All Chapters of มธุรสวาทเจ้าสำนัก: Chapter 51 - Chapter 60

77 Chapters

บทที่ 50 บททดสอบหัวใจ

รุ่งอรุณที่ชายฝั่งทิศเหนือนั้นช่างดูพร่าเลือนประหนึ่งภาพวาดพู่กันจีนที่ยังไม่แห้งสนิท ม่านหมอกสีเทาจางๆ ลอยปกคลุมเหนือผิวน้ำที่นิ่งสงบ ไร้ซึ่งลมแรงที่เคยพัดกระโชกเหมือนบนยอดเขาไท่ซาน คณะเดินทางที่เหลือเพียงสามคน นั่นก็คือเซียวหลัน หลี่หยาง และเสี่ยวชุนเดินลัดเลาะมาตามแนวป่าสนจนถึงท่าเรือลับที่ซ่อนตัวอยู่ในเวิ้งอ่าวเล็กๆเบื้องหน้าของพวกเขาคือเรือสินค้าขนาดกลางลำหนึ่งที่ดูธรรมดาจนกลมกลืนไปกับเรือชาวประมงรอบข้าง ทว่าสัญลักษณ์รูปพัดที่สลักไว้บนหัวเรือนั้นบอกให้รู้ว่านี่คือเขี้ยวเล็บของหอเมฆาที่แฝงตัวอยู่กลางทะเล“ขึ้นไปบนเรือเถอะเจ้าค่ะคุณหนู ข้าเตรียมที่พักไว้ให้แล้ว” เสี่ยวชุนเอ่ยพลางพยุงแขนเจ้านายของนาง ท่าทางของสาวใช้ตัวน้อยเริ่มกลับมาสดใสขึ้นเมื่อความหนาวจัดเริ่มทุเลาลง แม้ดวงตาจะยังมีความกังวลฉายชัดอยู่บ้างก็ตามเซียวหลันก้าวขึ้นบนพื้นไม้กระดานเรือที่โคลงเคลงเบาๆ นางรู้สึกได้ถึงความอ่อนล้าที่ถาโถมเข้าใส่ร่างกายประหนึ่งกำแพงพังทลาย การต่อสู้บนยอดเขาและการเคี่ยวกรำทางจิตใจทำให้เรี่ยวแรงของนางแทบจะหมดสิ้น ทว่าในมือที่กุมกล่องเหล็กไว้นั้นกลับให้ความรู
Read more

บทที่ 51 ความลับที่ถูกซ่อนใต้ท้องเรือ

เมื่อพันธนาการทางเสียงถูกทำลาย หลี่หยางดีดตัวขึ้นจากพื้นประหนึ่งสปริงเหล็ก ดาบอ่อนในมือตวัดวาดเป็นวงกลมสีเงินยวงตัดผ่านม่านหมอกในยามราตรี"เจ้าพวกนักพรตเก๊!" หลี่หยางคำราม พลังปราณที่อัดอั้นพุ่งทะลวงออกจากปลายดาบ บดขยี้ระฆังทองเหลืองในมือนักบวชเงาจนแตกละเอียด ร่างในชุดดำกระเด็นตกทะเลไปทีละคน ทว่าพวกมันกลับไร้เสียงร้องเจ็บปวด ราวกับว่าร่างกายนั้นเป็นเพียงเปลือกหุ้มที่ไร้ความรู้สึก"หลี่หยาง ระวัง! พวกมันไม่ได้มาเพื่อฆ่าเราอย่างเดียว!" เซียวหลันตะโกนเตือนพลางสาดสายตาสำรวจรอบดาดฟ้า นางสังเกตเห็นว่านักบวชบางส่วนไม่ได้มุ่งเป้ามาที่พวกนาง แต่กลับกำลังเทของเหลวสีดำข้นลงไปตามรอยแตกของแผ่นไม้กระดานเรือกลิ่นเหม็นฉุนคล้ายน้ำมันดินปนกำมะถันโชยมาเข้าจมูก เซียวหลันหน้าซีดวูบ “นั่นมัน... เพลิงวารี! พวกมันจะเผาเรือลำนี้ทิ้ง!"เพลิงวารีหรือน้ำมันดิบผสมสารไวไฟเข้มข้น คืออาวุธร้ายแรงที่ยากจะดับด้วยน้ำธรรมดา ทันทีที่นักบวชเงาคนสุดท้ายจุดชนวน เปลวไฟสีเขียวอมฟ้าก็ลุกพรึ่บขึ้นมาจากใต้ท้องเรือ มันลามเลียไปตามกราบเรืออย่างรวดเร็วประหนึ่งอสูรกายกระหายเลือด"คุณหนูเจ้
Read more

