All Chapters of นางมารน้อยข้ามภพ: Chapter 121 - Chapter 130

348 Chapters

บทที่ 119

ชายตรงหน้าเธอคนนี้คือท่านจ้าวหุบเขาหลี่หยางไม่ผิดแน่ แต่ดูเหมือนเขาจะเริ่มมีอารมณ์ความรู้สึก อีกทั้งยังไม่พอใจอย่างยิ่งที่ค้นพบว่าลูกศิษย์ของตัวเองแอบฝึกฝนลมปราณโดยที่ตัวเขาเองไม่ได้เป็นผู้สอนไม่สิ...เขาดูคล้ายจะไม่พอใจ เพราะเข้าใจว่าเธอฝึกวิชาที่สลักลงบนผนังถ้ำพวกนี้ต่างหาก!“ซือฝุ! เรื่องที่ศิษย์เล่าเป็นความจริง ทั้งหมดเป็นเพราะงูตัวนั้น เป็นงูตัวนั้นที่สอนเรื่องนี้ให้ข้า!”“เช่นนั้นลองบอกมา งูที่เจ้าอ้างถึง ตอนนี้ไปอยู่ที่ใด”“มันอยู่ข้างในนั้น” อาจูบอก น้ำเสียงร้อนรน “งูตัวนี้เพิ่งจะเปิดประตูกลไกบานนี้ที่ศิษย์เองก็เพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้นี่เองว่ามี แล้วจากนั้นก็เลื้อยเข้าข้างในไปก่อนที่ท่านจะปรากฏตัวขึ้น”“อ้อ” ท่านจ้าวหุบเขาแค่นหัวเราะอย่างที่ไม่เคยทำ เขาดึงแขนพาร่างอ้อนแอ้นบอบบางก้าวผ่านประตูบานใหม่ เอ่ยเสียงเย็น “เช่นนั้นก็กวาดตาดูให้ดี ในห้องลับห้องในสุดของถ้ำลับที่ปรมาจารย์จ้าวหุบเขารุ่นแรกละสังขาร บอกมาว่าห้องเล็กๆ ทรงแปดเหลียมห้องนี้ จะมีที่ใดให้งูร่างใหญ่ยักษ์ที่เจ้าเพ้อฝันถึงหลบซ่อน”เอ๋???อาจูรีบกวาดตามองหาผู้ร้ายตัวจริงมายืนยัน แต่ต่อให้สอดส่ายสายตาดูกระทั่งเพดาน...นอกจาก
Read more

บทที่ 120

รุ่งเช้าวันใหม่ อาจูคัดเลือกเอาแต่วัตถุดิบสดใหม่ ไก่ก็กลั้นใจเลือกไล่จับเอาตัวที่ไม่แก่ไม่หนุ่มเนื้อกำลังแน่น ไม่ว่าจะต้ม ผัด หรือย่าง ล้วนหอมอร่อย เคี้ยวแล้วเนื้อนุ่มลิ้นฉ่ำหวานกำลังดี ทุกกรรมวิธี ล้วนลอกเลียนมาจากท่านจ้าวหุบเขาผู้มีทักษะการใช้ชีวิตเป็นเลิศกว่าที่ตาเห็นได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องหลังจากเตรียมอาหารเช้าเผื่อไปถึงมื้อเที่ยงและเย็น ชนิดจัดหนักจัดเต็มยิ่งกว่าช่วงก่อนหน้านี้...อาจูใช้น้ำอุ่นลอยดอกท้อเช็ดชำระล้างร่างกายและเส้นผม ลบกลิ่นเหงื่อ กลิ่นควัน และกลิ่นอาหาร จากนั้นก็จัดการย้ายเสื้อผ้าทุกชุดที่เป็นสีเขียวไปรวมไว้ที่ก้นหีบ เลือกแต่งกายด้วยชุดผ้าเนื้อดีสีขาวไข่ไก่ที่คิดเอาเองว่าสวมใส่แล้วช่วยขับเน้นความอ่อนโยน อ่อนหวาน ขณะเดียวกันก็ชวนให้รู้สึกว่าผู้สวมดูสะอาดบริสุทธิ์เหนือโลกีย์...            คนวิญญาณหลงมิติข้ามกาลเวลาตรวจดูจนแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้แต่งกายผิดประหลาดตรงไหน ถึงค่อยวางใจ หันไปเริ่มสางผมยาวเหยียดตรงจรดบั้นท้าย รอจนผมแห้งดีจึงค่อยรวบต่ำอย่างง่ายๆ คิดเอาเองอีกเหมือนกัน ว่าทรงผมอันเรียบง่ายคื
Read more

