นางมารน้อยข้ามภพ

นางมารน้อยข้ามภพ

last update最終更新日 : 2026-04-07
作家:  Karawek Houseたった今更新されました
言語: Thai
goodnovel4goodnovel
10
2 評価. 2 レビュー
348チャプター
4.4Kビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

ทะลุมิติ/ย้อนยุค/ย้อนเวลา

พระเอกเก่ง

กำลังภายใน

อัตลักษณ์ที่ซ่อนเร้น

หมอผู้มีพรสวรรค์

ท่านอ๋อง

ข้ามเวลาไปอดีต

คู่ปรับ

รักข้ามสถานะ

ใครสักคนเคยว่าไว้...บางครั้ง ‘โชคชะตาก็น่าตลก’ อาจูเชื่อมาตลอด ว่า ‘จริง’ แต่ไม่เคยนึกมาก่อนว่าโชคชะตาของตัวเองจะไม่ใช่แค่ตลก แต่เป็นตลกมาก! และจุดเริ่มต้นของเรื่องราวตลกร้ายที่ว่า ก็คือแพคเกจทัวร์ 'ตามรอยมังกรหยก' สุดเก๋ ที่ทำให้ได้พบกระบี่เขรอะสนิมเล่มหนึ่ง ก็แค่ความหวังดี...เล็กน้อยจริงๆ ที่ทำให้อาจูเอื้อมมือไปแหวกเถาวัลย์ปัดฝุ่น ตรวจดูว่าของนั้นใช่อย่างที่คิดหรือไม่ใช่ ใครจะคิดว่าอยู่ดีๆ จะมีงูตัวเป็นๆ พุ่งมาฉกกัด แล้วพอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกที ก็พบว่าวิญญาณทะลุมิติข้ามเวลามาอยู่ในร่างเด็กสาวสารร่างบอบบางผมยาวเฟื้อยร่างนี้แล้ว แค่ความแค้นที่สุมแน่นในทรวงสาวน้อยนางนี้ ก็คับแน่นอกคัพDของร่างใหม่ร่างนี้จะแย่แล้ว นี่เธอยังต้องคุกเข่าคำนับจ้าวหุบเขาโฉดโหดเถื่อนที่มีดีแค่รูปร่างหน้าตาเป็นอาจารย์ แถมยังต้องทำงานรับใช้เขาทุกวันอีก! ทีในนิยายกับละครพวกนั้น พวกนางเอกทะลุมิติข้ามเวลาแล้วได้เป็นฮองเฮา ชายาอ๋อง แต่พอเป็นเธอ กลับต้องทะลุมิติมาเป็นขี้ข้า! หึ! ศิษย์อาจารย์บ้าบออันใดกัน ถ้ายอมให้โขกสับกันง่ายๆ ก็โง่น่ะสิ!

もっと見る

第1話

บทนำ

Saat aku mengetahui semuanya, duniaku berhenti.

Aku ingat menggenggam ujung ranjang sebelum semuanya gelap.

Mereka bilang aku pingsan karena syok.

Suamiku, Dirga Valendra, pria yang disebut pewaris utama mafia, membatalkan kesepakatan bernilai triliunan dan terbang pulang malam itu juga.

Selama dua hari, dia tidak tidur, hanya menjaga di sampingku dengan wajah pucat karena ketakutan.

Saat aku membuka mata, dia sudah berdiri di sampingku.

"Alana," katanya lembut dan menempelkan telapak tanganku ke pipinya. "Kamu membuatku takut setengah mati."

Pria yang dulu menatap pistol yang terisi peluru tanpa berkedip, kini gemetar karena aku jatuh pingsan.

Melihat ke matanya, mata yang dulu paling aku percaya, kini terasa jauh lebih menyakitkan daripada apa pun yang tubuhku rasakan.

Cinta seperti itu tidak mungkin dipalsukan.

Tetapi aku tetap tak bisa berhenti bertanya, apakah dia juga menatap wanita itu seperti itu?

Karina Santoso.

Teman masa kecilnya.

Perempuan yang melahirkan anak kembarnya.

Seandainya aku tak melihat foto-fotonya dan laporan DNA itu dengan mata kepalaku sendiri, aku pasti tidak akan pernah percaya.

Dunia melihat Dirga sebagai sosok yang sempurna.

Tapi kesempurnaan menyembunyikan banyak hal. Dan rahasianya telah hidup di sisi wanita lain selama setahun penuh.

