ログインใครสักคนเคยว่าไว้...บางครั้ง ‘โชคชะตาก็น่าตลก’ อาจูเชื่อมาตลอด ว่า ‘จริง’ แต่ไม่เคยนึกมาก่อนว่าโชคชะตาของตัวเองจะไม่ใช่แค่ตลก แต่เป็นตลกมาก! และจุดเริ่มต้นของเรื่องราวตลกร้ายที่ว่า ก็คือแพคเกจทัวร์ 'ตามรอยมังกรหยก' สุดเก๋ ที่ทำให้ได้พบกระบี่เขรอะสนิมเล่มหนึ่ง ก็แค่ความหวังดี...เล็กน้อยจริงๆ ที่ทำให้อาจูเอื้อมมือไปแหวกเถาวัลย์ปัดฝุ่น ตรวจดูว่าของนั้นใช่อย่างที่คิดหรือไม่ใช่ ใครจะคิดว่าอยู่ดีๆ จะมีงูตัวเป็นๆ พุ่งมาฉกกัด แล้วพอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกที ก็พบว่าวิญญาณทะลุมิติข้ามเวลามาอยู่ในร่างเด็กสาวสารร่างบอบบางผมยาวเฟื้อยร่างนี้แล้ว แค่ความแค้นที่สุมแน่นในทรวงสาวน้อยนางนี้ ก็คับแน่นอกคัพDของร่างใหม่ร่างนี้จะแย่แล้ว นี่เธอยังต้องคุกเข่าคำนับจ้าวหุบเขาโฉดโหดเถื่อนที่มีดีแค่รูปร่างหน้าตาเป็นอาจารย์ แถมยังต้องทำงานรับใช้เขาทุกวันอีก! ทีในนิยายกับละครพวกนั้น พวกนางเอกทะลุมิติข้ามเวลาแล้วได้เป็นฮองเฮา ชายาอ๋อง แต่พอเป็นเธอ กลับต้องทะลุมิติมาเป็นขี้ข้า! หึ! ศิษย์อาจารย์บ้าบออันใดกัน ถ้ายอมให้โขกสับกันง่ายๆ ก็โง่น่ะสิ!
もっと見るหลังตะวันตกดิน...
จันทร์เสี้ยวเหลืองนวล ชวนให้นึกถึงรอยยิ้มหยิ่งผยองในชั่วยาม[1]แรก และดูเปล่งประกายเยาะเย้ยยิ่งขึ้นในชั่วยามต่อๆ มา
สาเหตุเดียวที่ทำให้อาจูต้องหอบสังขารใกล้ร่วงโรยของเด็กสาวผิวพรรณเกลี้ยงเกลาเหมือนหยกขาวพิสุทธิ์ ร่างบางเหมือนกิ่งหลิว เส้นผมดำขลับเหมือนหมึก...ที่แม้จะสั้นกว่าที่บรรยายเอาไว้ในนิยายจีนหลายๆ เรื่อง แต่ก็ยังยาวระบั้นท้าย แถมยังเอาแต่พลิ้วสยาย พันไม้พันมือ ดูรุ่มร่าม มาทนคุกเข่าต่อหน้าหน้าผาลึกสุดหยั่งให้ดวงจันทร์ยิ้มหยันเล่นแบบนี้ มีเพียงสาเหตุเดียวเท่านั้น คือเรื่องเหลือเชื่อและยิ่งกว่าโง่เง่าที่เกิดขึ้นต่อๆ กันเป็นคอมโบ[2] จัดหนักจัดเต็มยิ่งกว่าโปรโมชั่นย้ายค่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
นี่ไม่ใช่ร่างกายเธอ ยุคสมัยนี้ก็ไม่ใช่ยุคสมัยของเธอ
ตั้งแต่เกิดและใช้ชีวิตมายี่สิบห้าปี เธอชื่อป้อจู[3] ใครต่อใครเรียกอาจู มีชื่อไทยที่พวกญาติๆ ไม่ค่อยจะเรียกกันว่าเมษา เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เกิดและโตในเยาวราช วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดอายุ 25 เธอจึงเลือกฉลองวันเกิดเบญจเพสให้ตัวเองด้วยการซื้อทัวร์ ‘ตามรอยมังกรหยก’ ทัวร์รูปแบบเก๋ไก๋ ที่ให้บรรดาลูกทัวร์แต่งชุดโบราณย้อนยุค แล้วพาท่องเที่ยวไปตามสถานที่ที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยายจีนกำลังภายในที่เธอชื่นชอบจนถึงขั้นคลั่งไคล้
เธอซื้อแพคเกจมาเที่ยวจีน...ไม่นึกว่าแพคเกจทัวร์ครั้งนี้จะไม่ใช่แค่พาไปดูเมืองโบราณต้าลี่ เยี่ยมชมเมืองโบราณลี่เจียง ดูหิมะที่หุบเขาหิมะมังกรหยก แล้วพาท่องไปในทุ่งหญ้าหวินซานผิงมลฑลยูนนาน แต่มันยังพาเธอทะลุมิติข้ามกาลเวลามาอยู่ในร่างเด็กสาวสารร่างอ้อนแอ้นบอบบางผมยาวเฟื้อยร่างนี้อีกต่างหาก!