บทที่ 121

ของสองชิ้นนี้ เป็นสมบัติเพียงสองชิ้นที่เธอได้ติดไม้ติดมือกลับมาจากถ้ำกลไกในหุบเหวนั่น ชิ้นหนึ่งได้มาเพราะท่านจ้าวหุบเขาเห็นว่าเธอถือเหมาะมือ ทั้งยังตั้งชื่อให้เสร็จสรรพ จึงยอมอะลุ่มอล่วยให้เก็บไว้ใช้ป้องกันตัว ส่วนชิ้นใหญ่ล้ำค่าอย่างพิณหยกตัวนี้ ณ ตอนนั้น จู่ๆ ท่านจ้าวหุบเขาผู้หน้านิ่วคิ้วขมวดก็ยอมตามใจเธออย่างน่าประหลาด ด้วยการสั่งสั้นๆ ว่า “อุ้มฉินนี่ไว้ให้ดี” เธอกับเขาจึงได้กลับขึ้นสู่หุบเขาในสภาพคล้ายเมื่อตอนออกจากคฤหาสน์ขึ้นเขามาหาสมุนไพร ต่างกันตรงที่หนนี้มีพิณหยกเนื้อเย็นใสคั่นกลางระหว่างกัน หลังกลับถึงคฤหาสน์ก็รักษาระยะห่างกว่าปกติ เห็นได้ชัดว่าจงใจให้เธออุ้มกู่ฉิน[1]ตัวนี้กลับมาก็เพราะไม่อยากใกล้ชิดกันเกินพอดี มากกว่าจะใจดียอมตามใจลูกศิษย์ตัวน้อย...เอ๊ะ...หรือไม่น้อยนะ? อาจูก้มลงมองหน้าอกตัวเองแล้วอดจับๆ คลำๆ ดูเพื่อความแน่ใจไม่ได้ดูเหมือนช่วงนี้หน้าอกหน้าใจจวี๋ฮวาจะปรับขนาดขึ้นอีกแล้ว...เต่งตึงตู้มต้ามขนาดนี้ สัญชาตญาณและความรู้แบบผู้หญิงผู้หญิงที่สั่งสมมาจนถึงตอนนี้ ทำให้เธอค่อนข้างจะแน่ใจเดาว่าเสี่ยวฮวาผู้นี้คงใกล้จะถึงว
Read more

บทที่ 122

คนหาเรื่องชวนคุยรีบเอ่ยต่อเพื่อกอบกู้ความรู้สึกของตัวเองร่างอ้อนแอ้นในชุดเนื้อบางผินหน้ามองกลีบสาลี่ที่ปลิดปลิว กดเสียงให้แผ่วเบา คล้ายปลดปลง“สาลี่นี้หวานล้ำ ยามผ่าแบ่งให้กันกลับแสนขม[1]” อาจูคิดว่าควรจะพูดอะไรขยายความต่อสักหน่อย แต่สุดท้ายเธอก็นึกออกเพียงเท่านี้จริงๆเหอะๆ ในเมื่อนึกออกเท่านี้ก็พูดแค่นี้ก็แล้วกัน ในหนัง ในนิยายจีนโบราณทั้งหลายแหล่ คำพูดพวกบัณฑิต กุนซือ ยังสั้นกระชับกว่านี้เสียอีก ตัวอย่างง่ายๆ ก็อย่างในเรื่องสามก๊กที่ปาป๊าเคยอ่านให้ฟังต่างนิทานก่อนนอน แค่คำว่า “ขาไก่[2]” สั้นๆ คำเดียว ท่านผู้ฉลาดปราดเปรื่องทั้งหลายก็ยังอุตส่าห์เอาไปตีความกันได้เป็นวรรคเป็นเวร...ด้วยตรรกะแบบนี้ จวี๋ฮวาผู้งดงามจึงระบายลมหายใจแผ่วเบา แววตามองเหม่อ คล้ายกำลังระลึกถึงสัจธรรมบางอย่างอาจูไม่คิดว่าเมื่อหันกลับมาจะเห็นภาพท่านจ้าวหุบเขาเหลียวมองกลีบสาลี่ในสายลมดุจเดียวกัน ยิ่งมองภาพนั้น กิริยาท่าทางที่ไม่เป็นธรรมชาติของคนผู้นี้ก็ค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อยตะ...ตาเถรเณรชี...อาจูขยับมือรินน้ำชาดอกเบญจมาศให้ทั้
Read more

