไม่เป็นจังหวะ“คืนนี้เงียบกว่าทุกคืน” เขาพูด“เงียบพอจะได้ยินเสียงหัวใจพี่” เธอยิ้ม สบตาเขาอย่างไม่หลบมือใหญ่แตะหลังมือเล็ก นิ่ม อุ่น และแน่นขึ้นทีละน้อย เหมือนคนสองคนกำลังหัดหายใจพร้อมกันอีกครั้งหลังพายุใหญ่ พวกเขานั่งลงที่ปลายเตียงไม้เตี้ย ๆ ผ้าห่มฝ้ายบางพับเรียบอยู่ข้างหมอน ดอกมะลิที่แม่ดวงใจปักไว้ในแจกันปลายเตียงส่งกลิ่น
더 보기

อันชัน

หลังมื้อเย็น จอมขวัญตักแกงให้สามีเพิ่มอีกคำ พลางถามเสียงนุ่ม “วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมพี่หาญ เห็นกลับค่ำทุกวันเลย”เสือหาญยิ้มบาง ๆ “ไม่เท่าไหร่หรอก แค่มีแขกจากพระนครมาสัมภาษณ์” “สัมภาษณ์เหรอ?” จอมขวัญเลิกคิ้ว “เรื่องอะไรเหรอพี่”เขาวางช้อนก่อนตอบ “เขาบอกว่าจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับคดีสมัยก่อน… ชื่ออัญชัน เห็นว่าเพิ่งจบใหม่จากพระนคร มาด้วยตัวคนเดียว ดูตั้งใจดี”จอมขวัญพยักหน้า ยิ้มอ่อน ๆ“ดีสิ อย่างน้อยก็มีคนอยากเขียนถึงเรื่องดี ๆ ของพี่บ้าง”เสือหาญหัวเราะในลำคอ “อืม…เด็กมันขยันดี พูดจาเรียบร้อย”เขาพูดเหมือนคนเล่าธรรมดา แต่แววตาในตอนนั้นกลับมีอะไรบางอย่างที่จอมขวัญจับไม่ทันหญิงสาวเพียงยิ้มให้สามี ก่อนตักข้าวใส่จานเขาอีกครั้งอย่างเงียบ ๆเสียงจิ้งหรีดเริ่มดังอยู่รอบบ้าน ยามค่ำในชนบทคลี่คลายลงอย่างช้า ๆในความสงบ มีบางสิ่งเริ่มแผ่วเบาขึ้นในใจใครบางคนแต่ยังไม่ชัดเจนพอจะเรียกว่าความรู้สึกหลังจากจอมขวัญเก็บจานชามเข้าไปในครัว เสือหาญเดินออกมาหน้าชานบ้าน จุดบุหรี่ดูดช้า ๆ ควันขาวลอยวนเหนือศีรษะ แล้วจางหายไปในความมืดของคืนเดือนครึ่งเสียงกบร้องรับกันอยู่ท้ายทุ่ง ลมพัดกลิ่นดินชื้นแตะจมูก เสื
더 보기

