LOGINใครสักคนเคยว่าไว้...บางครั้ง ‘โชคชะตาก็น่าตลก’ อาจูเชื่อมาตลอด ว่า ‘จริง’ แต่ไม่เคยนึกมาก่อนว่าโชคชะตาของตัวเองจะไม่ใช่แค่ตลก แต่เป็นตลกมาก! และจุดเริ่มต้นของเรื่องราวตลกร้ายที่ว่า ก็คือแพคเกจทัวร์ 'ตามรอยมังกรหยก' สุดเก๋ ที่ทำให้ได้พบกระบี่เขรอะสนิมเล่มหนึ่ง ก็แค่ความหวังดี...เล็กน้อยจริงๆ ที่ทำให้อาจูเอื้อมมือไปแหวกเถาวัลย์ปัดฝุ่น ตรวจดูว่าของนั้นใช่อย่างที่คิดหรือไม่ใช่ ใครจะคิดว่าอยู่ดีๆ จะมีงูตัวเป็นๆ พุ่งมาฉกกัด แล้วพอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกที ก็พบว่าวิญญาณทะลุมิติข้ามเวลามาอยู่ในร่างเด็กสาวสารร่างบอบบางผมยาวเฟื้อยร่างนี้แล้ว แค่ความแค้นที่สุมแน่นในทรวงสาวน้อยนางนี้ ก็คับแน่นอกคัพDของร่างใหม่ร่างนี้จะแย่แล้ว นี่เธอยังต้องคุกเข่าคำนับจ้าวหุบเขาโฉดโหดเถื่อนที่มีดีแค่รูปร่างหน้าตาเป็นอาจารย์ แถมยังต้องทำงานรับใช้เขาทุกวันอีก! ทีในนิยายกับละครพวกนั้น พวกนางเอกทะลุมิติข้ามเวลาแล้วได้เป็นฮองเฮา ชายาอ๋อง แต่พอเป็นเธอ กลับต้องทะลุมิติมาเป็นขี้ข้า! หึ! ศิษย์อาจารย์บ้าบออันใดกัน ถ้ายอมให้โขกสับกันง่ายๆ ก็โง่น่ะสิ!
View Moreหลังตะวันตกดิน...
จันทร์เสี้ยวเหลืองนวล ชวนให้นึกถึงรอยยิ้มหยิ่งผยองในชั่วยาม[1]แรก และดูเปล่งประกายเยาะเย้ยยิ่งขึ้นในชั่วยามต่อๆ มา
สาเหตุเดียวที่ทำให้อาจูต้องหอบสังขารใกล้ร่วงโรยของเด็กสาวผิวพรรณเกลี้ยงเกลาเหมือนหยกขาวพิสุทธิ์ ร่างบางเหมือนกิ่งหลิว เส้นผมดำขลับเหมือนหมึก...ที่แม้จะสั้นกว่าที่บรรยายเอาไว้ในนิยายจีนหลายๆ เรื่อง แต่ก็ยังยาวระบั้นท้าย แถมยังเอาแต่พลิ้วสยาย พันไม้พันมือ ดูรุ่มร่าม มาทนคุกเข่าต่อหน้าหน้าผาลึกสุดหยั่งให้ดวงจันทร์ยิ้มหยันเล่นแบบนี้ มีเพียงสาเหตุเดียวเท่านั้น คือเรื่องเหลือเชื่อและยิ่งกว่าโง่เง่าที่เกิดขึ้นต่อๆ กันเป็นคอมโบ[2] จัดหนักจัดเต็มยิ่งกว่าโปรโมชั่นย้ายค่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
นี่ไม่ใช่ร่างกายเธอ ยุคสมัยนี้ก็ไม่ใช่ยุคสมัยของเธอ
ตั้งแต่เกิดและใช้ชีวิตมายี่สิบห้าปี เธอชื่อป้อจู[3] ใครต่อใครเรียกอาจู มีชื่อไทยที่พวกญาติๆ ไม่ค่อยจะเรียกกันว่าเมษา เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เกิดและโตในเยาวราช วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดอายุ 25 เธอจึงเลือกฉลองวันเกิดเบญจเพสให้ตัวเองด้วยการซื้อทัวร์ ‘ตามรอยมังกรหยก’ ทัวร์รูปแบบเก๋ไก๋ ที่ให้บรรดาลูกทัวร์แต่งชุดโบราณย้อนยุค แล้วพาท่องเที่ยวไปตามสถานที่ที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยายจีนกำลังภายในที่เธอชื่นชอบจนถึงขั้นคลั่งไคล้
เธอซื้อแพคเกจมาเที่ยวจีน...ไม่นึกว่าแพคเกจทัวร์ครั้งนี้จะไม่ใช่แค่พาไปดูเมืองโบราณต้าลี่ เยี่ยมชมเมืองโบราณลี่เจียง ดูหิมะที่หุบเขาหิมะมังกรหยก แล้วพาท่องไปในทุ่งหญ้าหวินซานผิงมลฑลยูนนาน แต่มันยังพาเธอทะลุมิติข้ามกาลเวลามาอยู่ในร่างเด็กสาวสารร่างอ้อนแอ้นบอบบางผมยาวเฟื้อยร่างนี้อีกต่างหาก!
