Lahat ng Kabanata ng มธุรสวาทเจ้าสำนัก: Kabanata 21 - Kabanata 30

77 Kabanata

บทที่ 20 เพลิงกัมปนาท

แสงแรกแห่งอรุณรุ่งสาดส่องลงบนที่ราบหน้าเมืองหลี่เฉิงเผยให้เห็นภาพที่ทำให้ทหารบนกำแพงเมืองต้องกลั้นหายใจ ธงรบสีดำทมิฬรูปหัวหมาป่าโบกสะบัดพรึ่บพรั่บ กองทัพหมาป่าเงาสามพันนายในชุดเกราะหนังสีดำยืนเรียงแถวเป็นระเบียบ เงียบกริบดั่งรูปปั้น แผ่รังสีอำมหิตกดดันจนอากาศรอบข้างดูเหมือนจะหนักอึ้งเบื้องหน้ากองทัพคือแม่น้ำสายกว้างที่ไหลเชี่ยวกรากและสะพานหินโบราณเพียงแห่งเดียวที่เป็นเส้นทางเข้าสู่เมือง บนหลังม้าสีนิลตัวใหญ่ ผู้นำทัพสวมหน้ากากเหล็กสีดำสนิทนามว่า แม่ทัพหน้ากากเหล็ก ยกดาบเล่มยักษ์ชี้ขึ้นไปบนกำแพงเมือง"ส่งตัวกบฏหลี่หยางและนังหมอปีศาจออกมา!" เสียงของมันดังก้องกังวานด้วยลมปราณอันแก่กล้า “แล้วข้าจะไว้ชีวิตชาวเมืองทุกคน หากขัดขืน ข้าจะฆ่าล้างเมืองไม่ให้เหลือแม้แต่ไก่สักตัว"เจ้าเมืองจางที่ยืนขาสั่นอยู่หลังกำแพงเมืองหันมามองเซียวหลัน หน้าซีดเผือด "มะ... แม่นางเซียวเอาไงดี พวกมันขู่จะฆ่าล้างเมืองนะ"เซียวหลันยืนกอดอกอยู่ข้างป้อมสังเกตการณ์สวมชุดเกราะอ่อนที่นางสั่งทำพิเศษ ใบหน้านิ่งสงบราวกับผิวน้ำ "คำพูดของโจรเชื่อถือไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ" นางตอบเสียงเรียบ "เป้าหมายของพวกมันคือยึดเมืองเป็นฐานที่มั
Magbasa pa

บทที่ 21 ศึกสองด้าน

“เขาคือจ้าวมู่ ศิษย์พี่ร่วมสำนักดาบของข้าเอง"หลี่หยางกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว แววตาที่เคยนิ่งสงบดุจน้ำบัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟแค้นและความเจ็บปวดลึกๆ“เขาคือคนที่ขายข้าให้สำนักอัคคีทมิฬ และเป็นคนเปิดประตูเมืองให้ข้าศึกเข้ามาฆ่าล้างตระกูลข้าในคืนนั้น"เซียวหลันวางมือลงบนบ่ากว้างที่สั่นเทาของเขา “หลี่หยาง ถ้าเจ้าไปเจอเขาตอนนี้ เจ้าจะคุมสติได้หรือ""ข้าต้องไป" หลี่หยางหันมามองนางด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว "หุบเขาด้านหลังเป็นทางแคบชัยภูมิบังคับให้เดินทัพได้ทีละน้อย แม้ข้าศึกจะมีหมื่นคนแต่ถ้าข้าไปอุดที่ปากทาง ข้าจะยันพวกมันได้""แต่เจ้ามีทหารให้ใช้แค่ 500 นายนะ" เซียวหลันแย้ง "500 ปะทะ 10,000 มันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ""มันคือทางรอดเดียว" หลี่หยางกระชับดาบ “ข้าจะซื้อเวลาให้เจ้าที่บริเวณด้านหน้าแม่น้ำ เจ้าต้องยันพวกมันให้อยู่ ถ้าเจ้าแตกพ่ายเมืองนี้ก็จบสิ้น"เซียวหลันรู้ดีว่าเขาพูดถูก นางไม่มีเวลามาฟูมฟาย นางล้วงหยิบขวดกระเบื้องสีแดงเลือดนกออกมาจากอกเสื้อแล้วยัดใส่มือเขา"นี่คือยาเม็ดโลหิตมาร" นางกระซิบเสียงเครียด “ข้าสกัดมันจากต่อมหมวกไตของสัตว์และสมุนไพรกระตุ้นหัวใจ จงกินเมื่อจำเป็นเท่านั้น มันจะทำให้เจ
Magbasa pa