นึกถึงสาเหตุที่ทำให้วิญญาณเธอทะลุมิติข้ามกาลเวลามาแล้วก็อยากจะหัวเราะ...
ตอนนั้นเพราะสังเกตเห็นกระบี่เขรอะสนิมแปลกๆ วางอยู่ในโพรงต้นไม้ในทุ่งหญ้าหวินซานผิง ต่อให้ไม่ตีลังกาดูก็มั่นใจว่าไม่ใช่ของจัดแสดง เธอสงสัยปนคิดว่าอาจเป็นของโบราณตกสำรวจ ก็เลยหวังดีอยากช่วยแหวกเถาวัลย์ เขี่ยปัดฝุ่นออกจากของที่อาจเป็น ‘วัตถุโบราณตกสำรวจ’ ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากจะดูให้ถนัดๆ ก่อนกระโตกกระตากโวยวาย ใครจะคาดคิดว่าความหวังดีไม่เข้าเรื่องนั่นจะทำให้โดนงูฉกมือ หมดสติไป แล้วพอรู้สึกตัวอีกที ก็มาอยู่ในร่างสาวน้อยดวงกุดร่างนี้แล้ว
เธอไม่รู้หรอกว่ายายเด็กนี่เป็นใคร รู้แต่ว่าวินาทีแรกที่รู้สึกตัวขึ้นมา ในใจของเด็กคนนี้เหมือนมีกลุ่มก้อนความโกรธแค้นอัดแน่นไปหมด แต่เค้นสมองนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ข้อมูลที่รู้ก็มีแค่เรื่องที่ดูเหมือนเด็กสาวคนนี้จะประสบอุบัติเหตุ พลัดตกเขา แล้วได้อิตาจอมยุทธที่เหมือนจะมีดีแค่หน้าตาช่วยเอาไว้
ร่างนี้กำลังจะหายดี...แต่พอเธอฟื้นขึ้นมา เธอดันกินยาของอิตาจอมยุทธนั่นสลับขวดจนต้องพิษร้ายแรง สุดท้ายก็เลยโดนคนหน้าน้ำแข็งไร้คุณธรรมนั่นทิ้งไว้กลางป่าพร้อมกับเงินถุงไม่ใหญ่ไม่เล็กหนึ่งถุง นัยว่าจะปล่อยให้ไปเผชิญโชคเอาเอง
เคราะห์ยังดีที่ดูเหมือนอิตานี่จะโด่งดังพอตัว พอลองบอกลักษณะท่าทางพร้อมทั้งบอกกลุ่มชาวบ้านที่ผ่านทางว่า "ชีวิตข้านับแต่นี้ล้วนขึ้นอยู่กับเขา ข้าไม่เหลือที่พึ่งอื่นใดอีกแล้ว หากชาตินี้ไม่ได้พบเขาอีก ข้าต้องตายแน่ๆ!"