แปลกไป

สายลมยามบ่ายพัดกลิ่นดอกพุดซ้อนจากหลังบ้านลอยเข้ามาในครัวจอมขวัญกำลังล้างผักอยู่ในอ่างน้ำเย็น ๆ เสียงหัวเราะของลูกดังอยู่หน้าบ้าน“แม่ ๆ ป้าสายบอกเมื่อกี้ เห็นพ่ออยู่กับผู้หญิงจากพระนครอีกแล้วน้า”เด็กพูดด้วยน้ำเสียงใส ๆ ตามประสาเด็กไม่รู้เรื่อง จอมขวัญชะงักมือที่กำลังล้างผักเธอหันมามองลูกแล้วส่งยิ้มบาง “เหรอลูก เขาคงมาทำงานด้วยกันแหละ”พูดจบเธอก็ล้างผักต่อ แต่แรงในมือนั้นเบาแปลกไปหัวใจจอมขวัญไม่ได้เจ็บ แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างวูบผ่านกลางอก ไม่ใช่ความหึงหวงเต็มตัว แค่ “ระวัง”หญิงที่ผ่านชีวิตมาด้วยสามีอย่างเสือหาญรู้ดีว่า ผู้ชายแบบนั้นไม่เจ้าชู้ แต่ผู้หญิงต่างหาก…บางทีก็ไม่รู้จักพอเย็นวันนั้น เสือหาญกลับเข้าบ้านพร้อมสมุดเล่มหนาที่อัญชันให้ไว้“นักเขียนคนนั้นเขาเอาแบบสอบถามมาให้กรอก ขวัญมีปากกาไหม”จอมขวัญส่งปากกาให้โดยไม่ถามอะไร สายตาเธอเพียงมองเขานิ่ง ๆ“เขากลับมาอีกเหรอพี่?”เสือหาญเงยหน้า “อืม…มาสัมภาษณ์เพิ่มนิดหน่อย เขาอยากเขียนให้ละเอียด”น้ำเสียงเขาเรียบปกติ แต่ในหูของผู้หญิงที่รักมานาน มันมีแวว “ระมัดระวัง” มากกว่าปกติเล็กน้อยจอมขวัญพยักหน้า ไม่พูดอะไรต่อ เธอเดินไปตักข้าว
더 보기

เจอกันอีกแล้ว

รุ่งเช้านั้น อากาศชื้นด้วยหมอกบาง ๆ คลุมทั่วลานบ้าน เสือหาญกลับมาถึงตอนเกือบหกโมง เขาถอดเสื้อคลุมโยนพาดเก้าอี้ แล้วนั่งเงียบอยู่นาน เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างที่วนอยู่ในหัวตั้งแต่เมื่อคืนจอมขวัญกวาดบ้านอยู่ไม่ไกล พอเห็นเขานั่งเหม่อ ก็ถามเสียงเรียบ “เมื่อคืนเป็นไงบ้างพี่ เหนื่อยไหม?”“ก็ไม่มีอะไรมาก…แค่ตรวจเวร” เขาตอบโดยไม่มองหน้า น้ำเสียงเหมือนปกติ แต่ดวงตากลับลอย ๆ ไม่เหมือนทุกวันเธอสังเกตได้ทันที คนอย่างเสือหาญ ถ้ากลับจากเวรเหนื่อย เขาจะนั่งเงียบแค่แป๊บเดียวแล้วเข้าครัวหาข้าวกิน แต่วันนี้เขากลับเอาแต่นั่งมองพื้น เหมือนคนกำลังคิดอะไรที่ไม่อยากให้ใครรู้จอมขวัญตักกาแฟใส่ถ้วยแล้วยื่นให้ “ดื่มก่อนสิพี่ กาแฟร้อน ๆ”เขารับไว้ ยิ้มบาง ๆ “ขอบใจนะ” แล้วจิบเบา ๆ แต่ไม่พูดอะไรต่อความเงียบระหว่างทั้งคู่ดูเหมือนจะยาวขึ้นทุกวินาที เสียงนกเช้ากับเสียงไม้ไผ่กระทบกันดังแผ่ว ๆ กลายเป็นเพื่อนของความเงียบในบ้าน “เมื่อคืน…มีใครโทรมารึเปล่า?”จอมขวัญถามขึ้นอย่างไม่ตั้งใจนัก แต่แววตายังคงนิ่งเสือหาญชะงักเล็กน้อย “อ๋อ…นักเขียนคนนั้น โทรมาถามเรื่องในแบบสอบถามนิดหน่อย”เขาตอบเรียบ ๆ เหมือนเรื่องปกติ
더 보기