บทที่ 22 มารโลหิต

บรรยากาศในหุบเขาร้อยวิญญาณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อากาศที่เคยหนาวเหน็บกลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ทีแรกก็คิดว่าเป็นเพราะไฟป่าแต่กลับเป็นเพราะรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มเพียงคนเดียวหลี่หยางยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งกำคมดาบยักษ์ของจ้าวมู่ไว้แน่น เลือดสีแดงสดไหลซึมผ่านง่ามนิ้วหยดลงพื้นแต่ใบหน้าของเขากลับเรียบเฉยจนน่าขนลุก ดวงตาสีแดงฉานดุจโลหิตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มตื่นตระหนกของศิษย์พี่"เจ้า... เจ้าทำอะไร!" จ้าวมู่พยายามดึงดาบกลับ แต่ดาบนั้นราวกับถูกฝังอยู่ในภูเขาหิน ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว"ข้าแค่ทวงคืนสิ่งที่เจ้าพรากไป" หลี่หยางเอ่ยเสียงต่ำที่ฟังดูเหมือนเสียงคำรามของสัตว์ร้าย “พลัง ศักดิ์ศรี และชีวิตของครอบครัวข้า!" เพล้ง!หลี่หยางออกแรงบีบเพียงครั้งเดียวใบดาบเหล็กกล้าชั้นดีที่ตีจากช่างฝีมือหลวงก็แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงกราวลงสู่พื้นจ้าวมู่ผงะถอยหลัง เสียหลักล้มลงก้นจ้ำเบ้า “เป็นไปไม่ได้ มนุษย์หน้าไหนจะมีแรงขนาดนี้!""ข้าไม่ใช่มนุษย์แล้วจ้าวมู่" หลี่หยางก้าวสามขุมเข้ามาหา ไอสังหารสีแดงจางๆ ห่อหุ้มร่าง "วันนี้ข้าคือมารที่จะลากเจ้าลงน
Magbasa pa

บทที่ 23 ราชโองการ

หนึ่งเดือนหลังจากสงครามที่หุบเขาร้อยวิญญาณยุติลง เมืองหลี่เฉิงที่เคยเกือบกลายเป็นซากปรักหักพังบัดนี้กลับมามีชีวิตชีวายิ่งกว่าเดิม ร้านรวงต่างๆ เปิดทำการอย่างคึกคัก โดยเฉพาะหอโอสถเซียวที่มีผู้คนต่อแถวยาวเหยียดตั้งแต่ไก่โห่ ไม่ใช่แค่ชาวเมืองหลี่เฉิงแต่ยังมีพ่อค้าวาณิชจากต่างเมืองที่ดั้นด้นมาเพื่อซื้อครีมหยกหิมะและยาบำรุงสูตรเซียวที่เลื่องลือไปทั่วแผ่นดินเซียวหลันในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่ตัดเย็บอย่างประณีตกำลังนั่งตรวจบัญชีอยู่ที่โต๊ะทำงาน“กำไรเดือนนี้ 5,000 ตำลึงทอง" นางพึมพำพร้อมมุมปากยกยิ้มอย่างพอใจ "ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปอีกไม่เกินครึ่งปีเราจะมีทุนพอที่จะเปิดสาขาในเมืองหลวงได้สบายๆ""คุณหนู" อาหลงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นเต้นปนกังวล “มีขบวนรถม้าจากเมืองหลวงมาขอรับ ปักธงมังกรสีเหลืองทอง คงเป็นขบวนของราชสำนัก"เซียวหลันวางพู่กันลง แววตาที่เคยสดใสเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที "มาเร็วกว่าที่คิดสินะ"ที่หน้าจวนเจ้าเมืองขบวนเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ตระการตาจอดเทียบท่า ขันทีเฒ่าในชุดขุนนางชั้นสูงถือม้วนผ้าไหมสีเหลืองทองเดินอาดๆ เข้ามาด้วยท่วงท่าเย่อหยิ่งเจ้าเมืองจางและฮูหยินรีบวิ่งออกมาต้อนรับและคุกเข่าล
Magbasa pa