บทที่ 123

“ศิษย์ไม่เคยคิดเช่นนั้น”“เช่นนั้นแล้ว จะขวนขวายฝึกวิชาบนผนังถ้ำนั่นไปเพื่ออะไร”ฮึ่ย...! นั่นก็เพราะข้าโดนบังคับอย่างไรล่ะ!หากท่านเข้าไปในสุสานอาจารย์ทวดเร็วกว่านี้ คิดว่าข้าจะโดนงูขู่เข็ญให้ฝึกวิชาหรือไม่!ยิ่งกว่านั้น ที่ข้าฝึกไปไม่แน่ว่าจะเป็นวิชามารฟ้า เจ้างูบ้านั่นเรียกมันว่าวิชามารนรกานต์ต่างหาก!อาจูก้มหน้า หลุบตาลงมองกลีบเบญจมาศที่ลอยคว้างในถ้วยชา พยายามสงบใจหึ...พูดไปก็ไร้หลักฐาน สุดท้ายท่านก็ไม่เชื่อข้าอยู่ดีโดนงูบังคับจับทำลูกศิษย์...ลองมีใครมาบอกเธอแบบนี้ ถ้าไม่เคยเห็นเองกับตา เธอเองก็คงจะไม่เชื่อเหมือนกันนั่นแหละขืนดื้อแพ่งยืนกระต่ายขาเดียวต่อไป อีกหน่อยคงไม่มีขาเหลือให้ยืนในหุบเขานี้แน่ๆยิ่งคิด อาจูก็มันเขี้ยวจนอยากจะจับเจ้างูตัวนั้นมาให้ท่านจ้าวหุบเขาตัดเป็นท่อนๆ แล้วเสียบไม้ย่างไฟเสียให้รู้แล้วรู้รอดต่อให้พาหลวงจีนทั้งวัดมาช่วยยืนยัน เธอก็ไม่เชื่อหรอก ว่าเจ้างูน่าตายตัวนั้นไม่ได้เจตนา และยิ่งไม่เชื่อด้วยว่างูตัวนั้นจะล่องหนหายตัวได้
Read more

บทที่ 124

“ในโลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญมากนัก ดูๆ ไปแล้ว ป้ายหยกชิ้นนี้ก็ควรที่จะเป็นของติดตัวของเจ้า” ท่านจ้าวหุบเขายังเอ่ยต่อไป “แต่เดิมของสิ่งนี้เป็นของเจ้า ต่อมาชาวบ้านหาสมุนไพรผู้นั้นยังกล่าวว่าต้องการมอบป้ายหยกให้กับเจ้า ผู้รับฝากเช่นข้าก็สมควรที่จะส่งคืนของชิ้นนี้ให้เจ้านับตั้งแต่หกถึงเจ็ดวันก่อนหน้า ทว่ามัวลังเลด้วยเหตุผลเห็นแก่ตัว อีกทั้งไม่ทันส่งมอบให้ก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเสียก่อน”"เหตุผล...เห็นแก่ตัว?” ท่ามกลางประโยคยืดยาว คนฟังกลับสะดุดใจคำนี้แค่คำสั้นๆ ไม่กี่คำ ได้ยินแล้วกลับทำให้ใจชื้นขึ้นอย่างน่าประหลาด แต่อึดใจถัดมา คำตอบผิดคาด กลับทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้าน"ป้ายหยกเช่นนี้ไม่มีทางเป็นของติดตัวของผู้เกิดในตระกูลสามัญ หากเด็กสาวเช่นเจ้าแสดงของชิ้นนี้ต่อหน้าผู้อื่นไม่ยั้งคิดปัญหายากง่ายย่อมตามมาไม่จบสิ้น”“ปัญหา...?”“เด็กสาวเช่นเจ้าความจำเสื่อมทั้งๆ ที่ร่างกายส่วนอื่นก็ดูเป็นปกติ ไม่บุบสลาย พิษในกายเจ้าเป็นพิษชนิดพิเศษของข้า สถานที่แห่งนี้ก็เป็นสถานที่ของข้า ความคิดผู้คนล้วนสลับซับซ้อน จ
Read more