บทที่ 52 การลักลอบเข้าเมืองจินหลิง

หลังจากผ่านเหตุการณ์เพลิงไหม้กลางทะเลมาได้ เรือสินค้ามังกรวารีก็เหลือเพียงร่องรอยเขม่าควันและกลิ่นน้ำมันดินที่จางลงตามกาลเวลา รุ่งเช้าของวันที่สอง ทัศนียภาพรอบกายเริ่มเปลี่ยนจากน้ำสีครามเข้ม เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านที่ราบลุ่มอันอุดมสมบูรณ์ และในที่สุดเงาของกำแพงเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านหมอกยามเช้า"จินหลิง..." เซียวหลันพึมพำขณะยืนอยู่ที่กราบเรือมองดูเมืองหลวงที่นางจากไปนานหลายเดือนแต่จินหลิงในวันนี้ดูป่วยไข้กว่าที่นางจำได้ ท้องฟ้าเหนือเมืองดูมัวซัวด้วยควันไฟและไอหมอกประหลาด เสียงระฆังวัดที่เคยเหง่งหง่างกังวานกลับฟังดูแหบพร่าและวังเวง"เราจะเข้าทางประตูน้ำ" หลี่หยางเอ่ยขึ้นขณะช่วยเสี่ยวชุนเก็บกวาดสัมภาระ "ไป๋อวิ๋นจัดเตรียมรถขนผักและของสดไว้รอที่ท่าเรือขนส่งสินค้าที่เชื่อมกับคูเมืองทิศตะวันออก ที่นั่นการตรวจตราจะน้อยกว่าประตูหลวง""แล้วโลงหินพวกนี้ล่ะเจ้าคะ?" เสี่ยวชุนถามพลางชี้ไปที่หีบไม้ขนาดใหญ่สามใบที่ถูกต่อขึ้นมาใหม่เพื่ออำพรางโลงศพหินของตระกูลเซียว "มันหนักมากนะเจ้าคะท่านหลี่""ข้าจะใช้กลไกแม่แรงและลูกล้อซ่อนไว้ใ
Read more

บทที่ 53 วังร้างอ๋องสิบเอ็ด

เสียงล้อรถเข็นบดไปบนพื้นหินที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำสลับกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ ท่ามกลางบรรยากาศวังเวงของเขตวังเก่าที่ถูกทิ้งร้าง รถขนผักคันเดิมค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่เขตกำแพงอิฐสีชาดที่หลุดร่อน ที่นี่คือที่พำนักของอ๋องสิบเอ็ดผู้ปลีกวิเวกจากโลกภายนอกเบื้องหน้าของพวกเขาคือประตูไม้บานยักษ์ที่ประดับด้วยห่วงเหล็กสนิมเขรอะ ไร้ซึ่งทหารยามในชุดเกราะม่วง ไร้ซึ่งกลิ่นอายของน้ำทิพย์ลืมกาล มีเพียงกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรตากแห้งและกลิ่นหนังสือเก่าที่ลอยมาตามลมหลี่หยางขยับมือส่งสัญญาณให้หยุดรถ เขาเดินเข้าไปเคาะประตูตามจังหวะลับที่ไป๋อวิ๋นเคยกำชับไว้ ไม่นานนักบานประตูสีกุหลาบหม่นก็แง้มออกเผยให้เห็นชายชราหลังค่อมในชุดขันทีเก่าๆ ที่จ้องมองพวกเขาด้วยสายตาหวาดระแวง“คนของหอเมฆานำของสำคัญมาส่ง” หลี่หยางกล่าวเสียงต่ำ พลางยื่นตราหยกรูปพัดให้ดูเมื่อประตูเปิดกว้างออก รถเข็นทั้งสี่คันก็ถูกเร่งเข็นเข้าไปด้านในก่อนที่ประตูจะปิดสนิทลงอีกครั้งภายในโถงกลางของวังที่ดูเงียบเชียบและเย็นเยือก มีชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นไม้แกะสลักลวดลายเมฆา ใบหน้าของเขาซูบซีดประหนึ
Read more