บทที่ 24 เมืองหลวง

กำแพงเมืองสูงเสียดฟ้าสลักลวดลายมังกรห้าเล็บปรากฏแก่สายตา นี่คือ นครหลวงจินหลิง หัวใจแห่งมหาอำนาจที่รวบรวมความมั่งคั่งและอำนาจทั้งหมดของแผ่นดินเอาไว้ ขบวนรถม้าของราชสำนักแล่นผ่านประตูเมืองที่เปิดกว้าง เสียงอึกทึกของตลาดใหญ่และกลิ่นหอมของแป้งผัดหน้าโชยมาแตะจมูกเซียวหลันเลิกม่านหน้าต่างขึ้นมองดูทิวทัศน์ เห็นถนนปูด้วยหินอ่อนสีขาวสะอาดตา สองข้างทางเต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องหรูหรา ผู้คนแต่งกายด้วยผ้าไหมเนื้อดีเดินขวักไขว่ ดูช่างแตกต่างจากเมืองชายแดนที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเลือดอย่างสิ้นเชิง"สวยงามมาก" เซียวหลันพึมพำก่อนจะแค่นหัวเราะ "แต่เป็นความงามที่ฉาบฉวยเหลือเกิน"หลี่หยางที่นั่งหลับตาพิงผนังรถลืมตาขึ้น "ทำไมเจ้าคิดเช่นนั้น""เจ้าลองมองดูดีๆ สิ" เซียวหลันชี้ไปที่มุมมืดของตรอกซอยที่รถม้าวิ่งผ่าน "ขอทานถูกทหารไล่ตีให้ไปหลบหลังร้านเพื่อไม่ให้รกหูรกตา คลองระบายน้ำส่งกลิ่นเหม็นเน่าถูกปิดทับด้วยแผ่นหินสลักลาย เมืองนี้เหมือนหญิงงามที่แต่งหน้าหนาเตอะเพื่อปกปิดรอยฝีหนองบนใบหน้า""และที่สำคัญ" หลี่หยางเสริม แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ "ข้าสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอย่างน้อยสิบจุด ตั้งแต่เราก้าวผ่านประตูเมืองเข
Magbasa pa

บทที่ 25 มังกรป่วย

แสงตะวันยามสายส่องกระทบกระเบื้องหลังคาสีทองของพระราชวังต้องห้ามจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับแสบตา ทหารองครักษ์นับพันนายยืนเรียงแถวราวกับรูปปั้นหินตลอดทางเดินเข้าสู่ ตำหนักหยางซิน ซึ่งเป็นที่ประทับของโอรสสวรรค์เซียวหลันเดินเชิดหน้าก้าวผ่านประตูวังอย่างมั่นคง นางไม่ได้สวมชุดขุนนางชายโคร่งๆ ที่ถูกแกล้งให้มาเมื่อคืนแต่เป็นชุดที่นางปรับปรุงใหม่ เสื้อคลุมตัวนอกถูกตัดชายให้สั้นลงและเข้ารูปจีบเอวพอดีตัว แขนเสื้อที่ยาวรุ่มร่ามถูกเย็บเก็บให้กระชับพร้อมสำหรับการรักษาแล้วสวมทับด้วยกระโปรงจีบรอบสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆสีเงิน ผมยาวสลวยถูกรวบตึงเป็นมวยสูงปักด้วยปิ่นเงินเรียบง่าย ใบหน้าแต้มเครื่องสำอางบางเบาแต่ดูสง่างามและเด็ดเดี่ยวเหล่าขุนนางและนางกำนัลที่เดินสวนมาต่างพากันเหลียวมองด้วยความตะลึงพรึงเพริด ไม่เคยมีสตรีคนใดกล้าแต่งกายเช่นนี้ในวังหลวง มันดูแปลกตาแต่กลับดูทะมัดทะแมงและน่าเกรงขามด้านหลังนางคือหลี่หยางในชุดผู้ช่วยหมอสีเทา เขาแบกกล่องเครื่องมือแพทย์ใบใหญ่เดินก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตาคมกริบ แต่ท่วงท่าการเดินที่มั่นคงและไร้เสียงฝีเท้าก็ไม่อาจปิดบังรังสีนักฆ่าได้มิดชิด"จำไว้นะ" เซียวหลันกระซ
Magbasa pa