นึกถึงสาเหตุที่ทำให้วิญญาณเธอทะลุมิติข้ามกาลเวลามาแล้วก็อยากจะหัวเราะ...
ตอนนั้นเพราะสังเกตเห็นกระบี่เขรอะสนิมแปลกๆ วางอยู่ในโพรงต้นไม้ในทุ่งหญ้าหวินซานผิง ต่อให้ไม่ตีลังกาดูก็มั่นใจว่าไม่ใช่ของจัดแสดง เธอสงสัยปนคิดว่าอาจเป็นของโบราณตกสำรวจ ก็เลยหวังดีอยากช่วยแหวกเถาวัลย์ เขี่ยปัดฝุ่นออกจากของที่อาจเป็น ‘วัตถุโบราณตกสำรวจ’ ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากจะดูให้ถนัดๆ ก่อนกระโตกกระตากโวยวาย ใครจะคาดคิดว่าความหวังดีไม่เข้าเรื่องนั่นจะทำให้โดนงูฉกมือ หมดสติไป แล้วพอรู้สึกตัวอีกที ก็มาอยู่ในร่างสาวน้อยดวงกุดร่างนี้แล้ว
เธอไม่รู้หรอกว่ายายเด็กนี่เป็นใคร รู้แต่ว่าวินาทีแรกที่รู้สึกตัวขึ้นมา ในใจของเด็กคนนี้เหมือนมีกลุ่มก้อนความโกรธแค้นอัดแน่นไปหมด แต่เค้นสมองนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ข้อมูลที่รู้ก็มีแค่เรื่องที่ดูเหมือนเด็กสาวคนนี้จะประสบอุบัติเหตุ พลัดตกเขา แล้วได้อิตาจอมยุทธที่เหมือนจะมีดีแค่หน้าตาช่วยเอาไว้
ร่างนี้กำลังจะหายดี...แต่พอเธอฟื้นขึ้นมา เธอดันกินยาของอิตาจอมยุทธนั่นสลับขวดจนต้องพิษร้ายแรง สุดท้ายก็เลยโดนคนหน้าน้ำแข็งไร้คุณธรรมนั่นทิ้งไว้กลางป่าพร้อมกับเงินถุงไม่ใหญ่ไม่เล็กหนึ่งถุง นัยว่าจะปล่อยให้ไปเผชิญโชคเอาเอง
เคราะห์ยังดีที่ดูเหมือนอิตานี่จะโด่งดังพอตัว พอลองบอกลักษณะท่าทางพร้อมทั้งบอกกลุ่มชาวบ้านที่ผ่านทางว่า "ชีวิตข้านับแต่นี้ล้วนขึ้นอยู่กับเขา ข้าไม่เหลือที่พึ่งอื่นใดอีกแล้ว หากชาตินี้ไม่ได้พบเขาอีก ข้าต้องตายแน่ๆ!"