บทที่ 54 ฮองเฮา

ความเงียบงันกลับมาปกคลุมโถงวังร้างอีกครั้งทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันจางๆ และความหนักอึ้งในใจของทุกคน ท่านอ๋องสิบเอ็ดกระแอมไอเบาๆ พลางทอดสายตามองไปยังเศษหน้าต่างที่แตกกระจาย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลที่ลึกซึ้งกว่าเดิม"หน่วยล่าสังหารตระกูลเยี่ย... พวกมันไม่เคยปรากฏตัวหากไม่ได้รับคำสั่งโดยตรงจากตำหนักใน" อ๋องสิบเอ็ดเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความขมขื่น "พี่สะใภ้ของข้า ฮองเฮาเยี่ยเฟิ่ง นางเป็นสตรีที่มองโลกเป็นกระดานหมาก และพวกเราทุกคนก็เป็นเพียงเบี้ยที่นางวางไว้รอวันถูกกำจัด"เซียวหลันเดินเข้าไปตรวจชีพจรให้อ๋องสิบเอ็ดอย่างคุ้นชิน นางพบว่าจังหวะการเต้นของหัวใจเขาสม่ำเสมอขึ้นเล็กน้อยอาจเป็นเพราะกลิ่นหอมจากผลึกดาราสีทองที่แผ่ออกมาช่วยปรับสมดุลในอากาศ "หากฮองเฮาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังจริง แสดงว่าน้ำทิพย์ลืมกาลนี้ไม่ใช่แค่แผนการชิงบัลลังก์ขององค์ชายสาม แต่มันคือการสถาปนาอำนาจเบ็ดเสร็จของตระกูลเยี่ย"นางหันไปมองโลงหินกล่องที่หนึ่งที่ถูกเปิดทิ้งไว้ "พ่อของหม่อมฉันทิ้งหลักฐานเรื่องยาพิษไว้ในกล่องแรก แล้วกล่องที่สองล่ะเพคะ? เหตุใดนินจาคนนั้นถึงต้องเจาะจงใ
Read more

บทที่ 55 หมากล้อมตำหนักใน

หัวใจของเซียวหลันกระตุกวูบไปชั่วขณะหนึ่ง ทว่าสีหน้าภายใต้การตกแต่งด้วยคราบยาและสีสกัดจากรากไม้ยังคงนิ่งสนิทประหนึ่งผิวน้ำในบ่อน้ำลึก นางรู้ดีว่าในสงครามประสาทเช่นนี้ ใครที่กะพริบตาก่อนคือผู้พ่ายแพ้นางค่อยๆ เงยหน้าที่ดูแก่ชราขึ้นสบตาข้ามม่านมุกที่สั่นไหว แววตาของฮองเฮาเยี่ยเฟิ่งที่จ้องมองมานั้นแหลมคมประหนึ่งเข็มเงินที่พร้อมจะทิ่มแทงทุกความลับที่ซ่อนอยู่ความเงียบที่เข้าปกคลุมตำหนักเฟิ่งหวงนั้นบีบคั้นจนได้ยินเสียงหยดน้ำที่ไหลลงจากนาฬิกาทรายไม้แกะสลัก กลิ่นเครื่องหอมที่เซียวหลันเตรียมมายังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับถูกกลบด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาจากสตรีผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์หงส์"หม่อมฉันมิได้แปลกใจที่พระนางทรงมีพระนาสิกที่เป็นเลิศเพคะ" เซียวหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เลิกแหบพร่า แต่นิ่งสงบและกังวานในแบบของตนเอง นางค่อยๆ ยืดแผ่นหลังที่เคยแกล้งทำเป็นค่อมให้ตรงสง่า "กลิ่นกุหลาบพันปีนั้นซึมลึกอยู่ในสายเลือดของตระกูลเซียว แม้กาลเวลาจะผ่านไปยี่สิบปี แต่มันยังคงย้ำเตือนถึงสิ่งที่ถูกช่วงชิงไปในอดีต"ฮองเฮาเยี่ยเฟิ่งเลิกพระขนงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะโบกพระหัตถ์เป็นสัญญาณให้นางกำนัลและองครักษ์ออก
Read more