บทที่ 26 ปีศาจในหอปรุงยา

รัตติกาลมาเยือนนครหลวงจินหลิง เสียงระฆังบอกเวลาเที่ยงคืนดังกังวานมาจากหอระฆังหลวง ภายในเรือนพักท้ายสวนสมุนไพรเซียวหลันเดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย บนโต๊ะมีตะเกียงน้ำมันที่หรี่แสงลงและเครื่องมือแพทย์ที่นางเตรียมไว้พร้อมสรรพ นางเหลือบมองนาฬิกาทรายที่ไหลลงเกือบจะหมดแล้ว"ทำไมยังไม่กลับมาอีก" นางพึมพำ กัดเล็บนิ้วโป้งด้วยความกังวลภารกิจครั้งนี้อันตรายยิ่งนัก ตำหนักราชครูเปรียบเสมือนรังมังกรที่มีเวรยามแน่นหนายิ่งกว่าท้องพระโรง หากหลี่หยางพลาดพลั้งจุดจบคือความตายสถานเดียวณ ตำหนักราชครูเงาร่างสีดำกลมกลืนไปกับความมืดบนหลังคาเรือน หลี่หยางเคลื่อนไหวแผ่วเบาดุจแมวป่า สายตาคมกริบสังเกตการเดินตรวจตราของทหารยาม'เวรยามสับเปลี่ยนทุกๆ ครึ่งก้านธูป มีช่องว่างแค่ 3 ลมหายใจ'ทันทีที่ทหารชุดเก่าเดินลับมุมตึกและชุดใหม่ยังไม่โผล่มา หลี่หยางทิ้งตัวลงจากหลังคาม้วนตัวลงสู่ระเบียงชั้นสองของหอปรุงยาอย่างเงียบเชียบกลิ่นฉุนของกำมะถันและปรอทลอยเตะจมูกทันทีที่เขาแง้มหน้าต่างเข้าไปภายในห้องกว้างขวางเต็มไปด้วยเตาหลอมขนาดใหญ่ที่ไฟยังคงลุกโชน ขวดโหลแก้วบรรจุอวัยวะดองและสมุนไพรประหลาดวางเรียงรายเต็มชั้นวาง ตรงกลางห
Magbasa pa

บทที่ 27 ถอดรหัสยามัจจุราช

กลิ่นฉุนของกรดและควันเคมีลอยคลุ้งในเรือนพักท้ายสวนสมุนไพร เซียวหลันสวมแว่นขยายจ้องมองปฏิกิริยาเคมีในหลอดทดลองแก้วอย่างไม่วางตา ของเหลวสีใสที่นางสกัดจากยาเทพมังกรหวนคืนที่หลี่หยางขโมยมากำลังเดือดปุดๆ และเปลี่ยนสีจากแดงเป็นดำสนิทเมื่อหยดสารละลายซัลไฟด์ลงไป"ชัดเจน" เซียวหลันพึมพำพลางจดบันทึกลงกระดาษรัวเร็ว “ปรอท 40 ส่วน ตะกั่ว 30 ส่วน กำมะถัน 20 ส่วน และอีก 10 ส่วนคือ...” นางคีบก้อนตะกอนเหนียวหนืดสีดำขึ้นมาดม กลิ่นคาวเอียนๆ และกลิ่นหอมหวานชวนคลื่นไส้ตีขึ้นจมูก "ยางฝิ่นผสมกับเมือกหนอนกู่" นางกล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงรังเกียจ "มิน่าเล่า ฮ่องเต้ถึงเสพติดยานี้งอมแงม ฝิ่นช่วยกดประสาทไม่ให้เจ็บปวดจากพิษโลหะหนัก ส่วนเมือกหนอนกู่ทำหน้าที่เป็นสื่อนำให้สารพิษซึมเข้าสู่สมองโดยตรง ทำให้เกิดอาการประสาทหลอนและเชื่อฟังคำสั่ง ราชครูเหยียนอัจฉริยะในทางที่ชั่วช้าจริงๆ"หลี่หยางที่นั่งพันแผลตัวเองอยู่มุมห้องเงยหน้าขึ้น "แล้วมีทางแก้ไหม?""พิษฝิ่นเลิกยากแต่เลิกได้ แต่พิษปรอทที่สะสมในตับและไตมาเป็นปีๆ นี่สิปัญหา" เซียวหลันวางหลอดทดลองลง “ข้าต้องใช้สารจับโลหะหนักเพื่อดึงพิษออกจากเลือด ในยุคนี้ไม่มียาฉีดข้าต้องสั
Magbasa pa