พวกชาวบ้านก็ช่วยพามาส่งให้จนถึงที่ ปากก็ว่า "คุณหนู หากจ้าวหุบเขาโฉดนิสัยโหดเหี้ยมผู้นี้ไม่ใยดี ก็อย่าได้คิดอะไรวู่วาม หากใช้ความอดทนและความอ่อนโยนสักมากหน่อย จ้าวหุบเขาจะต้องใจอ่อนเป็นแน่ เอ้อ...อย่างน้อยก่อนจากไปก็ช่วยทำให้คนผู้นี้ลดความตระหนี่เถรตรงลงสักนิด—อุ๊บ!"
ท้ายประโยคกลายเป็นเสียงแปลกประหลาด เพราะมีบางคนในกลุ่มชาวบ้านที่เข้ามาหาของป่าและล่าสัตว์ด้วยกัน ฟาดท่อนแขนใส่คนพูดเต็มแรง อาจูก็เลยพอจะเดาได้ ว่าสาเหตุที่ชาวบ้านพวกนี้ใจดีต่อเธอ เป็นเพราะมีจุดประสงค์บางอย่างแอบแฝง...
นี่พวกเขาคงคิดว่าเธอมีซัมติงรอง[4]กับอีตาหน้านิ่งนั่น ก็เลยคิดจะใช้เธอกล่อมเกลาตาบ้านั่นนะสิ...
เหอะ...ให้มารดาเขามากล่อมเกลาเขาเองเถอะ ที่เธอต้องการคือถอนพิษในร่างน้อยๆ ร่างนี้ต่างหาก!
แต่ก็อีกนั่นแหละ...ปากทางเข้า ‘หุบเขาเดียวดาย’ ไม่มีสะพาน เธอที่ไม่มีวรยุทธก็เลยบุกเข้าไปอ้อนวอนเขาไม่ได้ ได้แต่ใช้ท่าไม้ตายจากบรรดานิยายกำลังภายในที่เคยอ่านอย่างการนั่งคุกเข่า ประกาศกร้าวว่าจะไม่ลุกขึ้นจนกว่าอิตาบ้านั่นจะยอมรับเป็นศิษย์ เพราะดูเหมือนจะเป็นทางเดียวที่จะช่วยต่อชีวิตให้ร่างน้อยๆ ร่างนี้
โอย...อยากจะบ้า...
อาจูกัดริมฝีปากแน่น พยายามฝืนประคองให้ร่างโทรมเหงื่อยังคงตั้งตรงอยู่ได้ กลัวว่าถ้าล้มลงเมื่อไหร่ ตัวเองอาจหลับใหลตลอดกาลในร่างคนอื่น แถมยังเป็นในโลกต่างมิติที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นยุคสมัยไหน รู้แต่ว่าน่าจะเป็นแผ่นดินจีนโบราณยุคสมัยที่มีจอมยุทธนั่งเดินลมปราณ มีจ้าวหุบเขา มีวิชาตัวเบา กระโดดทีเดียวก็ปีนต้นไม้ข้ามหุบเขาได้ง่ายๆ มีอะไรอะไรตั้งไม่รู้เท่าไหร่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจ...
วิวดีมีหนุ่มหล่อแถมมีเรื่องน่าตื่นเต้นก็ดีอยู่หรอก ร่างนี้ก็ยังเอ๊าะๆ แถมยังทั้งสวยทั้งตัวหอมจนผีเสื้อหลงคิดว่าเป็นดอกไม้อีกต่างหาก อะไรก็ดี๊ดี ดีไปหมด เสียอย่างเดียวที่มันไม่ใช่ความฝัน...
ถ้าเป็นแค่ความฝันก็รีบตื่นทีเถ๊อะ!!!
ถ้าเป็นแค่ความฝัน จะเจ็บจะตายก็ไม่เป็นอะไรหรอก แต่นี่ดันมาปรากฏตัวในร่างคนอื่น มีเลือดเนื้อ มีความรู้สึก มีชีวิต เกิดบาดเจ็บจนตายไปจริงๆ ขึ้นมา เจ้าของร่างนี้จะเป็นยังไง? ที่สำคัญกว่านั้นใครจะรับประกันได้ว่าถ้าตายในโลกนี้แล้วจะได้กลับร่างเดิมในโลกเก่า?
ยิ่งคิดอาจูก็ยิ่งคันหัวใจ ทั้งมโนธรรมทั้งความรักชีวิตทำเอาคนดวงกุดหลงยุคยิ่งโกรธตัวเองจนไม่รู้จะด่าตัวเองเป็นภาษาอะไรดี
อันที่จริง ได้ชะแวบมาอยู่ในร่างสาวสวยวัยขบเผาะ ได้เจอจอมยุทธหล่อๆ มาดเจ้าชายเย็นชาตรงตามสเปคพระเอกนิยายในดวงใจก็ฟินมากจริงๆ อย่างที่ว่านั่นแหละ แต่ไอ้เรื่องที่ต้องมาตายเพราะกินยาสลับขวดตั้งแต่วันแรกๆ ที่ฟื้นขึ้นมาในโลกต่างยุคต่างมิตินี่...มันออกจะดูโง่เกินไปหน่อย
ทั้งโง่และซวยบรมเลย!
ท่ามกลางความเงียบงัน ร่างอ้อนแอ้นอ่อนแรงพยายามเค้นเสียงตะโกนให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้
“จ้าวหุบเขาผู้เมตตา...ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์”
ศิษย์...
ศิษย์...
ศิษย์...
เสียงสะท้อนหวานๆ ค่อนไปทางเย็นยะเยือกคล้ายภูตผีไร้เรี่ยวแรง ทำให้หุบเขาปักป้ายสลักอักษรจีนสั้นๆ ว่า ‘เดียวดาย’ ในยามนี้ ดูน่าขนลุกขึ้นหลายส่วน
ท่ามกลางบรรยากาศสั่นประสาท เจ้าของเสียงขยับมือกุมเข่าที่เจ็บจนชา เริ่มสงสัยว่าคนเราจะตายเพราะปวดเมื่อยได้หรือเปล่า
มือกุมเข่า สมองก็ก่นด่า ไม่กล้าปริปากให้เจ้าตัวเขาได้ยิน
โอย...ไอ้จ้าวหุบเขาหน้าหล่อใจหินนี่ ใจคอจะให้สาวน้อยคุกเข่าจนตายเลยหรือไง!
ผ่านไปหลายชั่วยาม หลังจากที่สมองน้อยๆ ค่อยๆ ว่างเปล่า ภาพเบื้องหน้าเริ่มหมุนคว้าง อาจูถึงได้แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดอาจจะจริง
อิตาจ้าวหุบเขาใจดำคนนี้ คงไม่แคล้วคิดจะปล่อยให้เธอตายไปทั้งอย่างนี้จริงๆ แล้ว...
“ปาป๊ามาม๊าบนสวรรค์...หนูจะตามไปหาแล้วนะ” อาจูพึมพำเป็นภาษาไทยเสียงสั่น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเลือกพูดออกมาเป็นภาษาไทย ทั้งๆ ที่สมองก้อนน้อยๆ หรืออาจเรียกว่าความคุ้นชินของร่างนี้ มักทำให้ทุกประโยคที่พูดออกมา กลายเป็นภาษาจีนที่เธอเองก็ไม่แน่ใจนักว่าเป็นภาษาจีนโบราณหรือไม่โบราณแค่ไหน บางทีเธอคงจะอยากตายในฐานะ ‘ป้อจู’ มากกว่าเด็กสาวความจำเสื่อมไร้ชื่อเรียกละมั้ง
เพียงเสี้ยววินาทีหลังเอ่ยประโยคนั้น ร่างน้อยๆ ดูบอบบางค่อยๆ เอนตัวล้มลงช้าๆ ชนิดที่ว่า ถ้าอาจูมีตาทิพย์มองเห็นตัวเองในตอนนี้ เธอคงยกมือขึ้นชี้หน้าตัวเองแล้วตะโกนใส่ดังๆ ว่า
“ละครมาก!”
แต่เธอไม่ได้เห็น...