Aku memalingkan wajah, membiarkan air mata meresap ke bantal.

Tanganku gemetar menempel di perutku.

Setelah bertahun-tahun menjalani berbagai percobaan bayi tabung yang gagal, akhirnya aku hamil.

Dan yang bisa aku lakukan hanyalah menangis.

Dirga menarikku ke dalam pelukannya, suaranya rendah dan lembut.

"Ada apa, sayang? Siapa yang membuatmu sedih? Katakan padaku, aku akan urus semuanya."

Tapi aku mencium aroma samar di kulitnya, wangi parfum mahal yang bukan miilikku, dan bercampur dengan manisnya bubuk susu bayi.

Perutku mual. Aku mendorongnya, lalu berlari ke kamar mandi sambil muntah-muntah.

Dia langsung menyusul, menahan rambutku dan membersihkan wajahku.

Dia benci kekacauan. Dia benci bau muntah.

Namun tetap saja dia berlutut dan berbisik dengan lembut, "Tidak apa-apa. Aku ada di sini."

Aku hampir tak mampu bertahan lagi, karena di detik itu dia adalah pria yang kucintai sepenuhnya.

Dia yang dulu berani melakukan apa saja untukku.

Pria yang dulu aku pikir tak mungkin bisa hidup tanpanya.

Aku hampir memaafkannya.

Aku hampir meyakinkan diriku bahwa kalau dia meninggalkan Karina, kami bisa kembali seperti dulu dan memulai lagi, membesarkan bayi kami bersama serta berpura-pura semuanya baik-baik saja.

Aku ingin memberitahunya.

"Dirga, aku..."

Tapi ponselnya berdering.

Dia mencium keningku dan mengatakan ada urusan pekerjaan, lalu berjalan keluar kamar.

Tiga puluh menit kemudian, Karina mengirimiku foto.

Dirga sedang menggendong anak kembar itu, bibirnya menyentuh dahi mereka.

Senyum di wajahnya bukan rasa bersalah, melainkan ketenangan.

Foto itu menghancurkan sisa harapanku yang terakhir.

Ketika aku keluar dari rumah sakit, aku tidak pulang.

Aku langsung pergi ke tempat Bella, teman lamaku, dia satu-satunya orang yang masih bisa aku percaya.

"Tolong aku," kataku. "Aku butuh kamu memalsukan kecelakaan pesawat."

Dia menatapku dengan tak percaya, tapi aku tidak berkedip.

Karena aku paham Dirga.

Dia tidak akan pernah membiarkan aku pergi.

Dan kalau aku ingin melindungi bayiku, aku harus menghilang.

Malam itu, aku mulai berkemas.

Aku membuka lemari dan mengambil semua kemeja yang pernah aku jahit untuknya.

Aku menggunting semuanya menjadi potongan kecil dan membuangnya.

Berlian yang dia berikan padaku, semuanya kuberikan ke para pekerja rumah.

Enam belas album foto yang kami buat selama bertahun-tahun, dengan janji akan melihatnya lagi ketika kami tua, kukeluarkan satu per satu dan kusiapkan untuk dibakar di perapian.

Halaman-halamannya melengkung, menghitam, lalu menjadi abu.

Tepat tengah malam, ponselku bergetar.

Pesan dari Bella: [Semuanya sudah siap. Dua hari lagi, kamu akan menghilang.]

もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む

レビュー

Karawek House
Karawek House
ฝากติดตามกันด้วยน้า ลงจนจบค่ะ
2026-03-22 02:54:46
0
0
Magic Muffin
Magic Muffin
น่าสนใจรอจบแล้วจะมาอ่าน
2025-09-13 16:49:18
0
0
348 チャプター
บทนำ
หลังตะวันตกดิน... จันทร์เสี้ยวเหลืองนวล ชวนให้นึกถึงรอยยิ้มหยิ่งผยองในชั่วยาม[1]แรก และดูเปล่งประกายเยาะเย้ยยิ่งขึ้นในชั่วยามต่อๆ มา สาเหตุเดียวที่ทำให้อาจูต้องหอบสังขารใกล้ร่วงโรยของเด็กสาวผิวพรรณเกลี้ยงเกลาเหมือนหยกขาวพิสุทธิ์ ร่างบางเหมือนกิ่งหลิว เส้นผมดำขลับเหมือนหมึก...ที่แม้จะสั้นกว่าที่บรรยายเอาไว้ในนิยายจีนหลายๆ เรื่อง แต่ก็ยังยาวระบั้นท้าย แถมยังเอาแต่พลิ้วสยาย พันไม้พันมือ ดูรุ่มร่าม มาทนคุกเข่าต่อหน้าหน้าผาลึกสุดหยั่งให้ดวงจันทร์ยิ้มหยันเล่นแบบนี้ มีเพียงสาเหตุเดียวเท่านั้น คือเรื่องเหลือเชื่อและยิ่งกว่าโง่เง่าที่เกิดขึ้นต่อๆ กันเป็นคอมโบ[2] จัดหนักจัดเต็มยิ่งกว่าโปรโมชั่นย้ายค่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ นี่ไม่ใช่ร่างกายเธอ ยุคสมัยนี้ก็ไม่ใช่ยุคสมัยของเธอ ตั้งแต่เกิดและใช้ชีวิตมายี่สิบห้าปี เธอชื่อป้อจู[3] ใครต่อใครเรียกอาจู มีชื่อไทยที่พวกญาติๆ ไม่ค่อยจะเรียกกันว่าเมษา เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เกิดและโตในเยาวราช วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดอายุ 25 เธอจึงเลือกฉลองวันเกิดเบญจเพสให้ตัวเองด้วยการซื้อทัวร์ ‘ตามรอยมังกรหยก’ ทัวร์รูปแบบเก๋ไก
続きを読む
บทที่ 1
อาจูปรือหนังตาขึ้นอย่างเชื่องช้า พยายามเพ่งมองเงาร่างสง่าผ่าเผยในเครื่องแต่งกายสีน้ำเงินเข้ม ดูสูงส่งเสี้ยววินาทีนั้น แสงอาทิตย์ที่ส่องกระทบเปลือกตาบดบังให้มองเห็นใบหน้าคนเพียงคนเดียวในสายตาไม่ชัดนัก รู้เพียงแต่ว่าท่ามกลางรัศมีสีทองเรืองรอง เงาร่างตรงหน้านี้ดูเย็นชาร่างสง่าผ่าเผยในเครื่องแต่งกายสีน้ำเงินเข้มที่ดูเย็นชาร่างนี้ขยับนิ้วมือเรียวสวยรั้งผ้าม่านเข้าหาเสาเตียงแล้วจับมันพันเอาไว้อย่างเนิบช้าเมื่อผ้าม่านถูกกำจัด แสงตะวันเจิดจ้าก็สาดเข้าปะทะ ทำเอาเธอตาพร่า“รู้สึกตัวเสียที” น้ำเสียงเข้มขรึมทรงเสน่ห์ขับให้เงาร่างในสายตาเธอดูสูงส่งเลิศลอยขึ้นอีกแปดส่วนอาจูเหม่อมองอยู่นาน นานจนม่านหมอกพร่ามัวจางหาย ทิ้งภาพ ‘คุณชาย’ ที่ดูหล่อเหลายิ่งกว่าพระเอกหนังจีนเรื่องไหนๆ ไว้แทนที่“...เทพ...เทพบุตรชัดๆ...”ถ้าไม่เคยพบเขาในสภาพนี้มาก่อน เธออาจเพ้อใส่หน้าเขาประมาณนี้แต่เพราะเธอไม่ใช่แค่เคยพบเขามาก่อน แต่ยังตื่นขึ้นมาเจอเขาในสภาพแบบเดิมๆ แบบเดียวกันนี้มาแล้วถึงสองครั้ง ครั้งแรกคือตอนที่เธอเพิ่งจะฟื้นขึ้นมาในโลกนี้ ครั้งที่สองคือตอนที่รู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งหลังกินยาพิษร้ายแรงเข้าไป พอต้องมา
