เมื่อองค์หญิงใหญ่เกิดใหม่พร้อมตำราจากแดนพิเศษ のすべてのチャプター: チャプター 51 - チャプター 60

68 チャプター

บทที่ 44 เจ็บปวด

หยางซีเดินออกมาจากห้องเก็บฟืนแห่งนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เขาจัดการเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อย ทำราวกับว่าห้องเก็บฟืนแห่งนี้ไม่เคยมีผู้ใดก้าวล้ำเข้ามาก่อนนอกจากคนที่มาส่งอาหารชายหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าเรือนของตน พลางมองไปโดยรอบ ยามนี้ภายในจวนตระกูลหยางเงียบสงบ แต่ในใจของเขากลับร้อนรุ่มยิ่งนัก ชายหนุ่มเดินออกจากเรือนของตน และเดินไปตามทางเรื่อยๆ อย่างเลื่อนลอย โดยมีเหล่าองครักษ์คอยตามติดอยู่ไม่ห่างหยางซีเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านพักของตนซึ่งเป็นที่พักของคนตระกูลไป๋ เขาคิดว่าไป๋เยว่ซินอาจจะหลับไปแล้ว เดิมทีเขาไม่อยากจะรบกวนนาง แต่เพราะยามนี้เขาไม่รู้ว่าจะต้องไปพบกับใครแล้วนอกจากนาง ชายหนุ่มจึงเดินกระโดดเหินกายเข้าไปในบ้านพักทันที ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าเรือนใหญ่ อีกไม่กี่ชั่วยามท้องฟ้าก็จะสว่างแล้ว แต่จิตใจของเขากลับมืดมนราวกับมหาสมุทรที่ลึกล้ำไป๋เยว่ซินนั้นนอนไม่หลับ นางเองก็ไม่เข้าใจตนเองเช่นเดียวกัน เมื่อนอนไม่หลับนางจึงลุกขึ้นมาจากเตียงนอน ตั้งใจว่าจะออกมาเดินชมดวงจันทร์ที่ด้านนอกห้องเสียหน่อย แต่เมื่อหญิงสาวเดินมากลางเรือนกลับได้พบกับหยางซีโดยบังเอิญไป๋เยว่ซินขมวดคิ้ว ในใจรู
続きを読む

บทที่ 45 แฝงตัว

หลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้แล้ว หยางซีก็ขอตัวกลับจวนของตน เพราะอย่างไรเสียเขาและนางก็ยังไม่ได้แต่งงานกัน หากจะให้เขารั้งอยู่ในห้องนางจนถึงยามเช้าแล้วมีคนมาพบเห็นเข้า ย่อมไม่ส่งผลดีต่อชื่อเสียงของนางเท่าใดนัก ไป๋เยว่ซินก็เข้าใจดี ก่อนกลับนางยังบอกให้เขาดูแลตนเองให้ดี แล้วค่อยคิดหาหนทางในภายหลังหยางซีเมื่อกลับมาถึงเรือนของตนก็เป็นเวลาเช้ามืดพอดี เขาไม่ได้เอ่ยอันใดและไม่แสดงท่าทีใด เพียงทำทุกอย่างราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่ทว่าช่วงกลางดึกของทุกคืนเขาจะไปพาตัวหลิงชาง สหายสนิทที่เป็นหมอมาช่วยทำการรักษาให้แก่บิดาและมารดา อีกทั้งยังเอ่ยย้ำกับบิดาและมารดาว่าห้ามทำเหมือนว่าอาการดีขึ้นแล้ว แต่ให้แสร้งทรุดหนักลงเท่านั้น ฉินฟางและอู่เหม่ยหนิงเข้าใจดีว่าบุตรชายกำลังพยายามช่วยเหลือตน พวกนางจึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะยามนี้สภาพร่างกายของพวกนางย่ำแย่ อีกทั้งหยางกั๋วกงก็เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับสตรีจากหอนางโลมผู้นั้น ทำให้ไม่มีเวลามาสนใจพวกนาง การลงทัณฑ์ทรมานจึงไม่ได้เกิดขึ้นมาสักพักหนึ่งแล้ว นั่นนับว่าเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง“อาการของบิดามารดาเจ้านับว่าย่ำแย่ไม่น้อย แต่ว่ายังพอเยียวยาได้อยู่ อาจต้อง
続きを読む