บทที่ 125

หลี่หยางอุ้มร่างอันแน่นิ่งตรงดิ่งเข้าหาห้องนอนใหญ่ในเรือนประธานด้วยลมปราณอันกล้าแข็ง เพียงร่างสูงสง่าเข้าใกล้ ประตูบานไม้ก็พลันเปิดอ้า ส่งเสียงปึงปังดังก้องหุบเขาท่ามกลางเสียงประตูหน้าต่างสั่นไหวกึกกัก หลี่หยางพาร่างในอ้อมแขนเดินข้ามข้าวของระเกะระกะบนพื้น กระชากที่นอนทิ้งแล้ววางร่างในอ้อมแขนลงบนเตียงซึ่งแท้จริงแล้วคือแท่นศิลาหยกสีเขียวเข้ม จากนั้นก็รีบจับชีพจร“ธาตุไฟปั่นป่วน...” ท่านจ้าวหุบเขารีบปลดสายรัดเอวถอดเสื้อคลุมที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตเมื่อถึงเสื้อตัวใน มือคู่แกร่งชะงักไปเล็กน้อยเขาตวัดมือใช้ลมปราณปิดประตูหน้าต่าง จากนั้นถึงค่อยเริ่มแก้ปมชุดผ้าไหมสีขาวเรียบลื่น คลายปมเอี๊ยมสีเหลืองนวล เปลี่ยนให้ลูกศิษย์อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าอ่างทองเหลืองมุมห้องถูกยกมาวางข้างเตียงหยกอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ยกอ่างน้ำเย็นจัดมาถึง ท่านจ้าวหุบเขาใช้ผ้าผืนเล็กสองผืนชุบน้ำจนชุ่มโชกแล้ววางทาบทับปกปิดทรวงอกและส่วนพึงสงวนเอาไว้ จากนั้นใช้ผ้าอีกผืนชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดเนื้อตัวให้นาง“จวี๋ฮวา” เขาเรียกแต่ไร้เสียงตอบยิ่งนางไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะกระดุกกระดิก สีหน้าท่านจ้าวหุบเขาก็ยิ่งดำคล้ำมากขึ้นเรื่อยๆ ผิดกั
Read more

บทที่ 126

ท่านจ้าวหุบเขาขมวดคิ้วมุ่น ยิ่งเห็นภาพคิ้วโค้งงามบิดเบี้ยวราวกับเจ้าของร่างบนเตียงกำลังเจ็บปวดก็ยิ่งรู้สึกไม่ดีดูจากอาการนางยามนี้ จะมัวใช้ไอเย็นเข้าช่วยไม่ได้แล้ว ทางเดียวที่จะช่วยเหลือนางได้ คือต้องรีบทำให้ร่างกายนี้สงบปัญหาก็คือ...ยามนี้ปราณของเขาไม่บริสุทธิ์หากตอนนี้เขาฝืนใช้ปราณตัวเองขับปราณเสียออกจากร่างนาง ก็ย่อมไม่ต่างอะไรไปจากการเอาของเสียไปแทนที่ของเสีย ยังไม่นับอีกว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้นได้...ครั้นจะไปตามผู้อื่นมาดูอาการก็อาจกลายเป็นสายเกินไปเขาจับชีพจรร่างนี้ตั้งไม่รู้กี่ครั้ง ทำไมจะไม่รู้ว่าสภาพร่างกายนางเป็นอย่างไร กระทั่งยามนี้ ร่างกายนางก็ยังคงอ่อนแออยู่มาก เกรงว่าคงทนรับสภาวะอันสุ่มเสี่ยงนี้ไม่ไหวชั่วขณะนั้น หลี่หยางตัดสินใจเฉียบพลันร่างสง่างามขยับขึ้นเตียงศิลาหยก ฉวยข้อมือบอบบาง ประคองร่างลูกศิษย์ขึ้นนั่งยามนี้จวี๋ฮวาตัวอ่อนยวบ ไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย เขาจึงต้องนั่งท่าขัดสมาธิอันเป็นท่าทางที่เขาคุ้นชินในการฝึกฝนพลังปราณที่สุด แล้วประคองร่างลูกศิษย์เอาไว้ในอ้อมแขน จากนั้นใช้สองมือกำข้อมือของร่างที่นั่งอิงซบร่างตนเองไว้แน่นชั่วขณะนั้น...ภาพลูกศิษย์ตัวน้อย
Read more