บทที่ 56 สุสานหลวง

ม่านควันสีเหลืองจางๆ เริ่มกระจายตัวออกตามแรงลมเย็นที่พัดผ่านสระบัวร้างหลังวังหลวง เซียวหลันอาศัยจังหวะที่เหล่านักฆ่าของตระกูลเยี่ยกำลังสำลักควันและพร่ามัวพุ่งตัวลัดเลาะไปตามเงามืดของกำแพงเมืองเก่า นางวิ่งจนปอดแทบจะระเบิดแต่ในมือยังกุมกุญแจหินสีดำไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาวในที่สุดเงาของวังร้างอ๋องสิบเอ็ดก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า“คุณหนู! ท่านกลับมาแล้ว!”เสี่ยวชุนที่นั่งกระสับกระส่ายอยู่ตรงธรณีประตูพุ่งเข้ามากอดเจ้านายสาวทันทีที่นางก้าวพ้นประตูวัง ร่างเล็กๆ ของสาวใช้ตัวน้อยสั่นเทาด้วยความดีใจ “ข้าเกือบจะใจขาดตายอยู่แล้วเจ้าค่ะ เห็นท่านหลี่กำดาบแน่นจนหน้าเขียวหน้าเหลืองไปหมด!”หลี่หยางเดินเข้ามาช้าๆ แม้สีหน้าจะยังดูเรียบเฉยตามนิสัย แต่แววตาที่สั่นไหวและลมหายใจที่พ่นออกมาอย่างโล่งอกก็ไม่อาจปกปิดความห่วงใยได้ เขาสำรวจรอยขาดบนชุดของเซียวหลันและคราบเขม่าบนใบหน้าอย่างละเอียด“เจ้าบาดเจ็บตรงไหนไหม?” เสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยกระแสแห่งอารมณ์“ข้าปลอดภัยดี... แต่เรามีเวลาไม่มาก” เซียวหลันหอบหายใจพลางยื่นกุญแจหินสีดำส่งให้เขา “ฮองเฮามอบสิ่งนี้ให้ข้า และนางเตือนว่ากล่องที่สองที่สุสานหลวงไม่ใช่แค่ตำร
Read more

บทที่ 57 แผนพ่นพิษกลางสุสาน

บรรยากาศภายในโถงสุสานหลวงเย็นยะเยือกจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แทรกซึมผ่านเสื้อผ้าขนสัตว์ แสงสีเขียวจากตะเกียงฟอสฟอรัสที่วูบไหวสะท้อนกับชุดเกราะสีม่วงเข้มของเหล่านักฆ่าที่ยืนเรียงรายอยู่ตามระเบียงหินประหนึ่งฝูงค้างคาวปีศาจราชครูเหยียนก้าวเดินลงมาจากแท่นหินสูงอย่างเชื่องช้า ชุดคลุมยาวสีดำปักลายมังกรห้าเล็บของเขาลากไล้ไปกับพื้นหิน ส่งเสียงสากหูประหนึ่งงูที่กำลังเลื้อยผ่านใบไม้แห้ง ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนการแสยะของศพ"ส่งกุญแจและโลงหินนั่นมาเสียดีๆ เซียวหลัน" ราชครูเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าก็เห็นแล้วว่าที่นี่คือทางตัน ไม่มีหลี่หยาง หรืออ๋องสิบเอ็ดคนไหนจะช่วยเจ้าได้ หากข้าสั่งเพียงคำเดียว ลูกธนูอาบพิษนับร้อยจะพุ่งลงมาปลิดชีพพวกเจ้าในพริบตา"หลี่หยางก้าวออกมายืนบังหน้าเซียวหลัน ดาบอ่อนในมือพริ้วไหวประหนึ่งงูเงิน รังสีฆ่าฟันแผ่ออกมาจนนักฆ่าแถวหน้าถึงกับต้องก้าวถอยหลัง "เจ้าก็รู้ว่าดาบของข้าเร็วพอจะเด็ดหัวเจ้าก่อนที่ธนูดอกแรกจะหลุดจากแล่งด้วยซ้ำ""อย่าเพิ่งวู่วาม หลี่หยาง..." เซียวหลันวางมือบนบ่าของเขา นางสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดของชา
Read more