บทที่ 46 โจรป่า

ไป๋เยว่ซินและไป๋เซียงนั่งรถม้าเดินทางมายังวัดบนเขาอย่างไม่รีบไม่ร้อน เมื่อมาถึงพวกนางก็ลงมาจากรถม้า ก่อนจะพบว่ายามนี้ไม่ได้มีผู้คนพลุกพล่านเท่าใดนัก มีเพียงรถม้าของผู้อื่นจอดอยู่เพียงคันเดียวเท่านั้น สองพี่น้องพากันเดินขึ้นไปตามบันไดของวัดทีละขั้น พลางมองดูบรรยากาศโดยรอบด้วยจิตใจที่สงบสุข ภายในวัดแห่งนี้ค่อนข้างร่มรื่นและเงียบสงบเป็นอย่างยิ่ง มีสายลมเย็นพัดมาประทะใบหน้าเป็นระยะ มีเสียงสวดมนต์ดังแว่วมาจากในอารามหลวง อีกทั้งยังมีไต้ซือและเณรน้อยกำลังยืนกวาดใบไม้ตามทางเดินให้ได้เห็นบ้างประปราย ไป๋เยว่ซินคิดว่านานมากแล้วที่นางไม่ได้เข้ามากราบไหว้พระโพธิสัตว์เช่นนี้ นางจะถือโอกาสนี้ขอพรให้เสด็จแม่ของตน ให้นางอยู่ในภพภูมิอย่างสงบสุข หากเสด็จแม่ของนางไปเกิดใหม่แล้ว ก็ขอให้ได้ใช้ชีวิตอย่างที่ปรารถนา ไม่ต้องมาเจอกับบุรุษเช่นเสด็จพ่ออีกหญิงสาวเดินเข้ามาในอาราม ก่อนจะจัดการจุดธูปหอมและปักลงบนกระถางธูป ก่อนจะพนมมือและก้มลงกราบไหว้ เมื่อนางเงยหน้าขึ้นไปสบเข้ากับใบหน้าที่แสนเมตตาของพระโพธิสัตว์ ก็ทำให้จิตใจของนางสงบขึ้นอย่างน่าประหลาดไป๋เยว่ซินไม่ได้ขอสิ่งใดมาก เพียงขอให้คนในครอบครัวของนางมีชีวิต
続きを読む

บทที่ 47 สหายเล่าเรียน

สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นทุกขณะ เหล่าโจรป่ามีฝีมือไม่ด้อยเลยแม้แต่น้อย มีโจรป่าผู้หนึ่งคิดจะพุ่งเข้าไปหาไป๋เซียงที่นั่งอยู่ในรถม้า หมิงอวี้เมื่อเห็นอย่างนั้นจึงรีบเข้าไปขวางทางอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ำอีกแผล ไป๋เซียงตกใจอย่างมาก ดวงตาของนางสั่นไหวระริก รู้สึกผิดขึ้นมาชั่วขณะที่ทำให้เขาต้องมารับบาดเจ็บเพราะตนเองไป๋เยว่ซินที่เห็นอย่างนั้นก็รีบเข้ามาช่วยหมิงอวี้ทันที โชคดีที่ไม่นานนักหยางซีก็ปรากฏตัวขึ้น เขาจัดการพวกโจรป่าเหล่านั้นจนหมอบราบก่อนที่พวกมันจะถูกควบคุมตัวเอาไว้ได้ทั้งหมด หยางซีจึงสั่งให้ควบคุมตัวพวกมันส่งมอบให้กับทางการ เพราะอย่างไรก็ไม่อาจละเว้นโทษตายเนื่องจากพวกมันทำร้ายองค์รัชทายาทเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างถูกควบคุมเอาไว้ได้แล้ว ไป๋เซียงก็รีบลงจากรถม้าเข้ามาดูอาการของหมิงอวี้ทันที ไป๋เยว่ซินเพียงมองพี่สาวตนเองที่กำลังถามไถ่อาการของหมิงอวี้ปราดหนึ่ง นางเองก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยเช่นไรดี“เจ้าไม่ได้บาดเจ็บใช่หรือไม่?”หยางซีเดินเข้ามาเอ่ยถามไป๋เยว่ซิน หญิงสาวส่ายศีรษะไปมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ย“ข้าไม่เป็นอันใด แต่องค์รัชทายาททรงได้รับบาดเจ็บ ต้องรีบพาเขากลับวังหลวงก
続きを読む