บทที่ 127

คืนนี้อาจูฝันดี ฝันว่าท่านจ้าวหุบเขามาง้อด้วยการโอบอุ้มไปเที่ยวชมดอกไม้ที่ริมผา แล้วต่อมา ไม่รู้ว่าชมดอกไม้กันท่าไหน เธอและเขาถึงได้ล้มตัวลงนอนกอดก่าย พากันเกลือกกลิ้งไปจนทั่วทุกอณูผืนหญ้า...ทีแรกเธอก็ตั้งใจว่าจะปัดป้อง แต่พอคิดได้ว่านี่เป็นแค่ความฝัน มือที่จะป้อง จะปัด ก็เปลี่ยนเป็นกอดเกาะ ริมฝีปากน้อยๆ ที่จะขยับห้ามปรามก็คลี่ยิ้มฉอเลาะ แล้วจากนั้น มหกรรมค้ากำไรกับแผงอกแน่นๆ หอมๆ อุ่นๆ ก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ระดับเบาะๆ ไปจนถึงขั้นเลื้อยตัวขึ้นคร่อม ขบกัดซอกคอ ระบายความหมั่นไส้ที่เขาชอบทำหน้านิ่ง พูดจาโหดร้าย ใช้งานหนัก แถมล่าสุดยังมีหน้ามาวางท่าเย็นชา ประกาศว่าจะขับไล่เสี่ยวจวี๋ฮวาลงจากหุบเขาอีกด้วยในห้วงความสาแก่ใจนั้น เธอได้ยินจ้าวหุบเขาหลี่คำรามเสียงแผ่วราวกับจะร้องขอชีวิตอา...นี่สินะ ไอ้ที่เขาเรียกกันว่าโดนจูบจนต้องร้องขอชีวิต...ไม่รู้ทำไม...แทนที่จะสงสาร เธอกลับยิ่งสะใจอย่างน่าประหลาดหึหึ อย่าหวังว่าข้าจะไว้ชีวิตท่าน!ร่างเล็กๆ บอบบาง ที่จู่ๆ ก็ดูคล้ายจะมีพละกำลังเพิ่มขึ้นอีกสักสิบเท่า เลื่อนริมฝีปากขึ้นซุกไซ้ ทั้งขบเม้ม จูบกัด วนซ้ำไปมากระทั่งร่างที่อยู่ข้างใต้พลิกกายขึ้นต
Read more

บทที่ 128

คดีเก่าที่ก่อไว้ยังไม่ทันได้สะสาง ก็ดันมาก่อคดีใหม่เพิ่มอีก...ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้อิตานี่จะอยากจับเสี่ยวจวี๋ฮวาผู้นี้โยนออกนอกหุบเขาแค่ไหนถึงจะไม่รู้ว่าเขามานอนข้างๆ ได้ยังไง แต่วรยุทธคนผู้นี้ยิ่งกว่าสูงส่ง ผู้คนล้วนเกรงอกเกรงใจ โดนผู้หญิงถีบตกเตียงเช่นนี้คงจะเสียศักดิ์ศรีมากกระมัง?สถานการณ์ตอนนี้ล่อแหลม แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไว้ก่อน สงสัยอะไรเอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง!เพื่อแสดงความจริงใจ เสี่ยวจวี๋ฮวาแทบจะถลามาหาซือฝุลูกศิษย์สาวยื่นมือขาวผ่องให้ท่านจ้าวหุบเขาจากบนเตียง แววตาซื่อใส ใบหน้างดงามดูร้อนรนอย่างที่สุด“ซือฝุ...ท่านลงไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร!” หวังว่าเมื่อครู่เขาจะยังไม่รู้สึกตัวดีนะ...ท่านจ้าวหุบเขาไม่ตอบอะไร เพียงยันกายลุกขึ้นทีแรกเธอคิดว่าเขาจะดุด่า ใครจะคิดว่าจู่ๆ แววตาเขาจะฉายแววฉ่ำเยิ้มแปลกประหลาดมะ...ไม่ใช่ว่าแววตาเขาต้องสงบนิ่งตลอดเวลาหรอกเรอะ?เขามองเธอ...ไม่สิ มองเตียงอย่างชั่งใจ ครู่หนึ่งก็ขยับริมฝีปากเอ่ยเสียงทุ้มต่ำในลำคอ“รีบใส่เสื้อผ้าซะ” ท่านจ้าวหุบเขากลับหลังหัน ทิ้งตัวลงนั่งสมาธิเดินลมปราณอย่างรวดเร็วราวกับว่าถ้าช้ากว่านี้เพียงนิดจะเกิดเรื่องไม่ดี ปล่อยใ
Read more
PREV
1
...
1112131415
...
35
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status