続きを読む
บทที่ 2
หากจะถามว่าหุบเขาเดียวดายแห่งนี้เป็นสถานที่เช่นไร...อาจู หรือในตอนนี้คือ จวี๋ฮวา ก็กล้าพูดอย่างเต็มปากว่าหุบเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ที่งดงามเหนือคำบรรยายที่นี่ชวนให้นึกถึงพวกหนังจีนแนวเทพเซียนหุบเขาแห่งนี้ไม่เพียงตั้งอยู่บนเทือกเขาอีกชั้นหนึ่ง ยังล้อมรอบด้วยภูเขาหินสูงชันที่ปกคลุมด้วยสมุนไพรนานาชนิด มองแล้วดูเขียวชอุ่มสบายตาเนื่องจากรายล้อมด้วยภูเขาลูกเล็กลูกน้อย ที่นี่จึงมีปากทางเข้าเพียงทางเดียวคือด้านที่เป็นสวนป่าสาลี่ลำต้นสีดำสนิทออกดอกสีขาวบานสะพรั่ง ลานดอกไม้งดงามชวนฝันแห่งนั้นถูกกางกั้นจากโลกภายนอกด้วยหุบเหวที่ทั้งลึกและกว้างอีกหนึ่งชั้น มองจากฝั่งตรงข้ามของหน้าผาแล้วดูคล้ายสวนป่าสาลี่ในม่านหมอกเพราะตั้งอยู่บนที่สูงและมีหุบเหวกับภูเขาหินตีกรอบล้อมดุจปราการเช่นนี้นี่เอง สถานที่แห่งนี้จึงไม่เพียงเป็นสถานที่ที่มีม่านหมอกปกคลุมตลอดทั้งวันทั้งยังสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาวชัดเจน แต่มันยังเป็นสถานที่เงียบสงบซึ่งต้นหญ้า ดอกไม้ ธารน้ำ และผืนดินภายในอาณาบริเวณ แทบไม่ปรากฏร่องรอยมนุษย์ย่างเหยียบในสายตาเธอ สถานที่แห่งนี้ช่างเป็นสถานที่ที่ดี เหมาะสำหรับใช้เป็นสถานที่พักร
続きを読む
บทที่ 3
ท่านจ้าวหุบเขาไม่ใส่ใจสายตากล่าวโทษนั้น ทำเพียงฉวยข้อมือขาวผ่องขึ้นจับชีพจรด้วยสีหน้าสงบนิ่งเหมือนรูปสลักเมื่อเขาขยับเข้าชิดใกล้ กลิ่นหอมแปลกประหลาดชวนละเมอก็คล้ายจะค่อยๆ เลื้อยรัดรอบตัวเธออย่างอ่อนโยนทว่าแนบแน่นกลิ่นดอกท้อ...ไม้หอม...ผสมกับสมุนไพร...?นี่เขาเพิ่งอาบน้ำมารึ...?“อิ่มแล้วหรือยัง”คำถามสั้นๆ ดึงให้ลูกศิษย์ที่กำลังจะลดสายตาลงสำรวจเรือนร่างอาจารย์ได้สติอาจูอยากจะตอบว่า “ยัง” แต่นึกถึงประโยคที่ชวนให้รู้สึกว่าโดนหลอกด่าประโยคนั้นแล้วก็ออกปากขอกินต่อไม่ลง ได้แต่ใช้แขนเสื้อซับมุมปากเบาๆ พยายามสะกดความรู้สึกอยากไอ ตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลราวกับเรื่องน่าขายหน้าเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น“เจ้าค่ะ...”“ถ้าอย่างนั้นก็ตามมา” ว่าจบ จ้าวหุบเขาเดียวดายก็ปล่อยมือ กลับหลังหันไม่ทันจะก้าวขา จู่ๆ ท่านจ้าวหุบเขาก็หยุดชะงักคล้ายนึกบางอย่างที่สำคัญมากๆ ขึ้นได้ อาจูจึงวางท่าสงบเสงี่ยมยืนรอฟังด้วยความตั้งใจ“เก็บจานชามพวกนั้นมาด้วย” เขาบอกเสียงขรึมห๊ะ?เก็บโต๊ะ? แค่นี้น่ะนะที่นึกได้?ไม่ทันที่อาจูจะได้ถามอะไร ร่างสูงโปร่งในชุดสีน้ำเงินเข้มก็เริ่มเคลื่อนที่อีกครั้ง เธอจึงต้องรีบยกถาดไม้ที
