All Chapters of มธุรสวาทเจ้าสำนัก: Chapter 41 - Chapter 50

77 Chapters

บทที่ 40 ความลับในห่อผ้าสีชาด

แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วแนวป่าดิบชื้นที่สงบเงียบลงหลังจากการล่มสลายของเมืองบาดาล กองไฟเล็กๆ ส่งเสียงปะทุเป็นระยะท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน เซียวหลันนั่งชันเข่าอยู่ข้างกองไฟ มือเรียวบางกำลังเช็ดทำความสะอาดมีดผ่าตัดเล่มเล็กอย่างประณีต แสงไฟสะท้อนบนใบมีดวาววับล้อไปกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความคิดของนาง"แผลที่ไหล่ซ้ายของท่านยังไม่สนิทดีนัก ห้ามฝืนใช้กำลังภายในอย่างรุนแรงไปอีกเจ็ดวัน" เซียวหลันเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า แต่นางรู้ดีว่าหลี่หยางกำลังยืนจ้องมองนางอยู่ทางด้านหลัง"ข้าไม่เป็นไรแล้ว" หลี่หยางก้าวเดินเข้ามาในรัศมีแสงไฟ เขาถือปลาที่ย่างเสร็จใหม่ๆ มาส่งให้นาง "เจ้าต่างหากที่ควรพักผ่อน ร่างกายเจ้าบอบบางกว่าข้านัก แต่กลับต้องเป็นคนแบกรับความเสี่ยงมากที่สุด"เซียวหลันรับปลามายิ้มๆ "ข้าไม่ได้ใช้กำลัง แต่ข้าใช้สมอง หลี่หยาง ท่านจำกล่องเหล็กใบเล็กที่เจ้านั่นพยายามจะทำลายก่อนตายได้ไหม?"หลี่หยางพยักหน้าพลางนั่งลงข้างนาง เขาหยิบห่อผ้าสีแดงชาดที่เก็บกู้มาจากซากวิหารใต้น้ำออกมาวางลงบนพื้นที่ว่างระหว่างเขาทั้งสอง "มันเป็นเหล็กชนิดพิเศษที่ข้าไม่เคยเห็น แม้แต่ดาบอ่
Read more

บทที่ 41 วิหารพฤกษาพันปี

ท่ามกลางความมืดมิดที่โอบล้อมผืนป่าแดนใต้ แสงจันทร์เสี้ยวเบื้องบนช่างดูห่างไกลและซีดเซียวราวกับดวงตาของผู้วายชนม์ที่จ้องมองลงมายังโลกมนุษย์ ความเงียบสงัดของป่าดิบชื้นรอยต่อทิศตะวันตกไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบสุข หากแต่เป็นความเงียบที่กดดันประหนึ่งพายุใหญ่กำลังตั้งเค้าลึกเข้าไปในเงาไม้ที่บิดเบี้ยวเซียวหลันและหลี่หยางทะยานร่างผ่านแมกไม้อย่างรวดเร็วและแผ่วเบาราวกับสองวิญญาณที่ล่องลอยผ่านม่านกาลเวลา ฝีเท้าของหลี่หยางมั่นคงและไร้สุ้มเสียงประหนึ่งพยัคฆ์ร้ายในรัตติกาล ขณะที่เซียวหลันแม้จะไม่ได้มีวรยุทธ์สูงส่งแต่ความคล่องตัวที่ฝึกฝนมาจากการเป็นศัลยแพทย์ผู้ต้องเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำในพื้นที่จำกัด ผสานกับความรู้เรื่องจุดชีพจรและการถ่วงสมดุลร่างกายทำให้นางตามเขาได้โดยไม่เป็นภาระ"พวกมันยังตามมาอยู่" หลี่หยางกระซิบ เสียงของเขาแผ่วเบายิ่งกว่าเสียงใบไม้ไหว แต่ความเคร่งเครียดกลับแผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจนเซียวหลันขมวดคิ้ว มือหนึ่งกุมกระชับกระเป๋ายาสะพายข้างที่บรรจุหัวใจของการผจญภัยครั้งนี้ไว้ “พวกมันไม่ใช่ทหารพรรคมารธรรมดา ท่วงท่าการเคลื่อนไหวของพวกมันไม่มีจังหวะของการหายใจที่ต
Read more