บทที่ 28 เหมันต์สังหาร

เคร้ง! ฉัวะ! เสียงดาบปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวในห้องบรรทมฮ่องเต้ หลี่หยางยืนปักหลักอยู่หน้าประตูบานใหญ่เพียงคนเดียวรับมือกับทหารองครักษ์นับสิบที่กรูเข้ามา ดาบในมือของเขารวดเร็วและแม่นยำ ทุกการตวัดคือหนึ่งชีวิตที่ร่วงหล่น แต่ศัตรูมีมากเกินไปราวกับฝูงมดแตกรัง"ไปเร็วเข้า!" หลี่หยางตะโกนโดยไม่หันมอง "ข้าจะยันพวกมันไว้เอง!"เซียวหลันกัดฟันแน่น นางประคองร่างฮ่องเต้ที่ยังอ่อนแรงไปที่รูปภาพมังกรขนาดใหญ่หลังบัลลังก์ นางคลำหาปุ่มกลไกที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของมังกรกริ๊ก... ครืด...ผนังหินเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นช่องทางลับที่มืดมิดและมีกลิ่นอับชื้นโชยออกมา"ฝ่าบาท... ทางนี้เพคะ"ฮ่องเต้หันกลับไปมองหลี่หยางและเหล่าทหารที่กำลังฆ่าฟันกันในห้องนอนของพระองค์ด้วยแววตาเจ็บปวด "อาณาจักรของข้ากลายเป็นโรงเชือดไปแล้วหรือนี่""รักษาชีวิตไว้ก่อนเพคะ ถึงจะมีโอกาสทวงคืน!" เซียวหลันดึงแขนเสื้อฮ่องเต้ ลากพระองค์เข้าไปในความมืดเมื่อทั้งสองเข้าไปแล้ว หลี่หยางก็ถีบทหารสองคนกระเด็นแล้วรีบกระโดดม้วนตัวตามเข้าไปในช่องลับ ประตูกลไกเลื่อนปิดลงเฉียดปลายจมูกของทหารศัตรูไปเพียงเส้นยาแดง ตึง! ตึง! ตึง!เสียงทุบผนังและเสียงตะโกน
Magbasa pa

บทที่ 29 หมอกมรณะและรถม้าปริศนา

"พังประตูเข้าไป! จับเป็นฮ่องเต้! ส่วนคนอื่นฆ่าทิ้งให้หมด!"เสียงตะโกนสั่งการขององค์ชายสามดังก้องท่ามกลางแสงคบเพลิงที่สว่างไสวรอบตำหนักเย็น ประตูไม้ผุพังถูกทหารองครักษ์ใช้ท่อนซุงกระทุ้งจนเริ่มปริแตก ตึง! ตึง! เปรี๊ยะ!ภายในตำหนักเซียวหลันเทผงเคมีสีเหลืองอ่อนออกจากถุงผ้าลงในกระถางธูปใบใหญ่ที่มีถ่านไฟแดงฉานรออยู่ นางรีบหยิบผ้าชุบน้ำส้มสายชูมาปิดจมูกให้ฮ่องเต้และหลี่หยางอย่างแน่นหนา"หายใจผ่านผ้าเท่านั้น!" นางกำชับเสียงเครียด “นี่คือหมอกกำมะถันพริกไทย มันไม่ใช่แก๊สพิษถึงตายแต่ฤทธิ์ของมันจะทำให้แสบตา แสบจมูก และสำลักจนเหมือนปอดจะระเบิด" โครม!ประตูตำหนักพังครืนลงมา ทหารองครักษ์ชุดเกราะหนักนับร้อยนายกรูเข้ามาพร้อมดาบและหอก"อยู่นั่นไง! จับพวกมัน..."ยังไม่ทันสิ้นเสียงหัวหน้าชุด กลิ่นฉุนกึกที่รุนแรงกว่าพริกเผาหมื่นเม็ดก็พุ่งเข้ากระแทกหน้าพวกเขา ควันสีเหลืองหนาทึบพวยพุ่งออกมาจากกระถางธูปอย่างรวดเร็วราวกับปีศาจร้ายที่ถูกปลดปล่อย"แค่ก! แค่ก! อ๊ากกก! ตาข้า!” ทหารแถวหน้าทรุดฮวบลงทันที พวกเขาทิ้งอาวุธ ยกมือขยี้ตาและกุมลำคอด้วยความทรมาน น้ำหูน้ำตาไหลพราก หายใจไม่ออกเหมือนมีไฟมาเผาในปอด"ถอย! ถอย
Magbasa pa
PREV
1234568
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status