เว้นระยะ

เสือหาญกลับจากดูงานที่กอง เขาวางหมวกตำรวจไว้บนโต๊ะและยกขันน้ำล้างหน้า เสียงเด็กหัวเราะอยู่ไกล ๆจอมขวัญนั่งอยู่บนชานบ้าน เธอถักผ้าพันคอที่ยังไม่เสร็จต่อจากเมื่อหลายวันก่อน มือขยับแต่ใจกลับไม่อยู่กับที่ สายตาเหลือบเห็นผ้าพันคอผืนใหม่สีเทาอ่อนพาดอยู่บนพนักเก้าอี้ ผืนที่อัญชันให้มาเธอวางเข็มถักลงช้า ๆ ก่อนเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมอง “พี่หาญ…”เสียงเรียกเบาแต่ชัดจนเสือหาญต้องหยุดมือ “หืม?” “ฉันอยากถามอะไรหน่อย…เรื่องคุณอัญชัน”เขาหันมาทันที “มีอะไรหรือขวัญ?” “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่สงสัย ว่าผู้หญิงคนนั้น…เขาสำคัญกับพี่แค่ไหน”คำถามเรียบง่าย แต่ในน้ำเสียงนั้นไม่มีทั้งอารมณ์โกรธหรือหึง มีเพียงความนิ่งที่ทำให้เสือหาญใจหวิว“เขาเป็นแค่เด็กนักเขียนคนหนึ่ง…ที่อยากรู้เรื่องงานของพี่ แค่นั้นเอง” “แล้วพี่แน่ใจไหม ว่ามันจะหยุดแค่นั้น”เสือหาญนิ่งไป เขาไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็รู้ดีว่ามีบางช่วงที่ใจ “แกว่ง” โดยไม่ตั้งใจจอมขวัญหันมาสบตา ดวงตาเธอสงบแต่น้ำใสเริ่มเอ่อ“พี่อาจไม่รู้ตัว แต่ผู้หญิงเรามองออกค่ะ ว่าอีกคนรู้สึกยังไงเวลามองใครสักคน”เขาเอื้อมมือจะจับมือเธอ แต่เธอหลบเบา ๆ “ฉันไม
더 보기

แผน

จอมขวัญจัดเสื้อผ้าเรียบง่าย เสื้อผ้าฝ้ายสีขาวกับผ้าถุงลายทาง มือเธอถือถุงข้าวกล่องสองใบ ใบหนึ่งสำหรับตัวเอง อีกใบสำหรับเสือหาญ “พี่จะพาไปจริงเหรอ?”เธอถามยิ้ม ๆ ขณะเขาเดินมาปิดประตูบ้าน“อืม ไปสิ วันนี้พี่มีงานไม่มาก อยากให้ขวัญเห็นกองด้วย จะได้รู้ว่าพี่อยู่ยังไงเวลาไม่อยู่บ้าน”น้ำเสียงเขาเรียบแต่เต็มด้วยความตั้งใจบนรถ เสียงเครื่องยนต์ดังเบา ๆ ล้อบดฝุ่นตามทางดินแดง เสือหาญขับช้า ๆ กว่าปกติ ราวกับอยากยืดเวลาช่วงนี้ให้นานที่สุดจอมขวัญมองวิวข้างทางที่คุ้นตา แต่ในใจกลับรู้สึกแปลกใหม่ เหมือนเธอกำลังได้ “รู้จักผู้ชายของเธออีกครั้ง”“ไม่คิดเลยว่ากองจะอยู่กลางทุ่งขนาดนี้”“ก็แถวนี้เงียบดี เวลาสืบคดีต้องอาศัยสมาธิ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มที่หายไปจากหน้าเขามาหลายวันพอรถจอดหน้ากอง เสียงสุนัขเห่าต้อนรับกับเสียงลูกน้องตะโกน “สารวัตรมาแล้ว!” ดังทั่วลานเสือหาญหัวเราะ “ขวัญ อย่าตกใจนะ พวกมันเสียงดังแต่ใจดี”เธอยิ้มบาง ๆ แล้วพยักหน้า เดินตามเขาเข้าไปในอาคารไม้เก่าลูกน้องหลายคนมองจอมขวัญด้วยแววตาเอ็นดู “อ้าว นี่แม่บ้านของสารวัตรเหรอครับ วันนี้มาเยี่ยมถึงกองเลย” “ใช่จ้ะ พอดีอยากเห็นที่ทำงานของพี่เขา
더 보기
이전
1
...
101112131415
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status