บทที่ 42 เถ้าถ่านแห่งความทรงจำ

แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้าทางทิศตะวันออกขับไล่ม่านหมอกสีม่วงครามให้จางหายไปจากหุบเขาสมุนไพรพันปี เสียงน้ำตกที่เคยดังกึกก้องประหนึ่งเสียงคำรามของมังกรในยามค่ำคืน บัดนี้กลับฟังดูคล้ายบทเพลงกล่อมเกลาพฤกษาที่แว่วมาตามสายลมเย็นเยือก"คุณหนู! ท่านหลี่! พวกท่านยังไม่ตายใช่ไหมเจ้าคะ!"เสียงแหลมใสที่คุ้นเคยดังทำลายความเงียบสงบขึ้นมาทันที ร่างเล็กๆ ในชุดสีเขียวอ่อนที่บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและเศษใบไม้ พุ่งพรวดออกมาจากหลังโขดหินใหญ่ใกล้ปากถ้ำ เสี่ยวชุนวิ่งถลาเข้ามาด้วยใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาและคราบเขม่า แขนทั้งสองข้างกอดห่อผ้าสัมภาระไว้แน่นจนตัวสั่นเซียวหลันที่ยังคงอยู่ในอ้อมกอดของหลี่หยางรีบผละตัวออกมาเล็กน้อย นางยิ้มกว้างด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าสาวใช้คนสนิทปลอดภัยดี "เสี่ยวชุน! ข้ายังอยู่ และท่านหลี่ก็ยังอยู่ดี... เจ้าไปซ่อนอยู่ที่ไหนมาเนี่ย?"เสี่ยวชุนโผเข้ามากอดเอวเซียวหลันพลางสะอื้นฮัก “ฮืออออ ตอนที่พวกองครักษ์เงาโผล่มา ท่านหลี่สั่งให้ข้ามุดเข้าไปในซอกหินแล้วเอาเถาวัลย์ปิดไว้ ข้ากลัวแทบตายเจ้าค่ะ ได้ยินเสียงดาบปะทะกันเคร้งคร้างไปหมด ข้าก็นึกว่าพวก
Read more

บทที่ 43 ท่าเรือเฮยหลิง

เสียงคลื่นกระทบฝั่งสลับกับเสียงนกนางนวลที่กรีดร้องระงมเหนือฟากฟ้าสีครามเข้ม บรรยากาศของ ท่าเรือเฮยหลิง เมืองหน้าด่านทางใต้ที่ใหญ่ที่สุดช่างดูแตกต่างจากความเงียบสงบของหุบเขาพันปีอย่างสิ้นเชิง กลิ่นคาวปลาที่คละคลุ้งผสมกับกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้นและควันไฟจากโรงเรือนริมน้ำทำเอาเสี่ยวชุนต้องยกมือขึ้นป้องจมูกพลางหันมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ"คนเยอะเหลือเกินเจ้าค่ะคุณหนู! ข้านึกว่าคนทั้งแผ่นดินจะมารวมตัวกันที่นี่เสียอีก" เสี่ยวชุนกระซิบพลางเบียดตัวเข้าใกล้รถม้าเซียวหลันมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า แววตาของนางไม่ได้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเหมือนสาวใช้แต่กลับฉายแววเคร่งเครียด นางกุมกระเป๋ายาที่บรรจุกล่องเหล็กดาราสีทองไว้แน่นเวลาของนางเหลือเพียงห้าวันเท่านั้น หากไม่สามารถขึ้นเรือที่เร็วที่สุดเพื่อล่องขึ้นเหนือได้ ปาฏิหาริย์ในมือนี้จะกลายเป็นเพียงเศษกิ่งไม้ไร้ค่า"หลี่หยาง สถานการณ์ดูไม่ปกติ" เซียวหลันเอ่ยเตือนสั้นๆหลี่หยางที่ทำหน้าที่สารถีบังคับม้าอยู่ด้านหน้าเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย แววตาพยัคฆ์ของเขากวาดมองไปยังกลุ่มทหารในชุดเกราะสีดำที่เดินตรวจตราหนาตาผิดปกติรอบท่าเรือ "มีการสั่งปิดน่านน้ำ ดู
Read more