บทที่ 58 จุดจบของจอมลวงโลก

ท่ามกลางม่านควันสีม่วงแสบร้อนที่ตลบอบอวลไปทั่วโถงหิน เสียงฝีเท้าที่เคยหนักแน่นของเหล่านักฆ่ากลับกลายเป็นเสียงตะเกียกตะกายที่วุ่นวาย ราชครูเหยียนถอยกรูดไปพิงกับรูปปั้นมังกรหิน ดวงตาที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาจากการระคายเคืองของก๊าซกำมะถันเขากัดฟันดึงผ้าคลุมหน้าขึ้นมาปิดจมูก พลางล้วงหยิบตลับหยกสีดำออกมาจากแขนเสื้อ นี่คือไพ่ตายใบสุดท้ายที่เขาเก็บไว้ใช้ในยามคับขันที่สุด"เจ้าคิดว่ากลวิธีเด็กเล่นพวกนี้จะหยุดข้าได้งั้นรึ!" ราชครูคำรามพลางสะบัดมือพ่นละอองผงสีเงินออกมา ละอองนี้เมื่อสัมผัสกับควันกำมะถันกลับทำให้ควันที่เคยแสบร้อนจับตัวเป็นก้อนแล้วร่วงหล่นลงพื้นอย่างรวดเร็ว ประดุจหิมะสีดำที่ตกลงมากลางสุสานเซียวหลันเบิกตากว้าง "สารดูดซับอนุภาค... ท่านอาศัยแรงดึงดูดทางไฟฟ้าของแร่เงินมาแก้ทางก๊าซของข้า!""ข้าอยู่กับพิษและยามานานกว่าอายุของเจ้าสองเท่า!" ราชครูพุ่งตัวเข้าหาเซียวหลันพร้อมกับเข็มยาวสีดำที่อาบพิษร้ายแรงที่สุดเท่าที่เขาเคยปรุงขึ้นมา เคร้ง!ดาบอ่อนของหลี่หยางพุ่งเข้ามารับคมเข็มนั้นไว้ได้ทันท่วงที แรงปะทะทำให้เกิ
Read more

บทที่ 59 นครที่หลับใหล

"เราต้องรีบไปจากที่นี่" หลี่หยางเดินเข้ามาประชิดนาง มือของเขายังคงกุมด้ามดาบที่ชุ่มไปด้วยคราบเขม่า แววตาพยัคฆ์กวาดมองไปทางตีนเขาที่เริ่มเห็นเงาของกองทหารเกราะม่วงที่กำลังรุดหน้าขึ้นมา "ราชครูอาจตายแล้ว แต่หูตาของเขายังมีอยู่ทั่วจินหลิง""คุณหนูเจ้าคะ! รถม้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะ!" เสี่ยวชุนตะโกนเรียกมาจากแนวป่า นางพยายามพยุงอ๋องสิบเอ็ดขึ้นบนรถอย่างทุลักทุเล โดยมีคนของหอเมฆาคอยคุ้มกันอยู่รอบๆเซียวหลันหันกลับไปมองยอดเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะกระโดดขึ้นรถม้า "หลี่หยาง กล่องที่สามนั่นสำคัญมาก พ่อของข้าจงใจแยกมันไว้ และการที่นินจาตระกูลเยี่ยชิงมันไปได้ แสดงว่าฮองเฮาไม่ได้เล่นหมากฝั่งเดียวกับเราทั้งหมด""นางต้องการสิ่งที่เหนือกว่ายารักษา..." อ๋องสิบเอ็ดเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงแต่ยังคงความเฉียบคม "นางต้องการความจริงที่จะทำให้บัลลังก์สั่นคลอน เพื่อที่นางจะได้กลายเป็นผู้เดียวที่พยุงมันไว้" เมื่อรถม้าลอบเข้าสู่เขตเมืองหลวงผ่านทางประตูน้ำอีกครั้ง ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เซียวหลันรู้สึกเย็นยะเยือกยิ่งกว่าตอนอยู่บนยอดเขาหิมะเสียอีกควันสีม่วงอ่อนๆ ลอยจา
Read more
PREV
1
...
345678
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status