พวกชาวบ้านก็ช่วยพามาส่งให้จนถึงที่ ปากก็ว่า "คุณหนู หากจ้าวหุบเขาโฉดนิสัยโหดเหี้ยมผู้นี้ไม่ใยดี ก็อย่าได้คิดอะไรวู่วาม หากใช้ความอดทนและความอ่อนโยนสักมากหน่อย จ้าวหุบเขาจะต้องใจอ่อนเป็นแน่ เอ้อ...อย่างน้อยก่อนจากไปก็ช่วยทำให้คนผู้นี้ลดความตระหนี่เถรตรงลงสักนิด—อุ๊บ!"
ท้ายประโยคกลายเป็นเสียงแปลกประหลาด เพราะมีบางคนในกลุ่มชาวบ้านที่เข้ามาหาของป่าและล่าสัตว์ด้วยกัน ฟาดท่อนแขนใส่คนพูดเต็มแรง อาจูก็เลยพอจะเดาได้ ว่าสาเหตุที่ชาวบ้านพวกนี้ใจดีต่อเธอ เป็นเพราะมีจุดประสงค์บางอย่างแอบแฝง...
นี่พวกเขาคงคิดว่าเธอมีซัมติงรอง[4]กับอีตาหน้านิ่งนั่น ก็เลยคิดจะใช้เธอกล่อมเกลาตาบ้านั่นนะสิ...
เหอะ...ให้มารดาเขามากล่อมเกลาเขาเองเถอะ ที่เธอต้องการคือถอนพิษในร่างน้อยๆ ร่างนี้ต่างหาก!
แต่ก็อีกนั่นแหละ...ปากทางเข้า ‘หุบเขาเดียวดาย’ ไม่มีสะพาน เธอที่ไม่มีวรยุทธก็เลยบุกเข้าไปอ้อนวอนเขาไม่ได้ ได้แต่ใช้ท่าไม้ตายจากบรรดานิยายกำลังภายในที่เคยอ่านอย่างการนั่งคุกเข่า ประกาศกร้าวว่าจะไม่ลุกขึ้นจนกว่าอิตาบ้านั่นจะยอมรับเป็นศิษย์ เพราะดูเหมือนจะเป็นทางเดียวที่จะช่วยต่อชีวิตให้ร่างน้อยๆ ร่างนี้
โอย...อยากจะบ้า...
อาจูกัดริมฝีปากแน่น พยายามฝืนประคองให้ร่างโทรมเหงื่อยังคงตั้งตรงอยู่ได้ กลัวว่าถ้าล้มลงเมื่อไหร่ ตัวเองอาจหลับใหลตลอดกาลในร่างคนอื่น แถมยังเป็นในโลกต่างมิติที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นยุคสมัยไหน รู้แต่ว่าน่าจะเป็นแผ่นดินจีนโบราณยุคสมัยที่มีจอมยุทธนั่งเดินลมปราณ มีจ้าวหุบเขา มีวิชาตัวเบา กระโดดทีเดียวก็ปีนต้นไม้ข้ามหุบเขาได้ง่ายๆ มีอะไรอะไรตั้งไม่รู้เท่าไหร่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจ...
วิวดีมีหนุ่มหล่อแถมมีเรื่องน่าตื่นเต้นก็ดีอยู่หรอก ร่างนี้ก็ยังเอ๊าะๆ แถมยังทั้งสวยทั้งตัวหอมจนผีเสื้อหลงคิดว่าเป็นดอกไม้อีกต่างหาก อะไรก็ดี๊ดี ดีไปหมด เสียอย่างเดียวที่มันไม่ใช่ความฝัน...
ถ้าเป็นแค่ความฝันก็รีบตื่นทีเถ๊อะ!!!
ถ้าเป็นแค่ความฝัน จะเจ็บจะตายก็ไม่เป็นอะไรหรอก แต่นี่ดันมาปรากฏตัวในร่างคนอื่น มีเลือดเนื้อ มีความรู้สึก มีชีวิต เกิดบาดเจ็บจนตายไปจริงๆ ขึ้นมา เจ้าของร่างนี้จะเป็นยังไง? ที่สำคัญกว่านั้นใครจะรับประกันได้ว่าถ้าตายในโลกนี้แล้วจะได้กลับร่างเดิมในโลกเก่า?