บทที่ 44 ยุทธนาวีมังกรวารี

เหนือผืนน้ำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เรือสำเภามังกรวารีแหวกฝ่าเกลียวคลื่นสีเงินยวงที่สะท้อนแสงจันทร์วันเพ็ญ ท้องทะเลในยามวิกาลดูเงียบสงบราวกับกระจกเงาบานยักษ์ที่สะท้อนภาพดารานับล้านดวง ทว่าภายใต้ความวิจิตรนั้นกลับมีกระแสคลื่นใต้น้ำที่เชี่ยวกรากประหนึ่งลางบอกเหตุร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาเซียวหลันนั่งอยู่ในห้องพักใต้ท้องเรือที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องปรุงยาชั่วคราว ตะเกียงน้ำมันแขวนผนังแกว่งไกวไปตามจังหวะการโคลงของเรือ ส่งแสงสลัวฉาบไปบนใบหน้าเคร่งขรึมของนาง ในมือนางถือกิ่งดาราสีทองที่บัดนี้เริ่มมีสีซีดจางลงตรงปลายกิ่ง"วันที่สี่..." นางพึมพำกับตัวเอง "ความชื้นในทะเลสูงเกินไป สารชีวภาพในกิ่งไม้กำลังทำปฏิกิริยากับไอเกลือ ข้าต้องเร่งสกัดมันออกมาเดี๋ยวนี้""คุณหนูเจ้าคะ น้ำกลั่นที่ท่านสั่งได้แล้วเจ้าค่ะ" เสี่ยวชุนเดินประคองอ่างดินเผาเข้ามาอย่างระมัดระวัง สาวใช้ตัวน้อยพยายามกลั้นอาการเมาเรืออย่างสุดความสามารถ ใบหน้าของนางซีดเซียวแต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้ากรองผ่านถ่านและผ้าเจ็ดชั้นตามที่ท่านบอกทุกประการเลยเจ้าค่ะ""ดีมากเสี่ยวชุน เจ้าไปพักเถอะ ที่เหลือข้าจัด
Read more

บทที่ 45 เกาะกะโหลก

เรือสำเภามังกรวารีทะยานฝ่าละอองคลื่นสีเงินมุ่งหน้าสู่ทิศพายัพอย่างโดดเดี่ยว ท้องทะเลเบื้องหน้าเริ่มแปรเปลี่ยนจากสีครามใสเป็นสีเขียวมรกตที่ดูขุ่นมัว หมอกจางๆ ลอยเหนือน้ำราวกับวิญญาณเร่ร่อนที่รอคอยผู้วิเศษมาปลดปล่อย และท่ามกลางม่านหมอกนั้นเอง เงาดำทะมึนของเกาะประหลาดก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมามันคือ เกาะกะโหลก สถานที่ซึ่งในแผนที่เดินเรือระบุว่าเป็นเขตหวงห้าม แต่สำหรับผู้ที่แข่งกับเข็มนาฬิกาแห่งชีวิตอย่างเซียวหลัน ที่นี่คือทางลัดเพียงหนึ่งเดียวที่จะย่นระยะเวลาเดินทางสู่ยอดเขาไท่ซานภาพที่ปรากฏแก่สายตานั้นช่างน่าขนพองสยองเกล้า ยอดเขาหินปูนสองยอดที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเกาะมีรูปร่างบิดเบี้ยวจนดูคล้ายเบ้าตาขนาดใหญ่ของหัวกะโหลกมนุษย์ที่จ้องมองมายังผู้บุกรุก พฤกษาที่ขึ้นปกคลุมเกาะนี้ไม่ใช่สีเขียวขจีตามธรรมชาติ แต่กลับเป็นสีม่วงคล้ำปนแดงอิฐ ใบไม้แต่ละใบมีขนาดใหญ่ยักษ์และส่งเสียงสั่นไหวราวกับมันมีลมหายใจเป็นของตัวเอง"ข้า... ข้าเริ่มรู้สึกว่าชื่อเกาะนี้ไม่ใช่แค่การตั้งชื่อตามรูปร่างแล้วนะเจ้าคะ" เสี่ยวชุนกระซิบพลางกอดแขนตัวเองแน่นขณะก้าวลงจากเรือเล็กสู่ชายหาดทร
Read more