บทที่ 48 ทำเรื่องต่ำช้า

ด้านหมิงอวี้นั้นเมื่อรักษาบาดแผลจนหายดีแล้ว เขาก็สั่งให้คนไปเรียกตัวหยางซีเข้าวังหลวงมาพบกับตนที่ตำหนักบูรพา หยางซีเมื่อได้ยินว่ามีคนจากในวังหลวงมาแจ้งว่าหมิงอวี้อยากจะพบกับเขา ชายหนุ่มก็เกิดความสงสัยขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรีบมุ่งหน้าเข้าวังหลวงไปพบกับหมิงอวี้อย่างรวดเร็วก่อนไปพบหมิงอวี้เขาไปพบกับฮ่องเต้หมิงต่งเสียก่อน ระหว่างนั้นก็ได้พบเจอกับหยางเจินลี่ที่กำลังนั่งสนทนากับสามีของตนอยู่พอดี หยางเจินลี่ปรายตามองหลายชายผู้นี้ครู่หนึ่ง ความจริงนางไม่ชอบหลานชายผู้นี้สักเท่าใดนัก เพราะเขามาจากสายเลือดสตรีชั้นต่ำ แต่กลับไม่อาจแสดงท่าทีใดออกมาได้เพราะฝ่าบาทโปรดปรานหยางซีเป็นอย่างมาก อีกทั้งนางยังต้องการให้หยางซีถ่ายทอดความรู้ด้านวรยุทธ์ให้กับหมิงอวี้บุตรชายของนาง จึงยอมสนทนากับเขาบ้างในบางคราวหลังจากนั้นเขาก็มาพบกับหมิงอวี้ เมื่อมาถึงก็พบว่าหมิงอวี้กำลังรอเขาอยู่พอดี เมื่อเห็นว่าพี่ชายมาแล้ว เขาก็สั่งให้คนนำชาและของว่างเข้ามา จากนั้นก็ไล่เหล่านางกำนัลและขันทีออกไปจนหมด หยางซีเห็นว่าท่าทางของหมิงอวี้นั้นดูประหลาดยิ่งนัก เขาจึงเอ่ยถามน้องชายของตนทันที“มีอันใดกัน เหตุใดจึงทำตัวลับๆ ล่อๆ
続きを読む

บทที่ 49 เสแสร้งแกล้งทำ

เรื่องราวฉาวโฉ่ระหว่างหมิงซินอี๋และเฮยเหลียนสิงองค์ชายเผ่าทุ่งหญ้านั้น กลายเป็นที่โจษจันไปทั่วทั้งวังหลวง เพราะตอนที่ฮ่องเต้หมิงต่งและหยางซีมาเดินเล่นนั้น ไม่ได้มีเพียงพวกเขาสองคน แต่ยังมีเหล่าขุนนางอีกหลายสิบคนติดตามมาด้วย พวกเขาเหล่านั้นเห็นภาพน่าเกลียดของหมิงซินอี๋ชัดเต็มสองตา บางคนถึงกับเบือนหน้าหนี บางคนก็ลอบเสียดายที่ตนเองไม่ใช่เฮยเหลียนสิง ทุกคนล้วนมีความคิดไปต่างๆ นานาหยางซีเหลือบไปมองก็พบว่ายามนี้อวี๋ฝูกำลังนอนหมดสติอยู่บนพื้นหญ้า มือของนางถือจอกสุราเอาไว้ ใบหน้าแดงก่ำราวกับคนเมาอย่างหนัก เขารีบสั่งให้คนประคองนางและไปทำน้ำแกงสร่างเมามาให้นางดื่ม ส่วนหมิงซินอี๋ในยามนี้กำลังถูกเหล่านางกำนัลจับตัวเอาไว้ เมื่อฤทธิ์ของสุราหมดลง นางก็เริ่มได้สติ เมื่อรู้ว่าตนเองกระทำการใดลงไป นางก็กรีดร้องจนแทบสิ้นสติตำหนักคุนหนิง“ฮองเฮาเพคะ เกิดเรื่องแล้วเพคะฮองเฮา”“มีอันใด แหกปากโวยวายน่ารำคาญ”เสียงของนางกำนัลน้อยทำให้หยางเจินลี่ที่กำลังนอนหลับกลางวันอยู่ในตำหนักรู้สึกโมโหไม่น้อยเลย นางผุดลุกขึ้นมาจากเตียง ก่อนจะมีสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก พลางคิดว่าถ้านางกำนัลต่ำช้าผู้นี้เอาเรื่องไร้สาระมา
続きを読む