ยิ่งคิดอาจูก็ยิ่งคันหัวใจ ทั้งมโนธรรมทั้งความรักชีวิตทำเอาคนดวงกุดหลงยุคยิ่งโกรธตัวเองจนไม่รู้จะด่าตัวเองเป็นภาษาอะไรดี
อันที่จริง ได้ชะแวบมาอยู่ในร่างสาวสวยวัยขบเผาะ ได้เจอจอมยุทธหล่อๆ มาดเจ้าชายเย็นชาตรงตามสเปคพระเอกนิยายในดวงใจก็ฟินมากจริงๆ อย่างที่ว่านั่นแหละ แต่ไอ้เรื่องที่ต้องมาตายเพราะกินยาสลับขวดตั้งแต่วันแรกๆ ที่ฟื้นขึ้นมาในโลกต่างยุคต่างมิตินี่...มันออกจะดูโง่เกินไปหน่อย
ทั้งโง่และซวยบรมเลย!
ท่ามกลางความเงียบงัน ร่างอ้อนแอ้นอ่อนแรงพยายามเค้นเสียงตะโกนให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้
“จ้าวหุบเขาผู้เมตตา...ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์”
ศิษย์...
ศิษย์...
ศิษย์...
เสียงสะท้อนหวานๆ ค่อนไปทางเย็นยะเยือกคล้ายภูตผีไร้เรี่ยวแรง ทำให้หุบเขาปักป้ายสลักอักษรจีนสั้นๆ ว่า ‘เดียวดาย’ ในยามนี้ ดูน่าขนลุกขึ้นหลายส่วน
ท่ามกลางบรรยากาศสั่นประสาท เจ้าของเสียงขยับมือกุมเข่าที่เจ็บจนชา เริ่มสงสัยว่าคนเราจะตายเพราะปวดเมื่อยได้หรือเปล่า
มือกุมเข่า สมองก็ก่นด่า ไม่กล้าปริปากให้เจ้าตัวเขาได้ยิน
โอย...ไอ้จ้าวหุบเขาหน้าหล่อใจหินนี่ ใจคอจะให้สาวน้อยคุกเข่าจนตายเลยหรือไง!
ผ่านไปหลายชั่วยาม หลังจากที่สมองน้อยๆ ค่อยๆ ว่างเปล่า ภาพเบื้องหน้าเริ่มหมุนคว้าง อาจูถึงได้แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดอาจจะจริง
อิตาจ้าวหุบเขาใจดำคนนี้ คงไม่แคล้วคิดจะปล่อยให้เธอตายไปทั้งอย่างนี้จริงๆ แล้ว...
“ปาป๊ามาม๊าบนสวรรค์...หนูจะตามไปหาแล้วนะ” อาจูพึมพำเป็นภาษาไทยเสียงสั่น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเลือกพูดออกมาเป็นภาษาไทย ทั้งๆ ที่สมองก้อนน้อยๆ หรืออาจเรียกว่าความคุ้นชินของร่างนี้ มักทำให้ทุกประโยคที่พูดออกมา กลายเป็นภาษาจีนที่เธอเองก็ไม่แน่ใจนักว่าเป็นภาษาจีนโบราณหรือไม่โบราณแค่ไหน บางทีเธอคงจะอยากตายในฐานะ ‘ป้อจู’ มากกว่าเด็กสาวความจำเสื่อมไร้ชื่อเรียกละมั้ง
เพียงเสี้ยววินาทีหลังเอ่ยประโยคนั้น ร่างน้อยๆ ดูบอบบางค่อยๆ เอนตัวล้มลงช้าๆ ชนิดที่ว่า ถ้าอาจูมีตาทิพย์มองเห็นตัวเองในตอนนี้ เธอคงยกมือขึ้นชี้หน้าตัวเองแล้วตะโกนใส่ดังๆ ว่า
“ละครมาก!”
แต่เธอไม่ได้เห็น...