บทที่ 46 ยอดเขาไท่ซาน

สายลมจากทิศอุดรพัดกระโชกเข้าใส่ใบหน้าประหนึ่งคมมีดที่กรีดผ่านผิวหนัง ท้องทะเลสีครามที่คุ้นเคยถูกทิ้งไว้เบื้องหลังไกลโพ้น บัดนี้เบื้องหน้าของพวกเขาคือมหาบรรพตที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้า ยอดเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนจนดูคล้ายกับยักษ์น้ำแข็งในตำนานที่กำลังหลับใหล ยอดเขาไท่ซาน สถานที่ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์และความตายห่างกันเพียงเส้นยาแดงผ่าแปดเม่ื่อมังกรวารีเทียบท่า ณ เมืองชายฝั่งทางตอนเหนือได้เพียงไม่กี่ชั่วยาม หลี่หยางก็จัดหาอาชาฝีเท้าดีสามตัวและเสื้อคลุมขนสัตว์หนาหนักมาเตรียมพร้อม การเดินทางจากเมืองท่าสู่ตีนเขาไท่ซานเป็นไปอย่างเร่งรีบ ท่ามกลางอุณหภูมิที่ลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวขุ่น ทุกวินาทีที่ผันผ่านคือการนับถอยหลังของสารสกัดดาราสีทองที่นอนสงบนิ่งอยู่ในขวดที่ถูกห่อด้วยผ้าไหมเก็บซ่อนไว้ภายใต้เสื้อคลุมของเซียวหลัน"อีกเพียงหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนเท่านั้น..." เซียวหลันพึมพำขณะบังคับม้าไปตามเส้นทางลาดชันที่เริ่มปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ผิวแก้มของนางแดงระเรื่อเพราะความหนาวจัด แต่นัยน์ตายังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว "หากเราขึ้นไม่ถึงจุดสูงสุดเพื่อพบกับอากาศที่เย็นบริสุทธิ
Read more

บทที่ 47 ความลับ

เสียงหวีดหวิวของพายุหิมะบนยอดเขาไท่ซานดูจะเลือนหายไปชั่วขณะ เมื่อถูกแทนที่ด้วยเสียงเคร่งเครียดของการเผชิญหน้า บรรยากาศรอบตัวเยี่ยเฉินเย็นเยียบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง เข็มเงินนับร้อยเล่มที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศดูราวกับฝูงมัจจุราชสีเงินที่รอคอยคำสั่งสังหาร แสงสะท้อนจากน้ำแข็งที่เกาะอยู่บนหัวเข็มส่งประกายวาววับล้อกับดวงตาที่ไร้ความรู้สึกของอดีตหมอหลวง"เพลิงที่ดับไม่ได้งั้นรึ?" เยี่ยเฉินแค่นหัวเราะ เสียงของเขาแหบพร่าคล้ายน้ำแข็งที่เสียดสีกัน “เจ้าเด็กน้อย เจ้าคงยังไม่รู้ซินะว่าบนยอดเขาที่อากาศเบาบางและหนาวเหน็บเช่นนี้ แม้แต่ไฟจากอเวจีก็ยังต้องมอดดับ ความร้อนคือศัตรูของความสงบ และความสงบคือหนทางเดียวที่จะรักษาความบริสุทธิ์ของดาราสีทองไว้ได้""ความสงบของท่านมันคือความตายต่างหาก!" เซียวหลันตะโกนสวนกลับ นางกระชับห่อผ้าที่แนบติดกับอกจนสัมผัสได้ถึงความเย็นที่เริ่มแผ่ออกมาจากขวดสารสกัดดาราสีทองซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าโมเลกุลในน้ำยานั้นกำลังเริ่มสลายตัวเนื่องจากอุณหภูมิที่ยังไม่คงที่ "ท่านพยายามจะแช่แข็งทุกอย่างเพียงเพราะท่านกลัวความเปลี่ยนแปลง แต่หมอที่แท้จริงต้องกล้าที่จะเผชิญก
Read more