続きを読む
บทที่ 4
หากสามวันแรกหลังจากตื่นขึ้นมาในหุบเขา เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ ตลอดสามวันที่ผ่านมานี้ก็ยิ่งกว่าตกนรก ไอ้จ้าวหุบเขาโฉดจิตใจโหดเหี้ยมนั่นไม่อ่อนข้อให้เธอสักนิด! นับตั้งแต่โดนบรรดาไก่ตัวผู้ที่น่าจับมาต้มน้ำแกงให้หมดแข่งกันโก่งคอขันปลุก อาจูต้องรีบลุกขึ้นมาติดเตาไฟต้มน้ำอุ่นเตรียมไว้ให้เขาล้างหน้า ระหว่างรอน้ำเดือดก็ต้องรีบหอบสังขารไปอาบน้ำที่บ่อน้ำร้อนธรรมชาติท้ายหุบเขา จากนั้นก็ต้องรีบกลับมายกน้ำอุ่นไปให้เขาที่ห้อง โดยต้องไม่ลืมช่วยตระเตรียมเสื้อผ้าให้ด้วยอีกหนึ่งชุดเมื่อไปถึงที่นั่น หลังจากจัดวางอ่างล้างหน้า ผ้าสะอาดสำหรับเช็ดหน้าและมือ รวมทั้งเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้แล้ว เธอจะต้องรีบชงชาและติดเตาเล็กไว้รอท่า เผื่อว่าชาเย็นลงเมื่อไหร่จะได้พร้อมอุ่นกาให้เขาทุกเมื่อ แล้วหลังจากนั้นก็ต้องรีบกลับมาที่เรือนทิศใต้เพื่อหุงข้าวและปรุงอาหารสุกใหม่จำนวนสามชนิดนี่เป็นเพียงแค่รายการ “สิ่งที่ต้องทำ” ในช่วงเช้าเท่านั้น ยังไม่นับว่าหลังจากที่เขากินอาหารเสร็จดีแล้ว เธอยังต้องไปเก็บจานชามมาล้าง โดยก่อนจากมาต้องไม่ลืมตรวจสอบกาน้ำชาว่ามีชาอุ่นร้อนอยู่เต็มกาหรือไม่ กว่าจะทำงานของช่วงเช้าค
続きを読む
บทที่ 5
จ้าวหุบเขาเคยกำชับให้เธอลงมาแช่น้ำร้อนวันละสองเวลาเพื่อปรับสมดุลร่างกายตามเวลาที่กำหนดให้อย่างเคร่งครัด เธอก็ทำตามมาโดยตลอด แต่หลังจากทำงานหนักมาสามวันเต็ม เย็นวันนี้เธอจึงเปลี่ยนแผน เพราะอยากจะแช่น้ำอุ่นๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนเข้านอน มากกว่าเข้านอนโดยมีกลิ่นอาหารและกลิ่นควันไฟติดเส้นผมแย่แล้ว...คนอาบน้ำผิดเวลาแถมยังแช่น้ำนานนับครึ่งชั่วยามอยากจะร้องเตือน แต่เมื่อหันไปเห็นว่าผู้ชายที่แก้ผ้าแก้ผ่อนลงมาแช่น้ำร้อนชนิดไม่ดูตาม้าตาเรือไม่ใช่ท่านจ้าวหุบเขา ใบหน้าขาวผ่องก็ซีดลงอีกสามระดับไอ้ตี๋ร่างเล็ก หน้าหวาน แต่ท่าทางดูกวนประสาท แถมยังเอาแต่หัวเราะหึหึเป็นบ้าเป็นบออยู่คนเดียวคนนี้เป็นใคร!!!อาจูซ่อนตัวนิ่งสนิทโดยสัญชาตญาณ ในใจได้แต่นึกขอบคุณตัวเองที่ยังหน้าบางเกินกว่าจะแก้ผ้าแก้ผ่อนลงแช่น้ำร้อนกลางแจ้ง ก็เลยว่ายเข้ามาหลบมุมอาบน้ำหลังซอกหินแบบนี้ขณะอาจูกำลังคิดว่าจะเอายังไงดี ไอ้ตี๋ที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนคนนั้นก็กางแขนกางขาถูเนื้อถูตัวอย่างน่าเกลียด ทำเอาคนที่คิดว่าตัวเองหน้าหนามากแล้วถึงขั้นอยากยอบกายคารวะอี๋...ร่างเด็กหนุ่มเพิ่งโตผอมแห้งพรรค์นี้น่าดูตรงไหนกันอะ...อนาจาร...นี่มัน