เธอหมดสติไปทั้งอย่างนั้น
[1] หนึ่งชั่วยาม เท่ากับสองชั่วโมง
[2] ในที่นี้คือ Combo set หรือชุดคำสั่ง สำหรับนักเล่นเกม คอมโบหมายถึงชุดการโจมตีต่างๆ
[3] ป้อ 宝 แปลว่าของมีค่าหรือของวิเศษ และจูตัวนี้แปลว่าไข่มุก รวมกันแล้วหมายถึงไข่มุกล้ำค่า หรือ ไข่มุกวิเศษ **คนไทยเชื้อสายจีน ส่วนใหญ่เป็นชาวแต้จิ๋วค่ะ อาจูก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว
[4] something wrong
เยว่เทียนเสียงอุ้มหลี่อี้หรงกลับมาท่ามกลางสายตาจับจ้องของทุกคนสวีเทียนเป่าและหลี่เซียนเซียนบังเอิญพบลูกนกบาดเจ็บจึงช่วยกันรักษา กลับมาไม่ทันร่วมวงฟังหลี่ลู่เหวิน ได้แต่แปลกใจเพราะบรรยากาศตรงหน้าทันทีที่กลับมาร่วมโต๊ะ ศิษย์พี่ใหญ่เทียนเป่าก็ช่วยประคองเซียนเซียนตัวน้อยขึ้นนั่งเก้าอี้ เขาส่งยิ้มให้ทุกคน กล่าวขออภัย และบอกเล่าเหตุผลที่ไม่เพียงไม่ได้ตามไปสมทบกับคนอื่นๆ ยังพาเซียนเซียนกลับมาร่วมโต๊ะล่าช้า จากนั้นก็ช่วยรินน้ำชาให้เสี่ยวเซียนเซียนตามปกติวิสัยคงเพราะหลี่เซียนเซียนวางตัวสุขุมเป็นผู้ใหญ่ และสวีเทียนเป่าเองก็มีพื้นนิสัยซื่อสัตย์กตัญญู เชื่อฟังคำสั่งสอนของอาจารย์และน้าบุญธรรมเสียจนดูไม่น่าเป็นห่วงจนเกินไป ทุกคนจึงลืมเลือนข้อเท็จจริงที่ว่า ยิ่งนับวันศิษย์เอกของหุบเขากับเสี่ยวเซียนเซียนที่สักวันต้องเติบโตเป็นสาวและออกเรือน ก็ยิ่งคล้ายจะขลุกอยู่ด้วยกันเนิ่นนานขึ้นเรื่อยๆหากมองข้ามเรื่องที่ว่า ในแต่ละวัน หากไม่ออกเก็บสมุนไพรปรุงยาช่วย เหลือบรรดาสิงสาราสัตว์และผู้คน ศิษย์พี่ใหญ่อย่างสวีเทียนเป่าก็นั่งหลับตาฝึกฝน...ยามนี้พวกเขาทั้งคู่แทบจะใช้เวลาอยู่ร่วมกันตลอดทั้งวันทั้งคืนแล้วด้วย
-7-“บัดซบ! ” หลี่ลู่เหวินที่ลอบมองจากที่ไกลกำหมัดแน่น กัดฟันกรอด “ศิษย์พี่สามบังอาจนัก เขาถึงขั้นหลอกกินเต้าหู้เสี่ยวอี้หรงของพวกเรา! หลอกกินเต้าหู้ไม่พอ ยังคิดอ่านลึกล้ำ โน้มน้าวนาง! หึ...รู้มานานแล้วว่าคนผู้นี้หาใช่พยัคฆ์แต่เป็นหมาป่า ไม่นึกว่ากระทั่งหรงเอ๋อร์ที่เพิ่งจะอายุเพียงหกขวบก็ยังไม่ละเว้น! คุณชายเช่นข้าสังหรณ์ใจอยู่แล้วเชียว ว่าเหตุใดคุณชายตัวโตเช่นเขา จึงจ้องแต่จะคอยหยอกเย้ารังแกเด็กน้อยเช่นนางนัก!”