บทที่ 48 กองพลกาลเวลา

แรงสั่นสะเทือนจากเบื้องบนทวีความรุนแรงขึ้นประหนึ่งยักษ์ปักหลั่นที่กำลังทุบทำลายขุนเขา เศษน้ำแข็งแหลมคมร่วงหล่นลงมาจากเพดานโถงวิหารราวกับห่าฝนสีคราม เสียงกึกก้องกัมปนาทสะท้อนไปมาในอุโมงค์แคบๆ ที่ทอดตัวสู่บัลลังก์น้ำแข็ง ทว่าท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างของหลี่หยางกลับยืนตระหง่านนิ่งสนิทประหนึ่งขุนเขาที่ไร้ความหวั่นไหว ดาบอ่อนในมือพริ้วไหวไปตามกระแสลมเย็นแผ่ซ่านรังสีฆ่าฟันที่เข้มข้นจนอากาศรอบกายแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็งเบื้องหน้าของเขา ณ ปากทางเข้าอุโมงค์ปรากฏเงาร่างในชุดเกราะสีดำสนิทที่ดูแปลกตา มันไม่ใช่เกราะเหล็กธรรมดา แต่กลับมีกลไกฟันเฟืองเล็กๆ ขยับเขยื้อนอยู่ตามข้อต่อ ส่งเสียงคลิกคลิกสม่ำเสมอประหนึ่งเสียงเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความตาย พวกเขาคือ กองพลกาลเวลา หน่วยรบที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นเพียงเรื่องเล่าเพื่อขู่ขวัญกบฏ ทว่าบัดนี้พวกเขามายืนอยู่ตรงหน้าในฐานะเพชฌฆาตที่ไร้หัวใจ"ผู้บุกรุก... จงถอยไป" น้ำเสียงที่ลอดออกมาจากหน้ากากเหล็กนั้นราบเรียบและไร้โทนเสียงประหนึ่งโลหะกระทบกัน "คำสั่งของนายเหนือหัวคือการนำดาราสีทองกลับคืนสู่ราชสำนัก ใครที่ขัดขวางจักถ
Read more

บทที่ 49 ปลายทางทุ่งหิมะ

ความเงียบสงบกลับคืนสู่เทือกเขาไท่ซานอีกครั้งทิ้งไว้เพียงร่องรอยของพายุหิมะลูกใหญ่ที่พ่นลมหายใจสีขาวโพลนกลบฝังวิหารโบราณไว้เบื้องหลัง เซียวหลันยืนหอบหายใจอยู่ท่ามกลางทุ่งหิมะกว้าง ไอกลางอากาศที่พ่นออกมาจากริมฝีปากบางกลายเป็นละอองสีขาวนวล นางกระชับกล่องเหล็กในอ้อมกอดไว้แน่นราวกับว่ามันคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต"เรา... เรารอดมาได้จริงๆ ใช่ไหมเจ้าคะ?" เสี่ยวชุนพึมพำทั้งที่ฟันยังกระทบกัน ร่างเล็กๆ ของสาวใช้ตัวน้อยสั่นเทาอยู่ใต้ชุดขนสัตว์ แต่นางก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากย่ามยาของเจ้านายหลี่หยางเดินเข้ามาใกล้ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงเมื่อจ้องมองใบหน้าที่เปื้อนคราบเขม่าของเซียวหลัน เขาเอื้อมมือที่สวมถุงมือหนังที่ขาดวิ่นไปเช็ดคราบหิมะออกจากหน้าผากให้นางอย่างแผ่วเบา "ข้าบอกแล้วไง... ตราบใดที่ข้ายังหายใจ เจ้าจะปลอดภัย""ท่านเองก็เจ็บหนักนะหลี่หยาง" เซียวหลันจับข้อมือเขาไว้พลางสำรวจรอยเลือดที่ซึมออกมาจากเกราะไหล่ "ยาพวกนั้นร้ายกาจกว่าที่เราคิด แต่วิทยาศาสตร์ของข้าก็พิสูจน์แล้วว่าไม่มีเครื่องจักรไหนที่เอาชนะธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงได้"นางหันไปหาเยี่ยเฉินที่ยืนมอง
Read more
PREV
1
...
345678
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status