บทที่ 50 ตายใจ

ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นในวันนั้น หมิงซินอี๋ก็เก็บตัวเงียบ นางรู้สึกว่าระยะนี้สภาพจิตใจของตนเองไม่ปกติ รู้สึกสับสนว้าวุ่นอยู่ตลอดเวลา สองวันก่อนนางเรียกอวี๋ฝูเข้ามาในวังหลวง ก่อนจะลงมือตบตีอวี๋ฝูไปหลายหนจนพอใจ อวี๋ฝูก็ไม่ปริปากบ่นสักคำ ซ้ำยังยอมให้นางทำร้ายได้ตามใจชอบ หมิงซินอี๋จึงยิ่งเชื่อสนิทใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตน อวี๋ฝูไม่รู้จริง ๆ และยังภักดีต่อนางมากอีกด้วยเพราะความแค้นที่อัดอั้นในใจเพราะไม่อยากแต่งงานกับเฮยเหลียนชิง หมิงซินอี๋จึงติดสุราหนักกว่าเดิมซ้ำยังลอบใช้ผงศิลาผสมในสุราเพื่อบรรเทาความคับข้องใจให้ตนเองอีกด้วย ต่อมานางก็เริ่มมีสภาพย่ำแย่ลงอย่างมาก และยังเริ่มมีอาการทางประสาทหลอนอย่างรุนแรง เห็นสิ่งใดก็หวาดกลัวไปหมด เหล่าข้ารับใช้ต่างไม่กล้าเข้าใกล้นาง มีเพียงอวี๋ฝูที่คอยดูแลอย่างจริงใจ และยอมให้นางทุบตี หยางเจินลี่เองเมื่อเห็นว่าอวี๋ฝูภักดีต่อบุตรสาวของตนอย่างจริงใจจึงไม่ได้คิดหวาดระแวงอันใดเวลาล่วงเลยมาเกือบหนึ่งเดือนที่หมิงซินอี๋ใช้ผงศิลานั้น นางเริ่มอาการแย่ลง ทุกคืนจะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง คนที่รับมือนางได้มีเพียงอวี๋ฝูและหยางเจินลี่เท่านั้น“เจ้าอยู่ดูองค์หญิงไปก่อน ข้า
続きを読む

บทที่ 51 สติเลอะเลือน

หยางเจินลี่เมื่อได้เห็นว่าบุตรสาวปลิดชีวิตตนเองตายต่อหน้าต่อตาของตนเองก็ถึงกับสติหลุดไปในทันที นางกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดปานจะขาดใจ ก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดร่างของบุตรสาวเอาไว้และร้องไห้ออกมาจนน้ำตาแทบจะกลายเป็นสายเลือด เลือดสดๆ ไหลออกมาจากลำคอของหมิงซินอี๋ไม่หยุด หยางเจินลี่ลนลานรีบใช้มือของตนเองกดบาดแผลของบุตรสาวเอาไว้ แต่ดูเหมือนยิ่งนางทำเช่นนั้น เลือดของบุตรสาวก็ยิ่งไหลออกมามากกว่าเดิม และหมิงซินอี๋ก็ไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้อีก“ลูกแม่!”เพราะสูญเสียบุตรสาวไปทำให้นางสติแตก ถึงขนาดด่าทอฮ่องเต้หมิงต่งว่าเหตุใดจึงไม่ช่วยชีวิตบุตรสาวเอาไว้ ฮ่องเต้หมิงต่งเองก็เสียใจมาก ถึงขนาดดูแก่ชราลงไปหลายสิบปี หยางเจินลี่ไม่เพียงเอาโทสะไปลงกับสามี แต่นางยังเอาโทสะไปลงกับนางกำนัล และยังกล่าวโทษอวี๋ฝูอีกด้วย แต่เพราะหมิงอวี้มาช่วยเอ่ยปลอบมารดา หยางเจินลี่จึงยอมสงบลงได้ แต่ทว่านับแต่นั้นเป็นต้นมา นางกลับกลายเป็นคนเลื่อนลอย สติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าใดนัก คล้ายกับว่าจะมีอาการทางจิตอีกด้วย หมิงอวี้เองก็เสียใจกับการจากไปของน้องสาวเช่นเดียวกัน ยามนี้เขาต้องดูแลมารดาให้ดีที่สุด นี่คือสิ่งเดียวที่เขา
続きを読む