แม้หลี่ลู่เหวินจะดำรงสถานะศิษย์ลำดับที่สี่ของหุบเขา มีสถานนะเป็นศิษย์ผู้น้องของเยว่เทียนเสียง แต่ผู้แซ่หลี่เช่นเขาไม่อาจทำใจยอมรับบุรุษที่ทั้งๆ ที่อายุอานามและความสามารถล้วนเท่าเทียมกัน กลับตัดหน้าแย่งเอาสถานะศิษย์พี่สามของเขาไป ทำให้ “พี่สาม” ตระกูลหลี่ผิงอ๋องเช่นเขาต้องกลายเป็น “ศิษย์พี่สี่” ยามผู้อื่นเรียกขาน เดี๋ยวก็เจ้าสาม เดี๋ยวก็เจ้าสี่ เขาสับสนยิ่งหากตั้งแต่แรกเยว่เทียนเสียงไม่ชิงตัดหน้าแย่งตำแหน่งศิษย์พี่สามไปจากเขา ชีวิตของคุณชายเช่นเขาก็คงไม่สับสนยุ่งยากถึงเพียงนี้กล่าวได้ว่าหลี่ลู่เหวินไม่ถูกชะตาคนผู้นี้ตั้งแต่แรกพบ ยิ่งนับวันก็ยิ่งไม่ชมชอบนิสัย หากจะถามว่าทำไ
-6-เสี่ยวอี้หรงซอยเท้าเล็กๆ วิ่งอย่างรวดเร็ว แต่ไม่เร็วเกินกว่าที่ผู้ฝึกยุทธ์ของหุบเขา โดยเฉพาะคนที่มีวิชาตัวเบาเลิศล้ำกว่าใครเพื่อนอยู่ก่อนแล้วอย่างเยว่-เทียนเสียงจะไล่ตามไม่ทันเยว่เทียนเสียงเห็นเสี่ยวอี้หรงของเขานั่งซุกตัวในทุ่งดอกจวี๋ฮวา เอาหน้าซบเข่าร้องไห้ ก็ตกใจ พลันสำนึกได้ว่าคราวนี้อาจกลั่นแกล้งรังแกนางรุนแรงจนเกินไปถึงแม้อาหารจานนั้นจะรสชาติย่ำแย่มากจริงๆ ก็เถอะ...เยว่เทียนเสียงทอดถอนใจ ทรุดตัวลงนั่งชันเข่าเบื้องหน้าเด็กหญิงตัวน้อยปีนี้เยว่เทียนเสียงเพิ่งจะสิบห้าสิบหกปี ทว่าด้วยวัยเพียงสิบห้าสิบหกปีกลับดูสูงใหญ่แกร่งกร้าวราวกับพยัคฆ์หนุ่มตัวหนึ่งก็ไม่ปาน ท่าทีกึ่งคุกเข่าอย่างจนใจต่อหน้าเด็กน้อยวัยห้าหกขวบผู้หนึ่งจึงดูจะว่าอ่อนโยนขัดรูปลักษณ์รึก็ขัด ทั้งยังดูน่าตลกอยู่มากเมื่อตัวก่อเรื่องเข้าถึงตัวน้องเล็กและกำลังออกปากกล่าวคำขอโทษ ผู้ที่เป็นทั้งพี่รองของบ้านตระกูลหลี่แห่งเทียนจินและดำรงสถานะศิษย์พี่รองของหุบเขาเดียวดายจึงรั้งตัวน้องชายสามของตนไว้ รอดูตัวก่อเหตุจัดการแก้ไข ขอขมาต่อน้องสาวตัวน้อยเสี่ยวอี้หรงของพวกเขานั้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่ดี เพียงแต่น้องสาวต
-5-หากจะกล่าวว่าหลี่เซียนเซียนให้กลิ่นอายคล้ายเทพเซียนไม่ต่างอะไรไปจากบิดา...หลี่อี้หรงก็ให้ความรู้สึกคล้ายนางมารน้อย พื้นความคิดผิดประหลาด ช่างออดอ้อน ที่มีเนื้อแท้ซุกซน เอาแต่ใจ ไม่ยอมคน ไม่ต่างอะไรไปจากมารดาเลยสักนิดเสี่ยวอี้หรงแม้ยังเยาว์แต่ช่างจับสังเกตและช่างคิดเป็นอย่างยิ่งเป็นต้นว่าระยะนี้นางจับสังเกตได้ว่าท่านแม่มักจะทำอาหารไปออดอ้อนป้อนให้ท่านพ่อที่กรุ่นโกรธ และท่านแม่ที่ใบหน้างอเง้ากำลังแง่งอนสุดกำลังเองก็ออกอาการปลาบปลื้มใจอ่อนเพียงเพราะได้ชิมอาหารรสมือท่านพ่อ นางในวัยหกขวบก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าการเอาอกเอาใจผู้อื่นด้วยอาหารนั้นนับว่าใช้การได้เป็นอย่างยิ่ง จึงมุ่งมั่นติดตามท่านแม่เข้าโรงครัว ขอเรียนรู้กลวิธีทำของอร่อย หลังจากคอยช่วยเป็นลูกมือมาเดือนกว่า ท่านแม่ก็วางใจ ยอมอนุญาตให้นางเริ่มลงมือทำอาหารด้วยตนเองลำพังเสียทีเสี่ยวอี้หรงเริ่มลงมือทำอาหารเป็นครั้งแรกด้วยน้ำตา นางกล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าจับไก่ กว่าจะจับได้ก็ไม่กล้ามัด หลังจากมัดได้อย่างทุลักทุเลแล้วก็ยังไม่กล้าฆ่า สุดท้ายพี่ชายช่างตามใจอย่างพี่ชายสามสกุลหลี่ หลี่ลู่เหวิน จึงต้องเป็นผู้ลงมือมัดและฆ่าไก่ให้น้องเล็ก
ตัวเขาในชุดสีดำทะมึนหัวเราะกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขา ก้าวเดินไปโอบไหล่ตัวเขาในชุดสีขาวสว่างจ้าที่ยังคงวางท่าสูงส่งเทียมเมฆาประหนึ่งท่านเซียนจากสรวงสวรรค์ ลดเสียงลงกระซิบข้างหูร่างข้างกายแผ่วเบา ทว่าไม่เบาพอที่ผู้ชมอย่างเขาจะไม่ได้ยิน “ข้ารู้นะ...แท้จริงแล้วตัวเจ้าเองก็ต้องการนาง เจ้าเกิดมีอารมณ์ความ
“ไม่ได้เรื่อง...” เสียงบ่นคุ้นหูที่ดังขึ้นในหัว ทำให้อาจูต้องเหลียวซ้ายแลขวา มองหาเจ้างู แต่มองหาอย่างไรก็หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าเจ้าตัวใหญ่ยักษ์นั่นไปซุกตัวแอบถ้ำมองจากทิศไหน“หลี่หยางชั่วอุตส่าห์เปิดช่องให้ประกาศศักดาแย่งชิงความเป็นใหญ่ในเรือนหลัง เจ้ากลับโยนโอกาสดีๆ เช่นนี้ทิ้งเสียได้ เสี่ยวฮวาเป็นค
แม้จะออกอาการไม่พอใจ ต่อต้าน แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ท้ายที่สุดเยว่เทียนฟงกลับยอมตามใจน้องสาวคนใหม่อย่างเธอ ยอมสาบานเป็นพี่เป็นน้องกับงูยักษ์ตัวหนึ่งจนได้ บางทีเขาอาจจะคิดว่าถึงอย่างไรก็เป็นเพียงแค่งู ยอมทำเรื่องเหลวไหลไร้สาระเอาใจน้องสาวคนใหม่สักครั้งก็คงจะไม่เป็นไร แต่สำหรับเจ้างู...มันจริง
อาจูได้ยินน้ำเสียงในหัวแล้วก็เกิดนึกห่วงเจ้าตัวปัญหาร่างยักษ์ขึ้นมา รีบเสแสร้งแกล้งคาดเดาอย่างมีหลักการ “ท่านอ๋อง...โดยปกติแล้วงูตัวนี้ชอบธรรมชาติและดอกไม้ ไม่แน่ว่ามันจะยังหลบอยู่ในสระบัวก็เป็นได้”ผิงอ๋องคิดตามแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผล ทั้งตำหนัก สถานที่ที่เหมาะสมที่ตัวพรรค์นั้นจะซ่อนตัว ก็มีแต่สระบั


















レビュー