เธอหมดสติไปทั้งอย่างนั้น
[1] หนึ่งชั่วยาม เท่ากับสองชั่วโมง
[2] ในที่นี้คือ Combo set หรือชุดคำสั่ง สำหรับนักเล่นเกม คอมโบหมายถึงชุดการโจมตีต่างๆ
[3] ป้อ 宝 แปลว่าของมีค่าหรือของวิเศษ และจูตัวนี้แปลว่าไข่มุก รวมกันแล้วหมายถึงไข่มุกล้ำค่า หรือ ไข่มุกวิเศษ **คนไทยเชื้อสายจีน ส่วนใหญ่เป็นชาวแต้จิ๋วค่ะ อาจูก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว
[4] something wrong
ทันทีที่เห็นว่าใครเป็นคนขี่ม้ามา อาจูดีใจจนแทบอยากจะโผเข้าไปหาซะเดี๋ยวนี้สามีอ๋องของเธอมาช่วยแล้ว!แม่ทัพเทียนเฉาที่จับตัวเธอเอาไว้เองก็เห็นใบหน้าคนที่ขี่ม้าตามมาถนัดตาเหมือนกันนี่เขา...คนผู้นี้...แม่ทัพเทียนเฉา...ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็คือรัชทายาทองค์ปัจจุบัน พลันนึกถึงโฉมหน้าอันโดดเด่นสะดุดตาของคนผู้หนึ่งในหุบเขาเดียวดายขึ้นมาทันทีที่แท้ภายใต้หน้ากากของหลี่ผิงอ๋อง แม่ทัพใหญ่เทียนจิน ก็คือจ้าวหุบเขาที่วางท่าสงบนิ่งเฉยชา ไม่แยแสต่อเรื่องใดผู้นั้น! ที่แท้เรื่องที่เขาเคยติดใจสงสัยเมื่อครั้งปลอมตัวเป็นกุนซือแซ่หวางออกหาพันธมิตรมาร่วมรบก็เป็นเรื่องจริง! คนผู้นี้ก็คือบุตรชายของหลี่ผิงอ๋องผู้ล่วงลับที่บังอาจช่วงชิงชัยชนะในงานฉลองครบเดือนของสตรีในอ้อมแขนไปจากเขา! ผิงอ๋องคนปัจจุบัน หลี่หยาง!ตอนนี้ทั่วทั้งร่างผิงอ๋อง หลี่หยาง ปรากฏไอสีดำทะมึนหนาแน่น อาจูตกใจจนตาโตนี่...นี่เขา...สามีอ๋องของเธอจะกลายเป็นมารแล้ว!“ท่านรีบหยุดม้า! ถ้าไม่อยากกลายเป็นศพไร้หัว รีบๆ ปล่อยตัวข้ากลับไปเดี๋ยวนี้นะ!”ปล่อยตัวนาง?ในเมื่อได้สวมกอดนางเอาไว้แนบอกเช่นนี้แล้ว เหตุใดเขาต้องยอมปล่อยมือจากนาง!ไม่...เขาไม่ยิน
อาจูสบถบ่นในใจพลางลงแส้ม้า บังคับให้ม้าพ่วงพีที่ไช่เฉวียนหามาให้เร่งฝีเท้าขึ้นอีก ทั้งๆ ที่เป็นอย่างนั้น แม่ทัพของข้าศึกที่ไล่ตามมา กลับไล่ตามทันตอนนี้อาจูมีพลังปราณในตัวมากกว่าเมื่อก่อน หนำซ้ำยังสามารถรับรู้ถึงกระแสพลังปราณจากสรรพสิ่ง จึงรู้ตัวก่อนที่ทวนของข้าศึกจะถึงตัว เบี่ยงตัวหลบได้ทัน ทั้งอย่างนั้น แรงเหวี่ยงจากการที่เธอเผลอกระตุกสายบังคับม้าไปด้วยจนทำให้ม้าศึกเอี้ยวตัวเลี้ยวไปทางซ้ายกะทันหัน ก็ทำเอาหมวกบนหัวที่ผูกเอาไว้อย่างลวกๆ หลุดลงไปกองบนพื้นไม่เพียงแค่หมวกที่หลุด ผ้าที่ใช้รัดผมก็คลายออกไปด้วย ตอนนี้เส้นผมยาวเหยียดของเสี่ยวจวี๋ฮวาแผ่สยายออกมาเหมือนฉากเด็ดฉากสำคัญในโฆษณายาสระผม!