続きを読む
บทที่ 6
หลังพูดประโยคนี้ อาจูแทบอยากล้มตัวลงกรี้ดอัดหมอน หรือไม่ก็หลบมุมไปตบเข่าตัวเองสักฉาดได้ใจแม่มาก ได้ใจแม่มากกก ทำดีมาก ดีมากๆ ค่ะลูกสาว!...ในใจกรี้ดกร้าดไป ภายนอกก็แสร้งทำสีหน้าสับสนปนหวั่นไหวเล็กน้อยเสี่ยวจวี๋ฮวาไม่รอให้ซือฝุตอบรับหรือปฏิเสธ ร่างงดงามใต้แสงจันทร์ยกมือขึ้นปิดปาก พร้อมกับส่งเสียง “อ๊ะ...” ราวกับเพิ่งหลุดพูดสิ่งที่คิด ขณะเดียวกันดวงตาดอกท้อก็เบิกกว้างขึ้นอย่างไร้เดียงสา “ดะ..ดึกมากแล้ว คืนนี้อากาศเย็น ซือฝุโปรดรักษาตัวด้วย” หลังพูดประโยคที่ฟังดูโง่งม ร่างเล็กๆ ก็รีบกอดกระชับตัวเองแน่น แล้วพาร่างอ้อนแอ้นบอบบางวิ่งกลับเรือนพักไปทั้งอย่างนั้น...หึหึ...เธอไม่รู้หรอกว่าจ้าวหุบเขาผู้นั้นจะคิดอย่างไร รู้เพียงแต่ตอนนี้เสี่ยวจวี๋ฮวาได้ทำตัวเป็นนางเอกนิยายรักใสใสไปหนึ่งยก ทั้งยังไม่ต้องทนเดินทอดน่องตากลมหนาวไปอีกอย่างต่ำก็ราวๆ สิบห้านาทีสิบห้านาที...สิบห้านาทีเชียวนะ!อากาศหนาวตั้งขนาดนี้ ขืนเดินทอดน่องตากลมอีกแค่ห้านาทีก็ตัวแข็งเป็นเนื้อไก่ในช่องแช่กันพอดี! จ้าวหุบเขาเดียวดายมองแผ่นหลังเด็กสาวที่เมื่อครู่ยังเนื้อตัวสั่นเทาหนักราวกับหนาวเหน็บจนขาแข้งแทบแข็งแล้ว ก็เลิกคิ้วขึ
続きを読む
บทที่ 7
“ทั้งข้าและศิษย์ต่างเป็นผู้ฝักใฝ่ความเงียบสงบ ไม่สันทัดการรับรองผู้คน อาจจะดูเสียมารยาท ทว่ารังมุสิก[1]เล็กจ้อยไม่อาจรองรับคนร่างใหญ่ พวกท่านรีบออกจากหุบเขาเสียจะดีกว่า ยิ่งดึกลมแรง ข้ามหุบเหวตอนลมแรงนับเป็นเรื่องอันตราย อาจมีผู้ใดพลัดตกลงไปได้ทุกเมื่อ” จ้าวหุบเขาเอ่ยด้วยสีหน้าสงบนิ่ง น้ำเสียงก็ยังราบเรียบดุจเดิม ทั้งอย่างนั้น คนฟังต่างเย็นวาบไปทั้งศีรษะ ยิ่งนึกถึงภาพใบไม้ในก้อนหิน ในอกก็ยิ่งสั่นสะท้านนะ...นี่...นี่เขาเพิ่งขู่จะฆ่าทุกคนใช่หรือไม่!พ่อบ้านสกุลซุนกำหมัดแน่นขึ้นอีก“ท่านจ้าวหุบเขา แต่ว่ามือของนายน้อย...”“พ่อบ้านสกุลซุน ท่านช่างไม่รู้จักเกรงใจเสียเลย ท่านคิดว่าตอนนี้ล่วงเข้ายามใดแล้ว” จ้าวหุบเขาหยิบขวดใบจ้อยทรงรีเรียวออกมา แล้วซัดฝ่ามือเบาๆ เข้าใส่ ส่งมันเข้าสู่อุ้งมือพ่อบ้านชรา “เห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับประมุขซุน ข้าจะช่วยดูมือนั่นให้”พ่อบ้านชรารีบโค้งตัวคำนับเป็นการใหญ่ จวบจนจ้าวหุบเขาโบกมือปราม เขาจึงยอมหยุดกิริยานั้น“ให้เขากินยานั่นก่อน อีกไม่เกินสองเค่อ รอข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยดีแล้วจะช่วยต่อเส้นเลือดและเส้นเอ็นให้ ส่วนค่ารักษา...”“หนึ่งหมื่นตำลึงทอ
続きを読む
บทที่ 8