บทที่ 52 จุดจบหยางเจินลี่

ด้านไป๋เยว่ซินนั้น เพราะไป๋ฟานใกล้จะสอบแล้ว นางจึงคิดจะเดินทางไปที่อารามหลวงสักครา เพื่อขอยันต์อวยพรให้กับเขา อย่างไรยามนี้นางก็ไม่ได้อยู่ในร่างหมิงจูแล้ว และยังเป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไป แน่นอนว่าหยางเจินลี่ย่อมไม่สนใจนางอยู่แล้ว และเพราะฮ่องเต้หมิงต่งไม่อยากให้คนนอกรู้ว่าฮองเฮาไปที่วัดคราวนี้เพราะอาการทางจิตไม่ปกติ ทางวัดจึงไม่ได้ปิดไม่ให้ผู้คนไปกราบไหว้ ทุกคนยังสามารถไปได้ตามปกติ เพียงแต่อนุญาตให้ใช้อารามเล็กๆ อีกแห่งหนึ่งเพื่อกราบไหว้ขอพรเพียงเท่านั้นเดิมทีนางคิดจะไปตอนเช้า แต่เพราะมีเรื่องต้องจัดการหลายอย่าง กว่าจะได้ออกเดินทางก็เป็นเวลาช่วงบ่ายคล้อยแล้ว ใช้เวลาเดินทางหนึ่งชั่วยามกว่าจะไปถึงที่วัด หลังจากกราบไหว้ขอพรเรียบร้อยแล้ว ฝนก็ตกหนักขึ้นมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้ไป๋เยว่ซินไม่อาจเดินทางกลับได้ ก่อนที่นางจะเดินทางมาได้บอกให้สาวใช้ไปแจ้งคนทางบ้านแล้ว นางจึงไม่ได้รีบร้อนอันใดมากนักแต่ดูเหมือนว่าฝนจะไม่หยุดตกง่ายๆ จนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มมืดค่ำ นางก็ได้ยินเสียงของเหล่านางกำนัลพูดคุยกัน เมื่อหันไปมองก็พบว่าเหล่านางกำนัลน้อยกำลังเดินออกจากอารามหลวงที่ใหญ่ที่สุด คาดว่าหยางเจินลี่คงจะอ
続きを読む

บทที่ 53 แม่ลูกพบหน้า

ไป๋เยว่ซินพาอวี๋ฝูหาทางหลบเลี่ยงออกมาได้อย่างหวุดหวิด ระหว่างที่พวกนางเดินออกมาก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของเหล่านางกำนัลและขันทีดังแว่วมาเป็นระยะ เพราะยามนี้ทุกคนเอาแต่วิ่งวุ่นกับการตายของหยางเจินลี่ จึงไม่ทันได้สังเกตเห็นพวกนาง โชคดีที่วันนี้ไป๋เยว่ซินใช้รถม้าที่จ้างมาเดินทางขึ้นเขา จึงไม่มีใครรู้ว่านางยังอยู่ที่นี่ด้วยอวี๋ฝูถูกไป๋เยว่ซินพาตัวมาหลบยังหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ตอนนี้สายฝนเริ่มซาลงแล้วแต่กลับยังมีฟ้าร้องให้เห็นอยู่เป็นระยะ โชคดีที่ต้นไม้ต้นนี้มีร่มไม้เอาไว้หลบฝน อีกทั้งยังลับตาคนเป็นอย่างมาก อวี๋ฝูเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงสะบัดมือที่ไป๋เยว่ซินกุมตนเองไว้ออก ก่อนจะเอ่ยกับหญิงสาวตรงหน้า“เจ้าเอ่ยวาจาอันใด ใครคือสวีฮองเฮา?”ตั้งแต่เกิดใหม่ครานั้น อวี๋ฝูไม่เคยเชื่อใจใครนอกจากตัวของนางเอง และนางยังคิดอีกว่าไป๋เยว่ซินอาจจะล่วงรู้ความลับของนาง หรือว่าอาจจะเป็นพวกเดียวกับหยางเจินลี่ก็เป็นได้ จึงแกล้งเอ่ยวาจาเช่นนี้ หากว่าเรื่องราวเป็นไปในทิศทางนี้แล้วล่ะก็ นางจะต้องจัดการสังหารไป๋เยว่ซินทิ้งเสียไวกว่าความคิด นางก็ล้วงหยิบมีดสั้นขึ้นมาถือเอาไว้ ไป๋เยว่ซินเมื่อได้เห็นเช่นนั้นใบหน้าก็ซีดเผื
続きを読む
前へ
1234567
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status