บ้า บ้า บ้า!อาจูก่นด่าตัวเองในใจตั้งไม่รู้กี่ครั้งยัยโง่ ยัยหมูจู ยัยบ้า! ทำไมถึงเสียดายผมยาวๆ นี่นัก ทำไมไม่ตัดๆ มันทิ้งไปซะ! ทีนี้คนทั้งกองทัพก็รู้กันหมดว่าผิงอ๋องซุกซ่อนภรรยาไว้ในค่าย!แม่ทัพเทียนเฉาที่ไล่ตามมาเห็นภาพนี้แล้วถึงกับตกตะลึง ตาค้างเหล่าทหารเทียนจินบนกำแพงที่มองมาเองก็ตื่นตะลึงไม่แพ้กันที่แท้...ที่แท้ในกองทหารของพวกเขาก็มีสตรีที่งดงามถึงเพียงนี้แฝงตัวมาร่วมรบ!ทหารชั้นผู้น้อยบนกำ
“นายหญิงน้อย หากท่านเป็นอะไรไป ท่านอ๋องคงไม่แคล้วต้องใจสลายแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไร ข้าขอร้องต่อท่าน อย่างมากที่สุดขอให้ท่านร่วมรบกับพลธนูอยู่ด้านหลัง อย่าได้ออกมารบพุ่งเอาตนเองเข้าเสี่ยงเด็ดขาด!”อาจูไม่อยากสร้างความลำบากใจให้แม่ทัพรักษาการณ์ นอกจากนี้...ขืนเธอที่ขี่ม้าไม่เป็นขี่ม้าออกไปรบรากับพวกทหารทั้งๆ ที่ไม่ได้ร่วมฝึกฝนกับพวกเขา คนนอกกองทัพอย่างเธออาจจะทำให้ทั่วทั้งกองทัพปั่นป่วน เสียกระบวนทัพได้ คอยอยู่ข้างหลังอย่างที่ไช่เฉวียนว่า ใช้ปราณช่วยขว้างหอกขว้างธนูพวกนี้ใส่ข้าศึกนี่แหละ ดีที่สุด!อาจูรีบขึ้นไปบนกำแพงค่าย เจ้างูเลื้อยตามติด ไช่เฉวียนเองก็ควบม้าออกไปสั่งการทัพ ไม่นานนักทหารเทียนเฉาก็บุกมาถึงค่ายจริงๆ“ยิงธนู!” เสียงคำสั่งของไช่เฉวียนดังก้องไปทั่วทั้งค่าย พลธนูบนกำแพงค่ายและหอสังเกตการณ์รีบระดมยิงธนูสกัดเหล่าข้าศึกทันที!หลังเหลียวซ้ายแลขวา อาจูก็เลือกหยิบธนูมาหนึ่งดอก หักด้ามทิ้ง ใช้ปราณหล่อเลี้ยง เล็งไปทางแม่ทัพของอีกฝ่าย แล้วขว้างหัวธนูในมือออกไป!เคร้ง!ผู้นำทัพเทียนเฉาใช้ทวนในมือปัดหัวธนูจากอาจูได้ทันท่วงที ทั้งอย่างนั้น ปราณอันหนักหน่วงก็ทำเอาทวนของเขาถึงกับหลุดมือ ตก
อาจูรีบใช้ผ้าพันหน้าอก สวมเสื้อหนาๆ จากนั้นสวมชุดเกราะตามวิธีที่เคยช่วยทำให้ท่านอ๋องจ้าวหุบเขาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้สถานการณ์คับขัน ไม่มีเวลาแปลงโฉม โชคยังดีที่ในกระโจมไม่ได้มีแค่ชุดเกราะ แต่ยังมีหมวกที่หลี่หยางเตรียมเอาไว้ให้เธอใช้พรางตัว หลังจากสวมหมวกออกศึกใบนี้แล้ว อาจูพบว่าเงาสะท้อนของตัวเองในถังอาบน้ำก็ดูเข้มขรึม องอาจ คล้ายทหารหน้าอ่อนตัวเล็กขึ้นมาเหมือนกันทันทีที่อาจูออกมาจากกระโจมก็เห็นไช่เฉวียนร้องสั่งการเสียงดัง