เมื่อเทียบกับท่านจ้าวหุบเขาผู้ดูจะมีความสุขกับการเดินทอดน่องชมทิวทัศน์ยามค่ำแล้ว คนที่ใส่เกียร์โกยแน่บหนีความหนาวเหน็บกลับเรือนพักอย่างอาจูย่อมกลับมาถึงเร็วกว่าเขาเป็นเท่าตัว ทันทีที่กลับมาถึง อาจูก็ต้องตื่นตาตื่นใจเพราะหีบบรรจุเสื้อผ้าแพรพรรณชั้นดีและข้าวของเครื่องใช้สตรีแบบโบราณของแท้และดั้งเดิมที่วางเรียงกันอยู่บนลานเล็กๆ ด้านหน้าเรือนพัก เมื่อใช้สมองของศีรษะอันน่ารักจิ้มลิ้มชั่งตวงวัดแล้วเห็นว่าที่นี่ไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากจวี๋ฮวา มิหนำซ้ำที่แห่งนี้ยังเป็นเรือนพักของนาง เจ้าของเรือนก็รีบกุลีกุจอขนถ่ายหีบ “สมบัติ” ทั้งสามใบเข้าไปเก็บในเรือนนอน อาการเหน็ดเหนื่อยปวดเมื่อยแขน ขา และเอวทั้งหลาย คล้ายจะหายไปชั่วขณะหลังจัดเก็บทุกอย่างไว้ที่มุมห้อง คนเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองกำลังหนาวก็รีบออกไปจุดไฟใส่กระถางไฟใบเล็กอันสะดวกแก่การขนย้าย แล้วค่อยๆ ยกมันเข้ามา จากนั้นก็เปลี่ยนมาสวมชุดผ้าไหมเนื้อดีสีเหลืองนวลซึ่งสุ่มหยิบมาจากบรรดาเสื้อผ้าสตรีหลากสีสันในหีบ โดยไม่ลืมเอาเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มของท่านจ้าวหุบเขาและเสื้อผ้าชุดเก่าของตัวเองไปตากไว้ที่ราวไม้เพื่อป้องกันกลิ่นอับชื้นที่ยากจะกำจัด
続きを読む
บทที่ 9
ข้างฝ่ายคู่ศิษย์อาจารย์ในห้องหับมิดชิด...ยามนี้จวี๋ฮวาคล้ายจะเสียขวัญจนลืมตัว นางแทบจะฝังร่างตนเองในอ้อมอกท่านจ้าวหุบเขา หน้าอกหน้าใจหนั่นแน่นบดคลึงแผงอกแกร่งไปถึงไหนต่อไหน สองมือเล็กๆ กอดรัดเขาแน่นด้วยความรักและไว้วางใจสูงสุด ทำราวกับในสายตานาง บุรุษผู้นี้คือที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวบนโลกนี้เธอไม่ค่อยแน่ใจนักว่าท่านจ้าวหุบเขาคิดเห็นเช่นไร เพราะเขาเอาแต่ยืนนิ่งเหมือนตุ๊กตาหน้าหล่อไร้ความรู้สึก...และเพราะเขาไม่มีปฏิกิริยาใดใด ไม่แม้แต่จะแข็งขืนหรือผลักไส ต่อให้อยากซุกไซ้แผงอกกรุ่นกลิ่นหอมดิบเถื่อนแปลกประหลาดที่ตัวเองเคยสักแต่เขียนบรรยายลงในนิยายทั้งๆ ที่ไม่เคยสัมผัสและไม่คาดคิดว่าจะมีอยู่จริงสักแค่ไหน นักเขียนสายมโนอย่างเธอก็ยังอดตะขิดตะขวงใจขึ้นมาไม่ได้อะ...ไอ้ความรู้สึกเหมือนว่าเป็นสีกาชั่วกำลังยั่วยวนพระตบะสูงแบบนี้มันคืออะไร?มีใครสักคนเคยบอกไว้ คนเราต้องไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงในสถานการณ์ที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้ควบคุม เพราะฉะนั้น...ก่อนที่ตัวเองจะทำอะไรไม่ถูกเพราะปฏิกิริยาเหนือความคาดหมายนี้ อาจูรีบดันตัวเองออกจากแผงอกอุ่นด้วยสีหน้าตกใจระคนสับสน เมื่อดวงตาคู่งามที่เต็มไปด้วยอารมณ์วาบ
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status