เหล่าทหารที่ถูกปลุกก่อนรุ่งสางต่างรีบแต่งเนื้อแต่งตัวออกมาจัดทัพ เตรียมตั้งรับข้าศึกที่ใกล้เข้ามาได้ยินทหารคนหนึ่งคุยกับเพื่อนทหารอีกคนว่าครั้งนี้สามารถเตรียมรับมือได้เพราะสายลับที่แฝงตัวอยู่ในทัพเทียนเฉาเสี่ยงตายหลบหนีมาแจ้งข่าว อาจูก็อดอกสั่นขวัญหายไม่ได้ที่นี่กำลังจะมีการรบราฆ่าฟัน! กำลังจะเกิดการสู้รบของจริง!อาจูกำกระบี่ดำในมือแน่น ที่เธอฝึกฝนมาก็มีแค่วิชากระบี่เท่านั้น นี่เป็นอาวุธเพียงชนิดเดียวที่เธอใช้เป็นอาจูคิดช่วยสู้ศึก แต่ไช่เฉวียนกลับไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น ในระหว่างที่เหล่าทหารจัดทัพตามคำสั่งแม่ทัพรักษาการณ์อย่างตน ไช่เฉวียนรีบจูงม้าพ่วงพีตัวหนึ่งมาให้แ
อาจูชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจพูดความจริงออกมาพอกันทีกับการโกหกหลอกลวง...พอกันทีกับการคิดอย่างทำอย่าง...พอกันทีกับการเสแสร้งแกล้งทำ ไม่เป็นตัวของตัวเอง...ต่อไปนี้ระหว่างเธอกับเขาจะมีแต่ความซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา จะไม่มีเรื่องปิดบังระหว่างกันอีกต่อไปอาจูสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องร
อย่าลืมไปสั่งจองนางมารน้อยข้ามภพ ฉบับรูปเล่ม สามเล่มจบนะคะ มีการ์ตูนแถมในเล่มด้วยน้า ทักแชทเพจ เจ้าหญิงการเวก นะคะไม่...ไม่นะ...ต้องไม่ใช่แบบนี้...อะจูสะอื้นฮัก อยากจะรวบรวมพลังปราณมาผลักเขาออกไป ก็กลัวพลาดพลั้งทำให้คนด้านบนบาดเจ็บภายในขึ้นมาจริงสิ...จู่ๆ อาจูก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นได้เธออาศัยจัง
แม้ผู้บรรเลงจะไม่มีใจอยากบรรเลงอย่างไร แต่ระดับฝีมือก็ไม่ใช่สิ่งที่จะลดทอนกันได้ง่ายๆ ด้วยระดับความสามารถของร่างนี้ หลังจากฟังเธอบรรเลงลำนำเฉียนฉินจนจบ ทั่วทั้งโถงก็เงียบกริบจนถึงขั้นหากมีใครทำเข็มตก ทุกคน ณ ที่นี้ก็คงได้ยินชัดถนัดหู เนิ่นนานนัก องค์หญิงผิงหยางก็เป็นผู้เอ่ยออกมาเป็นคนแรก“ยังคงไพเร
ทันทีที่กลับถึงเรือน อาจูก็รีบถือขวดยาทั้งสองขวดมุ่งหน้าไปยังเรือนอันซิน ไม่นึกว่าไม่ทันจะก้าวขาเข้าห้องก็โดนคนด้านในบอกด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม“มอบยาให้ไช่เฉวียน นับจากนี้ให้เขาเป็นผู้เข้ามาให้ยา” น้ำเสียงนี้...เทียบกับทุกครั้งแล้วฟังดูปกติขึ้นมากหรือว่าท่านอ๋อง...ซือฝุของเธอ จะสามารถควบคุมปราณมารใน






reviews